340813 กูเป็นกูคนเดียว-พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์-(ตัด).docx

โฟลเดอร์2534 รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์730 KB
วันที่แก้ไข18 กุมภาพันธ์ 2569

เนื้อหาในไฟล์

ต่อจากนี้ไปเป็นการแสดงธรรมเรื่องกูเป็นกูคนเดียว แสดงโดยพ่อท่านโพธิรักษ์ได้แสดงไว้เมื่อวันที่สิบสามสิงหาคมพุทธศักราชสองพันห้าร้อยสามสิบสี่ ณ พุทธสถานปฐมอโศก ขอเชิญท่านติดตามรับฟังได้ ณ บัดนี้ อะเจริญธรรมทุกทุกคน ธรรมะก่อนที่เราจะฉันอาหารกันนะ อะใครยังไม่ได้มาก็เข้ามา เก้าโมงเรานัดกันว่าเก้าโมงเราจะพูดเราจะบรรยายเพราะงั้นใครมาช้าช้าช้าช้าเนี่ยมันก็ไม่ได้ฟังต้นฟังกลางนะได้ฟังแต่ปลายปลายนะ

อะวันนี้ก็มาคุยกันต่อสิ่งที่จะคุยกันต่อนี่ก็ยังเป็นเรื่องของ อัตตา นะเรื่องของ อัตตา เรื่องของมานะอัตตามานะนี่นะตัวที่มันมันเป็นอนุสัยนะอัตตามานะที่ตัวที่มันเป็นอนุสัยเนี่ยเรียกว่านอนเนื่องเขาแปลอนุสัยว่านอนเนื่องมันนอนเนื่องมันนอนจริงจริงมันนอนหลับอยู่ในก้นบึ้งของจิตแล้วเจ้าตัวไม่รู้ตัวหรอกจึงเรียกว่าอนุสัยรู้ตัวมันเมื่อไหร่อ่านมันออกเมื่อไหร่เข้าใจตัวเองเมื่อไหร่แล้วก็คิดจะแก้ไขมันเมื่อไหร่แล้วล่ะก็เราไม่เรียกมันว่าอนุสัยเราเรียกมันว่าญาณหยั่งรู้แล้วก็พยายามแก้ตัวอนุสัยเนี่ยที่จริงอนุสัยนั่นแปลว่าตามรู้ตัวเองอนุสัยนี่แปลว่าตามสยะนี่คือตัวเองสยะนี่ตัวเองนะสยะตัวเองตามรู้ตัวเองอนุสัยหรืออนุสัยนี่เขาแปลโดยอัฏฐ์แปลโดยความแปลโดยภาษาก็ว่ากิเลสนอนเนื่องกิเลสที่มันอยู่ก้นบึ้งของจิตที่เจ้าตัวเองนี่แหละตัวเองนี่ตามยังไม่รู้ตามรู้มันยังไม่ได้มันยังไม่รู้ตัวมันมันอยู่ที่ก้นบึ้งของจิตแล้วคนเรานี่จะรู้ตัวเองหรือรู้อนุสัยนี่ยากมากต้องใช้ญาณปัญญาและต้องพยายามรู้สึกตัวทั่วพร้อมและเข้าใจนอกเข้าใจในเข้าใจอะไรต่ออะไรต่างต่างนานาไม่ติดยึดไม่ยึดมั่นถือมั่นไม่ปักดิ่งจริงจริงจะต้องเข้าใจจริงจริงเลยนะด้วยปัญญาญาณด้วยความไม่ติดยึดเป็นเจโตเป็น อัตตา เป็นมานะจริงจริงไม่ว่าจะติดยึดในความเห็นหรือจิตต

อ่านต่อ

ิดยึดในความถือดี เป็นความเห็นหรือเป็นความถือดีทั้งทั้งที่อันนั้นมันดีจริงจริงด้วยซ้ำไปแต่ว่าเราจะติดยึดอยู่ในความดีนั้นไม่ยอมอนุโลมปฏิโลมเลยไม่ยอมเข้าใจว่าเราจะต้องปรับกระบวนท่าปรับปรุงสมมุติสัจจะอะไรต่ออะไรกับผู้กับคนเขาอย่างนั้นอย่างนี้อย่างไหนเป็นคนติดยึดติดมั่นยึดมั่นถือมั่นปักดิ่งรูเดียวกูตัวเดียวเรียกว่าอัตตานี่กูอันอื่นไม่ฟังเสียงข้าไม่ฟังเสียงเอ็งยังไงยังไงก็ไม่ใช่ข้าข้าต้องเป็นข้าข้าต้องไม่เปลี่ยนแปลงข้าต้องเป็นหนึ่งเดียวข้าต้องไม่ยืดหยุ่นข้าต้องไม่อนุโลมคนอื่นไม่เข้าใจข้า ข้าเข้าใจข้าข้าคนเดียวแล้วคนอื่นไม่เข้าใจข้าข้าจึงเป็นข้าหรือกูจึงเป็นกูคนเดียวที่เข้าใจกูคนเดียวแล้วไม่เข้าใจคนอื่นแล้วไม่เห็นใจคนอื่น ไม่พยายามอนุโลมเกื้อกูลคนอื่นไม่หยุดไม่ยืดไม่หยุ่นไม่หย่อนไม่ใช่หย่อนตัวเองนะแต่ยืดหยุ่นเนี่ยยืดหยุ่นให้คนอื่นเขาบ้าง นั่นเรียกว่ากูรูเดียวนะเรียกว่ามานานุสัยที่ถือดีแม้ให้ดีด้วยแม้ให้ดีด้วยให้ถูกต้องด้วยจะยึดอย่างงั้นเลย อาตมาเองเนี่ยอาตมายืดหยุ่นอะไรอะไรมานี่จนกระทั่งเอารูปธรรมชัดชัดยอมมานุ่งขาวห่มขาวไม่ใช่ว่าการแต่งผ้ากาสาวพัสตร์ นามยอมฝาดนี่ไม่ดีนะดีเยี่ยมถูกต้องด้วยนะแล้วก็เป็นกฎเป็นวินัยของศาสนาพุทธของพระของพระพุทธเจ้าด้วยอาตมาต้องมานุ่งห่มที่มันไม่ใช่ชุดของพระแล้วนะต้องยอมมันถึงขนาดนั้นต้องยืดหยุ่นทั้งทั้งที่มันดีแน่ พระเจ้าจะยึดถือเป็นมานะของเราว่ากูยอมไม่ได้หรอกยังไงกูเอาเป็นเอาตายมันก็แรงเกินไปแล้วมันก็จะไม่สงบอย่างนี้เลยแล้วก็จะทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้ด้วยยังไม่รู้ว่าจะปะทะกันขนาดไหนเลยจะเล่นกันแข็งกระด้างจะเล่นกันเจ็บปวดขนาดไหนยังไม่รู้เลยจะพังทลายหรือเปล่ายังไม่รู้เลยถ้าเราไม่ยอมยืดหยุ่นน่ะ

อย่างงี้เป็นต้นเนี่ยเอารูปธรรมมายืนยันให้ฟังว่าถูกนี่ถูกแน่นุ่งห่มยึดจีวรไตรจีวรสังฆาติจีวรสังฆาติสบงอะไรอยู่อย่างนั้นน่ะใส่ผ้ากาสาวพัสตร์แค่นั้นไม่ยืดหยุ่นเราไม่ยอมแล้วนี่มันสัจจะแท้แท้แล้วอะฉันไม่ยอมอะหรือแม้แต่เราจะยอมบอกว่าเราจะไม่ยอมศึกเราก็ไม่สึกไม่ได้ต้องสึกสึกโดยกฎหมายก็แล้วแต่เราก็พยายามที่หาทางที่จะเป็นไปได้ดีอย่างงี้เป็นต้นอาตมาก็ต้องยอมสึกทางกฎหมายจนคนทุกวันนี้เข้าใจว่าอาตมานี่สึกแล้วก็เยอะแต่ก็จริงสึกทางกฎหมายแต่ในธรรมวินัยมันสึกไม่ขาดตามธรรมะของพระพุทธเจ้าเองอะแหละว่าสึกแล้วมันไม่ออกมันไม่ขาดเราก็จำยอมให้คนอื่นเขาเข้าใจผิดอ่า ก็ทำการศึกโดยกฎหมายก็กฎหมายแง่เชิงพวกนี้ต้องใช้ความฉลาดต้องใช้องค์ประกอบต้องใช้วิธีการต้องใช้การจัดสรรอะไรต่ออะไรอู้เยอะแยะมากมายเราจะเอาตรงเด้งเรื่องเดียวตัวเดียวเป็นคนแคบเป็นคนที่ไม่เข้าใจการผสมผสานไม่มีศิลปะไม่มีสังขารไม่มีปัญญาไม่มีการจัดสรรแล้วมันก็จะแคบและประโยชน์ไม่ได้มากความเห็นก็เหมือนกันความเห็นนี่เราเรียกว่าฐานานุสัยเอ้ยทิฐาขออภัยทิฐานุสัยเป็นอนุสัยของทิฐิส่วนมานะก็เรียกมานานุสัยนะอนุสัยเจ็ดนะอนุสัยเจ็ดของศาสนาพระพุทธเจ้าเนี่ยมีอนุสัยเจ็ดสองตัวท้ายนี่ก็ทิฐาก็มานานุสัยทิฐากับมานานุสัยนี่ดูเหมือนจะแทนตัวรูปราคะกับรูปราคะหรือไงแล้วมีอะไรอาตมาก็จำไม่แม่นนะไอ้อนุสัยเจ็ดเนี่ยแต่จำได้ว่าทิฐานุสัยกับมานานุสัยนี่จำได้นะ เพราะความเห็นของคนเนี่ยมันไม่เที่ยงหรอกไม่ตรงเป็นของตนของตนหรอกความเห็นเนี่ยเรายืดหยุ่นได้ถ้าเราตีไม่แตกนะถ้าเราไม่เปลี่ยนไม่แปลงนะทิฐิความเห็นเนี่ยที่จริงความเห็นของคนเนี่ยนะมันไม่เปลี่ยนก็ได้ น่ะทิฐิของคนนี่มันไม่เปลี่ยนก็ได้น่ะบังคับทิฐิบังคับความเห็นความเข้าใจของคนบังคับกันไม่ได้หรอกใครเห็นยังไงก็เห็นอย่างงั้นใครเข้าใจยังไงก็เข้าใจอย่างงั้นนะมันจะไปบังคับให้เข้าใจอีกอย่างนึงปัญญาของเราหรือความเฉลียวฉลาดของเรามีเท่านั้นเราจะไปเข้าใจอย่างที่คนอื่นเขาเข้าใจ เอ่อไปบีบบี้ยังไงมันก็เข้าใจไม่ได้หรอกพยายามจะสื่อพยายามจะแนะจะนำจะชี้จะชี้ชี้ให้ลึกนำพากันไปให้ไปได้สัมผัสแตะต้องยิ่งเป็นนามธรรมแล้วไม่รู้จะอยากทำไงเอามือเข้าไปสัมผัสนามธรรมมันก็ยากเอาหัวเอาตัวเอาไปสัมผัสนามธรรมก็ยากมันต้องญาณปัญญาเข้าไปสัมผัสญาณปัญญาเข้าไปสัมผัสตัวสภาพอรูปหรือนามธรรมนั้นนั้นเองของใครของมัน เพราะยิ่งเป็นนามธรรมแล้วยิ่งยากจะไปบังคับกันเป็นความรู้ความเข้าใจความเห็นเนี่ยเป็นเรื่องของนามธรรมทั้งนั้นเพราะใครจะเป็นหรือใครจะไปสัมผัสสภาพลึกซึ้งละเอียดพวกนี้มันก็จะต้องของตนเองจริงจริงบังคับกันไม่ได้ไปเอาไปเปลี่ยนไปเอาไปแปลงไปโกงอะไรกันไม่ได้ทำไม่ได้เป็นของจริงของใครของมันนะเพราะขณะใดมันเป็นอนุสัยทิฐานุสัยเป็นอนุสัยเป็นตัวความเห็นที่มันนอนเนื่องที่ว่านี่แปลเอาความหมายว่านอนเนื่อง คือเราตามไปรู้ตัวเราเองถึงทิฐิของเราเนี่ยยังไม่ได้ว่าทิฐิของเราเนี่ยมันเป็นยังไงกันแน่แล้วเรายึดมันน่ะยึดมันโดยที่เราไม่เปลี่ยนแปลงนี่แหละคือยึดอนุโลมไม่ได้คือยึดอนุโลมไม่ได้ทิฐินี้ความเห็นนี่เรียกว่าทิฐานุสัยหรือเขาใช้คำว่าเอ่อกิเลสก็ได้เป็นการติดในทิฐุปาทานยึดติดในทิฏฐุปาทานทิฏฐุปาทานฉวยยึดติดในทิฏฐิของตนของตนเรียกว่าทิฏฐุปาทานก็ได้เป็นอุปทานในทิฏฐิยึดอยู่ตรงนั้นน่ะฉวยไว้อยู่ตรงนั้นน่ะที่ทิฏฐินั่นน่ะ จริงจริงแล้วนี่นะความเห็นแจ้งที่เรียกว่าความเห็นแจ้งนี่นะเห็นแจ้งอะไรรู้ไหมความเห็นแจ้งของคนตัวปัญญาสุดยอดที่เห็นแจ้งนี่คือเห็นแจ้งความไม่เที่ยงอะไรอะไรก็ไม่เที่ยงนอกจากไม่มีอะไรเท่านั้นน่ะที่มันจะเที่ยงคือศูนย์และก็ชัดลงไปอีกทีนึงก็คือสามารถทำกิเลสให้ศูนย์จากจิตวิญญาณนี่ได้อย่างเที่ยงแท้พระพุทธเจ้าเอาตรงนี้เท่านั้นที่เป็นตัวเที่ยงแท้เป็นนิจจะนิจจายนิดอะไรนิดสัญญายะนิจจานิสัญญายะนิจจานิการกำหนดรู้ความเที่ยงของจิตวิญญาณที่มันสัญญายะนี่คือการกำหนดรู้การกำหนดรู้ความเที่ยงของความสูญจากกิเลสของตนเองแล้วอะมั่นคงเที่ยงแท้แน่นอนและไม่แปรปรวนไม่เป็นอื่นอีกจริงจริงนอกจากนั้นมันมีความไม่เที่ยงทั้งนั้นน่ะอ นิจจัง ทั้งนั้นเลย โดยเฉพาะเอ่อเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณไม่เที่ยงทั้งนั้นเจตสิกต่างต่างก็ไม่เที่ยงเพราะฉะนั้นทิฐินี่เป็นทิฐิเป็นเจตสิกอันนึงทิฐิความเห็นเนี่ยเป็นเจตสิกอันนึงมันก็ไม่เที่ยงแล้วแต่เราไปยึดให้มันเที่ยงฉวยเอาไว้อย่างเก่าอย่างเดิมเอาให้มันเป๊ะอยู่อย่างนั้นแก้ไม่ได้เปลี่ยนไม่ได้นะจริงจริงแล้วเราแก้ได้เปลี่ยนได้อนุโลมไม่ถึงกับแก้ก็เปลี่ยนหรอกอนุโลมยืดหยุ่น เห็นเออเห็นด้วยเห็นดีด้วยอะไรอย่างงี้เป็นต้นเราอาจจะเห็นดียิ่งที่เราเห็นแล้วเราก็ทำของเราเองแต่ของคนอื่นเอ้าของคุณขนาดนี้คุณก็เอาดีขนาดนี้ก็แล้วกันเอาล่ะขนาดนี้คุณก็ดีดีด้วยขนาดนี้ดีไม่ใช่ต้องเอาดีอย่างข้าเท่านั้นน่ะถ้าไม่ดีอย่างข้าแล้วก็จะข้าไม่เอาด้วยสักอย่างเลยเอาดีด้วยกับเขาบ้างแล้วก็ไปยอมว่าดีเอาเอาดีเท่านี้ก็ดีเท่านี้ก็ได้อันนี้เขาดีตามเขาไม่ใช่ให้แต่เขาตามเราตะพึดมันใหญ่ไปแล้วมันก็ได้ยากมันใหญ่ไปคนอื่นจะตามเราทันทันทีทันใดหรือว่าสูงสูงเข้มเข้มเนี่ยมันไม่ได้หรอกมันทำไม่ได้

เพราะงั้นในสิ่งที่อาตมานำมาให้พวกเราฟังให้พวกเรารู้และพยายามที่จะใช้วิธีการศิลปวิทยายุทธหลายอย่างให้พวกเราได้รับฟังได้รับกระทบได้รับรู้แม้แต่เทศน์แม้แต่ว่านะว่าต่างต่างบางทีก็เป็นศิลปวิทยาที่อาตมาเทศน์ที่อาตมาว่าเพราะคนที่มีมานะจริงจริงและคนมีทิฐานุสัยจริงจริงติดยึดความเห็นของตนมีมานานุสัยยังมีอนุสัยของตัวเองนี่นะก็จะเป็นการเป็นจริงของผู้นั้นน่ะแสดงออกออกมาจริงจริงแล้วออกมาก็อ่ามันก็เป็นแล้วแล้วก็ไม่รู้ตัวไม่รู้ตัวแล้วก็เกิดความทุกข์และเกิดความไม่ชอบใจเกิดความน้อยใจ น้อยใจน้อยใจที่อาตมาเองว่าแหมอาตมาก็แปลกนะว่าทำไมอาตมาว่าไม่ได้เห็นไหมถ้าอาตมาว่าไม่ได้แล้วจะเป็นลูกศิษย์อาจารย์กันได้ไหม พออาตมาว่าได้ในคนที่มีความมั่นคงในความเชื่อถือในความเคารพนับถือนี่นะจะไม่ทึดยึดยึดถือความเห็นของตนทิฐิของตนจะไม่มีมานะในตนที่ครูบาอาจารย์ว่าแล้วก็ตัวเองก็วูบวาบตัวเองก็เกิดอาการอาการน้อยใจน่ะเป็นมานะแล้วน้อยใจเนี่ยเป็นมานะแล้วดูซิเราดีขนาดนี้ยังว่าเรา อาการที่เกิดจริงเป็นจริงนั่นน่ะเกิดจริงจริงของใจเมื่อไรเมื่อนั้นก็เป็นอาการกิเลสของตนเองจริงจริงเป็นมานานุสัยเป็นความถือดีนึกว่าตัวเองดีเอาละต่อให้ดีถูกด้วยอาตมาบอกแล้วต่อให้ดีดีนั้นถูกต้องด้วยแล้วก็เกิดวูบวาบทุกข์น้อยใจเกิดไม่สบายใจเสร็จแล้วก็ไปแสดงออกทางกายทางวาจาไปโน่นต่อว่ากันไปวิพากษ์วิจารณ์ไปอะไรอะไรไปต่างต่างนานาอีกหลายอย่างหลายอันหาว่าอาตมาเนี่ยเอามาประจานเอามาว่าเอามาโน่นมานี่นั่นเป็นวิธีการของอาตมาการสอนคนการที่จะให้คนขัดเกลาเนี่ยวิธีประจานก็เป็นวิธีหนึ่งต้องทราบไว้ด้วยว่านี่คือวรยุทธอันนึงของผู้รู้วิธีประจานเนี่ยก็เป็นวิธีหนึ่งไม่ใช่ว่าการประจานเนี่ยไม่มีผลดีประจานนี่ภาษาบาลีท่านเรียกว่าประนามคาถาประนามคาถาก็คือคำที่จะมาสวดพูดสวดท่องแต่คำที่ไม่ได้สวดท่องก็คือคำประนามคำพูดออกต่อไปนี่เรียกว่าประนามประนามแปลว่ายกย่องก็ได้แปลว่าติเตียนหรือแปลว่าประจาน ประนามนี่ภาษาไทยเราเข้าใจดีประนามคือประจานประจานนี่ก็เป็นการเป็นเรียกว่าประนามน่ะประนามเป็นคำยกย่องหรือเป็นคำทำให้ดีอันนึงเหมือนกันเป็นศิลปวิทยาในการที่จะทำอาตมาได้ใช้วิธีการประจานอยู่ไม่ใช่น้อยน้อยบ่อยอ่าบ่อยเหมือนกันทำอยู่บ่อยในฐานะนั้นในบางทีบางครั้งขนาดคนนั้นคนนี้บางทีเป็นคนเลยเฉพาะคนโดยประณามตัวตรงคนผู้นั้นผู้นี้โดยตรงบางทีประนามเป็นหมู่บางทีประนามกลางกลางผู้ใดรู้ตัวก็ประจานกลางกลางน่ะคือกรรมกิริยาของผู้นั้นผู้นั้นก็เอามาจามมาประจานในหมู่ให้รู้ก็ทำอยู่เสมอแต่ไม่รู้จักวิทยายุทธเพราะไม่ฉลาดแล้วก็ไม่เมื่อไม่รู้เท่าทันแล้วก็มีกิเลสทิฐานุสัยหรือมานานุสัยของตัวเองด้วยตัวเองก็ มันก็ไม่รู้นั่นแหละอนุสัยคือความไม่รู้ตัวมันก็เกิดอาการทุกข์อาการเสียใจอาการน้อยใจอาการไม่ชอบใจอาการที่มันถือตัวอัตตาถือตัวว่าโดนว่าถ้าคนที่ไม่มี อัตตา ไม่มีมานะแล้วโดนว่าก็ว่าถ้าเราเป็นดังที่ท่านว่าเราจะพิจารณาเลยเออพิจารณาท่านว่าเราก็ฟังแล้วก็พิจารณาตัวเองโดยไม่วู่วามหรอกพอพิจารณาแล้วตรวจสอบตัวเองแล้วถูกต้องด้วยโอ๊ยตายเราเป็นอย่างที่ว่านี่จริงจริงเลยถ้าเราเป็นคนยังไม่เกื้อกูลยังไม่มีเมตตายังไม่ทำการประสานยังไม่มีการทำความอ่าพากเพียรที่จะทำให้เกิดความเป็นหมู่กลุ่มที่อบอุ่นเป็นความดีงามเรานี่อยู่ในฐานะที่จำเป็นจะต้องกระทำหน้าที่ด้วยซ้ำจะต้องลงประสานต้องพยายามทำความเข้าใจกันให้ได้ซิจะทำยังไงดีมันถึงจะเกิดจะตรวจเลยจะเห็นโอ้ใช่แล้วถูกแล้วเราโดนว่าแล้วถูกเปรี้ยงเลยก็จะยิ่งยินดีปีดาวโอ้น้อท่านชี้ขุมทรัพย์ให้แก่เราถูกเปรี้ยงเลยเราจะต้องแก้ไขปรับปรุงยิ่งจะปิติยินดีจะไม่ได้เสียใจจะไม่น้อยใจเลยจะขอบคุณด้วยซ้ำแต่ถ้ามานานุสัยมีความถือดีของตัวเองว่าข้าดีแล้วใครมาว่าข้าไม่ได้ใครว่าข้าข้าก็วาร์กเลยอยู่ในใจก็ตามไม่ต้องวาร์กออกข้างนอกหรอกแต่ไปข้างนอกก็ไปวาร์กไม่กล้าวาร์กต่อหน้าอาตมาเท่าไหร่ นั่นน่ะคือมานะคือถือดีถือดี ถ้าคนที่ดีจริงจริงแล้วด้วยอาตมาประนามนี่ไม่ถูกตัวเราเลยตรวจสอบแล้วโอ๊ยเราได้ทำอยู่อย่างจริงจังเลยเราได้เกื้อกูลเราได้ช่วยเหลือเราได้พยายามอุตสาหะทำให้ดีให้งามยืดหยุ่นอย่างงู้นประมาณอย่างนี้ทำอะไรต่ออะไรให้ดีให้งาม จริงจริงเลยเราไม่ได้เป็นอย่างที่ว่าเลยแล้วเราจะไปเสียใจทำไมอะเราจะไปน้อยใจทำไมเห็นไหมอาการน้อยใจที่เกิดขึ้นเสียใจที่เกิดขึ้นไปต่อว่าอันนู้นอันนี้อะไรต่างต่างนานานั่นคือกรรมกิริยาที่มันเกิดปฏิกิริยาแล้วจนกระทั่งเกิดกรรมกิริยาที่ดูไม่ดีแล้ว ออกมาแล้วออกมาทางกายวาจาด้วยซ้ำบางคนไม่ออกมาทางกายวาจาแม้แต่ในใจเราเป็นแล้วก็อึ๊บอึ๊บกดไว้ไม่แสดงออกต่างต่างนานามันก็เป็นอยู่ในใจถ้าเรารู้ตัวเองก็จะดี

ที่อาตมากำลังบรรยายนี่เป็นเรื่องของวิชาการเป็นเรื่องของความจริงเป็นเรื่องของความรู้ที่เราจะต้องศึกษาความหมายพวกนี้แล้วเอาไปตรวจสอบเอาไปศึกษาแก้ไขปรับปรุง ถ้าเราไม่แก้ไขปรับปรุงมันไม่ได้แก้กิเลสตัณหาอะไรพวกเราหรอกเมื่อไม่ได้แก้มันก็อยู่อย่างงั้นอะยิ่งโง่โง่ทึ่มทึ่มหลงตัวเป็นอัตตาอัตตาน่ะเป็นอัตตาของตัวเองในทิฐานุสัยที่เป็นอัตตาเป็นตัวเราตัวกูนี่แหละความเห็นของกูความเข้าใจของกูกูไม่รู้เรื่องตัวเองไม่มองไม่ออกเป็นอนุสัยคืออ่านตัวเองไม่ออกเลยเอ้เราเป็นอย่างนั้นอย่างนี้เขาก็ว่าเราเหลือเกินนะคนนั้นก็ว่าคนนี้ก็ว่าแต่เราก็ยังนึกว่าเราไม่ผิดเราไม่บกพร่องเราไม่ต้องแก้ไข เราเป็นรูเดียวกูรูเดียวไม่ต้องแก้ไม่ต้องปรับไม่ต้องอะไรแล้วเหตุการณ์จะเกิดยังไงกาละไหนเทศะไหนอยู่สถานที่ใดองค์ประชุมอย่างไรกูก็เป็นของกูอย่างกูนี่อย่างเดียวไม่แก้ไม่ปรับเลยมันไม่ได้เลยนะไม่ได้ไม่ได้อาตมาเนี่ยต่อหน้าพวกคุณเนี่ยอาตมามีท่าทีลีลาอย่างหนึ่งถ้าไปต่อหน้าคนข้างนอกต่อหน้าที่ประชุมชนอย่างโน้นอย่างนี้อาตมาจะมีท่าทีลีลาอย่างหนึ่งบางทีดูใจอ่อนบางทีดูใจแข็งอย่างใดอย่างหนึ่งต่างกันด้วย แต่แม่นอาตมาว่าอาตมาแม่นแม่นและมั่นอาตมาว่าอาตมาแม่นและมั่นคือแม่นแม่นสภาพองค์ประกอบมัจจุมาที่จะจัดสัดส่วนได้พอเหมาะพอดีเนี่ยยืดหยุ่นได้เพิ่มได้ลดได้ มัชชิมานี่ต้องเพิ่มต้องลดอยู่ตลอดเวลาถึงไม่มีตัวตายตัวไงถ้ามีสิ่งใดตายตัวพระพุทธเจ้าจะตรัสตัวตายตัวนั้นเอาไว้เพราะฉะนั้นมัชชิมานี่จึงไม่ใช่ตัวตายตัวในอะไรทั้งนั้นเลย ถ้ามันตายตัวพระพุทธเจ้าก็ตรัสเท่านั้นเองเนี่ยจะต้องมาศึกษากันยากอะไรสูตรตายตัวเป๊ะออกมาก็จบเท่านั้นเองอาตมาได้พยายามทิ้งลูกระเบิดเรื่องนี้ออกมาก็ปรากฏว่าโอคลื่นคลานกันระเบิดในพวกเราตั้งแต่ฆราวาสก็ตามอาตมาพยายามที่จะให้ประสานให้ทำลายอัตตาทำลายมานะพยายามที่จะทำให้เกิดความรู้ในทิฏฐทิฐิหรือมานะตีแตกอนุสัยทำลายอนุสัยให้ได้บอกแล้วอนุสัยคือมันยังไม่รู้ตนตามรู้มันก็ยังไม่ตามรู้เรียกว่าทำลายอนุสัยไม่ได้มันยังเป็นตัวเองที่ตามตัวเองยังไม่ได้ เพราะงั้นถ้าใครมีความรู้ตามรู้ตัวเองได้ก็เรียกว่าเจออนุสัยเจอตัวเองตามรู้ตัวเองได้มันเกิดปัญญาถ้ายังตามตัวเองหรือตามรู้ของตัวเองที่ลึกลึกละเอียดพวกเนี้ยตามรู้ตัวเองโดยเฉพาะกิเลสลึกลึกของตนของตนเนี่ยเป็น อัตตา ของตนเนี่ยเป็นทิฐิก็ตามเป็นความเห็นก็ตามเป็นมานะก็ตามพวกเนี้ยถ้าตามไปไม่ได้นะเป็นความเห็นก็คือทิฐานุสัยเป็นความเป็นมานะก็คือมานานุสัยตามไม่เห็นไม่ออกเลยเราก็ยังมีอนุสัยตัวนั้นอยู่ถ้าเราตามออกแล้วก็หมายความว่าเอาล่ะนี่มันเป็นเราที่ไม่ที่เราตามได้แล้วเราจะแก้ไขมันรู้ตัวเองละภาษามันก็บอกอยู่แล้วของจริงมันก็มีด้วยคำสอนพระพุทธเจ้ามีภาษามีคำอะไรบอกไว้นี่มันก็มีของจริงทั้งนั้นน่ะแล้วก็ตามรู้ของจริงตามให้ถึงของจริงสัมผัสให้ได้จับตัวให้มั่นคั้นให้ตายให้ได้แล้วเราก็แก้ไขปรับปรุงมันไปมันจึงจะเจริญนะอาตมาพยายามใช้กลวิธีใช้ศิลปะ มากมายหลายขบวนท่าแต่พวกเรานี่ก็เรียนรู้ไปด้วยที่จริงก็บอกด้วยนะ

อาตมาก็บอกว่านี่เป็นขบวนท่านี่เป็นศิลปวิทยานี่เป็นวรยุทธอย่างใดอย่างหนึ่งพอทำไปแล้วก็บอกเถอะหลายทีแล้วบอกแล้วว่าเราจะบอกก่อน แล้วไม่ให้รู้ตัวอะให้รู้ตัวก่อนบอกก่อนให้รู้ตัวก่อนแล้วก็ถึงพูดอย่างงี้ไปบางครั้งอาตมาก็ทำหลายครั้งอาตมาก็ไม่ได้บอกก่อนจะทิ้งระเบิดก็ทิ้งไปเลยก่อนแล้วก็ค่อยมาไขความทีหลังเสร็จแล้วผู้ที่ตามรู้ทีหลังนะว่าตายเราได้ปล่อยไก่ไปแล้วนั่นแหละคือตัวจริงเกิดกิเลสไปแล้วนั่นแหละเกิดจริงมันไม่รู้ตัวเองน่ะมันก็มีกรรมกิริยามันก็มีสิ่งที่ไม่ดีไม่งามนั้นออกมาแล้ว อ่า เสียใจก็เสียไปจริงแล้วน้อยใจก็น้อยไปจริงแล้วนั่นน่ะก็ อัตตา ทั้งนั้นแหละทุกข์ก็ทุกข์ไปแล้วมันเกิดไปแล้วไม่รู้ตัวไม่รู้ทันนั่นแหละคือตัวจริงมันโผล่ออกมาแล้วรู้ตัวบ้างไหมนี่อาตมาหยิบมาบอกตามมาบอกแล้วตอนนี้หยิบมาบอกหยิบตามามามาบอกตอนนี้นี่รู้ตัวบ้างไหมล่ะตอนนี้บอกแล้วอีกนี่ยังรู้ตัวบ้างไหมอะอ่านให้มันเจอซิว่ามันมีไหมล่ะของเราถ้ายังซื่อบื้ออยู่อีกก็อยู่อย่างงั้นแหละก็มีอนุสัยนี้อยู่ตลอดกาลนานก็คือไม่รู้ตัวเองอยู่ตามยังไม่ได้ตามรู้ตัวเองยังไม่ได้อยู่อย่างงั้นน่ะก็เป็นอนุสัยนอนเนื่องมันก็นอนกบดานอยู่ในใต้ก้นบึ้งของตัวเองก็ไม่รู้ไอ้ที่พูดไปนี้คนอื่นทั้งนั้นน่ะข้าไม่ได้เป็นข้าไม่ได้มีไอ้ที่พูดนี่ไม่มีอะข้าไม่เป็นข้าไม่มีถ้ามันมีอยู่ขอตนเองจริงแล้วก็ไม่เห็นมันมันก็อยู่อย่างเงี้ยเออที่พูดไปนี่เข้าใจเข้าใจแต่ของคนอื่นเท่านั้นของข้าไม่มีเนี่ยไม่มีจริงจริงถ้ามันมีจริงแล้วตัวเองอ่านไม่เห็นไม่มีเนี่ยมันก็จะเป็นอนุสัยอยู่อย่างเงี้ยตลอดกาลนานมันตามไม่ถึงตัวตามไม่เห็นตัวไม่รู้ตัวไม่รู้ตัวของตัวตัวกิเลสจริงจริงนั่นแหละตัวทิฐิก็ตามตัวมานะก็ตามณตอนนี้ก็เน้นทิฐานุสัยกับมานานุสัยกันอยู่แล้วผู้ใดที่รู้อนุสัยตัวเองแล้วก็ต้องปรับปรับตัวเองปรับท่าทีรีลากายวาจาใจเรียกว่าปรับจริต ปรับจริตของตัวเองไอ้สิ่งที่รู้ตัวนั้นน่ะก็เรียกว่าญาณรู้แล้วเออตัวที่เรายึดเราติดตอนนี้นะเราต้องปรับยืดหยุ่นหน่อยอันนี้ปรับอันนี้หน่อยปล่อยวางอันนี้หน่อยอ่าอย่าไปติดยึดติดมากนักเป็นไปเพื่อเขาหรอกอันนี้ไม่ใช่เราเต็มใจจะทำของเราเพื่อบำเรอตัวเราหรอกเรารู้อยู่ว่าเราเองเราไม่เป็นอย่างงั้นน่ะเราไม่เอาอย่างงั้นน่ะแต่คนนี้เขาเอาอย่างงั้นหลายคนเขาจะเอาอย่างงั้นเราก็ดึงเขามาไม่ได้ดึงเขามาเป็นอย่างเราเป็นอย่างทั้งหมดนี่มันไม่ได้เพราะหลายฐานะหลายคนหลายจริตเขาจะมาเป็นอย่างเราไม่ได้หรอกแล้วหลายจริตก็เป็นอย่างงี้อยู่แล้วเราก็ต้องมีฐานให้เขาอาศัยขนาดนึงที่พอจะไปได้เข้มเกินไปไม่ได้สูงเกินไปตามที่เราหมายเอาสุดยอดทันทีทันใดไม่ได้ผู้ที่ไม่มี อัตตา เนี่ยจะไม่ไม่พูดหรือจะไม่เห็นหรือจะไม่ติดยึดว่าจะไม่ติดยึดว่าคนอื่นเนี่ยไม่เอาตามเราจะไม่ไม่ไปเห็นอย่างนั้นจะไม่ไปเพ่งโทษจะไม่ไปตัดแรงเลยจะไม่ไปลงโทษแรงแรงเลยว่าเนี่ยพอคนอื่นไม่เอาตามเราเนี่ยคนอื่นไม่ทำให้ได้ตามเราเป็นอย่างเราไปทั้งหมดเนี่ยคนอื่นผิดหมดจะไม่พูดอย่างงั้นเพราะท่านจะรู้ว่าคนอื่นยังตามไม่ได้จริงจริงเพราะฉะนั้นก็ไปพูดอย่างงั้นมันก็ยกตัวใหญ่เกินไปเพราะเขาก็จะเห็นว่าเออเขากำลังตามอยู่แต่เขาตามยังไม่ได้แม้แต่เขาเห็นตามยังไม่ได้นี่ก็ยังมียังมีอยู่เลยเขาเห็นตามยังไม่ได้เลยจริงจริงเพราะงั้นอย่าว่าแต่ให้เขามาตามให้เขามาทำตามเลยแต่เขาเห็นยังไม่ได้เลยก็มีจริงจริงจนมันจะไม่มี อัตตาอัตตา คือตัวเราจะไม่เอา อัตตา ที่ไปโขกไปสับเขาก็พวกเธอไม่เอาตามฉันนี่มันจะไม่ขอบสักเขาอย่างงี้อะพวกเธอไม่เชื่อฉันนี่พวกเธอไม่รับฉันเองนี่จะไม่พูดเพราะเรานี่ใครจะรับเรานี่นะเราไปพูดอย่างงี้นี่เท่ากับเราเองเนี่ยไปบังคับเขาหรือไปขู่เขาให้เขามารับเธอไม่รับฉันเองนี่เนี่ยมันเท่ากับเขาก็ไปขู่เราให้เขามารับถ้าเขาจะรับเรานี่นะเราขู่เขาไม่ได้หรอกแล้วเขาจะรับเองเลยว่าเออเขายอมรับคนนี้เนี่ยเขารับเองเลยนะอ๋อคนนี้อย่างงี้ต้องยอมรับอย่างงี้ใช้ได้อย่างงี้ใช้ได้เขายอมรับอย่างงี้ถูกแล้วเขายอมรับว่าถูกก็เขายอมรับเองนะเอออย่างงี้ท่านถูกแล้วเขาจะยอมรับเองด้วยญาณปัญญาของเขาด้วยความเป็นตัวของเขาน่ะเขารับเองเพราะนายจะไปบอกว่าก็คุณไม่รับเราเองอะเราไปพูดอย่างงี้ก็เท่ากับพูดเท่านั้นเองมีแต่ภาษาเท่านั้นเองดีไม่ดีภาษานั้นไปแสดงอัตตาตัวเองด้วยซ้ำยิ่งสำเนียงหรือว่าลีลาที่มันออกมาเป็นจริตเป็นจริตที่ยึดมั่นถือมั่นในตัวกูของกูมันก็จะออกมาแรงออกมาประชดหรือออกมากระแทกแต่ถ้าพูดธรรมดาสำนวนธรรมดาก็ได้ว่าเออคุณไม่รับเราเองคุณยังรับเราไม่ได้เองผู้ที่พูดอย่างนี้ผู้ที่เข้าใจอย่างนี้จะรู้ว่าเออคุณยังรับเราไม่ได้เนี่ยก็พูดยังเข้าใจเลยว่าเขายังไม่มีปัญญามารับเราได้โดยการเหมือนกับพูดกับคนคนที่ต่ำกว่าหรือน้องน้องหรือลูกลูกเออเขายังรับเราไม่ได้จะไม่ไปพูดกระแทกจะไม่ไปพูดกระแทกประชดแรงแรงลงไปอย่างงั้นหรอกนั่นคือลักษณะของจิตใจหรือตัวยานปัญญามันจะมันจะแสดงออกมันจะแสดงออกอย่างงั้นเพราะการแก้จริตการแก้กายกรรมวจีกรรมในลักษณะที่อาตมากำลังกล่าวกล่าว

เนี่ยกำลังอธิบายพวกนี้จะต้องศึกษาและสังเกตตนเองอ่านตนเองให้ดีดีแล้วก็จะประกอบกรรมกิริยาทั้งเสียงทั้งคำพูดทั้งกิริยากายกายกายหรือกรรมกายกรรมการกระทำอะไรออกมามันจะเป็นการมันเกิน เรียกว่าจริตหรือจะเรียกว่าลีลาท่าทีก็ได้อ่า ลีลาท่าทีหรือจริตเพราะเราจะต้องปรับจริตของเราให้สุจริตอย่าให้มันทุจริตอย่าให้มันไม่งามอย่าให้มันไม่ดีให้มันสุจริตให้มันดีให้มันงามให้ได้ปรับมันมากไปน้อยไปมันกระด้างไปเมื่อวานนี้มีคนถามว่าถามลักษณะไอ้ถามอันนี้ดีเหมือนกันแข็งแรงก็แข็งกระด้างเมื่อวานนี้พวกเด็กเด็กถามกันที่นี่อาตมาก็อธิบายให้เขาฟังว่าถ้ามันแข็งเนี่ยนะการปฏิบัติตนเองให้แข็งแรงนี่พยายามฝืนทนอ่าฝืนทนพยายามทำอย่างนั้นอย่างนั้นทำไปทำไปเนี่ยมันก็กลายเป็นแข็งกระด้างหรือเปล่าบอกไม่ใช่หรอกมันทำแข็งแข็งแรงฝืนทนสู้ทำเนี่ยมันก็แข็งแรงจิตใจเราก็แข็งแรงไม่ใช่จิตใจเราจะกระด้างแข็งแรงลักษณะที่ทำได้มันแข็งแรงแต่ถ้าแข็งเกินเขาเรียกแข็งกระด้าง ฟังให้ดีนะแข็งเกินไม่มียืดหยุ่นไม่มีการประนีประนอมไม่มีลีลาอ่อนโยนลงมาอ่อนโน้มลงมาบ้างไม่มีมีไม่มีลีลาอ่อนโน้มพวกแข็งไม่มีหักเนี่ยพวกงอไม่ได้ได้แต่แข็งได้แต่หักอย่างเดียวเนี่ยพวกนี้จะไม่พวกนี้กระด้าง พยายามฟังนะจริตของใครจริตของใครเพราะได้แต่แข็งหักไม่ได้ก็ขออภัยอ่างอ้งอไม่ได้หักอย่างเดียวพวกนี้คือผู้แข็งกระด้างคนรูเดียว คนรูเดียวกระด้างมันจะมีท่าทีลีลากระด้างจะดูท่าทีนุ่มนิ่มน้อมแน้มยังไงก็ตามแต่เถอะมันจะกระด้างกระด้างอยู่งั้นน่ะ มันอาตมาไม่รู้จะอธิบายยังไงมันมีกิริยาที่มันจะอ่อนอ่อนยังไงก็แล้วแต่จะท่าทีอ่อนอ่อนแต่มันฉันกระด้างกระด้างเงินไม่ยอมกูไม่ยอมกูไม่ยอมหักไม่ลงอะก็ขออภัยโน้มไม่ลงอะได้แต่หักท่าเดียวรู้เดียวไม่ยอมอะยอมไม่ยอมไม่ยอมงอถ้าเอาจริงจริงก็หักกันเลยท่าเดียวอะหักกันเลยท่าเดียวไม่ยอมงอคนอย่างงี้แหละมีกันเป็นตัวกระด้างฟังดีดีนะเป็นตัวกระด้างไม่มียืดหยุ่นไม่มีอนุโลมปฏิโลมไม่ศึกษาคำว่าอนุโลมปฏิโลมอนุโลมปฏิโลมพระพุทธเจ้านี่โอ้โหลึกซึ้งละเอียดละออมากเลยนะโน้มไปอนุโลมกับปฏิโลมโน้มตามหรือจะมีการโน้มทวนปฏิโลมแปลว่าโน้มทวน อนุโลมแปลว่าโน้มตามมันมีสภาพโน้มตามโน้มทวนซ้อนเชิงกันอยู่อย่างลึกซึ้งละเอียด เพราะงั้นเราจะโน้มตามแต่เราก็มีแข็งทวนไว้อ่าเราจะดูแข็งขืนแต่เราก็มีโน้มตามอยู่ในตัว มีแข็งขืนแต่ก็มีโน้มตามอยู่ในตัวจึงเรียกว่าสุภาพอ่อนโยนไม่ใช่อ่อนแอถ้าแบบว่ามันไม่ได้เลยมันก็อ่อนแอ มันไม่ได้เลยมันไม่แข็งแรงเลยมันอะไรก็โล๊ะโล๊ะเละเละปวกเปียกไม่ได้เรื่องเลยไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้เป็นแก่นเป็นสารก็เรียกว่าอ่อนแอนั่นก็ใช่น้อยไปเรียกว่าอ่อนแอมากไปเรียกว่าแข็งกระด้าง

ฟังดีดีวันนี้ทำฟังธรรมะละเอียดละเอียดหน่อยนะในการปรับปรับจริตปรับให้มันสุจริตปรับท่าทีลีลาปรับกรรมกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมของเราซึ่งกันและกันเนี่ยปรับซึ่งกันและก

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน