660203 สรุปสาระสำคัญการประชุมสาธารณสุขบุญนิยม ครั้งที่ 1 - 2566.docx

โฟลเดอร์11. สุขภาพบุญนิยม
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์181 KB
วันที่แก้ไข5 กุมภาพันธ์ 2566

เนื้อหาในไฟล์

สรุปสาระสำคัญ การประชุมสาธารณสุขบุญนิยม ครั้งที่ 1/2566 วันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566

1. คุณหมอวีรพงศ์ ชัยภัค ได้นำเสนอประเด็นสำคัญ ในการส่งเสริมสุขภาพบุญนิยม ดังนี้ 1.1 ใช้ 8 อ. ของพ่อท่าน ซึ่งเป็นหลักการที่ดี พึ่งตนได้ ทำให้เข้มข้น ดูแลกายใจ ได้ครบสมบูรณ์ 1.2 เน้นให้มีการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค 1.3 เสนอจัดให้มีแฟ้ม H.N. ( Hospital Number ) ของชาวบวรทุกแห่ง 1.4 สุขภาพของพี่น้องชาวบวรอโศก พอจะแบ่งได้ ดังนี้ ก. กลุ่มที่มีสุขภาพแข็งแรง ข. กลุ่มที่เริ่มมีอาการเจ็บป่วย ต้องป้องกัน ดูแล ติดตามเป็นระยะๆ ค. กลุ่มที่มีอาการเจ็บป่วยแล้ว ต้องดูแลเป็น case ๆ ไป 1.5 จัดให้มีการศึกษาวิจัย เช่น การอบรมแม่ครัวปรุงอาหารที่มีผลดีต่อสุขภาพ การนำความรู้ Homeopathy มาใช้กับผู้ป่วยในชุมชน 1.6 ส่งงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารต่างประเทศ เรื่อง การขาดวิตามิน B12 ในกลุ่มผู้รับประทานอาหารมังสวิรัติ การขาด B12 จะส่งผลให้เกิดโรคหัวใจได้ง่าย เช่น ลุงจำลอง ป้าลักษณ์ และอีกหลายๆท่าน เป็นต้น ดังนั้น จึงควรมีการรณรงค์ให้ผลิต B 12 ด้วยการทำถั่วหมัก ถั่วเน่า เทมเป้ ที่ให้ปริมาณ B 12 ที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย คุณหมอวีรพงศ์ จะรับไปดำเนินการ เรื่อง การพัฒนา B 12 1.7 ในกลุ่มชาวอโศก มีวิธีการดูแลรักษาหลากหลาย แต่ละวิธีการ ต่างก็เชื่อมั่นในวิธีการดูแลรักษาของตน แต่ขอเสนอให้มี ตัวชี้วัด ได้มาตรฐาน และสามารถเปรียบเทียบได้ 1.8 การดูแลสุขภาพของพ่อท่าน ใช้ศาสตร์ในการรักษาสุขภาพหลากหลาย มีทีมแพทย์ดูแลประมาณ 30 คน ดูแลสุขภาพพ่อท่านแบบเวชปฏิบัติอิงหลักฐาน ( Evidence- Based Medicine ) หรือรักษาด้วยหลักการที่เป็นเหตุ เป็นผล และมีหลักฐานเชิงประจักษ์ 1.9 หมอสันต์

อ่านต่อ

เสนอ Concept การสร้างเมืองที่เอื้อต่อสุขภาพ เช่น จัดให้มีการทำงานที่ใช้แรงออกกำลังมากกว่าใช้เครื่องทุ่นแรง และป้องกันการล้มกระดูกหักในผู้สูงอายุ

2. สมณะแสนดิน เสนอให้มีการจัดทำ เวชระเบียน ดังนี้ 2.1 เสนอให้มีโปรแกรมเวชระเบียน ที่ใช้ร่วมกันในชาวอโศก 2.2 จัดทำเป็น Big Data และมีข้อมูลด้านต่างๆ ท่านแสนดิน รับดำเนินการปรึกษาผู้รู้ด้านนี้

3. อสม. ดาวนา แจ้งว่า ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย รวมถึงชาวอโศกด้วย ปัจจุบันสาธารณสุขจะเน้นเฝ้าระวัง 5 โรคนี้ ได้แก่ ความดัน เบาหวาน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด และกระดูกหักจากการหกล้มในผู้สูงอายุ รพ. สต. จะมีแบบฟอร์มให้ อสม กรอก เมื่อตรวจร่างกายพี่น้องชาวชุมชน จากนั้นนำข้อมูลไปส่ง เจ้าหน้าที่จะเก็บข้อมูลลงใน Computer หากพบ Case เบาหวาน หมอจะนัดทันที เพื่อทำการรักษาได้ทันท่วงที

4. คุณหมอฟ้ารัก ทิพยธรรม เสนอให้มีหน่วยงานกลางสาธารณสุขบุญนิยม เพื่อดำเนินการต่อไปนี้ 4.1 ประสานกลุ่มสาธารณสุขภายนอก ที่มีจิตอาสาเข้ามาตรวจ และให้ความรู้ด้านสุขภาพ 4.2 จัดทำเวชระเบียน 4.3 ให้การศึกษา และการป้องกันโรคต่างๆในปัจจุบัน

5. อาหนึ่งพุทธ วิมุตินันท์ เสนอว่า เรื่องสุขภาพ ควรเปิดกว้าง ไม่ผูกขาดที่แผนใดแผนหนึ่ง การดูแลรักษาแบบแผนไทย ราคาถูก ชาวอโศกดูแลตนเอง พึ่งตนเองได้หรือไม่ องค์ความรู้โบราณที่เคยมีมาต้องศึกษาดู พ่อท่านบอกว่าที่ป่วยๆนี่คือ Psychosis (โรคทางจิต) หากมีการประชุม ให้มีความหลากหลาย ไม่ควรผูกขาด แพทย์แผนปัจจุบันเท่านั้น

6. อาหมอเขียว แพทย์วิถีธรรม ชาวอโศก มักมีปัญหาเรื่อง B 12 (จากการสุ่มตรวจ) อาจเป็นตัวผิดปกติ ส่งผลให้ไม่สบาย หรืออาจมีสาเหตุปัจจัยอื่นร่วมก็ได้ ก็ต้องพิสูจน์กันไปแต่ละสมมติฐาน เช่น หากขาด B 12 ก็เติมเข้าไป อาจต้องติดตามดูว่าร่างกายรับ หรือไม่รับ จากประสบการณ์ที่เคยพบ เมื่อเติมธาตุนั้นเข้าไปในร่างกาย แต่ร่างกายไม่ตอบสนอง ต้องพิจารณาต่อว่า ธาตุ B 12 แบบไหนที่เหมาะสมกับแต่ละคน เมื่อเข้าไปแล้วก็ตรวจดูว่าร่างกายดีขึ้นหรือไม่ หากดีขึ้น ก็แสดงว่าเป็นสมมติฐานที่ถูกต้อง แต่บางทีก็มีเหตุปัจจัยอื่น ทำให้เราไม่สบาย อาจไม่เกิดจาก B 12 อย่างเดียวก็ได้ ต้องค้นหาสาเหตุต่อไปว่า เกิดจากอะไร หรือบางทีค่า B 12 ที่ว่าขาด อาจเป็นค่าปกติของท่านนั้นก็ได้ พอเติมเข้าไป กลับกลายเป็นแย่กว่าเดิม ดังนั้น ค่าเฉลี่ย ก็คือค่าเฉลี่ย และต้องศึกษาความเป็นจริงร่วมด้วย ซึ่งเราต้องแก้ปัญหาสุขภาพทั้งด้านรูปธรรม และนามธรรมในเบื้องต้น รูปธรรมก็คือ ผล Lab ทางวิทยาศาสตร์ ค่านามธรรมก็คือ อาการสบาย หรือไม่สบาย เบากาย มีกำลังหรือไม่ เป็นค่านามธรรมด้านจิตใจ ก็ศึกษาลึกซึ้งกันขึ้นไปตามลำดับ จากประสบการณ์ที่เคยคลุกคลี และช่วยผู้ป่วยมาประมาณ 300,000 คน ได้พบเห็นอะไรหลายอย่างที่ไม่ได้เป็นรูปธรรมที่ตรงกับค่าเฉลี่ยซะทีเดียว เป็นอะไรที่มากกว่านั้น มีหลายเหลี่ยมมุม ที่ต้องมาเรียนรู้ร่วมกัน หลายสิ่งเราสันนิษฐานได้ แต่อาจจะจริงและไม่จริงก็ได้ ก็ร่วมมือพิสูจน์ความจริงกันไป ถ้าจริงก็ทำต่อ ถ้าไม่จริงก็ปรับ พร้อมปรับ พร้อมเปลี่ยน จะเกิดความเจริญขึ้น แม้หลัก 8 อ. ก็เป็นรายละเอียดที่ลึกซึ้ง และความเหมาะสมก็แตกต่างกันออกไป และมี 2 ประเด็น จะขอกล่าวถึงในเรื่องการดูแลรักษา ก. แม้เราจะรู้ทฤษฎีเก่ง แต่บางครั้งก็ไม่สามารถวินิจฉัยตนเองและผู้อื่นได้ บางจังหวะวิบากเข้า เจ็บ ป่วย เมา คิดอะไรไม่ออก หากไม่มีมิตรดีช่วยบอก ให้คำแนะนำ ก็ไปไม่ออกเหมือนกัน ในหมู่มิตรดี แม้ว่าเราจะเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านใดก็แล้วแต่ จะมีประโยชน์ ทำให้เราคิดออก ได้ความรู้เพิ่มเติม การฝึกดูแลตนเอง และมีโอกาสช่วยเหลือผู้อื่น จะทำให้เราได้เหลี่ยมมุมการดูแลรักษามากยิ่งขึ้น ข. ลางเนื้อ ชอบลางยา คนป่วยแต่ละท่าน ก็จะถูกกับวิธีการรักษาแต่ละอย่างไม่เหมือนกัน พอเรามีประสบการณ์ และดูแลคนหายป่วยมากขึ้น แต่ยังไม่เข้าใจแจ่มแจ้ง ก็จะยึดว่าวิธีการนี้ถูกกับทุกคน บางทีมันก็ไม่ถูกกับทุกคน บางคนใช้ไปแล้ว รู้สึกไม่สบาย และทรมาน ถ้าเราเข้าใจประเด็นนี้ ก็จะไม่ทะเลาะกัน เข้าใจว่า คนนี้ถูกกับวิธีนี้ ท่านนั้น ถูกกับแบบนั้น เวลานั้น จะทำให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีในทีมสาธารณสุข ใครถูกกับอะไรก็ใช้วิธีนั้น หากไม่หาย ก็ลองใช้วิธีอื่นดูว่าจะหายบ้างไหม เป็นต้น ในเบื้องต้น ผู้ดูแลสุขภาพ หากใจกว้าง เก็บข้อมูลกว้างๆ ก็จะเห็นเรื่องนี้ บางทีวงการสาธารณสุขของเรา ก็จะมีความซวย ตรงที่คนไข้เกรงใจไม่กล้าบอกความจริง กับผู้ดูแลหรือหมอ ถ้าดีเขาก็จะชื่นชม ถ้าไม่ดี พูดไป หมอก็จะเสียหน้า เราก็เลยได้ยินแต่ข่าวว่า คนดีขึ้นกับวิธีการรักษาของเรา คนที่ไม่มารักษาก็ไม่ได้รับฟังข้อมูล ทำให้หลงว่าวิธีการรักษาของเราดีกว่าเพื่อน ผู้ดูแลสุขภาพแต่ละแผนมักมีวิบาก ที่ไม่ได้ข้อมูลตามความเป็นจริง ทำให้หลงทางได้เหมือนกัน ถ้าเราใจกว้างรับข้อมูล เราก็จะไม่ทะเลาะกัน คนมีองค์ประกอบของร่างกาย มีวิบากกุศล - อกุศล ไม่เหมือนกัน ที่จะถูกกับวิธีการรักษาแบบไหน ถ้าเราเข้าใจเรื่องนี้เป็นพื้นฐาน ก็จะมีความอบอุ่น เอื้อต่อกัน หากเราปฏิบัติเรื่องนี้ได้ สาธารณสุขบุญนิยมก็จะก้าวหน้าเจริญมากขึ้น และมีความสุขกัน

7. สมณะเดินดิน เสริมว่า หากการรักษาแผนต่างๆ เพิ่มกัลยาณมิตร เพิ่มการรับฟัง เพิ่มปรโตโฆษะ ไม่ฟังสิ่งที่แตกต่างแล้วอารมณ์ขึ้น การทะเลาะกันก็จะลดลง เพราะว่า ลดการยึดถือว่าวิธีการรักษาของตนเท่านั้นที่ถูกต้อง จะทำให้ขยายออกไปสู่สังคมได้มากขึ้น

โอวาทปิดประชุม

ส. เดินดิน : เรามีสูตรดูแลสุขภาพที่ชัดเจนคือ 8 อ. ต้องพยายามนำมาปรับใช้ให้ครบให้เหมาะสมกับตนเอง เราต้องช่วยกันดูแลสุขภาพของตนเอง และสุขภาพของเพื่อนผู้ร่วมปฏิบัติธรรมด้วย เราไม่ควรเน้นวัตถุมากกว่าชีวิต ซึ่งเป็นความทุ่มเทที่ไม่ถูกเป้าหมาย เราจะอยู่ให้ได้ฉลองพ่อครูครบ 100 ปี อย่างร่างกายแข็งแรง จิตใจแข็งแรงได้อย่างไร

อาตั๋ง - บันทึก อายล / อาแซม - ตรวจบันทึก อาจุ๋ม - พิมพ์

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน