561209 มวลมหาประชาชน สร้างประวัติศาสตร์โลก.docx
เนื้อหาในไฟล์
มวลมหาประชาชน สร้างประวัติศาสตร์โลก มวลชนทั่วประเทศพร้อมใจ 9 ธ.ค. โค่นระบอบทักษิณ "กปปส." ลั่นบุกทำเนียบฯ ไม่เข้ายึด "สุเทพ" ประกาศสร้างประวัติศาสตร์การต่อสู้มากสุดในโลก ทุบหม้อข้าวไม่จบไม่กลับบ้าน "ปู" ท่องสูตรเดิมยอมยุบสภาแต่ต้องทำตาม กม. ท้าทำประชามติวัดเสียงประชาชน "ศอ.รส." ขู่ม็อบปีนรั้วเจอกระบอง "บัวแก้ว" จัดทัวร์พาทูตดูการทำ
งาน ตร.-ทหาร "พท." ปูดเกณฑ์ฮาร์ดคอร์ใต้ 5 พันคนป่วน "ประยุทธ์" ย้ำไม่ปฏิวัติแน่ ตลอดทั้งวันอาทิตย์ที่ผ่านมา กลุ่มมวลชนจากทั่วประเทศต่างออกมาเคลื่อนไหวแสดงพลังที่จะเข้าร่วมการชุมนุมขับไล่รัฐบาลและโค่นระบอบทักษิณ ร่วมกับ
กลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ในวันจันทร์ที่ 9 ธันวาคม 2556
ที่จะเคลื่อนขบวน 9 เส้นทางบุกทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่เวลา 09.39 น. โดยที่ จ.ขอนแก่น สภาประชาชน 20 จังหวัดภาคอีสาน (สชอ.) ประกอบด้วย 1.สภาองค์กรชุมชน 20 จังหวัดภาคอีสาน 1,465 ตำบล 2.กลุ่มนัก
วิชาการอิสระภาคอีสาน 3.กลุ่มสื่อมวลชนอิสระภาคอีสาน 4.กลุ่มนักธุรกิจภาคอีสาน 5.กลุ่มแพทย์พยาบาลภาคอีสาน 6.กลุ่มเกษตรกรภาคอีสาน 7.กลุ่มเยาวชนภาคอีสาน
8.กลุ่มข้าราชการเกษียณในภาคอีสาน 9.กลุ่มเครือข่ายปัญหาที่ดินในภาคอีสาน 10.กลุ่มเครือข่ายทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในภาคอีสาน และ 10.กลุ่ม NGOs และประชา
สังคมภาคอีสาน ร่วมกันออกแถลงการณ์เชิญชวนประชาชนทุกหมู่เหล่าในภาคอีสาน ออกไปร่วมชุมนุมกับมวลมหาชนประชาชนเพื่อขับไล่รัฐบาลโค่นระบอบทักษิณในวันที่ 9
ธ.ค. ทั้งที่กรุงเทพฯ และตามจุดต่างๆ ในพื้นที่ภูมิลำเนา จ.พิจิตร กลุ่มมวลชนชาว จ.พิจิตร ออกรณรงค์เชิญชวนให้ผู้สูงอายุ เด็ก และสุภาพสตรี
อ่านต่อ
เคลื่อนไหวกันอยู่เฉพาะในเขตที่ตั้ง โดยเวลา 09.00 น. วันที่ 9 ธ
.ค.ให้ไปรวมตัวกันที่บริเวณสนามหน้าตึก อบจ.พิจิตร เพื่อทำเวทีคู่ขนานกับเวทีราชดำเนิน ซึ่งคาดว่ามีมวลชนไม่น้อยกว่า 2 พันคน นอกจากนี้ ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา
ประชาชนชาวพิจิตรจำนวนมากได้ขึ้นรถไฟฟรี รวมทั้งซื้อตั๋วรถบัสโดยสาร รถตู้ และบางส่วนเหมารถบัสเข้ากรุงเทพฯ ไม่น้อยกว่า 1,000 คน จ.สงขลา กลุ่มมวลชนในนามของ กปปส.จังหวัดสงขลา นำรถบรรทุก 6 ล้อซึ่งใช้เป็นเวทีรวมพลคนสงขลาขับไล่รัฐบาลโจร มาจอดบนถนนหน้าศาลากลาง
จังหวัดสงขลา เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการชุมนุมของมวลชนชาวจังหวัดสงขลาเช่นเดียวกับที่กรุงเทพฯ ทั่วประเทศร่วมขบวน จ.ปัตตานี กลุ่มเคลื่อนไหวจังหวัดปัตตานี ได้รวมตัวกันจัดรถบัสจำนวนกว่า 7 คัน ประมาณกว่า 300 คน เดินทางไปร่วมสมทบกับการเคลื่อนไหวที่
กรุงเทพมหานครแล้ว นอกจากนั้นยังมีรถส่วนตัวทยอยเดินทางไปสมทบที่ กทม.เช่นกัน เช่นเดียวกับสถาบันการศึกษาต่างๆ ยังคงออกมาเคลื่อนไหวเช่นเดียวกัน โดยที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นายศรายุทธ สุทธจิตต์ คณะบริหารธุรกิจ ปี 4 นายก
สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ขอเชิญชวนชาวมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวมพลเวลา 09.39 น. บริเวณลานศาลาธรรม ด้านหน้ามหาวิทยาลัย เพื่อแสดงจุดยืน
ทางการเมือง กรณีนี้ไม่ได้เป็นประกาศของทางมหาวิทยาลัย หรือของสโมสรฯ ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ รองคณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า นักศึกษามหาวิทยาลัยหอการค้าไทยนัดรวมตัวกันที่หน้า
มหาวิทยาลัยตอน 8 โมงเช้า คาดว่าจะมีคณาจารย์และเจ้าหน้าที่บางส่วนเข้าร่วมแสดงออกทางการเมืองในครั้งนี้ จากนั้นจะเดินขบวนไปที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังมีมหาวิทยาลัยอื่นร่วมขบวนเดินรณรงค์ต่อต้านรัฐบาลเช่นกัน อาทิ มหาวิทยาลัยรังสิต ประกาศเชิญชวนนักศึกษาและบุคลากร
มหาวิทยาลัยรังสิตร่วมแสดงออกทางการเมืองผ่านโลกออนไลน์ นัดรวมพลเวลา 07.30 น. ที่หน้าอาคาร 1 ม.รังสิต และจะมีรถบริการรับ-ส่งไปที่กระทรวงการคลัง และเดิน
เท้าจากกระทรวงการคลังไปที่ทำเนียบรัฐบาล มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา แจ้งนัดรวมพลนักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัย ในเวลา 08.30-09.00 น. ที่ลานสมเด็จเจ้าพระยา
คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมอย่างน้อยประมาณ 1,000 คน และจะเคลื่อนพลไปที่วงเวียนใหญ่ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) กล่าวว่า ในวันที่ 9 ธ.ค.นี้ ทางกลุ่ม พธม.จะนัดรวมตัวกันที่บ้านพระ
อาทิตย์ เวลา 08.00 น. โดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำ พธม. จะเดินนำมวลชนไปส่งต่อยังขบวนของ กปปส. แต่จะไม่ขึ้นเวทีเป็นแกนนำการชุมนุมในครั้งนี้ นายสนธิให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ผ่านรายการสภาท่าพระอาทิตย์ โดยได้ประกาศเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกคน ทั้งพันธมิตรแท้และทุกคนที่ดูรายการนี้อยู่ว่า
พรุ่งนี้ (9 ธ.ค.) ต้องเป็นวันปิดฉากตระกูลชินวัตร จะเป็นอย่างไรก็ตาม ผมจะเป็นยังไงก็ตาม เราต้องออกมากันให้หมด มาให้กำลังใจกันมาร่วมสู้กัน และพวกเอเอสทีวีทั้งหมด
เราจะตั้งขบวนที่เอเอสทีวีตอนประมาณ 8 โมงเช้า ชุมนุมที่หน้าเอเอสทีวี และจะร่วมเดินเข้าไปเพื่อให้กำลังใจพี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่า ที่เวที กปปส. อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส. ปราศรัยบนเวทีราชดำเนินว่า วันที่ 9 ธ.ค.นี้ จะมีการแบ่งเส้นทางการ
เคลื่อนขบวนมวลชนจากพื้นที่ต่างๆ มุ่งสู่ทำเนียบรัฐบาลทั้งหมด 9 เส้นทาง ประกอบด้วย 1.ศูนย์ราชการ นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เดินตามเส้นทาง
ถนนวิภาวดี มุ่งหน้าไปยังอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เข้าทางถนนราชวิถี แล้วเลี้ยวขวาแยกราชวิถี เรียบคลองเขาดิน เลี้ยวขวาสะพานชมัยมรุเชฐ ทำเนียบรัฐบาล เส้นที่ 2 อาคาร SCB รัชดาภิเษก นำโดยนายถาวร เสนเนียม มุ่งหน้าแยกฟอร์จูน เลี้ยวขวาเข้าอนุสาวรีย์ชัย ต่อด้วยแยกพญาไท เลี้ยวขวาเข้าถนน
ศรีอยุธยา ตรงไปที่แยกวัดเบญจฯ แล้วเลี้ยวซ้ายถึงทำเนียบรัฐบาล 3. แยกเอกมัย นำโดยนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ มาทางถนนสุขุมวิท ผ่านแยกราชประสงค์ เลี้ยวขวาตรง
แยกหอศิลป์ จากนี้เดินมาถึงแยกราชเทวี เลี้ยวซ้ายเข้าถนนเพชรบุรีตัดใหม่ผ่านอุรุพงษ์ เข้าถนนพิษณุโลกตรงเข้าทำเนียบรัฐบาล 4.วงเวียนใหญ่ นำโดยนายณัฏฐพล
ทีปสุวรรณ ข้ามมาทางสะพานสาทร เลี้ยวเข้าถนนเจริญกรุง มาถึงถนนพระรามสี่ จากนั้นไปทางเลียบคลองผ่านทางตลาดโบ๊เบ๊ แล้วเลี้ยวสะพานเทวกรรม ถึงสามแยกสนาม
ม้านางเลิ้ง เลี้ยวซ้ายเข้าทำเนียบรัฐบาล กปปส.ลั่นไม่เข้าทำเนียบฯ เส้นที่ 5 กระทรวงการคลัง นำโดยนายวิทยา แก้วภราดัย เดินมาตามถนนพระรามหก มาแยกประดิพัทธ์ เลี้ยวซ้ายไปทางเกียกกาย ผ่านโรงเรียนราชินีบน
ตรงจนถึงแยกเทเวศร์ เลี้ยวไปทางกระทรวงศึกษาธิการ เข้าสู่ทำเนียบรัฐบาล 6.อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย (1) นำโดย นายถนอม อ่อนเกตุพล ข้ามสะพานพระปิ่นเกล้า เลี้ยว
ขวาตามถนนจรัสสนิทวงศ์ ถึงแยกบางพลัดเลี้ยวขวาเข้าสะพานซังฮี้ จากนั้นเลี้ยวขวาเข้ามาทางแยกเทเวศร์ และเลี้ยวซ้ายต่อไปทางกระทรวงศึกษาธิการ เข้าทำเนียบรัฐบาล เส้นที่ 7 สีลม นำโดยนายสาธิต เซกัลป์ มาทางพระราม 4 ผ่านหัวลำโพงเข้าเยาวราช พอถึงแยกวังบูรพา เลี้ยวขวาเดินไปจนถึงสะพานผ่านฟ้าฯ เข้าไปทาง
นางเลิ้ง แล้วเลี้ยวขวาเข้าทำเนียบรัฐบาล 8.อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย (2) นำโดยนายอิสสระ สมชัย ไปทางโรงเรียนสตรีวิทย์ ถึงแยกวังแดงเลี้ยวขวา เข้าทำเนียบรัฐบาล และ
9.พรรคเพื่อไทย นำโดยนายศรีวรา อิสสระ เดินตามถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ตรงมุ่งสู่ทำเนียบรัฐบาล ขณะที่นายทินกร อ่อนประทุม คณะทำงานแกนนำ กปปส. ได้นำอาสาสมัครมวลชนเวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จำนวน 200 คน เคลื่อนขบวนมายังศูนย์ก่อ
สร้างและบูรณะ 6 สำนักโยธา กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพื้นที่ในการเก็บแท่งปูนแบริเออร์ส่วนหนึ่งกว่า 2,000 แท่ง เพื่อให้มวลเฝ้าระวัง ป้องกันไม่ให้ตำรวจขนย้ายแท่งปูน
แบริเออร์ออกไปปิดเส้นทางสกัดกั้นมวลชนที่นัดชุมนุมใหญ่ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน กล่าวว่า นายกฯ ไม่เข้าใจ ความหมายสภาประชาชน เพราะได้รับมอบอำนาจมาจากพี่ชาย พฤติกรรมปากว่า
ตาขยิบแบบนี้ ต้องบอกว่าหมดทางแล้วที่เราจะรับขอเสนอแบบนี้ ซึ่งเรื่องที่เราเสนอตามมาตรา 3 และ 7 นั้นไม่ได้อยู่นอกเหนือจากรัฐธรรมนูญ แต่ที่ฝ่ายรัฐบาลออกมาแถลง
ปฏิเสธอำนาจศาลรัฐธรรมนูญถามว่าเอาอำนาจมาจากบทบัญญัติใดในรัฐธรรมนูญ วันนี้จึงชัดเจนว่าสถานะของรัฐบาลเป็นอำนาจเถื่อนนอกรัฐธรรมนูญ ดังนั้นเมื่อเราไม่ไว้
ใจรัฐบาล เราจึงใช้อำนาจโดยตรงตามรัฐธรรมนูญ ม.3 และ ม.7 เรียกอำนาจคืนจากรัฐบาล "เรายืนยันว่าการสู้ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องพรรคการเมือง เพราะวันนี้ พรรค ปชป.ลาออก แล้วนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ก็ยังได้ลาออกตาม
ขณะที่นายชูวิทย์ต้องพิสูจน์ตัวเองว่าจะเล่นการเมือง หรือมาร่วมต่อสู้กับประชาชน ส่วนพรรคร่วมฝ่ายค้านหากจะมีออกมาอีกเราก็พร้อมจะให้เข้าร่วม เพราะครั้งนี้ไม่ได้ต่อสู้
เพื่อตัวเอง แต่สู้เพื่อส่วนรวม" นายสุริยะใสกล่าว ที่เวที กปปส. ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกกลุ่ม กปปส. แถลงข่าวว่า กปปส.จะมีการเคลื่อนขบวนดาวกระจายใน 9 จุด โดยจะ
เริ่มเคลื่อนขบวนพร้อมกันในเวลา 09.39 น. แต่ขบวนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. จะเคลื่อนจากศูนย์ราชการฯ ในเวลา 08.29 น. เนื่องจากมีที่ตั้งไกล
จากทำเนียบรัฐบาลมาก นอกจากนี้จะยังมีกลุ่มสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) นิสิต นักศึกษา คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ รวมไปถึงนักธุรกิจ ภาคเอกชน ที่
จะมีการรวมตัวตามจุดต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานครกว่า 50 จุด เพื่อเคลื่อนขบวนมุ่งหน้าไปยังทำเนียบรัฐบาลด้วย "การเดินทางไปทำเนียบรัฐบาลครั้งนี้ เป็นการปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลเท่านั้น จะไม่มีการเข้าบุกยึดแต่อย่างใด ทั้งนี้ หากมีประชาชนออกมาแสดงพลังในการ
ต่อต้านรัฐบาลจำนวนมาก ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะออกมาแสดงความรับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม ทาง กปปส.ก็จะมีการอ่านแถลงการณ์ครั้งสำคัญถึงแนวทางการเคลื่อนไหว
ต่อไปที่ทำเนียบรัฐบาล" โฆษกกลุ่ม กปปส.กล่าว เวลา 19.39 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นเวทีปราศรัยว่า วันพรุ่งนี้ (9 ธ.ค.) จะเป็นวันชี้ชะตาประเทศ โดยมีประชาชนลุกฮือขึ้นทั่ว
ประเทศ และจะไม่กลับบ้านมือเปล่า ส่วนคนที่จะกลับบ้านเมืองคือคนในระบอบทักษิณทั้งหมดที่หมดอำนาจแล้ว หากคนในระบอบทักษิณยอมอาย มีคุณธรรม จริยธรรมทาง
การเมือง วันนี้ส่งมอบอำนาจคืนให้ประชาชนแล้ว ไม่ควรหน้าด้านอยู่ในอำนาจจนให้ประชาชนลุกขึ้นทวงคืน แต่ทั้งพี่และน้องยังแสดงกิเลสหวงอำนาจ อยากมีอำนาจปกครอง
ประเทศต่อไป 9 ธ.ค.สร้างประวัติศาสตร์ "น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกมาพูดโกหก ตอแหล ไม่มีความจริงใจ ไม่มีนายกฯ ประเทศไหนที่ทำตัวใช้มาตรฐานแบบนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มีศักดิ์ศรีเป็นผู้นำ ให้นัก
โทษหนีคดีชี้นิ้วสั่งการทุกอย่าง รวมทั้งการออกมาแถลงข่าวว่ายอมทุกอย่าง ก็เป็นการสั่งจากพี่ชายเหมือนกัน หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ลุกขึ้นบอกว่า ขอคืนอำนาจอธิปไตยให้
ประชาชนและขอล้างมือทางการเมือง ก็จะจบ แต่การที่มีข้อเสนอต่างๆ แสดงว่ายังต้องการรักษาอำนาจ และไม่เคารพการตัดสินใจของประชาชน แต่คนไทยรู้ทันนายกฯ ว่ายุบ
สภา และเลือกตั้งใหม่ภายใน 60 วัน ถ้ากติกาเป็นเช่นนี้ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ยังรักษาการ ตำรวจก็จะปิดล้อมหมู่บ้าน ใช้รถตำรวจขนเงินไปแจก ชนะเลือกตั้งกลับมาเป็นเหมือน
เดิม" นายสุเทพกล่าว เลขาฯ กปปส.กล่าวว่า วันที่ 9 ธ.ค.จะเป็นวันยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การต่อสู้ของประชาชน ทำลายสถิติพลเมืองรักประชาธิปไตยของโลก ขอให้พี่น้อง
เตรียมตัวและสู้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ สันติ สงบ ไม่รุนแรง มือเปล่า การชุมนุมที่มากที่สุดคือที่ประเทศอียิปต์ มีคนออกมามากกว่า 5 เเสนคน เเต่ในวันพรุ่งนี้ (9 ธ.ค.) คนจะมา
ชุมนุมเป็นล้านและหลายล้าน ขอเชิญชวนให้ประชาชนออกมาทำสถิติโลก ถ้าทำสำเร็จก็จะเป็นประโยชน์ต่อทุกคน แม้กระทั่งพี่น้องเสื้อเเดงเอง "วันพรุ่งนี้ (9 ธ.ค.) เตรียมตัวค้างคืนบนถนน เพราะหากสู้ไม่จบก็ไม่กลับบ้าน หากสมุนรัฐบาลลุแก่อำนาจคิดฆ่าประชาชนนั้น ประชาชนที่อยู่ใกล้บ้าน
รัฐมนตรีให้ล้อมบ้านพวกนี้ไว้ เพื่อจับกุมฆาตกรให้ได้ ขอประกาศหากทำร้ายประชาชนถึงตาย จะดำเนินคดีทุกคนข้อหาสั่งฆ่าประชาชน" นายสุเทพกล่าว ด้านความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้เดินทางจากบ้านพักซอยโยธินพัฒนา 3 เมื่อเวลา 10.50 น. มาที่
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเข้าประชุมประเมินสถานการณ์การเคลื่อนไหวของกลุ่ม กปปส. ร่วมกับศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ประกอบด้วยนายสุ
รพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและ รมว.การต่างประเทศ ในฐานะกำกับดูแล ศอ.รส., พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง, นายชัยเกษม นิติสิริ รมว
.ยุติธรรม, นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที, พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม, นายวราเทพ รัตนากร รมต
.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและ รมช.เกษตรฯ, นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้แถลงการณ์ผ่านทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยว่า รัฐบาลได้พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะป้องกันเหตุรุนแรงต่างๆ
รวมทั้งพร้อมที่จะเปิดเวทีรับฟังข้อเสนอของผู้ชุมนุมอยู่ทุกเมื่อ อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอของผู้ชุมนุมไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งสภาประชาชน หรือการขอนายกรัฐมนตรีตามมาตรา
7 นั้น ไม่มีบทบัญญัติใดภายใต้รัฐธรรมนูญปัจจุบันรองรับ และยังไม่มีความชัดเจนในทางปฏิบัติว่าจะดำเนินการอย่างไร อีกทั้งยังไม่มีกฎหมายใดรองรับในการกระทำ และ
ยังมีการถกเถียงกันทางวิชาการ จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้ได้ข้อสรุป อันเป็นที่ยอมรับของทุกๆฝ่าย "รัฐบาลพร้อมที่จะยุบสภา หากเป็นความต้องการของพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามข้อกฎหมาย กล่าวคือเมื่อยุบสภาแล้ว ก็ต้องจัดให้มีการ
เลือกตั้งภายในไม่เกิน 60 วันตามที่กฎหมายกำหนด และในกติกาที่เป็นธรรม แต่หากผู้ชุมนุมและพรรคการเมืองใหญ่ไม่ตอบรับ หรือไม่ยอมรับผลของการเลือกตั้ง ก็จะเป็น
เพียงการยืดเวลาของความขัดแย้งออกไป เช่นเดียวกับเหตุการณ์ความวุ่นวาย ในปี พ.ศ.2549 ซึ่งมีพรรคการเมืองบอยคอตไม่ลงรับสมัครในการเลือกตั้ง ทำให้เกิดภาวะ
สุญญากาศทางการเมือง อันนำไปสู่การรัฐประหารในที่สุด" น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าว นายกฯ ท้าทำประชามติ นายกฯ ระบุว่า รัฐบาลจึงเสนอให้ตั้งเวทีหารือกันในข้อเสนอของผู้ชุมนุม หากยังขัดแย้งกันจนหาข้อยุติที่ตรงกันไม่ได้ ก็ขอเสนอให้ทำประชามติ เพื่อให้เสียง
ส่วนใหญ่ของพี่น้องประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ พร้อมทั้งสรุปแนวทางการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม และเกิดฉันทมติของทุกพรรคการเมือง ผู้ชุมนุมและทุกภาคส่วน ให้ยอมรับ
ผลการตัดสินใจของประชาชนตามกติกา เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นให้หมดสิ้นไปอย่างแท้จริง ถามว่า หากสถานการณ์บานปลายจะยังยืนยันจุดยืนเดิมที่แถลงในวันนี้หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า เหตุการณ์ในวันที่ 9 ธ.ค. หากจะมีการบานปลายออก
ไปก็คือสถานการณ์ความรุนแรง รัฐบาลยืนยันจะดูแลพี่น้องประชาชนโดยใช้หลักสันติ เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีใครทำร้ายประชาชน ซักถึงข้อเสนอการทำประชามติ ว่าได้มีการวางหลักเกณฑ์และกำหนดคำถามไว้เบื้องต้นแล้วหรือยัง นายกฯ กล่าวว่า เป็นเพียงขั้นต้นการเสนอแนวทางออก
ภายใต้บทบัญญัติข้อกฎหมายที่ทำได้ ดังนั้น หัวข้อการทำประชามติตนยังเปิดกว้างที่จะให้ทุกภาคส่วนมาหารือกันว่า จะถามความต้องการของประชาชนอย่างไรเพื่อให้ได้ข้อ
ยุติ เพราะหลายๆ ฝ่ายก็บอกว่าเรามีเสียงประชาชนอยู่ แต่เราคงต้องหากติกาหนึ่งที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย และให้เป็นกติกาสากล พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร.ในฐานะรอง ผอ.ศอ.รส. แถลงว่า ศอ.รส.ได้ตัดสินใจที่จะลดระดับพื้นที่ในการดูแลรักษาความปลอดภัย เหลือแค่
บริเวณทำเนียบฯ เท่านั้น หมายความว่าบริเวณถนนพิษณุโลก ถนนราชดำเนินด้านหน้าประตู 5 บริเวณสะพานมัฆวานฯ ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นได้หมด ขอ
สงวนไว้เพียงแค่ถนนลูกหลวงด้านประตู 6 ถนนนครปฐมเท่านั้น จะมีเพียงแค่สิ่งกีดขวางแสดงอาณาเขตพื้นที่หวงห้ามไว้ตรงบริเวณหัวถนนด้านสะพานชมัยมรุเชฐ, สะพาน
อรทัย และด้านสะพานมัฆวานฯ เท่านั้น "ขอความร่วมมืออย่าได้ปีนเข้าไปในตัวทำเนียบฯ เพราะในนั้นการวางกำลังของผู้ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัย ประกอบด้วยทหารและตำรวจร่วมกัน ซึ่งมี
เพียงโล่-กระบอง และอุปกรณ์ตามมาตรฐานสากลเท่านั้น จะไม่มีอาวุธใดๆ ทั้งสิ้น รวมทั้งเพื่อเป็นการพิสูจน์ในเรื่องความบริสุทธิ์ใจ รมว.กระทรวงการต่างประเทศได้เชิญเจ้า
หน้าที่สถานทูตต่างๆ กว่า 20 ประเทศ มาเยี่ยมชมมาตรวจดูกำลังของทหารและตำรวจ" รอง ผอ.ศอ.รส.กล่าว พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ศอ.รส.แถลงว่า ในวันที่ 9 ธ.ค. ศอ.รส.จะเชิญทูต องค์กรอิสระ กลุ่มสิทธิมนุษยชน และสื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตการณ์การ
ปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ศอ.รส. โดยเจ้าหน้าที่จะแต่งเครื่องแบบให้เห็นอย่างชัดเจน และเชิญสื่อมวลชนร่วมบันทึกภาพทำข่าว การปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการชุมนุม ตามจุด
สูงข่มรอบทำเนียบรัฐบาล เพื่อเป็นสักขีพยานว่า ศอ.รส.ไม่ได้ใช้ความรุนแรง มีรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งเปลี่ยนแปลงสถานที่จัดงานชี้แจงคณะทูตานุทูต องค์กรระหว่างประเทศ สื่อมวลชนต่างประเทศ และองค์กรเอ็นจี
โอต่างๆ ที่ประจำการในประเทศไทย ถึงสถานการณ์โดยรวมและการเตรียมความพร้อมของรัฐบาล ในการรับมือการชุมนุมประท้วง ที่ทำเนียบรัฐบาลในช่วงเช้าวันที่ 9 ธ.ค.
เวลา 07.00 น. เป็นที่ห้องนราธิป กระทรวงการต่างประเทศ ถนนศรีอยุธยา จากเดิมที่จะเป็นทำเนียบรัฐบาล ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ขณะนี้ทราบข้อมูลมีการระดมฮาร์ดคอร์ จากพื้นที่ภาคใต้ จำนวน 5,000 คน อาทิ
จ.สงขลา, จ.สุราษฎร์ธานี, จ.ชุมพร จะมีการสร้างสถานการณ์ยึดสถานที่ลักษณะ 6 ตุลา และ 14 ตุลาโมเดล เพื่อนำไปสู่การล้มรัฐบาล นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า น่าเป็นห่วงว่าวันที่ 9 ธ.ค.อาจเกิดเหตุการณ์รุนแรง เพราะทราบว่ารูปแบบจะไม่เหมือนเดิม จะ
เต็มไปด้วยความก้าวร้าวรุนแรง ต่างจากครั้งที่ผ่านมา อาจยึดสถานที่ราชการที่ใดที่หนึ่ง เช่น บช.น.เป็นที่ตั้งบัญชาการของกลุ่มตัวเอง จะมีการสร้างสถานการณ์ต่างๆ ทำให้
คนเจ็บ-ตาย ทำให้เกิดภาพว่านายกฯ มือเปื้อนเลือด นอกจากนี้ยังทราบว่า นอกจากแผนการปิดกรุงเทพฯ สร้างความปั่นป่วนแล้ว ยังเตรียมการปิดล้อมสนามบินสุวรรณภูมิ
แต่จะไม่เข้าไปยึดเหมือนพันธมิตรฯ แต่จะใช้วิธีบล็อกถนน จอดรถปิดทางเข้าออกทุกช่องทาง อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ยืนยันว่า ไม่ว่าเหตุการณ์การชุมนุมใหญ่ในวันที่ 9 ธ.ค.จะเป็นอย่างไร ทหารก็จะไม่ปฏิวัติ อยากให้ทุก
คนอดทน เช่นเดียวกับตนและกองทัพต้องอดทน แล้วหาทางออกหาข้อสรุปที่สงบ สันติ เพื่อยุติปัญหา ที่ตอนนี้เราปล่อยให้นานเกินไปแล้ว "ถ้าทหารปฏิวัติอีก จะเป็นการแก้ปัญหาผิดทาง ปัญหาอื่นๆ ก็จะเกิดขึ้นอีก แล้วประเทศไทยจะยืนอยู่ในสังคมโลก อย่างไร แล้วลูกหลานจะอยู่อย่างไร ผมรู้ว่า
ทุกคนรักชาติ แต่ไม่ยอมเรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยกันอย่างสันติ" ผบ.ทบ.กล่าว พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ.กล่าวว่า ได้มีการติดตามสถานการณ์การเคลื่อนขบวนของกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างใกล้ชิด และกองทัพพยายามที่จะช่วยกันดูแล
ตามบทบาทหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย หวังว่าเหตุการณ์จะสงบด้วยดี ไม่มีเหตุความรุนแรงใดๆ เกิดขึ้น.