18 ภาคผนวก ค.docx

โฟลเดอร์WORD ผุสดี เจริญไวยเจตน์
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์37 KB
วันที่แก้ไข18 กันยายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

ภาคผนวก ค แบบสอบถามการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณ แบบสอบถามการวิจัย เรื่อง เภสัชวัตถุพรรณนาในสวน ป่า นา ที่สัมพันธ์กับบุญของผู้สูงอายุในประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ............................................................................................................................................... เรียน ท่านผู้ตอบแบบสอบถาม เรื่อง ขอความอนุเคราะห์ในการตอบแบบสอบถามเพื่อการวิจัย ข้าพเจ้านางสาวผุสดี เจริญ ไวยเจตน์ นักศึกษาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ( ปร.ด .) สาขายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค มหาวิทยาลัยราช ภัฏ สุรินทร์ ขอความอนุเคราะห์ในการตอบแบบสอบถามเพื่อทำดุษฎีนิพนธ์เรื่อง " เภสัชวัตถุพรรณนาในสวน ป่า นา ที่สัมพันธ์กับบุญของผู้สูงอายุในประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว " โดยมี กลุ่มเป้าหมายคือ ผู้สูงอายุในประเทศไทย ที่พึ่งตนเองเองได้ หรือพึ่งตนเองได้บ้าง อายุ 60 ปีขึ้นไป 5 00 ท่าน แบบสอบถามนี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวน 1 7 ข้อ ส่วนที่ 2 ความคิดเห็นเรื่องเภสัชวัตถุพรรณนาในสวน ป่า นา ที่สัมพันธ์กับบุญของผู้สูงอายุในประเทศไทย จำนวน 60 ข้อ ส่วนที่ 3 ความคิดเห็นเพิ่มเติมเรื่องเภสัชวัตถุพรรณนาในสวน ป่า นา ที่สัมพันธ์กับบุญของผู้สูงอายุในประเทศไทย การตอบแบบสอบถามฉบับนี้คำตอบของท่านมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวิเคราะห์ข้อมูลที่ใช้ในการวิจัย กรุณาตอบให้ครบถ้วนสมบูรณ์ทุกข้อ ทุกส่วนตามความจริง เพื่อให้การวิจัยนี้มีความเที่ยงตรงและเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตามหากท่านไม่สบายใจที่จะตอบข้อคำถามใด ๆ ท่านมีสิทธิที่จะไม่ตอบในข้อคำถามนั้น รวมถึงยกเลิกการตอบแบบสอบถามทั้งฉบับได้

อ่านต่อ

ข้อมูลที่ท่านตอบแบบสอบถามนี้จะเก็บเป็นความลับ โดยจะนำเสนอผลการวิจัยในภาพรวมเท่านั้น หากท่านมีข้อสงสัยประการใดเกี่ยวกับแบบสอบถามฉบับนี้ โปรดติดต่อผู้วิจัย ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 085-021-1049 และ E-mail : [email protected] ผู้วิจัยขอขอบพระคุณที่ท่านกรุณาสละเวลาในการให้ข้อมูลมา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง (นางสาวผุสดี เจริญไวยเจตน์) นักศึกษาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ปร.ด.) สาข าวิชา ยุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ส่วนที่ 1 ข้อมูลส่วนตัวของผู้ตอบแบบสอบถาม 1 เพศ 1 ชาย 2 หญิง 2 อายุ (แบบสอบถามนี้เฉพาะผู้มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป ) 1 60-6 4 ปี 2 65 - 69 ปี 3 70-74 ปี 4 75-79 ปี 5 80 ปีขึ้นไป 3 ระดับการศึกษา 1 ต่ำกว่าประถมศึกษา 2 ประถมศึกษา 3 มัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า 4 อนุปริญญาตรี 5 ปริญญาตรี 6 ปริญญาโทขึ้นไป 4 ศาสนา 1 พุทธ 2 คริสต์ 3 อิสลาม 4 ไม่มี 5 อื่น ๆ _______ 5 สถานภาพสมรส 1 โสด 2 สมรส 3 หม้าย/หย่าร้าง/แยกกันอยู่ 6 ลักษณะการอยู่อาศัย 1 อยู่คนเดียว 2 อยู่กับครอบครัว 3 อยู่กับคนรู้จัก 4 อยู่ในระบบกินใช้ร่วมกัน เช่น วัด ชุมชนสาธารณโภคี ฯลฯ 5 อื่น ๆ _______ 7 อาชีพหลักในปัจจุบันของท่าน 1 เกษียณอายุ ทำงานจิตอาสา 2 เกษียณอายุ ไม่ได้ทำอาชีพ 3 เกษตรกร / กสิกร 4 เจ้าหน้าที่ภาครัฐ/รัฐวิสาหกิจ 5 ลูกจ้างภาคเอกชน 6 ค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว 7 อื่น ๆ _______ 8 ความเพียงพอของรายได้ 1 พอใช้ 2 ไม่พอใช้ 9 ภาวะสุขภาพของท่าน 1 สุขภาพทั่วไปดี ช่วยเหลือตนเองได้ 2 สุขภาพทั่วไปดี ช่วยเหลือตนเองได้ อาจมีโรคหรืออาการเจ็บป่วย แต่ควบคุมได้ 3 ช่วยตนเองได้ในบางเรื่อง ต้องการการช่วยเหลือบางส่วน อาจมีโรคเรื้อรัง และโรคที่มีผลต่อการเคลื่อนไหว 10 รูปแบบกิจกรรมที่ท่านทำในชีวิตประจำวันส่วนใหญ่ (เลือกคำตอบที่ตรงที่สุด 1 ข้อ) 1 กิจกรรมที่ไม่มีรูปแบบ เช่น การช่วยเหลืองานของครอบครัว การพบปะกับเพื่อน ญาติ ฯลฯ 2 กิจกรรมที่มีรูปแบบ เช่นเข้าร่วมในสมาคมต่าง ๆ เข้ากลุ่มทางศาสนา เป็นจิตอาสา ฯลฯ 3 กิจกรรมที่ทำคนเดียว เช่น กิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจ ส่วนตัว ฯลฯ 1 1 ท่านเคยได้ยิน/รู้จัก การใช้บุญ ศีล การลดกิเลส ร่วมกับการรักษาโรค/อาการเจ็บป่วยหรือไม่ 1 เคยได้ยิน/ รู้จัก 2 ไม่เคยได้ยิน / ไม่รู้จัก ลักษณะกิจกรรมในยามว่างของท่าน ทำ ไม่ทำ 12 ท่านทำกิจกรรมนันทนาการ เช่น ทำงานอดิเรก ปลูกต้นไม้ เข้าชมรมต่าง ๆ ท่องเที่ยว ฯลฯ 13 ท่านปลูกต้นไม้ ทำสวน ในยามว่าง 14 ท่านทำกิจกรรมการเรียนรู้ เช่น การปฏิบัติธรรม การเข้าอบรมเรื่องต่าง ๆ ฯลฯ 15 ท่านเคยเข้าอบรม/ศึกษาด้วยตนเองเกี่ยวกับการแพทย์วิถีธรรม/การแพทย์วิถีพุทธ ที่ค้นพบโดยอาจารย์ใจเพชร กล้าจน 16 ท่านทำกิจกรรมบริการผู้อื่น ๆ งานอาสาสมัคร จิตอาสาต่าง ๆ ไวยาวัจกร ฯลฯ 17 ท่านทำงานจิตอาสาเกี่ยวกับการแพทย์วิถีธรรม / การแพทย์วิถีพุทธ ส่วนที่ 2 ความคิดเห็นเรื่องเภสัชวัตถุพรรณนาในสวน ป่า นา ที่สัมพันธ์กับบุญของผู้สูงอายุในประเทศไทย คำชี้แจง โปรดทำเครื่องหมาย ลงในช่อง ระดับความเป็นจริง ตามความคิดเห็นของท่าน ข้อ เภสัชวัตถุพรรณนาในสวน ป่า นา ที่สัมพันธ์กับบุญ ของผู้สูงอายุในประเทศไทย ระดับความเป็นจริง สำหรับผู้วิจัย 1 น้อยที่สุด 2 น้อย 3 ปานกลาง 4 มาก 5 มากที่สุด 1 หากผู้สูงอายุ เรียนรู้ชีววิทยาพืชและสัตว์ คือสมุนไพรมีฤทธิ์เป็นยา (เภสัช) 9 รส ก็สามารถเลือกใช้พืชยา หรือพืชทดแทนเพื่อรักษาและฟื้นฟูสุขภาพได้ ( แพทย์แผนไทย แบ่งยา (เภสัช) เป็น 9 รส เช่น รสหวาน รสขม ฯลฯ) 2 ความรู้เรื่องป่าสำคัญมากสำหรับผู้สูงอายุเพราะป่าให้สมุนไพรเป็นยา (เภสัช) และให้บรรยากาศฟื้นฟูธาตุต่าง ๆ ในร่างกาย 3 พืชผักสวนครัวเสมือนสนามความรู้ของผู้สูงอายุ เพราะทั้งพริก กล้วย เครื่องเทศต่าง ๆ ใช้ทำอาหารและยาในชีวิตประจำวัน 4 เภสัชวัตถุพืช 9 รส และฤทธิ์พืชทั้งร้อนและเย็น เป็นภูมิรู้ที่ผู้สูงอายุต้องศึกษา เพื่อคัดสรรมารับประทานเป็นอาหารและยาได้ตรงกับอาการของร่างกายด้วยตนเอง 5 ระบบนิเวศของ “ นา ” ให้ผักผลไม้ที่มีทั้งฤทธิ์ร้อน - เย็น เพื่อเป็นโภชนาบำบัดรักษาและป้องกันโรคได้ 6 ระบบนิเวศของ “ สวน ” ให้ผัก ผลไม้ สมุนไพร และเครื่องเทศ ทั้งที่เป็นโภชนาบำบัดและเป็นเภสัชวัตถุทดแทนเภสัชวัตถุจากนาและไร่ 7 ผู้สูงอายุที่ฝึกกรรมฐานและเข้าสู่ภายในจิตได้อย่างคล่อง จะสามารถใช้ระบบอวัยวะภายในรักษาโรคร่วมกับการรับประทานเภสัชวัตถุ 8 ผู้สูงอายุเคยใช้ชีวิตที่มีระบบนิเวศของสวนป่านาไร่ สมบูรณ์ จึงมีภูมิรู้เภสัชวัตถุ สามารถถ่ายทอดให้ชนรุ่นหลัง 9 ยาหรือเครื่องเทศบางชนิดรักษากระเพาะอาหาร ฉะนั้นผู้สูงอายุที่เคยใช้รับประทานเป็นประจำจึงควรถ่ายทอด แบ่งปัน และขยายพันธุ์เพื่อให้เป็นชุมชนสุขภาวะ 10 “ สวนป่านาไร่ ” เป็นสิ่งประกอบซึ่งกันเละกัน เพราะทำให้ชุมชนละแวกนั้น มีน้ำไหลทั้งผิวดินและใต้ดินสะดวก และเพิ่มความชื้น ทำให้ทั้งพืชและสัตว์เจริญเติบโต 11 ปัจจุบันแต่ละชุมชนมีสวนป่านาไร่ ไม่ครบถ้วนและไม่เอื้ออิงกัน สภาพดินและน้ำใต้ดินขัดข้อง ชีวิตพืช สัตว์เจริญช้า จึงเปลืองปุ๋ยคอก 12 การทำนาหรือสวนที่ทำการแยกส่วน มองข้ามคุณค่าของการประกอบกัน 3-4 ส่วน (สวนป่านาไร่) จึงทำให้ดินเสื่อมสภาพเร็ว ข้าวมีคุณภาพต่ำ และไม่มีฤทธิ์เป็นยา 13 ภูมิรู้ด้านการเกษตรและนิเวศวิทยา ทำให้ผู้สูงอายุสามารถฟื้นฟูดิน นอกจากนี้ยังได้สิ่งแวดล้อมและบรรยากาศ สวนป่านาไร่อินทรีย์ป้องกันและรักษาสุขภาพได้ 14 ลูกหลานควรทำนาอินทรีย์เพื่อสร้างสุขภาวะให้ผู้สูงอายุ จัดอาหารตามฤดูกาลให้เป็นโภชนาบำบัด 15 ผู้สูงอายุควรเลือกทำพืชผักสวนครัวเบา ๆ ให้เป็นเพียงงานอดิเรก เพื่อให้ได้สูดไอระเหยจากเครื่องเทศและสมุนไพรที่เพาะปลูก 1 6 ในครอบครัวหนึ่ง ๆ หรือชุมชนเครือญาติหนึ่ง ๆ ควรจัดสรรพื้นที่ให้มีสวนป่านาไร่ ติดต่อกัน เพื่อรักษาน้ำใต้ดิน ระบบนิเวศ และไอระเหย เพื่อสุขภาพของผู้สูงอายุ และสมาชิกชุมชน 17 เมื่อผลผลิตเภสัชวัตถุจากสวนป่านาไร่ ที่เป็นอินทรีย์และไร้สารพิษ ผู้สูงอายุจึงได้รับประทานพืชผักที่สดสะอาด 18 กิจกรรมใน สวนป่านาไร่ และการหยุดรับประทานเนื้อสัตว์ จะมีผลลัพธ์ทางจิตใจ สามารถตัดกิเลสและเจริญภาวนาได้ดี 19 เมนูอาหารพื้นบ้าน เป็นสูตรกำหนดให้ผู้สูงอายุต้องเพาะปลูกพืชผักกี่ชนิด และกระจายความรู้ทั่วชุมชนและตลาดสด เช่นผักชี สะระแหน่ ฯลฯ 20 การมีภูมิรู้เรื่องโภชนาบำบัด เภสัชวัตถุ ทำให้ผู้สูงอายุใช้ปัญญารักษาตนเองเป็นที่พึ่งแห่งตนได้ และอาจจะกลายเป็นผู้ช่วยรักษาผู้อื่นต่อไปด้วยจิตอาสา 21 ผู้สูงอายุที่มีภูมิรู้เรื่องวงจรอาหารของพืชและสัตว์ จะเข้าใจการเลี้ยงวัวควาย การทำปุ๋ยแก่พืช แม้แต่การเห็นคุณค่าว่าปัสสาวะก็เป็นยา 22 พืชผักปัจจุบันเป็นอาหารได้แต่เป็นอาหารพิษ และไม่เป็นเภสัชวัตถุ เพราะเจือปนและแปดเปื้อนสารเคมีมาก 23 ข้าว ถั่ว งา เห็ด กล้วย ฯลฯ จากสวนป่านาไร่ ที่ไร้สารพิษแต่สมบูรณ์ ตามวัฎฎะ (วงจร) อาหารของพืชและสัตว์ คือเภสัชวัตถุที่พึงประสงค์ 24 ผู้สูงอายุควรถ่ายทอดความรู้ให้คนรุ่นหลังรักษาป่าและลำน้ำธรรมชาติ เพราะเอื้อประโยชน์ต่อการเพาะปลูก ไร่ นา และพืชสวน 25 ลูกหลานควรเป็นกสิกรที่คืนธรรมชาติแก่สิ่งมีชีวิต รวมถึงผู้สูงอายุจะได้ฟื้นฟูสุขภาพด้วย 26 หากสมาชิกในชุมชนที่ทำสวนป่านาไร่ เป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี จะสามารถใช้ธรรมชาติสร้างธรรมชาติได้ อาทิ จุลินท รีย์ พลังศีล ปุ๋ยพลังศีล ฯลฯ 27 ป่าคือตลาดสดที่ดี (ซุปเปอร์มาร์เกต : Supermarket) ของชุมชน ชุมชนใดไม่มีป่าก็จะเจ็บป่วยและยากจน 28 ป่าให้ทั้งน้ำ พืชผักเนื้อสัตว์และเภสัชวัตถุ อีกทั้งให้ความชื้นแก่ดิน และน้ำใต้ดินในสวนและนา 29 การสร้างสวนป่านาไร่พร้อม ๆ กัน คือกิจกรรมสร้างสรรค์ของลูกหลานพึงทำแก่ผู้สูงอายุ 30 ในน้ำลำธาร มีปลา ในเรือกสวนและนาก็มี กบ เขียด กุ้ง หอย ปลา ฯลฯ ทำให้ผู้สูงอายุลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ 31 ที่นากว้างใหญ่ควรแบ่งเนื้อที่สร้างป่า เพื่อบำรุงดินให้แปรรูปหลายสภาพ อาทิ โคก ลุ่ม ลาด ปลัก ฯลฯ อันเหมาะแก่พืชหัว พืชตระกูลถั่ว ผักผลไม้ และพืชยืนต้นชนิดเป็นยา 32 เมื่อชุมชนมีพร้อมทั้งสวนป่านาไร่ ก็จะได้ผลผลิตทั้งอาหาร ฟืน ปัจจัย 4 ในวิถีเศรษฐกิจดี ไม่เป็นหนี้ 33 เพื่อปลอดหนี้ มีอาหาร และปัจจัย 4 พอเพียง ผนวกกับการได้อยู่ร่วมกัน สมาชิกในสวนป่านาไร่ที่ถือศีลถือธรรมก็ปลอดโรคภัยสุขภาพดีถ้วนหน้า 34 บุญกิริยาวัตถุ 10 ช่วยให้ผู้สูงอายุเจ็บป่วยน้อย เพราะเป็นระบบ ที่สามารถดูแลกายใจด้วยตนเอง ภายใต้สภาวะ “สวนป่านาไร่” 35 การฟัง (สดับ) ธรรมในพุทธศาสนา ทำให้ผู้สูงอายุฟูใจ หรือเรียกว่าอาการได้บุญ 36 ผู้สูงอายุที่ผ่านประสบการณ์สร้างสภาวะ “สวนป่านาไร่” และภาวนาประจำ จะกลายเป็นกัลยาณมิตรแก่ชนรุ่นหลัง 37 กัลยาณมิตร พึงเป็นผู้ให้ความรู้เรื่องเภสัชวัตถุ อย่างเป็นลำดับ (ยาหลัก ยารอง ยาเสริม : ยาหลัก คือการวางใจไม่กลัวกังวลกับความเจ็บป่วย ยารอง คือ การใช้โภชนาบำบัดและเภสัชวัตถุจาก สวนป่านาไร่ และยาเสริม คือ การรักษาโดยแพทย์แผนต่าง ๆ ) 38 เภสัชวัตถุบางชนิดดับฤทธิ์ร้อนได้ และทำให้อารมณ์เย็นขึ้น ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ก็แสวงบุญเพียงหมายถึงความสบายใจ 39 การใช้สมุนไพรเป็นเภสัชวัตถุแม้เป็นการรักษาหายช้า แต่ผู้สูงอายุที่แพ้ยาก็สามารถเลือกทางนี้ได้ 40 การแบ่งปันเครื่องเทศและสมุนไพรแก่กันและกัน ทำให้สมาชิกในชุมชนอยู่ร่วมกันอย่างสันติและร่วมทำบุญ ถือศีล 4 1 การใช้น้ำปัสสาวะแทนยารักษาโรคหลายโรค เป็นภูมิปัญญา ที่มีเงื่อนไขให้ผู้สูงอายุรู้จักสร้างปัสสาวะให้สะอาด (สร้างบุญ) ด้วยตนเอง 42 หากผู้สูงอายุเรียนรู้และเข้าใจระบบนิเวศของวัชพืชหรือสมุนไพร อาทิ หูเสือ ใบขี้ไก่ (ใบสาบเสือ) ขี้นาก ว่านกาบหอย ฯลฯ ก็จะรู้และรักษาเภสัชวัตถุเหล่านี้ให้เป็นพืชหาง่ายใช้คล่อง 43 ผู้สูงอายุหรือคนรุ่นใหม่ขาดความเข้าใจ คือไม่รู้ว่า ข้าวและผักเป็นยา ครั้นเจ็บป่วยก็รับประทานยาเคมีแทน NEXT 44 ผู้สูงอายุควรฝึกตนงดเว้นอาหารและพฤติกรรมบางอย่างตามศีล 5 และข้อห้าม (ข้อคะลำ) ตามหมอแผนโบราณและปัจจุบัน NEXT 45 การมีส่วนร่วมในบุญประเพณี 12 เดือน ทำให้ผู้สูงอายุได้เข้าสัมพันธ์ในระบบ “บวร” (บ้าน วัด โรงเรียน) สร้างศรัทธาและมีความสุขด้วยเป้าหมาย “บุญ” NEXT 46 กระบวนระบบ “บวร” ทำให้ผู้สูงอายุมีเพื่อร่วมทางบุญ และได้นำผลผลิตจาก สวนป่านาไร่ ไปรับประทานที่วัด และแจกจ่ายแบ่งปันกันอย่างมีความสุข NEXT 47 ศีล สมาธิ ปัญญา คือบันไดเจริญภาวนา เพื่อพัฒนาจิตเข้าสู่ “บุญ” (บุญกิริยาวัตถุ 10 ) ที่สัมพันธ์กับกิจกรรมในสวนป่านาไร่ 48 ผู้สูงอายุที่มีภูมิรู้เรื่องโภชนาบำบัดและเภสัชวัตถุ จะผสมผสานความรู้ของตนกับการรักษาโดยแพทย์แผนต่าง ๆ การสังเกตอาการตนเอง เป็นหมอดูแลตนเองจะช่วยให้อาการเจ็บป่วยทุเลา / หายเร็ว 49 สาเหตุของความเจ็บป่วยที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม เช่นรับประทานอาหารรสจัด รับประทานอาหารเป็นพิษ ผงชูรส นอนน้อย ฯลฯ แก้ไขด้วยการปฏิบัติศีล คืองดเว้นพฤติกรรมนั้น ร่วมกับการใช้โภชนาบำบัดและเภสัชวัตถุไร้สารพิษ จึงหายโรค 50 สาเหตุของความเจ็บป่วยที่เกิดจากวิบากกรรม หรือไม่ทราบสาเหตุ แก้ไขด้วยการละบาป บำเพ็ญบุญ ทำจิตใจให้ผ่องใส 51 ใครที่ศรัทธาสิ่งใด ๆ ว่ารักษาโรคได้ มักจะหายโรคอย่างรวดเร็ว เพราะเขาไม่กลัวในโรค แต่เป็นการหายชั่วคราว เมื่อกลับมาเป็นอีกมักใช้สิ่งเดิมรักษาไม่หาย เพราะไม่ได้แก้ไขโรคนั้นที่ต้นเหตุ คือไม่ได้ล้างความชอบชังในสิ่งต่าง ๆ เช่นการชอบในอาหารรสหวานของผู้ป่วยเบาหวาน ฯลฯ 52 วิธีการดูแลสุขภาพใด ๆ เช่นการใช้โภชนาบำบัด เภสัชวัตถุ ฯลฯ ถ้าทำควบคู่กับการเพิ่มศีล (อธิศีล) ให้เหมาะสมกับฐานจิตของตน เช่นทำศีล 5 ให้บริสุทธิ์ขึ้น เช่นลดการรับประทานเนื้อสัตว์ ลดการ รับประทานสิ่งที่เป็นพิษต่อร่างกาย เพิ่มเป็นศีล 8 ด้วยการลดมื้ออาหารลง ฯลฯ จะเกิดประโยชน์สูงสุด 53 พระพุทธเจ้าตรัสว่า “กรรมที่ทำให้มีโรคมาก เจ็บป่วยง่าย คือเป็นผู้มีปกติเบียดเบียนสัตว์” การรักษาศีลโดยเฉพาะศีลข้อ 1 คือ ไม่ฆ่าสัตว์ (สัตว์ คือ ตัวเรา หรือคนอื่น หรือสัตว์อื่น) หรือทำให้เกิดผลโหดร้ายรุนแรงกับสัตว์ใด ๆ โดยเจตนา รวมถึงไม่ก่อโรค ไม่เบียดเบียน ไม่ฆ่าชีวิตตนเอง ด้วยความกลัวตาย กลัวโรค เร่งผล กังวล และความโกรธที่รุนแรง ช่วยให้อาการเจ็บป่วยทุเลา / หายได้ 54 เมื่อมีความเจ็บป่วย ให้ทำความดี 4 อย่างนี้ ด้วยความยินดี จริงใจ จะช่วยให้ความเจ็บป่วย ลดลงได้เร็ว คือ 1) สำนึกผิด หรือยอมรับผิด 2) ขอโทษ หรือขออโหสิกรรม 3) ตั้งจิตหยุดสิ่งที่ไม่ดีอันนั้น และ 4) ตั้งจิตทำความดีให้มาก ๆ คือ ลดกิเลสให้มาก ๆ เกื้อกูลผองชนและหมู่สัตว์ให้มาก ๆ 55 การยึดมั่นถือมั่นในความไม่มีโรคเช่นในอดีต เป็นการทำทุกข์ไปทับถมตน เพิ่มทุกข์ให้ตนเอง โรคจึงทุเลา/หายช้า ผู้สูงอายุควรทำจิตรู้ความจริงตามความเป็นจริง พยายามปล่อยวางให้เป็น อาการเจ็บป่วยจึงทุเลา/หายเร็ว 56 การคิดที่เป็นทุกข์ เพิ่มความรุนแรง ความเรื้อรังของโรคทุกโรค ทุกข์ทางใจหายได้ด้วยความเชื่อเรื่องกรรม และการลดกิเลสด้วยการยินดีในความไม่ชอบไม่ชัง ไม่ยึดมั่นถือมั่นในทุกสิ่ง 57 วิธีการคิดที่ไม่ทุกข์ คือการลดกิเลส คือลดความชอบชังในทุกสิ่ง สิ่งที่เป็นโทษ ก็ตัดออก สิ่งที่เป็นประโยชน์ ก็พึ่งอาศัย ถ้าต้องอาศัยสิ่งที่เป็นโทษ ก็ยอมรับในกรรมที่ทำมาอย่างเต็มใจ ด้วยการพิจารณาไตรลักษณ์ของกิเลส (ความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่มีตัวตนของกิเลส) 58 กิจกรรมในสวนป่านาไร่ ทำให้ฝึกวางใจ ปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่นในผลผลิต และมุ่งทำเหตุคือการดูแลพืชให้อยู่ในภาวะที่ดี ซึ่ง สามารถนำมาใช้กับการวางใจ ปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่นในผลการรักษาอาการเจ็บป่วยของผู้สูงอายุ 59 การทำบุญกิริยาวัตถุ ด้วยการแบ่งปันด้วยใจที่บริสุทธิ์ โดยให้เภสัชวัตถุ ให้ความรู้เรื่องการใช้เภสัชวัตถุ และการทำตนเป็นตัวอย่าง จะช่วยให้อาการเจ็บป่วยของผู้สูงอายุทุเลา / หาย และไม่กลับมาเป็นอีก 60 การปลูกพืชผักสมุนไพรไร้สารพิษ รับประทานเองที่บ้าน ช่วยลดปัญหาอาการเจ็บป่วยได้ ทำให้อาการเจ็บป่วยทุเลา/หายได้ส่งผลต่อสุขภาพกายที่แข็งแรงและใจที่เป็นสุขได้ ส่วนที่ 3 ความคิดเห็นเพิ่มเติมเรื่องเภสัชวัตถุพรรณนาในสวน ป่า นา ที่สัมพันธ์กับบุญของผู้สูงอายุในประเทศไทย ***** ขออนุโมทนาบุญทุกท่านที่กรุณาเสียสละให้ข้อมูลเพื่อประโยชน์สุขต่อมวลมนุษยชาติ *****

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน