561103_สหบาทาต้านระบอบทักษิณ นิรโทษยกเข่ง เป็น เนรเทศยกโคตร.docx

โฟลเดอร์_Data office Neo protest สำรอง mac
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์15 KB
วันที่แก้ไข10 สิงหาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

561103_สหบาทาต้านระบอบทักษิณ นิรโทษยกเข่ง เป็น เนรเทศยกโคตร ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของการชุมนุมที่สถานีรถไฟสามเสน ภายใต้การนำของพรรคประชาธิปัตย์ ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ แกนนำประกาศยกระดับการชุมนุมเคลื่อนมวลชนในเวลา 10.00 น.วันนี้ (4 พ.ย.) ล่าสุดประชาชนได้ทยอยเดินทางมารวมตัวกันแล้วเพื่อร่วมเคลื่อนไหว ขณะที่บนเวทีเป็นการปราศรัยของประชาชนที่เดินทางมาร่วมชุมนุม และตัวแทนนักศึกษาสถาบันต่างๆ เพื่อรอเวลานัดหมายประกาศแนวทางยกระดับการชุมนุม จากนั้นเวลา 10.00 น. นายสุเทพขึ้นเวทีประกาศแผนเคลื่อนไหวว่าจะเดินขบวนไปเรียกร้องให้พี่น้อง ประชาชนทุกคนออกมาต่อสู้ร่วมกับเพื่อปกป้องชาติบ้านเมือง พร้อมกับจะไปปฏิญาณตนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองว่าจะทำเพื่อปกป้อง ผลประโยชน์บ้านเมือง โดยไม่ระบุจุดหมายปลายทาง แต่ให้เดินตามแกนนำอย่างเดียว พร้อมขอร้องกลุ่มผู้ชุมนุมแสดงสปริตและมีวินัย อดกลั้นอดทน ไม่ทำเสียหายแก่ประเทศ เพื่อให้เป็นที่ประจักษ์แก่ชาวโลก พร้อมยืนยันว่าจะต่อสู้จนกว่าจะได้รับชัยชนะเพื่อบ้านเมือง ล่าสุด เมื่อเวลา 10.50 น. ขบวนมวลชนได้เคลื่อนมาตามถนนพระราม 6 หัวขบวนอยู่ที่หน้ากระทรวงการต่่างประเทศ ถ.พระราม 6 โดยจุดที่จะพักขบวนอยุ่ที่อุรุพงษ์ สมทบกับมวลชนที่ปักหลักอยู่ก่อนแล้ว รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลา 11.00 น. ม็อบสามเสนได้เดินทางมาถึงแยกอุรพงษ์แล้ว บรรดาแกนนำของสองกลุ่มได้พบปะหารือกันด้วย โดยแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ได้เชิญชวนประชาชนที่มีอุดมการณ์เดียวกันเข้าร่วม กับพรรคประชาธิปัตย์ จากนั้นได้พามวลชนเดินไปตามถนนหลานหลวง ผ่านตามถนนราชดำเนินกลาง ไปยังอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา และมุ่งหน้าต่อไปศาลหลักเมือง เวลา 12.34 น. ม็อบสามเสนเคลื่อนทัพมาบริเวณอนุสาวรี

อ่านต่อ

ย์ประชาธิปไตย ทำกิจกรรมเป่านกหวีดยาวนานกว่า 2 นาที ซึ่งเป็นการเป่านกหวีดพร้อมกับกลุ่มมวลชนบริเวณถนนสีลม โดยเสียงนกหวีดดังกล่าวจะเป็นเสียงชัยชนะของประชาชน จากนั้นเคลื่อนขบวนต่อไปอนุสรณ์ 14 ตุลา และต่อไปวัดพระแก้ว เพื่อปฏิญาณตนไม่ยอมให้คนโกงแผ่นดินอยู่ต่อไป “เนรเทศยกโคตร ดีกว่านิรโทษฯ ยกเข่ง” ต่อมาเมื่อเวลา 12.45 น.แกนนำม็อบสามเสนได้วางพวงมาลาเพื่อสดุดีวีรชนในเหตุการณ์ 14 ตุลา ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา โดยจะสืบทอดเจตนารมณ์วีรชน 14 ตุลา ขอให้ดวงวิญญาณ 14 ตุลาเป็นกำลังใจให้เราเอาชัยชนะมาให้กับประชาชน หลังจากนั้นได้เคลื่อนขบวนต่อไปตามถนนราชดำเนินกลางต่อเนื่องถึงถนน ราชดำเนินใน และล่าสุดได้ไปถึงหน้าวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้วแล้ว จากนั้นพร้อมใจกันกล่าวคำปฎิญาณต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และรับประทานอาหารกลางวัน ก่อนสลายตัวแยกย้ายกันกลับ

นักศึกษาราชภัฏสุราษฎร์ฯ ประกาศร่วมคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมจนสุดซอย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 4 พฤศจิกายน 2556 11:33 น.

สุราษฎร์ธานี - นักศึกษาคณะ นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี แถลงจุดยืนร่วมต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ประกาศเข้าร่วมชุมนุมกับชาวสุราษฎร์ธานี ที่ศาลากลางจนกว่ารัฐบาลจะยกเลิก พ.ร.บ.ดังกล่าว นายทักษิณ เดชแก้ว นายกสโมสรคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ออกแถลงการณ์ต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ทำให้เกิดความตึงเครียดของประชาชนในสังคมไทย ซึ่งกังวลว่า ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วนั้น จะกลายเป็นชนวนความขัดแย้งรอบใหม่ของประเทศไทย เนื่องจาก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมดังกล่าว มีเจตนาและมุ่งหมายที่จะลบล้างคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีทุจริตต่างๆ และให้คดีที่ยังค้างคาเป็นอันยุติไป ให้ผู้กระทำความผิดในคดีทุจริตทั้งในฐานะตัวการ ผู้สนับสนุนผู้ใช้ให้กระทำ หรือผู้ถูกใช้ พ้นจากความรับผิดชอบโดยสิ้นเชิง ทางสโมสรนักศึกษาเห็นว่า ผู้กระทำความผิดไม่ควรได้รับประโยชน์จาก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับนี้ จะทำให้การทุจริตคอร์รัปชั่นกลายเป็นบรรทัดฐานที่ถูกต้องของสังคมไทย อีกทั้งยังเป็นการบิดเบือนหลักนิติรัฐ และประชาธิปไตย เพราะประเทศไทยเป็นสังคมที่ยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม หลักประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชน ทางสโมสรนักศึกษา คณะนิติศาสตร์ ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี จึงขอคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และจะดำเนินการยืนหนังสือคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม อย่างเป็นทางการ ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดไปยังรัฐบาล และจะออกไปร่วมชุมนุมกับพี่น้องประชาชนชาวสุราษฎร์ธานี ที่ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี จนกว่ารัฐบาลจะยุติการดำเนินการออกกฎหมายดังกล่าว

อธิการบดี 14 สถาบัน ผนึกกำลังต้านนิรโทษกรรม ผู้บริหารจุฬาฯ จี้วุฒิสภาคว่ำกฎหมาย อธิการบดี 14 สถาบัน ผนึกกำลังต้านนิรโทษกรรม ผู้บริหารจุฬาฯ จี้วุฒิสภาคว่ำกฎหมาย อธิการบดี 14 สถาบัน ออกแถลงการณ์ค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมคนทุจริต ระบุเป็นกฎหมายที่สร้างมาตรฐานไม่ถูกต้องให้สังคมไทย เช่นเดียวกับคณะผู้บริหารจุฬาลงกรณ์ฯ ออกแถลงการณ์เรียกร้องวุฒิสภา คว่ำกฎหมายยกผิดเหมาเข่ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมอธิการบดี 14 สถาบัน ได้ออกแถลงการณ์ วันนี้ (4 พ.ย.) คัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ โดยมีเนื้อหาว่า “ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2556 ที่มีเนื้อหาให้นิรโทษกรรมแก่บรรดาการกระทำทั้งหลายทั้งสิ้น ของบุคคลหรือประชาชนที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมือง ความขัดแย้งทางการเมือง หรือที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทำความผิด โดยคณะบุคคล หรือองค์กรที่จัดตั้งขึ้นภายหลังการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 รวมทั้งองค์กรหรือหน่วยงานที่ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวสืบเนื่องต่อมา ที่เกิดขึ้นระหว่าง พ.ศ. 2547 - 8 สิงหาคม พ.ศ. 2556 ไม่ว่าผู้กระทำจะได้กระทำในฐานะตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำ หรือผู้ถูกใช้ การบัญญัติดังกล่าวข้างต้นไม่เพียงแต่เป็นการยกเว้นความผิดและโทษให้แก่การก ระทำในทางการเมืองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการกระทำในลักษณะการทุจริตคอรัปชั่นด้วย ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยเห็นว่า การที่ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม มีเนื้อหาดังกล่าวข้างต้นเท่ากับเป็นการสร้างมาตรฐานที่ไม่ถูกต้องขึ้นใน สังคมไทย เพราะจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า การทุจริตคอร์รัปชันมิใช่สิ่งร้ายแรง และในท้ายที่สุดก็สามารถหลุดพ้นจากความรับผิดได้ด้วยการนิรโทษกรรม การนิรโทษกรรม การกระทำความผิด ในเรื่องทุจริตคอร์รัปชันจะทำให้การต่อสู้กับปัญหาคอร์รัปชันในสังคมไทยใน ปัจจุบันไม่ประสบผลสำเร็จและจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้กับการกระทำในลักษณะ นี้ต่อไปในอนาคต ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย เห็นว่า การรณรงค์ต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันเป็นเรื่องที่สำคัญ ดังจะเห็นได้จากการจัดโครงการ “บัณฑิตไทยไม่โกง” ขึ้น ที่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการต่อเนื่องมาตลอดปี พ.ศ. 2556 การรณรงค์ดังกล่าวจะประสบความสำเร็จได้ดีต่อเมื่อมีตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้ เห็นว่า คนที่กระทำการทุจริตคอร์รัปชันจะต้องถูกลงโทษโดยไม่มีการนิรโทษกรรม ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ดังมีรายนามต่อไปนี้ จึงขอคัดค้านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฉบับนี้ร่วมกัน - ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ - ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ - ดร.กีร์รัตน์ สงวนไทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ - ศ.ดร.ประสาท สืบค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี - รศ.ดร.ประดิษฐ์ วรรณรัตน์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ - รศ.ดร.นพ.ชัยเลิศ พิชิตพรชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช - รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตน์ศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น - รศ.นพ.นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ - รศ.ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี - รศ.ดร.สุวิทย์ เลากศิริวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม - ผศ.ดร.ศุภชัย สมัปปิโต อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม - ผศ.ดร.จำเนียร ยศราช อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ - ผศ.ชัยชาญ ถาวรเวช อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร - รศ.ดร.ชูศักดิ์ ลิ่มสกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ลงวันที่ 4 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 วันเดียวกัน คณะผู้บริหาร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฉบับที่ 1 เรื่อง “ข้อขัดแย้งร่างกฎหมายนิรโทษกรรม” ออกแถลงการณ์คัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ว่า “ตามที่สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2556 ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม แก่ผู้กระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ...... อย่างที่เร่งรีบ รวบรัด และมีเนื้อหาแตกต่างไปจากร่างที่สภาผู้แทนราษฎรได้รับหลักการเอาไว้ในวาระ ที่ 1 ส่งผลให้มีผู้ได้รับประโยชน์จากร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ขยายไปครอบคลุมถึงผู้สั่งการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมจนนำไปสู่การบาดเจ็บล้ม ตาย ทั้งยังมีการขยายระยะเวลาของการนิรโทษกรรมออกไป จนทำให้นักการเมืองที่กระทำ การทุจริตคอร์รัปชันจะได้รับประโยชน์จากร่าง กฎหมายฉบับนี้ด้วย การพิจารณาร่างกฎหมายด้วยวิธีการดังกล่าว ก่อให้เกิดปัญหาข้อขัดแย้งในสังคมที่มีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ คณะผู้บริหารของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเห็นว่า การจัดทำร่างกฎหมายนิรโทษกรรมนี้ไม่เป็นไปตามแนวทาง ของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ หรือ คอป. ซึ่ง คอป.ได้ให้แนวทางเรื่องการออกกฏหมายนิรโทษกรรมว่า “...ไม่สามารถดำเนินการโดยปราศจากขอบเขต ต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม และมาตรฐานสากล โดยจะต้องไม่ใช่การนิรโทษกรรมตนเอง และไม่เป็นการนิรโทษกรรมแบบครอบคลุมเป็นการทั่วไป หรือครอบคลุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยปราศจากเงื่อนไข แต่ต้องมีการจำกัดความผิดที่จะนิรโทษกรรม และเงื่อนไขในการนิรโทษกรรมอย่างชัดเจนและเฉพาะเจาะจง โดยพิจารณาแยกแยะลักษณะการกระทำของบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยกระบวนการที่ชอบด้วยกฏหมาย ซึ่งต้องสอดคล้องกับมาตรฐานระหว่างประเทศ และตั้งอยู่บนหลักประชาธิปไตย โดยการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย” อย่างไรก็ตาม เมื่อสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาร่างกฎหมายนิรโทษกรรม เสร็จเรียบร้อยแล้ว และไม่สามารถย้อนกลับสู่จุดเริ่มต้นได้ในปัจจุบัน คณะผู้บริหารจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงขอเรียกร้องให้วุฒิสภา ซึ่งต้องเป็นผู้พิจารณาร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ได้ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญยับยั้ง กฎหมายนิรโทษกรรมไว้ก่อน และส่งร่างกฎหมายนิรโทษกรรมคืนไปยังสภาผู้แทนราษฏร เพื่อพิจารณาทบทวนใหม่ ทั้งนี้คณะผู้บริการจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะติดตามสถานการณ์ต่อไปอย่างใกล้ ชิด”

ม.จ.จุลเจิม นั่ง ปธ.ถกราชกุลราชนิกุลพร้อมบุคคลทางการเมือง "ประสงค์" หวังฝ่ายรักชาติ-สถาบันร่วมมือกัน ก่อนมีฉันทามติร่อน จม.จี้รัฐดูแลการแสดงออกจาบจ้วงสถาบัน เล็งดำเนินคดี ชี้ พ.ร.บ.นิรโทษฯมีมลทินไม่ควรทูลเกล้าฯ ปัดโยงการเมืองห้ามความคิดไม่ได้ นัด 10 พ.ย.สักการะ ร. 1 ชวนทุกสีแสดงความจงรักภักดี วันนี้ (3 พ.ย.) ที่โรงเรียนนาชาติ บางกอก เพรพ นำโดยพล.ต.ม.จ.จุลเจิม ยุคล ได้นัดประชุมตัวแทนราชสกุล เพื่อหารือสถานการณ์ทางการเมือง อาทิ ราชสกุลยุคล ราชสกุลเสนีวงศ์ ราชสกุลจักรพันธุ์ ราชสกุลดิศกุล ราชสกุลพึ่งบุญ ราชสกุลทองแถม ฯราชนิกุล และบุคคลสำคัญทางการเมือง อาทิน.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีต เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายชิงชัย มงคลธรรม หัวหน้าพรรคความหวังใหม่ นายบวร ยสินธร ประธานเครือข่ายราษฎรอาสาปกป้อง 3 สถาบัน นายคมสันต์ โพธิ์คง แกนนำสยามประชาภิวัฒน์ ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี อนุกรรมาธิการเสริมสร้างธรรมาภิบาลด้านพลังงานของ วุฒิสภา นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำเสื้อหลากสี และมวลชนกลุ่มกองทัพนิรนามกว่า 10 คน น.ต.ประสงค์ กล่าวว่า ได้รับเชิญให้มาประชุมเพื่อร่วมรับฟัง และให้ข้อมูลและสถานการณ์ต่าง ๆ โดยแนวทางในการต่อสู้ขณะนี้ ทุกฝ่ายที่รักชาติ รักสถาบัน จะต้องร่วมใจกันเพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายเดียวกัน สำหรับแนวทางทุกกลุ่มต้องประสานงานกันเพื่อกำหนดยุทธวิถีเพื่อที่จะเดินไป พร้อม ๆ กันและเชื่อว่าเป้าหมายจะสำเร็จ ตนไม่เห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.นิโทษกรรม เพราะเป็นกฎหมายที่เห็นแก่ตัว ไม่เคารพกติกาหลักนิติรัฐ หลักนิติธรรม ความปรองดอง ซึ่งความสามัคคีจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อคนที่ทำผิดต้องยอมรับผิดและถูกลงโทษ ไม่ใช่เอาคนดีกับคนเลวหรือขาวกับดำมาจับมือกัน แล้วบอกว่าให้เซตซีโร่ ให้ล้างความผิดไม่ได้ คนผิดต้องสำนึก จากนั้นเวลา 11.30 น . พล.ต.ม.จ.จุลเจิม พร้อมด้วยม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย แถลงว่า ในการประชุมของราชสกุลที่เกิดในราชวงศ์จักรี ไม่ว่าจะเป็นวังหน้า วังหลัง วังหลวง เรามาทำความเข้าใจร่วมกันเพื่อขอฉันทามติว่าจะอยู่เฉยๆ หรือจะเดินหน้าเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากขณะนี้มีการกระทำที่จาบจ้วงบังอาจเกินไป เหมือนพระมหากษัตริย์เป็นเพื่อนเล่น โดยเฉพาะละครที่เล่นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมาซึ่งมีเนื้อหาส่อนัยยะ ก็มีประชาชนมาถามตนว่าทำอะไรอยู่ ทำไมคนในราชสกุลอยู่เฉย ปล่อยให้มีการใส่ร้ายและบิดเบือน ปล่อยให้ชาวบ้านที่นอนกลางดิน กินกลางทรายมาปกป้องแทน พล.ต.ม.จ.จุลเจิม กล่าวว่า ยืนยันว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้จะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง และการชุมนุมของเวทีต่างๆ ซึ่งแนวทางการเคลื่อนไหวอาจจะทำจดหมายเปิดผนึกให้รัฐบาลออกมาทำเรื่องนี้ อย่างจริงจัง โดยเฉพาะเว็ปไซต์ หากมีการจับกุมหรือดำเนินคดีไปแล้ว ขอให้มีการออกข่าวเพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับทราบ วันนี้เป็นการปรึกษาหารือกัน ที่ราชสกุลมาช่วยกันโดยร่วมกับประชาชนที่มีความจงรักภักดี ขอแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ จากคนไทย 65 ล้านคน ประมาณ 1 ล้านกว่ามาร่วมกัน พล.ต.ม.จ.จุลเจิม กล่าวต่อว่า เราจะไม่พูดเรื่องการเมืองและคดีของพรรคประชาธิปัตย์ แต่ในเรื่องพ.ร.บ.นิรโทษกรรม หลังจากผ่านรัฐสภาแล้วเมื่อถึงปลายน้ำ ตนจะหาแนวทางเพื่อคัดค้านการยื่นทูลเกล้า ฯเนื่องจากกฏหมายฉบับนี้ มีคนไม่เห็นด้วยจำนวนมาก เป็นของที่ไม่ดี ไม่บริสุทธิ์แล้วยังไปทูลเกล้าฯ ก็ถือว่าเป็นเรื่องไม่บังควร เพราะตนไม่อยากให้เป็นการกดดันพระองค์ "พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเหมือนกับน้ำป่าที่ซัดเข้ามาอย่างรุนแรง ผมก็เหมือนฝ้ายน้ำล้น กันได้ก็ได้ ไม่ได้ก็ให้เบาลง อย่าพยายามโยงผมกับการเมือง แต่เราออกมาปกป้องสถาบัน เพราะรู้สึกไม่สบายใจที่รัฐบาลไม่เหลียวแล เรายอมไม่ได้แล้ว ใครมาด่าเราทุก มาตบหน้าเราจนหน้าเราบวม เราก็ทนไม่ได้ จึงอยากจะขอตบกลับบ้าง" พล.ต.ม.จ.จุลเจิม กล่าว พล.ต.ม.จ.จุลเจิม ยุคล กล่าวภายหลังการประชุม ว่าแนวทางการเคลื่อนไหวโดยในวันที่ 10 พ.ย. นี้ตนพร้อมด้วยราชสกุลจะเดินทางไปสักการะ พระบรมราชานุเสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณตนว่าจะปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยขอเชิญชวนประชาชนผู้ที่จงรักภักดีเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็นสีแดง สีเหลือ สีน้ำเงิน เข้าร่วม ส่วนแนวทางการจัดตั้งเวทีตนจะไม่ทำ โดยแนวทางการเคลื่อนไหวหลังวันที่ 10 พ.ย.จะจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อหารือแนวทางการเคลื่อนไหวต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการทำจดหมายเปิดผนึกและการดำเนินคดีกับผู้ที่ละเมิดสถาบัน เมื่อถามว่า ผู้ที่มาร่วมประชุมในครั้งนี้จะเข้าร่วมเคลื่อนไหวด้วยใช่หรือไม่ พล.ต.ม.จ.จุลเจิม กล่าวว่า ก็น่าจะชัดเจน ขอให้เป็นคนที่มีใจจงรักภักดี ก็สามารถร่วมได้ ส่วนที่จะถูกมองว่าจะโยงเป็นเรื่องการเมืองนั้น ตนยืนยันว่าไม่เกี่ยว ก็คงจะไปห้ามคนคิดไม่ได้

ชาวสีลม รวมพลังเป่านกหวีด1นาที ค้านนิรโทษสุดซอย

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน