รวม File Final ชยารัตน์ รัตนเสน 12-20-66.pdf

โฟลเดอร์65 นางสาวชยารัตน์ รัตนเสน เรื่อง โมเดลการส่งเสริมการตลาดผลิตผลเกษตรอินทรีย์อย่างยั่งยืนของเกษตรกร ในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ประเทศไทย
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์6.54 MB
วันที่แก้ไข1 มกราคม 2523

เนื้อหาในไฟล์

โมเดลการส่งเสริมการตลาดผลิตผลเกษตรอินทรีย์อย่างยั่งยืนของเกษตรกร ในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ประเทศไทย นางสาวชยารัตน์ รัตนเสน ดุษฎีนิพนธ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาเกษตรศาสตร์และสหกรณ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ. 2565 An Extension Model for the Sustainability of Organic Agricultural Product Marketing for Farmers in the Lower North-Eastern Provincial Cluster 2, Thailand Miss Chayarat Rattanasen A Dissertation Submitted in Partial Fulfillment of the Requirements for the Degree of Doctor of Philosophy in Agricultural Extension and Development School of Agriculture and Cooperatives Sukhothai Thammathirat Open University 2022 ค หัวข้อดุษฎีนิพนธ์ โมเดลการส่งเสริมการตลาดผลิตผลเกษตรอินทรีย์อย่างยั่งยืนของเกษตรกร ในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ประเทศไทย ชื่อและนามสกุล นางสาวชยารัตน์ รัตนเสน วิชาเอก ส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร สาขาวิชา เกษตรศาสตร์และสหกรณ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช อาจารย์ที่ปรึกษา 1. รองศาสตราจารย์ ดร.เบญจมาศ อยู่ประเสริฐ 2. รองศาสตราจารย์ ดร.สินีนุช ครุฑเมือง แสนเสริม 3. รองศาสตราจารย์ ดร.ภรณี ต่างวิวัฒน์ ดุษฎีนิพนธ์นี้ ได้รับความเห็นชอบให้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา ตามหลักสูตรระดับปริญญาเอก เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2566 คณะกรรมการสอบดุษฎีนิพนธ์ ประธานกรรมการ (ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.พงษ์ศักดิ์ อังกสิทธิ์) กรรมการ (รองศาสตราจารย์ ดร.เบญจมาศ อยู่ประเสริฐ) กรรมการ (รองศาสตราจารย์ ดร.สินีนุช ครุฑเมือง แสนเสริม) กรรมการ (รองศาสตราจารย์ ดร.ภรณี ต่างวิวัฒน์) กรรมการ (อาจารย์ ดร.ปริญญารัตน์ ภูศิริ) ประ

อ่านต่อ

ธานกรรมการบัณฑิตศึกษา (รองศาสตราจารย์ ดร.นราธิป ศรีราม) ง ชื่อดุษฎีนิพนธ์ โมเดลการส่งเสริมการตลาดผลิตผลเกษตรอินทรีย์อย่างยั่งยืนของเกษตรกรในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนล่าง 2 ประเทศไทย ผู้วิจัย นางสาวชยารัตน์ รัตนเสน รหัสนักศึกษา 4639000100 ปริญญา ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร) อาจารย์ที่ปรึกษา (1) รองศาสตราจารย์ ดร.เบญจมาศ อยู่ประเสริฐ (2) รองศาสตราจารย์ ดร.สินีนุช ครุฑเมือง แสนเสริม (3) รองศาสตราจารย์ ดร.ภรณี ต่างวิวัฒน์ ปีการศึกษา 2565 บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษา 1) สภาพส่วนบุคคล เศรษฐกิจ สังคม สภาพการได้รับการส่งเสริม ความรู้ ความคิดเห็นและการปฏิบัติตามปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดของเกษตรกรอินทรีย์ 2) ปัจจัยที่มีผลต่อการปฏิบัติตามปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดของเกษตรกรอินทรีย์ 3) สภาพส่วนบุคคล เศรษฐกิจ สังคม พฤติกรรมส่วนบุคคล และความคิดเห็นต่อปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดของผู้บริโภค 4) ปัจจัยที่มีผลต่อการซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์ของผู้บริโภคและ 5) การสร้างและพัฒนาโมเดลการส่งเสริมการตลาดผลิตผลเกษตรอินทรีย์อย่างยั่งยืน การวิจัยนี้ใช้วิธีการวิจัยแบบผสมวิธี คือ การวิจัยเชิงปริมาณ เก็บข้อมูลโดยแบบสัมภาษณ์ ประชากรและกลุ่มตัวอย่างแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1) เกษตรกรในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 มีประชากร 88,495 คน สุ่มตัวอย่างจ านวน 399 คน 2) ผู้บริโภคในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ก าหนดกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) คือ ผู้บริโภคที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป จ านวน 100 คน และการวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์กลุ่ม ประชากรและกลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย 1) ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันการศึกษา 4 คน 2) นักส่งเสริมการเกษตร 8 คน และ3)เกษตรกรในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 จ านวน 20 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา วิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ และวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) เกษตรกรมีอายุเฉลี่ย 54.11 ปี จบการศึกษาระดับประถมศึกษา มีพื้นที่ท าการเกษตรเฉลี่ย 11.86 ไร่ ได้รับการส่งเสริมในระดับน้อย มีความต้องการการส่งเสริมในระดับปานกลาง มีความรู้และความต้องการการส่งเสริมเกี่ยวกับปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดในระดับมาก มีความคิดเห็นและการปฏิบัติเกี่ยวกับปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดในระดับมากที่สุด 2) ความคิดเห็นด้านช่องทางการจัดจ าหน่าย ด้านการส่งเสริมการตลาด ด้านการจัดการเกี่ยวกับบุคลากร ด้านกระบวนการให้บริการ และความคิดเห็นด้านสิ่งแวดล้อมกายภาพมีผลต่อการปฏิบัติตามปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ.01 3) ผู้บริโภคมีอายุเฉลี่ย 44.37 ปี ส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ในระดับปานกลาง ซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์เฉลี่ย 6.84 ครั้งต่อเดือน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดในระดับมากที่สุด 4) ความคิดเห็นด้านราคา และด้านการส่งเสริมการตลาดมีผลต่อการซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ.01 และ 5) จากการวิเคราะห์และสังคราะห์ข้อมูล พบว่าโมเดลการส่งเสริมการตลาดผลิตผลเกษตรอินทรีย์อย่างยั่งยืน ประกอบด้วย (1) นักส่งเสริมที่มีความรู้และทักษะการบูรณาการ (2) ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด (3) ช่องทางการส่งเสริม ได้แก่ การศึกษาดูงาน, การส่งเสริมผ่านออนไลน์ การจัดประชุม และการจัดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (4) เกษตรกรผู้ประกอบการเชิงธุรกิจ และภายใต้การส่งเสริมตาม 4 องค์ประกอบ มีปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ผู้บริโภค รูปแบบตลาดเกษตรอินทรีย์แบบต่างๆ ปัจจัยหนุน ได้แก่ ความรู้ ทัศนคติและทักษะของเกษตรกร โอกาสทางการตลาด ทุนและนโยบายภาครัฐ และปัญหาและข้อจ ากัดในการส่งเสริม ได้แก่ สภาพแวดล้อม คู่แข่งทางการตลาด ส่งผลต่อตลาดเกษตรอินทรีย์ที่ยั่งยืนด้านสังคม เศรษฐกิจและสิงแวดล้อม ค าส าคัญ โมเดลการส่งเสริม เกษตรอินทรีย์ ส่วนประสมทางการตลาด จ Dissertation title: An Extension Model for the Sustainability of Organic Agricultural Product Marketing for Farmers in Lower North-Eastern Provincial Cluster 2, Thailand Researcher: Miss Chayarat Rattanasen; ID: 4639000100; Degree: Doctor of Philosophy (Agricultural Extension and Development); Dissertation advisors: (1) Dr. Benchamas Yooprasert, Associate Professor; (2) Dr. Sineenuch Khrutmuang Sanserm, Associate Professor; (3) Dr. Paranee Tangwiwat Associate Professor; Academic year: 2022 Abstract The research objectives were to study 1) basic personal, social, and economic conditions, state of receiving extension, knowledge, opinions and practice concerning market mix factors for organic agriculture, 2) factors affecting practices concerning market mix factors for organic agriculture, 3) basic personal, social, and economic conditions, personal behavior and opinions towards market mix factors for the consumer market, 4) factors affecting the purchase of organic produce by consumers, and 5) creating and developing a model of sustainable market promotion for organic produce. This research was mixed methods research; Quantitative Research with data collected by interview. The populations and the sample groups were divided into two categories: 1) Farmers in the lower north-eastern cluster 2 with a population of 88,495, and a sample size of 399; 2) Consumers in the lower north-eastern cluster 2. The sample for Purposive Sampling was 100 consumers aged 20 and above.Qualitative Research with data collected by focus group interview. The populations and the sample groups were composed of 1) four experts from educational institutions, 2) eight agricultural promoters and 3) twenty farmers in lower north-eastern cluster 2. The data was analyzed with descriptive statistics, multiple regression analysis and content analysis. The results of the study revealed that:1) Farmers had an average age of 54.11, with a primary school education and the average agricultural area was 11.86 Rai. Farmers who received the extension were at a low level, and there was a medium level of extension need. There was a high level of knowledge and extension need concerning market mix factors, and the highest level of opinions on practice concerning market mix factors.2) The opinions on distribution channels, market promotion, personnel management, service procedure and the physical environment statistically affected actions towards the market mix factors at the significant level of 0.01.3) Consumers had an average age of 44.37, a university education and received knowledge about organic products at a medium level. They purchased organic produce an average of 6.84 times per month. Their opinions on marketing mix factors of the market mix were at the highest level. 4) Opinions on price and market promotion statistically affected purchases of organic product at the significant level of 0.01 and 5). Analysis and synthesis of the data found that the model of sustainable marketing promotions for organic agriculture product was developed which comprised of:1)Extensionist, with integrated skills and knowledge, 2) Information about market mix factors, 3) Channels for extension, which were training, online training, meetings and managing participatory learning, and 4) Farmers who were operating a business, under four components of the extension.Various factors were involved, namely consumers, the formats of organic agriculture market, and supporting factors, which were growers' knowledge, attitude and skills, marketing opportunities, capital, and government policy. Problems and limitations of the Extension were environmental conditions and market competitors, which had an effect on the social, economic and environmental sustainability of the organic agriculture market. Keywords: Extension model, Organic agriculture, Marketing mix ฉ กิตติกรรมประกาศ การจัดท าดุษฎีนิพนธ์เรื่อง โมเดลการส่งเสริมการตลาดเกษตรอินทรีย์อย่างยั่งยืน ในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ประเทศไทย ฉบับนี้ส าเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ผู้วิจัยขอขอบพระคุณในความกรุณา ชี้แนะให้ค าแนะน าที่เป็นประโยชน์ จากอาจารย์ที่ปรึกษาหลัก รองศาสตรจารย์ ดร.เบญจมาศ อยู่ประเสริฐ และอาจารย์ที่ปรึกษาร่วม รองศาสตราจารย์ ดร.สินีนุช ครุฑเมือง แสนเสริม จากสาขาวิชาเกษตรศาสตร์และสหกรณ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จนท าให้ดุษฎีนิพนธ์ฉบับนี้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ขอขอบพระคุณ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.พงษ์ศักดิ์ อังกสิทธิ์ ประธานกรรมการสอบ รองศาสตราจารย์ ดร.ภรณี ต่างวิวัฒน์ กรรมการสอบและอาจารย์ที่ปรึกษาร่วม และ อาจารย์ ดร.ปริญญารัตน์ ภูศิริ กรรมการสอบและผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ได้ให้ค าแนะน าที่เป็นประโยชน์ให้ดุษฎีนิพนธ์มีเนื้อหาที่ครบถ้วนมากขึ้น หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ดุษฎีนิพนธ์ฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์ในด้านการศึกษา และเป็นแนวทางในการพัฒนาด้านการเกษตรต่อไป ชยารัตน์ รัตนเสน กันยายน 2566 ช สารบัญ หน้า บทคัดย่อภาษาไทย ง บทคัดย่อภาษาอังกฤษ จ กิตติกรรมประกาศ ฉ สารบัญตาราง ญ สารบัญภาพ ฎ บทที่ 1 บทน า 1 ความส าคัญและความเป็นมาของปัญหา 1 วัตถุประสงค์ของการวิจัย 4 กรอบแนวคิดการวิจัย 4 สมมติฐานการวิจัย 6 ขอบเขตของการวิจัย 6 นิยามศัพท์เฉพาะ 6 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 9 บทที่ 2 วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง 11 แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการเกษตร 11 แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการตลาด 24 การส่งเสริมเกษตรอินทรีย์และแนวทางการผลิตเกษตรอินทรีย์ 29 แนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาเพื่อสร้างความยั่งยืน 44 แนวคิดเกี่ยวกับโมเดลและการพัฒนาโมเดล 46 สถานการณ์ และบริบทพื้นที่ 52 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 55 บทที่ 3 วิธีด าเนินการวิจัย 66 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 66 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 68 การเก็บรวบรวมข้อมูล 75 การวิเคราะห์ข้อมูล 76 ซ สารบัญ (ต่อ) หน้า บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 83 ตอนที่ 1 สภาพส่วนบุคคล เศรษฐกิจ สังคม สภาพการส่งเสริม ความรู้ ความคิดเห็น และการปฏิบัติต่อปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด (7Ps) ของเกษตรกรอินทรีย์ 83 ตอนที่ 2 ปัจจัยส่วนบุคคล เศรษฐกิจ สังคม สภาพการได้รับการส่งเสริม ความรู้ และความ คิดเห็นของเกษตรกรอินทรีย์ ที่มีผลต่อการปฏิบัติต่อปัจจัยส่วนประสมทาง การตลาด (7Ps) 123 ตอนที่ 3 สภาพส่วนบุคคล เศรษฐกิจ สังคม พฤติกรรมส่วนบุคคล และความคิดเห็นต่อ ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด (7Ps) ของผู้บริโภค 129 ตอนที่ 4 ปัจจัยส่วนบุคคล เศรษฐกิจ สังคม พฤติกรรมส่วนบุคคล และความคิดเห็นต่อ ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด (7Ps) ของผู้บริโภค ที่มีผลต่อการซื้อสินค้าเกษตร อินทรีย์ 146 ตอนที่ 5 การสร้างและพัฒนาโมเดลการส่งเสริมการตลาดผลิตผลเกษตรอินทรีย์ อย่างยั่งยืน 150 ตอนที่ 6 การประเมินโมเดลการส่งเสริมการตลาดผลิตผลเกษตรอินทรีย์อย่างยั่งยืน 169 บทที่ 5 สรุปการวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ 163 สรุปผลการวิจัย 163 อภิปรายผล 175 ข้อเสนอแนะ 192 บรรณานุกรม 194 ภาคผนวก 200 ก แบบสัมภาษณ์เกษตรกร 202 ข แบบสัมภาษณ์ผู้บริโภค 217 ค โมเดลการส่งเสริมการตลาดผลิตผลเกษตรอินทรีย์อย่างยั่งยืน ในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ประเทศไทย 225 ง แบบประเมินโมเดลการส่งเสริมการตลาดเกษตรอินทรีย์อย่างยั่งยืน ในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ประเทศไทย 230 ฌ สารบัญ (ต่อ) หน้า จ แบบประเมิน ความสอดคล้องระหว่างแบบสัมภาษณ์กับวัตถุประสงค์ และผลการประเมินความสอดคล้องระหว่างแบบสัมภาษณ์กับวัตถุประสงค์ (ผู้บริโภค) 236 ฉ ค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่นแบบสัมภาษณ์ 343 ประวัติผู้วิจัย 352 ญ สารบัญตาราง หน้า ตารางที่ 2.1 ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจรูปแบบต่างๆ 31 ตารางที่ 2.2 การผลิตภาคการเกษตร กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 55 ตารางที่ 3.1 แสดงจ านวนประชากร และกลุ่มตัวอย่าง เกษตรกรอินทรีย์ 67 ตารางที่ 3.2 การก าหนดวัตถุประสงค์ แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ประเด็น ค าถามหลัก แหล่งข้อมูล เครื่องมือที่ใช้การวิจัย และการวิเคราะห์ข้อมูล 79 ตารางที่ 4.1 สภาพส่วนบุคคลของเกษตรกร 84 ตารางที่ 4.2 สภาพทางเศรษฐกิจของเกษตรกรอินทรีย์ 86 ตารางที่ 4.3 สภาพทางสังคมของเกษตรกรอินทรีย์ 92 ตารางที่ 4.4 การได้รับการส่งเสริมของเกษตรกรอินทรีย์ 93 ตารางที่ 4.5 ระดับการได้รับการส่งเสริมของเกษตรกรอินทรีย์ 96 ตารางที่ 4.6 ระดับความต้องการการส่งเสริมของเกษตรกรอินทรีย์ 97 ตารางที่ 4.7 สรุปความต้องการการได้รับการส่งเสริมของเกษตรกรอินทรีย์ 101 ตารางที่ 4.8 ความรู้เกี่ยวกับปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด (7Ps) ของเกษตรกรอินทรีย์ 101 ตารางที่ 4.9 ระดับความรู้เกี่ยวกับปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด (7Ps) ของเกษตรกรอินทรีย์ 106 ตารางที่ 4.10 ความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด (7Ps) ของเกษตรกรอินทรีย์ 107 ตารางที่ 4.11 สรุปความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด (7Ps) ของเกษตรกรอินทรีย์ 113 ตารางที่ 4.12 การปฏิบัติเกี่ยวกับปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด (7Ps) ของเกษตรกรอินทรีย์ 114 ตารางที่ 4.13 ระดับการปฏิบัติเกี่ยวกับปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด (7Ps) ของเกษตรกรอินทรีย์ 117 ตารางที่ 4.14 ความต้องการการส่งเสริมเกี่ยวกับปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด (7Ps) ของเกษตรกรอินทรีย์ 118 ตารางที่ 4.15 สรุปความต้องการการส่งเสริมเกี่ยวกับปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด (7Ps) ของเกษตรกรอินทรีย์ 122 ตารางที่ 4.16 ตารางค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของตัวแปรที่ใช้ในการวิเคราะห์ 124 ฎ สารบัญตาราง (ต่อ) หน้า ตารางที่ 4.17 ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระที่ใช้ในการวิเคราะห์ โดยแสดงในรูปเมตริกสัมพันธ์ (Correlation Matrix) 125 ตารางที่ 4.18 การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างสภาพส่วนบุคคล เศรษฐกิจ สังคม สภาพการส่งเสริม ความรู้ และความคิดเห็นต่อปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด (7Ps) กับการปฏิบัติต่อปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด (7Ps) 126 ตารางที่ 4.19 สภาพส่วนบุคคล เศรษฐกิจ สังคมของผู้บริโภค 129 ตารางที่ 4.20 การได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ของผู้บริโภค 133 ตารางที่ 4.21 ระดับการได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ของผู้บริโภค 135 ตารางที่ 4.22 พฤติกรรมส่วนบุคคลของผู้บริโภค 135 ตารางที่ 4.23 ความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด (7Ps) ของผู้บริโภค 139 ตารางที่ 4.24 สรุปความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด (7Ps) ของผู้บริโภค 145 ตารางที่ 4.25 ตารางค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของตัวแปรที่ใช้ในการวิเคราะห์ 147 ตารางที่ 4.26 ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระที่ใช้ในการวิเคราะห์ 148 ตารางที่ 4.27 การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างสภาพส่วนบุคคล เศรษฐกิจ สังคม สภาพการ ส่งเสริม ความรู้ และความคิดเห็นต่อปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด (7Ps) กับการปฏิบัติต่อปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด (7Ps) 149 ตารางที่ 4.28 ประเมินโมเดลการส่งเสริมตลาดเกษตรอินทรีย์อย่างยั่งยืนในกลุ่มจังหวัดภาค ตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ประเทศไทย 160 ฏ สารบัญภาพ หน้า ภาพที่ 1.1 กรอบแนวคิดการวิจัย 5 ภาพที่ 2.1 ทฤษฎีการสื่อสาร 18 ภาพที่ 4.1 โมเดลการส่งเสริมการตลาดเกษตรอินทรีย์อย่างยั่งยืน ในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ประเทศไทย 152 ภาพที่ 4.2 โมเดลการส่งเสริมการตลาดผลิตผลเกษตรอินทรีย์อย่างยั่งยืน ในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ประเทศไทย 156 ภาพที่ 5.1 การพัฒนาโมเดลการส่งเสริมการตลาดเกษตรอินทรีย์อย่างยืนของเกษตรกร ในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ประเทศไทย 174 1 บทที่ 1 บทน ำ 1. ควำมเป็นมำและควำมส ำคัญของปัญหำ เกษตรอินทรีย์ เป็น ระบบการเกษตรที่มีการเกื้อหนุนต่อระบบนิเวศ รวมถึง ความหลากหลายทางชีวภาพ ไม่ใช้สารเคมีสังเคราะห์ และไม่ใช้ พืช สัตว์ หรือจุลินทรีย์ที่ตัดต่อพันธุกรรม โดยพยายามประยุกต์ใช้ธรรมชาติในการเพิ่มผลผลิต เกษตรอินทรีย์จึงมีความส าคัญในการสร้างความสมดุลของสิ่งแวดล้อม สร้างความหลากหลายของชนิดทรัพยากรในพื้นโดยรอบแปลงเกษตร และไม่ก่อให้เกิดการปนเปื้อนของสารเคมีในดิน น ้า และพืช ส่งผลให้เกิดการมีสุขภาพที่ดี ลดความเสี่ยงจากพิษของสารเคมีที่อาจมาปนเปื้อนกับพืช และสัตว์ นอกจากนี้เกษตรอินทรีย์ก่อให้เกิดความมั่นคงทางอาหาร สามารถสร้างอาหารที่มีคุณภาพ ไม่มีสารเคมีตกค้าง สร้างความยั่งยืนของการใช้ทรัพยากรที่มีผลต่อการผลิต สร้างความหลากหลายของอาหารด้วยการปลูกพืชหลายชนิดตามฤดูกาล และสามารถผลิตอาหารได้อย่างต่อเนื่องในทุกฤดูกาล ด้วยการปลูกพืชหมุนเวียนตามปัจจัยที่มีจ ากัด ในขณะเดียวกัน เกษตรอินทรีย์ก็ไม่ได้ปฏิเสธการผลิตเพื่อการค้า เพราะตระหนักว่า ครอบครัวเกษตรกรส่วนใหญ่ต้องผลิตให้ได้ผลผลิตที่เพียงพอแก่การเลี้ยงชีพ และสามารถหารายได้โดยมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องการจัดการตลาดเป็นอย่างดี เนื่องจากผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์มีแนวโน้มทางการตลาดที่น่าสนใจ และเป็นที่ยอมรับกว้างขวางมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากการที่ประเทศไทยได้เริ่มปักหมุดบนพื้นที่เกษตรอินทรีย์โลก โดยมีพื้นที่เกษตรอินทรีย์ 1.177 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 0.26 ของพื้นที่เกษตรอินทรีย์โลกในปี 2562 ซึ่งอยู่อันดับที่ 38 (ขยับจากอันดับที่ 51 จากปี 2561) และร้อยละ 3.19 ของพื้นที่เกษตรอินทรีย์ภูมิภาคเอเชีย ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 5 (ขยับจากอันดับที่ 7 จากปี 2561) ถึงแม้ว่า ตลาดผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ของประเทศไทย ในปี 2562 มีมูลค่าผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ 440.40 ล้านบาท ลดลงจาก 455.15 ล้านบาท ในปี 2561 หรือลดลงร้อยละ 3.24 (อยู่ในอันดับที่ 7 ของภูมิภาคเอเชีย) (Willer, Jan, Claudia, & Bernhard, 2021) แต่อย่างไรก็ตามยังคงมีปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตของตลาดเกษตรอินทรีย์ ได้แก่ กระแสการบริโภคที่หันมาตระหนัก และใส่ใจกับสุขภาพการกินอยู่ที่ดีมากขึ้น ข้อมูลจากกองยุทธศาสตร์ และแผนงาน กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า คนไทยเสียชีวิตจากโรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คนไทยจึงหันมาหาอาหารปลอดภัยมากขึ้น นอกจากนี้ 2 ตลาดอาหารที่ท าจากพืชเป็นหลัก (Plant-Based Food) หรืออาหารในกลุ่มโปรตีนทางเลือก ที่ท าให้รสชาติ กลิ่น และสีสัน เหมือนกับผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ในไทยมีโอกาสในการสร้างอัตราก าไรที่ดีขึ้นจากเดิมที่ 2-10%ไปสู่ระดับ 10-35% โดยมูลค่าตลาดจะถึงระดับ 4.5 หมื่นล้านบาทในปี 2024 ประกอบกับ กระแสความตื่นตัวในการอนุรักษ์ธรรมชาติ ลดภาวะโลกร้อน และตระหนักถึงสวัสดิภาพสัตว์สูงขึ้น ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ส่งผลต่อกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าผลิตภัณฑ์จากพืช นอกจากนี้ อุตสาหกรรมปศุสัตว์ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตอาหารสัตว์ ส่งผลให้มูลค่าตลาดผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์มีแนวโน้มเติบโตได้ดี (Krungthai COMPASS, 2022) ถึงแม้ว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีจ านวนพื้นที่เกษตรอินทรีย์มากที่สุดในประเทศไทย คือ 6,421,780.23 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 46 รองลงมาคือ ภาคเหนือ มีพื้นที่จ านวน 4,428,374.94 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 32 อันดับที่สาม คือ ภาคตะวันออก มีพื้นที่จ านวน 1,340,064.96 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 10 อันดับที่สี่ คือ ภาคกลาง (รวมจังหวัดกรุงเทพมหานคร) มีพื้นที่จ านวน 1,120,165.28 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 8 อันดับสุดท้าย คือ ภาคใต้ มีพื้นที่จ านวน 552,925.61 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 4 โดยภาพรวมประเทศไทยมีจ านวนพื้นที่เกษตรอินทรีย์ 13,683,311.02 ไร่ (ไม่รวมจังหวัดอ่างทอง) (กรมพัฒนาที่ดิน, 2564) แต่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังไม่สามารถก้าวข้ามอุปสรรคส าคัญในหลายเรื่อง โดยเฉพาะ กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ได้แก่ จังหวัด ยโสธร อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และอ านาจเจริญ ถึงแม้ว่า ประชากร ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ได้แก่ การท านา ท าไร่ คิดเป็นร้อยละ 63.17 (ข้อมูลจากส านักงานสถิติแห่งชาติ ณ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2565) แต่การผลิตภาคการเกษตรปี 2562 ของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ลดลงร้อยละ 5.6 เมื่อเทียบกับการขยายตัว ร้อยละ 6.80 โดยจังหวัดยโสธร ลดลงร้อยละ 2.57 อุบลราชธานี ลดลงร้อยละ 3.88 ศรีสะเกษ ลดลงร้อยละ 7.94 และ อ านาจเจริญ ลดลงร้อยละ 3.71 (ข้อมูลจากผลิตภัณฑ์ภาคและจังหวัด แบบปริมาณลูกโซ่ ฉบับ พ.ศ. 2562) (ส านักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2564) อย่างไรก็ตาม ส านักบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 (2559) ได้มีการจัดประชุมผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อระดมความเห็นเกี่ยวกับความต้องการในการพัฒนาศักยภาพของกลุ่มจังหวัดในด้านต่างๆ เพื่อน าไปสู่การจัดท าแผนยุทธศาสตร์ การพัฒนากลุ่มจังหวัด (พ.ศ. 2561-2564) รวมถึงด้านการเกษตร ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับด้านการตลาด ทั้งสิ้น ได้แก่ 1) ผลผลิตทางการเกษตรโดยภาพรวมมีผลผลิตต ่า ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาด้านการขาดแคลนน ้า ของจังหวัดอ านาจเจริญ และยโสธร ที่มีความต้องการการใช้น ้ามากขึ้น เนื่องมาจากการขยายตัวของชุมชน และจังหวัดอ านาจเจริญมียุทธศาสตร์ในการพัฒนาทั้งภาคธุรกิจ และการท่องเที่ยว รวมทั้งยุทธศาสตร์ด้านการเกษตร ทั้งการเพิ่มศักยภาพการผลิต และการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ ท าให้ปริมาณน ้าที่เก็บกักได้ และความต้องการในการใช้น ้าไม่สมดุลกัน 2) ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ยัง 3 ไม่มีการรับรองมาตรฐานการผลิต ไม่มีตลาดรองรับ และมีราคาต ่า 3) ขาดความเชื่อมโยงกันระหว่างข้อมูลผู้ผลิต แหล่งผลิต ผู้ค้า ผู้บริโภค ทั้งในระดับประชาชน และหน่วยงานภาครัฐท าให้ภาคประชาชนขาดองค์ความรู้ ที่จ าเป็นต่อการพัฒนาทั้งระบบการผลิต การแปรรูป การบริหารการ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน