581125_สคริปสรุปมหกรรมบุญลอมข้าวชาวบุญนิยม ครั้งที่ 1 .docx

โฟลเดอร์ปี ๒๕๕๘
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์763 KB
วันที่แก้ไข22 มกราคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

มหกรรมบุญลอมข้าวชาวบุญนิยม ครั้งที่ 1 ณ ราชธานีอโศก ในอดีต คนเราอาศัยแรงงานคนในการเกี่ยวข้าว ถ้าพื้นที่ทำนาใครมีมากจึงจำเป็นต้องอาศัยแรงจากญาติพี่น้องมาช่วยกันเก็บเกี่ยวเป็นแปลงๆผลัดเปลี่ยนกันไป เรียกประเพณีนี้ว่า “การลงแขกเกี่ยวข้าว” อันมีความหมายมากกว่าแค่การมาช่วยกันเก็บเกี่ยวผลผลิต หากแต่สะท้อนถึงความสามัคคี การรวมจิตวิญญาณของชาวนาให้เป็นปึกแผ่นแน่นเหนียวอีกด้วย เป็นเรื่องน่าเศร้าใจที่ปัจจุบันเสียงเพลงเกี่ยวข้าว เสียงพูดคุยหยอกเย้าของชาวนา กำลังค่อยๆเลือนลางจางหายไป กลับแทนที่ด้วยเสียงรถเกี่ยวข้าวดังกระหึ่ม แต่ในวันนี้ที่ชุมชนราชธานีอโศก ได้พลิกฟื้นวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยการระดมญาติธรรมจากทุกชุมชนมาโฮมแฮงลงแขกเกี่ยวข้าว ที่กำลังไล่สุกกันไปเป็นลำดับ จำนวนถึง 144 ไร่ ณ ทุ่งนาสาธารณโภคีราชธานีอโศก และผู้ที่มาร่วมลงแขกเกี่ยวข้าว ล้วนเดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศในเมืองไทย ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2558 ด้วยความเคารพศรัทธา จนการเก็บเกี่ยวลุล่วงไปเป็นส่วนใหญ่ และในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2558 พ่อครูสมณะโพธิรักษ์มีดำริให้จัดงานบุญล้อมข้าวชาวบุญนิยม ครั้งที่ 1 ขึ้น ที่บริเวณทุ่งนาหน้าโรงปุ๋ยพลังชีวิต ราชธานีอโศก โดยในช่วงเวลา 07.15 น . ทำบุญตักบาตรที่ท้องนาบริเวณงาน ญาติธรรมที่มาร่วมบุญในครั้งนี้ได้รับความอบอุ่นปีติใจจากพ่อครูสมณะโพธิรักษ์นำหมู่นักบวชออกบิณฑบาตรญาติโยมได้ใส่บาตรในบรรยากาศของงานที่รายล้อมด้วยตอซังข้าว ลอมข้าว และกุ้มข้าว เวลา 14.00 น. มีขบวนแห่บูชาพระแม่โพสพ เร่ิมต้นที่หน้าเฮือนเพิงกันด้วยขบวนตัวแทนชาวนาถือพานรวงข้าว ขบวนหาบข้าวและถือพันธุ์ข้าว มีรถอัญเชิญรวงข้าวและพืชพันธ์ุธัญญาหาร มีขบวนฟ้อนรำของนักเรียนจากราชธานีอโศกและสันติอโศก ตามด้วยแฟนชั

อ่านต่อ

่นแฟนซีจากธรรมชาติ ซึ่งทั้งหมดเป็นขบวนที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์และความมั่งคั่งของพืชพันธุ์ธัญญาหารของอาชีพกสิกรรมตามอุดมการณ์ “กินสิ่งที่ปลูก ปลูกสิ่งที่กิน” มีขบวนนักเรียนสัมมาสิกขาที่มาถือป้ายคำขวัญดีๆ และมีขบวนเซิ้งของสัมมาสิกขาศีรษะอโศกและนักเรียนนานาชาติ เมื่อขบวนแห่ถึงบริเวณลานลอมข้าวแล้ว เข้าสู่พิธีเปิดโดยอ.ขวัญดิน สิงห์คำ และอ.จำรัส ช่วงชิง หลังจากนั้นเป็นพิธีกราบแม่โพสพแล้วเข้าสู่กิจกรรมกีฬาอาริยะ คือ แข่งขันการนวดข้าว และแข่งขันการเป่าปี่ตอซังข้าว การแข่งขันนวดข้าวเป็นทีมสร้างความสนุกสนานและเกิดสาระคือได้เมล็ดข้าวไปพร้อมๆ กัน ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับรางวัลจากพ่อครูสมณะโพธิรักษ์คือข้าวสารถุงละสองกิโลกรัม หลวงปู่ได้บอกกับลูกๆ หลานๆ ว่า “นี่เป็นข้าวสารที่อาตมาไปช่วยแพ็คที่โรงสีบุญคุณข้าว” เวลา 18.30 น . พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ได้เทศน์กัณฑ์พิเศษสั้นๆ ครึ่งชั่วโมงตอนท้ายพ่อครูกล่าวขอบคุณทุกคนที่ร่วมสร้างสิ่งๆ ดีๆ ช่วยกันสืบสานวัฒนธรรมที่กำลังเลือนหายไปจากสังคมไทย หลังจากนั้นเป็นช่วงแห่งความบันเทิงของฆราวาสญาติโยมที่ได้มอบความสุขความบันเทิงตามสไตล์ชาวบุญนิยม แม้จะเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานเกี่ยวข้าวร่วมกันเป็นระยะเวลานาน แต่เมื่ออยู่ในบรรยากาศความสนุกสนานชาวบุญนิยมก็มีพลังสร้างสรรค์แสดงออกด้วยสาระบันเทิง ผู้ที่ชอบนวดข้าวก็ยังช่วยกันออกกำลังกายแขนอย่างสนุกสนาน ใครหิวก็ไปกินอาหารที่ซุ้มอาหารที่มีเมนูจากข้าวหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นข้าวหลาม ข้าวจี่ ข้าวโป่ง ข้าวปุ้น ข้าวเหนียวส้มตำ ผัดหมีโคราช ขนมหวานมี ข้าวปาด ข้าวต้มมัด ขนมเทียน ขนมต้ม และอีกมากมาย เป็นความอร่อยที่อุดมไปด้วยสารอาหารอันปราศจากสารพิษ กิจกรรมต่างๆ ดำเนินไปจนกระทั่งเวลา 21.30 น . จึงปิดงาน มีผู้ร่วมงานกล่าวว่างานมหกรรมบุญลอมข้าวชาวบุญนิยมคร้ังที่ 1 นี้ได้จิตวิญญาณที่มีชีวิตชีวา เต็มไปด้วยน้ำจิตน้ำใจ และความสนุกสนาน ทุกคนทำงานเหนื่อยมากแต่ก็มีความสุขใจกันถ้วนหน้า ก่อเกิดความสมัครสมานสามัคคี พลิกฟื้นจิตวิญญาณชาวนาไทย ให้กลับคืนสู่ทุ่งข้าวรวงทอง ให้ประเทศไทยเราเป็นมหาอำนาจทางอาหาร มหาอำนาจทางคุณธรรม สามารถผลิตข้าวมากพอที่จะแจกจ่ายเผื่อแผ่ต่อเพื่อนมนุษย์ เพราะข้าวไม่ใช่สินค้า แต่ข้าวคืออาหารที่ต้องแบ่งปันกันกิน…

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน