เค้าโครงนิทรรศการตามรอยพระโพธิสัตว์อันเก่า(2557).docx

โฟลเดอร์2561
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์18 MB
วันที่แก้ไข17 เมษายน 2561

เนื้อหาในไฟล์

เค้าโครงนิทรรศการตามรอยพระโพธิสัตว์อันเก่า(2557)

สถานีที่ 1

สถานีที่ 2 ๒.๑ บวช ณ วัดอโศการาม ๒.๒ ได้รับนิมนต์ไปบรรยายที่ลานอโศก ๒.๓ สำนักตักศิลา ลานอโศก วัดมหาธาตุ ๒.๔ ออกวารสารรายเดือนก็ “อโศก” เมื่อต้องเกี่ยวข้องกับ “อโศก” หลายๆอย่าง ไปๆมาๆ จึงกลายเป็น “ชาวอโศก”

๓.๑ จาริกไปตามมหาวิทยาลัยชื่อดังของเมืองไทย ๓.๒ ไปอบรมครูตามจังหวัดต่างๆ ๓.๓ บุกป่าฝ่ากรุง (ป่าคอนกรีต) ๓.๔ ๑๔ ตุลา มหาวิปโยค ดับทุกข์ ดับโศก กันด้วย “ธรรม” เมื่อใด “พุทธ” ปรากฏตนขึ้น ปฏิกิริยาแตกตื่น และสั่นสะเทือนหวั่นไหวอันประดุจดังแผ่นดินไหว ย่อมเกิดขึ้น ในโลกแห่งพุทธศาสนิกชน

๔.๑ อย่าเผลอใจ อย่าห่างใจ จะชั่วจะดี-จะเป็นผีเป็นพระ ล้วนอยู่ที่ใจ ๔.๒ นักบวชรุ่นแรก ที่พ่อท่านจะสำทับแทบทุกคนว่า “มาตายด้วยกันนะ” ๔.๓ อโศกยุคต้นฝึกฝนกันหนักไม่มีไฟฟ้า-น้ำประปาทุกอย่างต้องพึ่งตนเอง ๔.๔ ฝึกสมถะ-พุทธัง-เนสัชชิ-อดอาหาร คืองานหลักในยุคนั้น

๕. ๖ สิงหาคม ๒๕๑๘ คณะสงฆ์ชาวอโศกทั้ง ๒๑ รูป ได้ประกาศ นานาสังวาส ที่ศาลาวัดหนองกระทุ่ม ต่อหน้าพระสังฆาธิการและพระที่มาประชุมกัน ๑๘๐ รูป

๖. เมื่อใด “พุทธ” แท้ๆเกิดได้เต็มตัว และยืนได้เต็มรูปแข็งแรง อาการ “โตเร็ว” อย่างน่าฉงน... “เปล่งปลั่ง” แตกเนื้อแยกนวล ย่อมเกิดขึ้นในโลก แห่งมนุษย์ เทวดาทั่วจักรวาล

๗ . สูตรเร่งรัดพัฒนามนุษยชาติ ( ร . พ . ม .) ๑. จริง (สัจจะ) ๒. รู้สึก (สิตสัมโพชฌงค์) ๓. สำนึก (หิริโอตตัปปะ) ๔. ฝึกตน (ทมะ) ๕. ขวนขวาย (อิทธิบาท)

สถานีที่ 8

๙. วัฒนธรรมที่พึ่งเกิด-พึ่งแก่-พึ่งเจ็บ-พึ่

อ่านต่อ

งตาย กันได้ เราจะมาเป็นพี่น้องให้ยิ่งกว่าพี่น้องใดๆในโลก

๑๐. ๖ มิถุนายน ๒๕๓๒ มหาเถรสมาคมทำปกาสนียกรรมต่อคณะสงฆ์ชาวอโศก โดยประกาศให้พระภิกษุ สารเณร และพุทธศาสนิกชนมิให้คบหาสมาคม หรือให้ความร่วมมือใดๆแก่พระโพธิรักษ์ และคณะที่พระโพธิรักษ์บวชให้โดยได้ประกาศถ่ายทอดทางโทรทัศน์ออกไปทั่วประเทศ

สถานี11

๑๒. ๑๙ มิถุนายน ๒๕๓๒ พ่อท่านถูกจับกุม คุมขังและศาลตัดสินให้แพ้คดี ที่ไม่ยอมสึกตามคำสั่งที่มีให้สึก เมื่อยืนยันว่ายังไงๆก็ไม่ยอมสึก จึงต้องแพ้ เมื่อแพ้ก็ต้องเป็นพระนี่ล่ะโยม!

๑๓. พ่อท่านทุ่มเททั้ง ม.วช. , ว.บบบ. ถ้ายังเอาดีไม่ได้ ก็คงต้องไปรอรับ “ม.รบ” (มรณะบัตร) กันเด้อ!

๑๔. การกู้ชาติ ๕ ประการ ๑. เร่งประหยัด (มัธยัสถ์) ๒. ฝึกหัดสร้างสรร (อิทธิบาท) ๓. ช่วยกันอุดหนุน (ชาตินิยม) ๔. รู้บาปรู้บุญ (วิชชา) ๕. เอิบอาบเสียสละ (จาคะ)

๑๕. ผู้ที่ขี้เกียจ-ผู้ที่โง่แท้-หรือผู้ที่ไม่หยั่งรู้นั้นเป็นฉันใด?

ผู้ไม่โง่แท้ หรือผู้ที่หยั่งรู้ “ความจริง” ว่า การงานนั้นสำคัญ และประเสริฐ เช่น การทำนา การเก็บขยะ ฯลฯ แม้จะหนักจะลำบากยากเข็ญ หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน อดทนทรมาน ก็จะมีพลังสร้างสรรและบากบั่น ซึ่งต่างกันอย่างมีนัยลึกซึ้ง กับ ผู้ที่ขี้เกียจ และผู้ที่โง่แท้หรือผู้ที่ไม่หยั่งรู้ “ความจริง” ว่า การงานนั้นสำคัญ และประเสริฐ

๑๖. จากเมืองอู่ข้าวอู่น้ำกลายเป็นเมืองอดข้าวอดน้ำ

๑๗.๑ ซับขวัญที่วัดบางกะดี ๑๗.๒ ซับขวัญที่สถานีรถไฟงิ้วลาย ๑๗.๓ ไปให้กำลังใจหมู่บ้านธันยกานต์ ช่วยเหลือชาวบ้านที่อื่นๆต่อ ๑๗.๔ แจกเวชภัณฑ์กับผู้ประสบอุทกภัย

๑๘.๑ พ่อท่านไปเยี่ยมพวกเราทุกๆวัน ในช่องโทรทัศน์เพื่อมวลมนุษยชาติ (FMTV) ๑๘.๒ นวัตกรรมการชุมนุมแนวใหม่ ที่ใช้ธรรมนำหน้า ๑๘.๓ ๑บาท ๑บาตร ที่ตลาดอาริยะ อาหารอะไรๆก็ ๑ บาท ๑๘.๔ พ่อท่านพาลุย Big cleaning soul

๑๙. คืนวันประวัติศาสตร์ คำบรรยายใต้ภาพ ๑ ค่ำคืนแห่งสันติภาพเมื่อใช้ความสงบสยบความรุนแรง ความเลวร้ายจึงมิอาจเกิดขึ้นได้ คำบรรยายใต้ภาพ ๒ คืนวันประวัติศาสตร์ที่มนุษยชาติมีการชุมนุมประท้วง เพื่อร่วมกันสร้างสังคมใหม่ที่มีเศรษฐกิจแบบใหม่ การเมืองแบบใหม่ มีความเป็นอยู่ผาสุก เพราะรู้เท่าทันมายาของโลกีย์ที่มาในรูปของทุนนิยม บริโภคนิยม และอบายมุขนิยม ฯลฯ

ผู้ยังศาสนามาให้มนุษยชาติ ผู้ยังเห็นว่า ต้องขวนขวายหาเงินมา เพื่อทำบุญ - สะสมบุญ นั่นคือ “ผู้ยังโลภมาให้แก่ตน” อยู่ ส่วนผู้เห็นว่า ต้องขวนขวายหางาน ที่จะลดละตัดกิเลสแท้ๆ มาเพื่อให้เป็น – ให้ได้จริงๆยิ่งๆ นั่นคือ “ผู้ยังศาสนามาให้แก่โลก”

๒๐. รุ่งอรุณแห่งสันติภาพ ความสงบนี่แหละคือธรรมาวุธที่สุดยอดและสวยงาม จะเกิดขึ้นได้ก็เฉพาะสังคมประชาธิปไตยที่ใช้คุณธรรมเป็นหลักสำคัญเท่านั้น

๒๑. ความมหัศจรรย์ ๗ ประการ ที่ชุมชนไทยคู่ฟ้าดิน ๑. มีความระลึกถึงกัน (สาราณียะ) ๒. มีความรักกัน (ปิยกรณะ) ๓. มีความเคารพกัน (ครุกรณะ) ๔. มีการเกื้อกูลช่วยเหลือกัน (สังคหะ) ๕.มีการไม่วิวาทกัน (อวิวาทะ) ๖. มีความพร้อมเพรียงกัน (สามัคคียะ) ๗. มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน (เอกีภาวะ)

๒๒. คืนหนึ่งฉันฝันว่า ฯลฯ บทกวีจากอันติมะ

๒๓. ก่อภูเขา ให้ครบทุกลูก ปลูกลำธาร ให้ถ้วนทุกสาย สยายสายรุ้ง ไปให้ทั่วทุกถิ่นดินฟ้า ๒๔. เชื่อว่า ...สมณะพราหมณา ผู้ดำเนินชอบ ปฏิบัติชอบ ซึ่งประกาศโลกนี้ โลกหน้า ให้แจ่มแจ้ง เพราะรู้ยิ่งด้วยตนเอง ในโลกมีอยู่ (อัตถิ โลเก สมณพราหมณา สัมมัคคตา สัมมาปฏิปันนา เย อิมัญจ โลกัง ปรัญจ โลกัง สยัง อภิญญา สัจฉิกัตวา ปเวเทนตีติ )

๒๕. จุดหมายปลายทางของเรา คือ เบิกบานแจ่มใส มัธยัสถ์ สุภาพ สงบ หมดความอยาก สิ้นความเสพย์

๒๖.๑ ชุดธรรมยุติ – ชุดมหานิกาย – ชุดพระชาวอโศก – ชุดสมณะพราหมณ์ - ชุดระหว่างถูกดำเนินคดี – ชุดสมณะพราหมณ์ในปัจจุบัน (ถึงจะแต่งกายแบบใดๆ ก็ตาม ถ้าใจสงบรำงับ ควบคุมตัวไว้มั่นคง บริสุทธิ์ ไม่เบียดเบียนคนอื่น จะเรียกเขาว่า พราหมณ์สมณะ หรือภิกษุ ก็ได้ ) ๒๖.๒ เน้นแก่นให้แน่นกว่ากว้าง

๒๘. เพื่อนคุณเขาตายไปแล้วก็มี! และที่ยังอยู่ก็มี...ทว่าที่ยังอยุ่ ยังไม่ตายนั้น ล้วนแล้วแต่ยังคือนักต่อสู้ผู้ “เมาหมัด” เหมือนคุณนั่นแหละทั้งนั้น ภาพที่เห็นนี้ก็เพื่อนของคุณจริงๆ แต่เป็นผุ้ที่ตายแล้ว หรือ “ยังอยู่” ทว่า... “ไม่เมาหมัด”

ชุดพิเศษ ๒ เราจะต้องเปิดเผยธรรม ๒.๑ เราจะต้องเปิดเผยธรรม ไม่มีเวลาใดเลยที่ไม่สมควรเปิดเผยธรรมะ ธรรมะจะต้องถูกเปิดเผยให้มากที่สุดในทุกๆเวลา ผู้อำพรางธรรมะ หรือผู้เจตนาล้มล้างธรรมะ หรือช่วยปกป้องช่วยขัดขวางไม่ให้คนแสดงธรรม ไม่ให้คนเปิดเผยธรรมะนั้น เป็นผู้ทำร้ายมนุษยชาติที่โหดเหี้ยมที่สุด บาปที่สุด ๒.๒ สุดยอดพระอุดมคติ พรหมจรรย์นี้ เราประพฤติ มิใช่เพื่อ... หลอกลวงใครให้มานับถือ เรียกคนให้มาเป็นบริวาร ลาภสักการะ และเสียงสรรเสริญเยินยอ จะได้เป็นเจ้าลัทธิ หรือคัดค้านลัทธิอื่นให้ล้มไป ให้มหาชนเข้าใจว่า เราเป็นผู้วิเศษ ก็หามิได้ แต่ที่แท้ พรหมจรรย์นี้ เราประพฤติเพื่อสำรวม เพื่อสังวร เพื่อละหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับกิเลสเพื่อดับทุกข์สนิท เพื่อเจโตวิมุติอันไม่กลับกำเริบ ๒.๓ กองทัพธรรม จากขุนเขา และที่ราบสูง จากลุ่มน้ำและฝั่งทะเล จากเหนือจรดใต้ จากตะวันออกจรดตะวันตก เธอผู้ละทิ้งทรัพย์ศฤงคาร มากินอยู่อย่างขัดเกลา เธอพร้อมที่จะรักคนทั้งโลก และโอบกอดด้วยสองแขนอันอ่อนโยน เธอจะชุบคนน่าเกลียดเป็นคนน่ารัก เธอจะชุบคนน่ารักเป็นบารมีผู้อื่น เธอทำงานไม่รู้เหน็ดเหนื่อย ไม่มีรางวัลไม่มีสิ่งตอบแทน เธอมากันแล้ว มาเป็นหมู่เป็นเหล่า สีกาสาวะดั่งเปลวเทียน ส่องทางสว่างไสว ทั่วเขตคามที่เธอผ่าน ผู้คนดำเนินทางสายกลาง ต่างพากันหลั่งไหลและแซ่ซ้อง ก้องกระหึ่มราว กองทัพธรร ม ...น้ำฝน...

ชุดพิเศษ ๓ ๓.๑ “คน” ผู้มีความสุขที่สุด ก็คือ ผู้ที่รู้ว่าตัวเองกำลังเป็นผู้ “ให้” หรือ “เสียสละ” แก่ผู้อื่นได้จริงที่สุด

เพราะไม่กังวลในความร่ำรวย ไม่หิวโหยในความบันเทิง ไม่ปรารถนาความเป็นใหญ่เป็นโต ไม่มีปัญหากับความเครียด ชีวิตจึงไม่ขาดแคลนความเบิกบาน

๓.๒ สิ่งที่เราต้องการนั้น มันไม่ใหญ่โตอัครฐานอะไรดอก ง่ายๆ ถูกๆ ขยันๆ รู้จักพอดี มีความซื่อสัตย์ มีเมตตา เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นเสมอๆ ชีวิตเหมือนดอกหญ้า แต่มันยิ่งใหญ่ เป็นมหาพลังเย็นโอบอุ้มโลก ๓.๓ ทุกวินาทีเป็นวินาทีแห่งบุญ

หลักสำคัญการศึกษาของพุทธ ต้องเป็นผู้มีศีล ไม่หย่อนยาน (อธิศีล) ต้องเป็นผู้มีศีล จนเป็นฌาน (อธิจิต) ต้องเป็นผู้มีศีล จนเกิดญาณ (อธิปัญญา) กระทั่งเป็นผู้ทนได้ต่อการรุกราน (อธิวิมุติ) กระทั่งเป็นบุคคลผู้เบิกบาน (อธิพุทธ) ต้องสมบูรณ์ด้วยการงาน (อธิกุศลที่ถึงพร้อม)

คนผู้สมบูรณ์ด้วย การงาน จึงจะเป็นผู้ถึง นิพพาน นั่นคือ ผู้พร้อมไปด้วย... การงานที่ดำรินึกคิด (สัมมาสังกัปปะ) การงานที่พูดที่จา (สัมมาวาจา) การงานที่กระทำทุกชนิด (สัมมากัมมันตะ) การงานที่เป็นอาชีพ (สัมมาอาชีวะ) อันเป็น “มรรค” หรือ “ทางดำเนินชีวิต” สุดวิเศษ ที่พระพุทธเจ้าทรงตราไว้ให้มนุษย์นั่นเอง จงศึกษากันให้ “สัมมาทิฏฐิ” เถิด.

ชุดพิเศษที่ ๔ ๔.๑ เราทำได้แล้ว เราจะทำให้คนตาบอดเห็นธรรมะได้ ๔.๒ กำลังทำอยู่ เราจะพิมพ์หนังสือธรรมะให้ท่วมโลก ๔.๓ และกำลังพาทำ เราจะช่วยกันปลูกข้าวให้ได้แสนตัน จากข้าว ๑ เมล็ด ขยายได้เป็น ๑ กอ จาก ๑ กอ ขยายออกไปเป็น ๑๘๕ ต้น จาก ๑ ต้น ข้าวของอ.เชาว์วัช หนูทอง เฉลี่ยได้ถึง ๑๗๕ เมล็ด เพราะฉะนั้น ข้าว ๑ เมล็ดให้กำไรเราได้ถึง ๔๓,๓๗๕ เท่าตัว นับเป็นกิจการที่ธรรมชาติให้กำไรกว่าธุรกิจใดๆในโลกนี้

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน