630921_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 9.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2563
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์26 KB
วันที่แก้ไข21 กรกฎาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

630921_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 9

อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวน์โหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1wwp7ngJjgQ7_oBjD2f52EPh5VdB_3IIxlk3y0jt65Ws/edit?usp=sharing

ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/file/d/18EpY2mGGng8PZU3OeYh9DpNJyAhLzu_Q/view?usp=sharing

ยูทูปที่ https://youtu.be/YdrMJkxSwtU

_ สู่แดนธรรม... วันนี้เป็นวันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2563 ที่บวรราชธานีอโศก แนะนำผู้เข้าร่วมรายการจากต่างสถานที่ ทั้งภายในและต่างประเทศ _แซมดิน จากสันติอโศก ...ในวันพุธที่ 23 นี้ ชาวกองทัพธรรมจะออกไปแสดงตัวร่วมการคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 โดยไปที่รัฐสภา ไปยื่นหนังสือแก่ประธานวุฒิสภา เป็นเรื่องที่ดีที่ประเทศไทยจะได้ไม่ต้องเสียเงินเยอะ เราก็เห็นด้วยว่ากันแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้มีผลอะไรเท่ากับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมมนุษย์ที่นิสัยไม่ดีที่โกงกิน ควรจะไปแก้นิสัยของผู้ที่ไปมีอำนาจมากกว่า

สิ่งที่เราควรกำหนดรู้คือสิ่งที่เกิดในปัจจุบัน _ฟังฝน...เรียนถามพ่อท่านว่า กิเลสในภพ เรารู้ได้ยาก และใช้เวลาจัดการมันยาวนาน หากเราตายกิเลสนี้ยังอยู่ แล้วเราไม่ได้พบสัตบุรุษ กิเลสตัวนี้จะแตกตัวออกมาเบียดเบียนตัวเองและคนรอบข้างหรือไม่ พ่อครูว่า…มันออกมาแน่นอน เป็นเรื่องที่คิดตามได้ยากเป็นเรื่องกรรมวิบาก เป็นอจินไตย ถามมา อาตมาก็ตอบไป ก็คงไม่มีใครตามไปตรวจสอบได้ ก็เลยตอบแต่เพียงคาดคะเน เป็นเหตุปัจจัยที่เป็นอนาคตมันไม่เที่ยงหรอก เราไปคำนวณทั้งหมดไม่ได้ ทั้งวิบากของเราทั้งเหตุปัจจัยทุกๆอย่างที่จะเข้ามาสัมผัสสัมพันธ์กับเรา แม้แต่เรื่องของเหตุการณ์มนุษยชาติ เช่น ยกตัวอย่างภัยธรรมชาติของโควิต เป็นต้น มันมีอำนาจเกินกว่าที่ใครจะไปต้านทานได้ง่ายๆ อย่าเป็นกังวลมากเลย สิ่

อ่านต่อ

งที่เราควรสำคัญมั่นหมายกำหนดรู้ให้ชัดคือปัจจุบันธรรม ที่เราจะพอรู้ได้ชัดเจน ว่าในระยะเวลาต่อไปอีกนิดหน่อย มีอนาคตังสญาณ พอจะรู้ได้ เพราะเรามีต้นทุนของเรา บวกกับสิ่งที่จะเข้ามาว่ามีอะไรบ้าง เท่านั้นก็พอแล้ว ตั้งใจทำปัจจุบันที่เรารู้ เรากำลังเผชิญอยู่ขณะนี้ให้เป็นจริง อันนั้นจะเป็นของจริง ที่จะเป็นผลสำเร็จเป็นวิบาก กรรมที่เราทำเป็นปัจจุบัน ก็จะเป็นต้นทุน และในกรรมปัจจุบันบวกกับต้นทุนที่เรามีเราก็ต้องเชื่อกรรม เป็นพลังงานร่วม ให้ดีขึ้นดีขึ้น อันนี้เป็นคำตอบที่ไม่มีผิด

_ฟังฝน…การแก้ปัญหาม็อบเมื่อวันก่อน รัฐบาลทำได้ดี สุภาพเรียบร้อย ไม่เหมือนตอนที่พวกเราออกไปชุมนุม เป็นเพราะอะไร พ่อครูว่า...อันนี้ที่จริงไม่ถามก็จะหาโอกาสพูดเหมือนกันว่าขณะที่กำลังเกิดเหตุการณ์ มีคนที่เขาอยากจะให้เป็นดั่งใจ เขาร่วมมือกันทั้งนายทุนทั้งตัวออกหน้าออกตาตัวปฏิกิริยาอะไรต่างๆนานาร่วมกันอยู่ เขาก็ทำไปอยู่ ก็ยังไม่เสร็จทีเดียวหรอก เขาบอกว่าถ้าสงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร อาตมาก็ไม่น่าจะนับศพทหารได้ ยังไม่น่าจะตอบอะไรได้ แต่ก็พอบอกได้ว่า มันเป็นความสวยงามของประชาธิปไตยไทย อาตมาก็ยังเหลือใจ ที่อยากจะให้คนเขารู้ความจริงว่า พฤติการณ์ของความเป็นประชาธิปไตยแท้ๆที่จริงใจ จะชื่อเรียกประชาธิปไตย บัญญัติพอใช้ร่วมกันทั้งโลกได้ พฤติกรรมของการเมืองของสังคมมนุษยชาติ ที่เรียกชื่อว่าประชาธิปไตยคืออำนาจเป็นของประชาชน ซึ่งแปลความจาก ประชา กับ อธิปไตย คืออำนาจเป็นของประชาชน มันไม่ได้ต่างไปจากเนื้อแท้ความจริงที่จะเป็นพฤติกรรมของมนุษยชาติกับสังคม แต่ละคนๆมีความเข้าใจตรงกัน แล้วก็ประพฤติออกมาร่วมกัน เมืองไทยมีความเป็นจริงอันนี้ ทุกคนมีความเข้าใจร่วมกันและตรงกันและประพฤติออกมาร่วมกันเป็นผลรวมแท้ staus quo เป็นสถานการณ์ที่ออกมาทุกๆปัจจุบัน มันเป็นความงดงาม คือ 1. มันมีความเรียบร้อย มันไม่รุนแรง เปรียบเทียบได้เลยกับประเทศอื่นๆที่เขาก็มี ปัจจุบันนี้เขาก็ยังเกิดไม่ว่าจะเป็นที่ฮ่องกง เขาก็ยังชุมนุมประท้วงกันเปรียบเทียบได้เลย เมืองไทยนี้สวยงามที่สุด ซึ่งความสวยงามนี้มันสวยงามเกิน จนคนคาดไม่ถึงว่ามีด้วยหรือ สิ่งที่สวยงามในความเป็นประชาธิปไตยขนาดนี้ เขาไม่เชื่อว่าจะมีขึ้นได้ ว่าความสวยงามของประชาธิปไตย ยกตัวอย่างสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วคือประชาชนทำรัฐประหารรัฐบาล ตั้งแต่รัฐบาลทักษิณ สมัคร สมชาย ยิ่งลักษณ์ แม้แต่อภิสิทธิ์ นี่เป็นพฤติกรรมแท้เป็นปรากฏการณ์จริงของไทยที่ได้ทำมาแล้ว แล้วสำเร็จมา และเป็นการทำรัฐประหารของประชาชนที่ไม่ผิดกฎหมายสากลโลก คือไม่มีอาวุธไม่มีความรุนแรง ใช้ความจริงออกมายืนหยัดยืนยันเพื่อให้เขาจำนนว่าคุณชั่วนะ จะต้องเลิก จะต้องหยุด จะต้องพ่ายแพ้ไป จนเขาจำนน แต่เขาก็ยังไม่ยอมแพ้ เขายังว่าเขาถูกอยู่ แหลมหน้ามาก็ถูกพลังของประชาชนกั้นไว้ไม่ให้เขาเข้ามาในประเทศได้ ร่วมมือกันทั้ง ตุลาการและอำนาจของมวลประชาชน ก็เป็นพลังงานที่ทำให้เขาเข้ามาไม่ได้ จะต้องระเหเร่ร่อนเป็นสัมภเวสีอยู่ต่างประเทศ แล้วคนไทยก็ใจดี จริงๆจะบีบให้ประเทศที่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนส่งมาก็ได้ แต่คนไทยก็ใจดี ไม่ไปจะเรียกว่าคุกคามก็ไม่ใช่คุกคาม ไม่ใช่ไปเข้มงวดถึงขนาดนั้นอย่างนี้เป็นต้น ซึ่งเขาก็รับทุกข์ภัยไปตามประสาเขาอันนี้คือความใจดีของประเทศไทย สรุปแล้วเป็นความสวยงามของทั้งผู้บริหารและมวลของประชาชนชาวไทยร่วมกันมีกรรมกิริยาต่างๆเกิดขึ้นอยู่นี้ มันสวยงามไม่มีความใจร้ายมีแต่ใจดี ไม่มีการจะไปรุกรานอะไรเพิ่มเติมขึ้นไปอีก ปล่อยให้เขาเป็นไป โดยที่เราในประเทศไทยเองก็ไม่มีความเดือดร้อน มีแต่คนหาเรื่องเท่านั้นที่บอกว่าเมืองไทยเดือดร้อน ขณะนี้สังคมประเทศไทย คนไทยที่อยู่ร่วมกันทั้งหมดนี้ อยู่ด้วยกรรมวิบากของแต่ละคนที่ไม่เท่ากัน บางคนก็ทุกข์บ้าง บางคนก็สบายบ้าง บางคนก็สบายมากเหมือนอย่างชาวอโศกสบายมาก ขออภัยไม่ได้ข่มอะไร พูดตามสัจธรรมความจริง อยู่กันยังไม่เดือดร้อนอะไรเลย ข้าวมีกิน ดินมีเดิน ตะวันมีส่อง พี่น้องมีเสร็จ เห็ดมีเก็บ ป่วยเจ็บมีคนรักษา ขี้หมามีคนช่วยกวาด ผ้าขาดมีคนช่วยชุน บุญต่างคนต่างดูแลกันเอง ชาวอโศกไม่ใช่เป็นคนปิดหูปิดตา ไม่ได้เป็นคนไม่รับรู้แบบหลับไม่รู้คู้ไม่เห็น เป็นคนเปิดตาร่วมรับรู้ ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับมวลประชาชนคนไทย เราเห็นแล้วว่าใครเดือดร้อนก็จะช่วยอย่างไร ชาวอโศกก็ช่วยรัฐบาลทำงาน ยังไม่ดูดายเลย และที่สำคัญก็คือผู้บริหาร หัวหน้าผู้บริหารพลเอกประยุทธ์ที่ทำวันนี้ปฏิบัติอยู่ขณะนี้ ปฏิบัติได้เหมาะสมกับทุกๆบริบททุกๆกิจกรรม ทุก status quo ก็เป็นไปด้วยดี แม้กระทั่งตอนที่ชมรมเดี๋ยวกลับม็อบปลดแอก ใครเป็นคนตั้งม็อบสามสลึง (แซมดินว่า ม็อบนักศึกษาแต่หน้าแก่ๆก็เยอะ) 3 สลึงก็ไม่ค่อยเต็มบาท

สรุปตรงนี้ก่อน คือ พฤติการณ์ ของความเป็นประชาธิปไตยไทยที่ผ่านมาตั้งแต่ พ.ศ. 2549 ที่เราไปร่วม ขอบอกตรงนี้ ว่าอาตมาเริ่มต้นไปร่วม แสดงตน เป็นการแสดงการต่อต้านรัฐบาลตั้งแต่รัฐบาลทักษิณตั้งแต่ พ.ศ. 2549 อาตมาได้ร่วมมา ได้มีเวลากลับมาบ้างแล้วก็ออกไปก็ได้ร่วมมาตลอด อาตมาไม่ได้แสดงเป็นตัวเด่น เป็นตัวอำนาจเป็นใหญ่เป็นตัวเจ้าความคิดอะไร แต่อาตมาก็ใช้ความคิดใช้ความหมายให้พวกเราไปกระทำดู พูดไปก็ไม่ดีเดี๋ยวจะกลายเป็นเอาดีเข้าตัว สรุปแล้วผลมันสำเร็จ เป็นรัฐประหารของประชาชน ประชาชนเป็นผู้ไปทำการรัฐประหารโดยไม่มีอาวุธ ไม่มีความรุนแรง เอาแต่ความจริงจะเป็นอาวุธเป็นธรรมาวุธ แล้วเขาแพ้ความจริง ประชาชนชนะ ชนะเด็ดขาดเพราะว่าเขาจบไปไม่มีอำนาจ อำนาจสูญสิ้น จนทุกวันนี้ถือว่าพลเอกประยุทธ์เป็นผู้มารับไม้ต่อ ก็เป็นเพียงแต่ว่าบัญญัติหรือรูปแบบหนึ่ง เป็นพลเอกมีตำแหน่งเป็นหัวหน้า คสช. ออกมาบอกว่ายึดอำนาจ คนก็ใช้ภาษาตอนนี้บอกว่าเป็นการเผด็จการเป็นการยึดอำนาจ ความจริงเป็นการใช้ภาษาทั้งนั้น แต่โดยพฤติกรรมอ่านละเอียดลึกซึ้งเป็นผู้รับช่วงจากประชาชนไป ประชาชนก็ยินดีปรีดายกให้ แม้จะไม่มีเลือกตั้ง ประชาชนก็ไม่ได้ไปประท้วง ยอมรับเลยว่าดี โพลออกมาก็ดี จนพลเอกประยุทธ์ได้รับการเลือกตั้งให้เป็นนายกฯอีก ก็ถือว่าดีมากเลยทีเดียว แล้วยิ่งมีเหตุการณ์ว่าหลายเหตุการณ์ที่นายกฯประยุทธ์ต้องจัดการทำไป อาตมาเห็นว่าถ้าไม่ใช่นายกฯประยุทธ์ทำไม่ได้ นั่นเป็นฝีมือของนายกฯประยุทธ์จึงลุล่วงไปได้ด้วยดีขนาดนี้ สรุปแล้วทั้งรัฐประหารและบริหาร การรัฐประหาร เป็นแบบของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าไม่ได้ทำรัฐประหาร ท่านทำแต่บริหาร คนที่มีศีลก็มาร่วมกัน มีศีลสมาธิปัญญาจรณะ 15 วิชชา 8 ร่วมกัน ท่านก็บริหารแค่นี้ เพราะท่านไม่อยากจะไปกระทบกระเทือนแก่สมบูรณาญาสิทธิราชย์ในยุคโน้น ในยุคนั้นสังคมยังเป็นยุคทาส อาตมานี้เป็นผู้ใกล้ชิดพระพุทธเจ้าและรู้จักระบบระบอบตรงนี้ แม้แต่ในยุคโน้น พฤติกรรมจริงต้องไปได้แค่นั้น แต่ทฤษฎีที่ลึกซึ้งของพระพุทธเจ้านั้น อาตมารับมาแล้วก็เอามาใช้มาปฏิบัติ ซึ่งใช้ในยุคพระพุทธเจ้าไม่ได้ ต้องมาใช้ในยุคนี้ เพราะองค์ประกอบมันต่างกันคนละยุคสมัย ก็เลยทำตามได้ อาตมาก็ทำทฤษฎีนี้ตามความรู้ตอนนี้มีเหตุปัจจัยที่ครบมันก็ทำได้ อย่างที่ทำได้ในยุคนี้และกำลังจะพาทำต่อไป อาตมาก็พยายามทำเพื่อรังสรรค์ความเป็นประชาธิปไตยไทย

ข้อคิดแก่ผู้บริหารประเทศไทยในยุคโควิด _ฟังฝน...ได้เห็นผลงานพ่อครูพาคนไปสู่สันติสุข บ้านเมืองประสบความสำเร็จ ก็เลยอยากกราบถามพ่อท่านว่า จะมีข้อคิดอะไรให้แก่ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองในสถานการณ์เช่นนี้ พ่อครูว่า...อาตมาก็เคยแนะๆอยู่ในที ว่าให้สนใจศึกษา วิชาความรู้ของพระพุทธเจ้าไม่ว่าจะเป็นเชิงเศรษฐศาสตร์ เชิงรัฐศาสตร์ เชิงสังคมศาสตร์ของพระพุทธเจ้ามีครบหมด เพราะมันเป็นเรื่องของมนุษยชาติ จะเรียกชื่อเศรษฐศาสตร์ตามบัญญัติ หรือแม้แต่รัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์หรือศาสตร์อื่นๆ พระพุทธเจ้า ตลอดที่เป็นแต่เพียงว่าเราถึงขีดตรงไหนบำเพ็ญเป็นพระพุทธเจ้ามา ที่อาตมาพูดเช่นนี้เพราะอาตมาเป็นผู้บำเพ็ญไปสู่พระพุทธเจ้า คือมีเส้นทางที่จะประพฤติปฏิบัติอันเดียวกัน อาตมาก็เป็นระดับ 7 สรุปไม่รู้กี่ทีแล้วพระพุทธเจ้าศึกษาเรื่องของคนคืออะไรทำไมสำคัญนัก กับสังคม คนรวมกันเป็นกลุ่มหมู่ขึ้นมา 2 คน 5 คน 10 คน ร้อยคน พันคน แสนคน ล้านคน รวมกันขึ้นมาก็เป็นสังคม จากคนมีจิตวิญญาณเป็นตัวประธานของแต่ละคน และความรู้ความเป็นความเข้าใจของแต่ละคนมันเสมอสมานกันมันร่วมกันได้มันมีจุดเป้าหมายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แม้จะไม่เท่า ก็มีปฏิภาณรู้ว่ามันไม่เท่ากัน จึงเรียกว่าเสมอสมานกันสามัญญตา โสดาบันด้วยกันก็ไม่เท่ากัน มีคนสูงต่ำระหว่างโสดาบัน เรียกว่าพระโสดาบันเสมอพระโสดาบัน สกิทาคามีก็มีสูงต่ำกันไปอีกเยอะแยะ ก็เรียกว่าสกิทาคามีเสมอกับสกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ ก็เหมือนกัน โพธิสัตว์ก็เหมือนกัน มีความเสมอสมาน มันได้ความเสมอจริงๆไม่มีอะไรเท่าเทียมเป๊ะเลย แม้แต่สองคนก็ไม่เหมือนกันทั้งหมด มันต้องมีต่าง แต่มันสมานกันได้สนิท แล้วทำงานกันอยู่อย่างเป็นไปได้ราบรื่นและเจริญ ในประเทศไทย มันเป็นประชาธิปไตยของพระพุทธเจ้า ซึ่งไม่มีในประเทศไหนในโลกแม้แต่ประเทศที่มีพุทธศาสนาไม่ว่า เกาหลี ญี่ปุ่น อินเดียเองมันก็ไม่เหมือนกันทีเดียว แต่ของไทยนี่แหละมันจะเป็นตัวสำคัญของต้นแบบประชาธิปไตยแบบพุทธ ประชาธิปไตยของพระพุทธเจ้า เพราะ มีธัมมิกราชสององค์มาเกิดในปัจจุบันนี้ เพื่อมาสืบสานต่อยอดธรรมะของพระพุทธเจ้า ให้เดินทางต่อไป มันมีของจริงเป็นหลักฐาน ไม่ใช่พูดปากเปล่าลอยลม

สู่แดนธรรม..พ่อครูสอนเรื่องของประชาธิปไตยในศาสนาพุทธนั้นไม่ใช่ไปนั่งหลับหูหลับตาปฏิบัติ พ่อครูว่า...ผู้ที่สอนศาสนาพุทธในประเทศไทยที่สอนกันมามันเป็นมิจฉาทิฎฐิ มันไม่ตรง มันก็เลยไม่เข้าแนวของพระพุทธเจ้า สู่แดนธรรม...ศาสนาพระพุทธเจ้านั้นมีเป้าหมาย พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก)พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) พ่อครูว่า..ความหมายของคำว่า โลกาธิปไตย อัตตาธิปไตย ธรรมาธิปไตยก็ดี ก็ต้องขยายความกันต่อไป อ้างอิงพฤติกรรมของคนไทยที่ทำได้มันเป็นเรื่องจริง เขาไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้เพราะมันสวยงามสูงๆเหลือเกินอย่างที่ชาวอโศกเป็น ยกตัวอย่างชัดๆ ชาวอโศกมีเศรษฐกิจเศรษฐศาสตร์ถึงขั้นสาธารณโภคี เศรษฐศาสตร์ถึงขั้นทุกคนทำงานฟรีพ้นไปจากมิจฉาอาชีวะ พ้นลาเภนลาภังนิชิคิงสนตา เสียภาษีร้อยเปอร์เซ็นต์ ร่วมกันอาศัยกินอาศัยใช้ร่วมกันบริหารไป คนที่กินน้อยใช้น้อยเขาก็กินน้อยใช้น้อยด้วยความจริงใจไม่ได้ริษยาไม่ได้อยากจะได้สัดส่วนมากกว่าเขา เป็นจิตใจที่มักน้อยสันโดษ ตามวรรณะ 9 สู่แดนธรรม...หากท่านที่เห็นดีเห็นงาม ควรมาศึกษาเอาตามที่พระพุทธเจ้าสอน แล้วต้องมาทำอย่างชาวอโศก ท่านไม่ต้องเกรงกลัวว่าอโศกจะครอบงำประเทศ พ่อครูว่า...คุณไม่ต้องกลัวว่าจะไปสนับสนุนชาวอโศกว่าชาวอโศกจะมีกำลังเป็นส่วนใหญ่ แล้วอโศกจะไปฮุบประเทศ ไม่มีทาง เพราะทุกอย่างที่ทำไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อทุกคน ใครจะไปรับหน้าที่ ใครจะไปทำงาน อย่างเช่นพลเอกประยุทธ์ยังขอบคุณเลย เขาเหน็ดเหนื่อย เราไม่ได้เหน็ดเหนื่อยเลยเท่าเขา ดีแล้วอนุโมทนาสาธุ เห็นใจ ขอบคุณมากเลยที่ไปทำหน้าที่ เราไม่ได้นิดหน่อยถ้าพลเอกประยุทธ์เลย แล้วเขาก็เข้าใจทำได้ดี ดีไม่ดีเราไปทำอาจจะทำไม่ได้ดีเท่ากับพลเอกประยุทธ์ หรือแม้จะทำได้ดีกว่า เราก็เห็นว่าเหมาะสมควรแล้วพลเอกประยุทธ์ทำมาทุกอย่าง เป็นเหตุปัจจัยที่เขายอมรับ แล้วเราเป็นใคร พระโพธิรักษ์บอกว่า ไม่ได้ พลเอกประยุทธ์ให้หยุด แล้วให้โพธิรักษ์ไปบริหารประเทศ คนก็หัวเราะฟันร่วง 5 ซี่เลย ไม่ใช่ฐานะ ไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปได้ ทุกอย่างมันลงตัวๆๆ เหมาะสมที่สุดดีที่สุดแล้ว

_หมอฟ้ารัก : พ่อเป็นแบบแนบวิชชามากู้ศาสน์. ครูเหนือปราชญ์ผงาดกล้ามาปราบผี. โพธิสัตว์อรหัตตาผู้ปรานี. พุทธคุณชี้ นี่ธรรมาราชาจริง. ขอนอบน้อมคารวะพ่อครู ด้วยสุดเกล้าสุดเศียรสุดกระหม่อม ของข้าน้อย.. สัมมาสัมพุทธะสาวก..

SMS วันที่ 18 - 19 ก.ย. 2563

คนชราที่ไม่เป็นภาระลูกหลานเป็นเช่นไร _สุข สุขสันติ : กราบนมัสการถามพ่อครูค่ะ เราควรปฏิบัติตัวอย่างไร ถึงจะเป็นคนป่วย หรือคนชรา ที่ลูกหลานไม่เบื่อหน่ายคะ พ่อครูว่า...คนที่มีจิตใจหรือว่าตัวเองจะเป็นภาระผู้อื่น แล้วมีจิตใจพยายามจะไม่ให้เป็นภาระ อะไรที่พอจะช่วยตัวเองได้ ที่พอจะแบ่งเบาได้เราก็ทำเต็มที่ ไม่ให้เกินไปไม่ให้ดู แอคอาร์ทเกินไป เราก็ทำไปให้พอดีเท่านั้นแหละ ประมาณให้พอเหมาะพอดี ถ้าที่เราเองรู้ว่าอันนี้ดี เราอาจจะต้องเป็นภาระเพราะเราป่วยเราชราช่วยตัวเองไม่ได้ในส่วนนี้ ก็ต้องให้คนอื่นเขาช่วย ไม่ต้องดัดจริตมากเกินไป คงจะตอบได้เท่านี้

_ชาติธนู โอษฐ์ยิ้มพราย : กราบนมัสการพระคุณเจ้าและชาวอโศกทุก ๆท่าน ผมติดตามมาตลอด ผมได้รับความรู้และความสุขมาก อยากเป็นชาวอโศกบ้าง ขออนุโมทนาสาธุ ๆ ๆ พ่อครูว่า...มาเลยยินดีต้อนรับ

ไม่ตามใจกิเลสไม่ตายดอก _สว่างแสง ขวัญดาว : น้อมกราบนมัสการพ่อครูค่ะ ความไม่ได้ดั่งใจของลูกนั้นทุกข์มากค่ะ ลูกปฏิบัติธรรม ทานมังสวิรัติ ลดละอบายมุข ลูกยังแก้ความไม่ได้ดั่งใจไม่ได้ค่ะ ลูกขอให้พ่อครูช่วยลูกด้วยค่ะ ควรแก้อย่างไร กราบนมัสการด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ พ่อครูว่า...ดีนะ รู้อาการจิตใจตัวเอง พยายามปฏิบัติแล้วไม่ได้ดั่งใจ อาตมาช่วยไม่ได้หรอก คุณต้องช่วยตัวเอง ถ้าช่วยได้พระพุทธเจ้าก็ช่วยทุกคนเลยใช่ไหม นี่มันไม่ได้คุณต้องช่วยตัวเอง ….และควรแก้อย่างไร คุณจะต้องดูว่า ที่คุณอยากได้ดั่งใจของคุณนั้น คุณอยากได้อะไร ถ้าคุณไม่ได้ดั่งใจแล้วคุณจะตายชักดิ้นชักงอไหม คุณพูดมานี้ถูกแล้วรู้ตัวเอง ก็ดูอาการที่คุณดิ้นไม่ได้ดั่งใจ แล้วอะไรที่คุณจะเอาให้ได้ดั่งใจ ให้ชัดเจนชัดๆ ถ้าคุณไม่ได้สิ่งที่คุณอยากจะได้ดั่งใจ คุณจะชักดิ้นชักงอตายตรงนี้ไหม ถ้ามันไม่ตายคุณเลิก จะต้องได้ดั่งใจ ถ้ามันจะตาย ก็เห็นใจคนติดฝิ่นติดให้ตัวเองจะชักดิ้นชักงอตายก็สุดวิสัย คุณลองดูสิว่ามันอยากได้ก็ไม่ให้มันได้ดั่งใจ มันไม่ตายหรอก “อดข้าวดอกนะเจ้าชีวาวาย ไม่ตายดอกเพราะอดเสน่หา” คุณไม่กินข้าวนี่คุณจะตาย แต่ไม่ตายหรอกที่จะไม่ได้บำเรอรสกามหรืออัตตา ไม่ต้องบำเรอกามไม่ต้องบำรุงอัตตากิเลสนี้จะตาย ไม่ต้องสนองกามไม่ต้องสนองอัตตาเท่านั้นแหละ สู่แดนธรรม...ต้องจาคะ มันถึงจะไม่อยากเอาเข้ามา

DNA ของจิตวิญญาณถ่ายทอดให้ใครไม่ได้ _ส.บินบน (ลานนาอโศก)...เมื่อวานเป็นวันครบรอบโยมไปล่ เสียชีวิต พ่อครูว่า...ก็รู้ว่าโยมไปล่ บุตรพริ้ง เป็นผู้ที่ตั้งใจมุ่งมั่น จนที่สุดก็สิ้นชีวิตไปก็อนุโมทนาสาธุ ก็ดีมีคนอย่างนี้ก็ดี ถ้าจะพากเพียรเป็นอย่างนี้ก็ดี คนอื่นไม่ได้ก็อนุโมทนาสาธุ ใช้ชีวิตตัวเองให้ได้ธรรมะเท่าที่จะพากเพียรได้ เซ่นชีวิตไปหนึ่งชาติ ผู้ที่ยังไม่ตายก็บำเพ็ญไป ถ้ายังไม่เลิก แม้จะบรรลุเป็นพระอรหันต์แล้วก็มีต้นทุนที่เราจะดำเนินไป เป็นวิบากของเราไม่ได้ปรับอะไร เป็นธรรมดา ของแต่ละคนที่เป็นจริงที่ทำเอง สะสมเองเป็นของตัวเอง อันนี้ของศาสนาพุทธรู้จักกรรมวิบากของตัวเอง เราเคยจำได้ว่า กรรมกิริยาอย่างนี้ได้ทำสั่งสมเป็นวิบากของเรา จึงเป็นผู้รู้กรรมวิบาก ไม่ได้งมงายไม่รู้เรื่อง ว่าดูดีๆเรามีอย่างนี้ได้อย่างไร มันจะรู้เลยว่าเรามีอย่างนี้เพราะอะไร เพราะว่าเราประพฤติมา เราสั่งสมกรรมของเรามา เรามีกรรมเป็นทายาท ไม่ได้มาจากของคนอื่นเลย กัมมพันธุ กรรมเป็นเผ่าพันธุ์ของเราเอง นามธรรม มันเป็นเชื้อของเราเอง มันยิ่งกว่า DNA ทางวัตถุตรงที่มันสืบทอดกันไม่ได้ DNA ทางวัตถุสืบทอดได้ DNA ของปู่ย่าตาทวดถ่ายเทไปให้ลูกหลานได้ แต่ของกรรมนี้ประเด็นนี้ต่างกัน DNA ทางโลกีย์ กับ DNA ทางจิตวิญญาณ DNA ของจิตวิญญาณถ่ายทอดให้ใครไม่ได้ Genome หรือ DNA ถ่ายทอดให้ใครไม่ได้ของใครของมัน แล้วสั่งสมเป็นตระกูลเป็นพันธ์ุของตัวเองเท่านั้น อยู่กับตัว ตายกับตัวหมดไปกับตัว ปรินิพพานไปแล้วก็สลายทิ้งไปด้วยตัวเอง ไม่ให้ใครไปเลย นี่พยายามอธิบายกรรมพันธุ์ให้ฟัง เป็นเผ่าพันธุ์ของตัวเอง ไม่มีสิทธิ์จะแบ่งให้ใครเลยสักนิดสักน้อย แม้แต่ลูกที่รักที่สุดก็ให้ไม่ได้ เป็นของตนของตนเท่านั้น กัมมัสกะ เน้นเข้าหาเป็นของของตนแล้วก็เป็นทายาทรับมรดกของตนเอง แล้วก็พาให้เราเป็นไปอีก แล้วได้พึ่งพาของตัวเองในที่สุด เป็นกรรมปฏิสรโณ เป็นกรรมกิริยาที่ตัวเองต้องพึ่งพาของตนเองเท่านั้น ไม่ได้พึ่งพาใครเลยเราพึ่งพาตัวเองรายละเอียดลึกซึ้ง แต่มันมีการเชื่อมโยงกับผู้อื่น เหมือนกับคนนั้นคนนี้เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือเกื้อกูลส่งเสริมกันอยู่ นั่นเป็นรูปธรรมหยาบ แต่เรื่องสัจจะที่เป็นกรรมวิบากจริงๆแล้ว แสดงเป็นของตัวเอง กัมมโยนิ กัมมพันธุ กัมมปฏิสรโณ มีปฏิกิริยา Action reaction อันนี้แหละพึ่งพาตัวเองเท่านั้นไม่ได้พึ่งพาของใครเลย

ทำไมห้ามพนักงานร้านค้าชาวบุญนิยมเอาของตนเองมาขายในร้าน _ส.บินบน (ลานนาอโศก)...อยากให้พ่อครูช่วยอธิบายธรรมนูญบุญนิยม เกี่ยวกับการห้ามนำของที่ตนเองผลิตมาขายในร้านส่วนรวมที่ตนทำงานอยู่ พ่อครูว่า...เราทำงานในร้านส่วนรวม เราเองเอาของส่วนตัวไปขายในร้านส่วนรวม ก็กลายเป็นว่า อันนี้เป็นร้านส่วนรวม เราเองเอาของส่วนตัวเราไปขายเอาเงินเข้าส่วนตัว มันก็จะอดลำเอียงไม่ได้ แม้จะไม่ลำเอียง คนก็จะมองว่าอันนี้เป็นของตัวเองขายเอง เสียค่าเช่าเสียภาษีหรือเปล่า ถ้าเสียค่าเช่าเสียภาษีก็แล้วไป แต่ไม่เสียภาษีเสียค่าเช่าก็เอาเปรียบสิ แล้วคนอื่นเขาก็จะทำด้วยจะเป็นอย่างไร ถ้าตกลงกันได้ก็เฉพาะพวกเราได้ คนอื่นต้องเสียค่าเช่า ซึ่งเรื่องนี้มันซับซ้อน เพราะฉะนั้นกฎระเบียบอันนี้ถึงยากมากเลย คนเข้าใจยาก ไม่ใช่เฉพาะของของเรา ลูกหลานของคนที่ทำงานอยู่ในที่นี้ก็เอามาขายไม่ได้ และดีไม่ดีคนในร้านทำงานฟรีด้วย แล้วเราก็ทำของของเรามาขายในนี้ไม่ได้ อะไรกันนักกันหนา ทางจิตวิญญาณมันลึกซึ้งละเอียด เพราะฉะนั้นป้องกันไม่ให้เกิดการระแวง ว่าจะขายของตัวเองก่อนหรือขายของตัวเองราคาดีอะไรอย่างนี้ ก็ตัดเพื่อไม่ให้เกิดความระแวง ไม่ให้เกิดพฤติกรรมเหล่านี้ในหมู่พวกเรา แล้วเราก็อยู่กันได้ไม่เห็นเป็นไร คุณไม่ต้องทำพวกนี้มาก็อยู่รอดไหม ถ้าคุณอยู่ไม่รอดคุณก็ออกไป ถ้าคุณอยากจะทำมาส่งมาขายก็อย่ามาทำอยู่ในร้านนี้ ก็ไปทำส่วนตัวแล้วส่งมาขายเขาก็ให้ทำ จะเข้ามาทำงานอยู่ในร้านนี้ก็อย่าเอาของที่ทำของตัวเองมาขายในร้านนี้ก็ทำเอง ถ้าอยากจะเอาของมาขายในร้านนี้ก็ต้องออกไปจากร้านนี้ ต้องเอาอย่างจริงใจเลย คุณจะเอาอะไรได้ผลประโยชน์จากร้านนี้คุณก็ต้องออกไป แต่ถ้าคุณเป็นคนเสียสละทำงานฟรีอยู่ในร้านนี้ก็อย่าให้มีมุมให้คนได้ระแวง แฝง หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อน อย่าให้มีสิ่งเหล่านี้ มันลึกซึ้ง

จับกังแบกลังทองคือพูดเก่งแต่สู้ทำเก่งไม่ได้ _ดาวเพ็ญเพชร (ลานนาอโศก)…มีผู้ใหญ่ชมว่า หนูพูดเก่ง คิดเก่ง แต่เรียนไม่เก่ง ควรทำอย่างไร (สู่แดนธรรมว่า...ได้ฟังว่า พูดเก่งแต่เรียนไม่เก่ง) พ่อครูว่า...เราก็รู้สิว่าเราเด่นในเรื่องการพูดแต่เราไม่เด่นในเรื่องการเรียน เราก็ปรับปรุงเรื่องการเรียนของเราสิ พูดเก่งและดีด้วยใช้ได้ แต่พูดเก่งแต่ไม่ดีก็ระวังก็แล้วกัน แต่ถ้าพูดเก่งแล้วดีด้วยก็แล้วกัน แต่ถ้าข้อบกพร่องเรียนไม่ได้ดีก็ ไปตรวจสอบว่าทำอย่างไรจะเรียนเก่ง ก็ใส่ใจตั้งใจที่จะเรียนศึกษา การเรียนทางโลกเรียนด้วยภาษาบัญญัติ ท่าการฝึกหัดประพฤติก็เรียนด้วยการปฏิบัติตน ถ้าเราเรียนไม่เก่ง แต่เราก็ปฏิบัติตนได้ดีได้เป็นประโยชน์ ทำอันนั้นอันนี้ได้ดี มันก็ดีแล้วนี่ เรียนนี่มันมีนัยยะลึกหรือตื้น ทุกวันนี้ความหมายการเรียนคือ ไปเรียนตัวหนังสือเรียนความหมายของภาษาบัญญัติได้ปริญญาตรีโทเอก ได้ความรู้จำได้ แต่ตัวเองทำไม่ได้ตามที่เรารู้ แต่ก็เอาที่เรารู้ความหมายเหล่านี้มาเป็นครู ถ่ายทอดความรู้นี้ก็ดี หลวงปู่เปรียบเทียบพวกนี้ว่าคือ จับกังแบกลังทองคำ คือจำได้ เป็นพวกปทปรมะ จำพระพุทธพจน์ได้ก็มากสอนอยู่ก็มากแต่ตัวเองไม่ได้บรรลุธรรมในคำสอนนี้เลย ก็หลวงปู่เทียบว่า พวกนี้เป็นพวกจับกังแบกลังทองคำ ตัวเองแบกเสียหนักเลยแต่ไม่ได้ทองคำกับเขา ได้แต่ค่าจ้างค่าแบกนิดหน่อย อย่างนี้เป็นต้น ไม่ได้เนื้อแท้ไปเต็มๆ ได้แต่เปลือก คือพวกครูที่รู้จักในภาษาแต่พฤติกรรมไม่ได้ ถ้าจะเอาจริงๆคือ ถึงขั้นที่รู้ภาษาต่างประเทศ ภาษาพระพุทธเจ้าเยอะ ผู้ที่เรียนเปรียญ 9 นักธรรมเอก ปริญญาเอก แต่ประพฤติไม่ได้ เป็นปทปรมบุคคล คือ บุคคลที่จำธรรมะพุทธเจ้าได้ก็ดี พูดอยู่ก็มาก สอนเขาอยู่แจ้วๆ แต่ตัวเองไม่ได้ประพฤติปฏิบัติหรือประพฤติผิดด้วย นี่คือพวก ปทปรมะ คือ เขาเรียกว่าพวกใบลานเปล่า ก็ตรวจสอบว่า เราเองที่เขาชมเราก็ดูความหมายว่าเขาชมอะไรเราพูดเก่ง แต่เรียนไม่เก่ง ก็ดูว่าเรียนอะไรไม่เก่ง วิชาไหน ก็ตรวจดูในรายละเอียดหรือถามผู้ใหญ่ก็ได้ว่าเราไม่เก่งในวิชาไหน

ความสงบในจิตของพระพุทธเจ้าเป็นเช่นนี้ _หมอเขียว...ในสังคมส่วนใหญ่ คิดว่าธรรมะไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง แต่จัดการศึกษาในพระไตรปิฎกและลงมือปฏิบัติ ก็จะได้ความรู้อีกแบบนึง มีคำตรัสของพระพุทธเจ้า พระไตรปิฎก เล่ม 25 ข้อ 724-725. .. โขมทุสสสูตรที่ ๑๒ [๗๒๔] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ นิคมชื่อว่า โขมทุสสะของเจ้าศากยะ ในแคว้น สักกะ ฯ ครั้งนั้นเวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงนุ่งแล้วทรงถือบาตรและจีวร เสด็จเข้าไปบิณฑบาต ยังโขมทุสสนิคม ฯ สมัยนั้น พราหมณ์และคฤหบดีชาวโขมทุสสนิคม ประชุมกันอยู่ในสภา ด้วยกรณียกิจ บางอย่าง และฝนกำลังตกอยู่ประปราย ฯ ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเสด็จเข้าไปยังสภานั้น ฯ พราหมณ์และคฤหบดีชาวโขมทุสสนิคม ได้เห็นพระผู้มีพระภาคเสด็จมาแต่ไกล ครั้นแล้ว ได้กล่าวคำนี้ว่า คนพวกไหนชื่อว่าสมณะโล้น และคนพวกไหนรู้จักธรรมของสภา ฯ [๗๒๕] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะพราหมณ์และคฤหบดีชาวโขมทุสสนิค ด้วยพระคาถาว่า ในที่ใดไม่มีคนสงบ ที่นั้นไม่ชื่อว่าสภา คนเหล่าใดไม่กล่าวธรรม คนเหล่านั้นไม่ชื่อว่าคนสงบ คนสงบละราคะโทสะ และโมหะแล้ว กล่าวธรรมอยู่ ฯ มีเนื้อหา… พระพุทธเจ้าไปในที่ของพราหมณ์แห่งหนึ่ง พราหมณ์ได้กล่าวกระทบกระเทียบพระพุทธเจ้า…ในสภาของพราหมณ์ ที่บริหารบ้านเมือง กระทบว่าสมณะโล้นจะรู้จักสภาหรือ? พระพุทธเจ้าได้กล่าวว่า ในที่ใดไม่มีความสงบในที่นั้นไม่ชื่อว่าเป็นสภา คนเหล่าใดไม่กล่าวธรรมคนนั้นไม่ชื่อว่าเป็นผู้สงบ คนสงบคือคนละราคะ โทสะ โมหะ ได้ พ่อครูว่า...สงบของพระพุทธเจ้านั้นคืออะไร สงบของพระพุทธเจ้าคือความคล่องแคล่ว ว่องไวปราดเปรียวไหวพริบเฉลยฉลาด กายปาคุญญตา กายกรรมก็แรงเร็วดีไว วจีกรรมก็แรงเร็วดี จิตก็เป็นจิตปาคุญญตา จิตเป็นประธานทำให้มีความแววไวทั้งกายทั้งวจีกรรม แต่สงบ เพรา

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน