640415 นกรู้ แต่คนไม่รู้ ยิ่งปูยิ่งไม่รู้ใหญ่เลย_บันทึกปัจฉาพ่อครู โดย ส.แสนดิน.docx
เนื้อหาในไฟล์
นกรู้ แต่คนไม่รู้ ยิ่งปูยิ่งไม่รู้ใหญ่เลย . วันนี้ 15 เมษายน 2564 พ่อครูพาปัจฉาฯนั่งรถไปดูทุ่งนาลานกราบ มองเห็นเหมือนคนอยู่ในนาไกลๆ . พ่อครูว่า...โอ้ ยังมีใครๆอยู่ในนาน่ะ . ส.หนักแน่ว่า...มีแต่หุ่นไล่กากระมังครับ . พ่อครูว่า...หุ่นไล่กาหรือคน ..นั่นไง คนน่ะ . ส.หนักแน่น...มีคนอยู่ครับ เกี่ยวข้าวอยู่โน่นแน่ะ..อ้าว ไม่มีคนเลย มีแต่หุ่น 55 . พ่อครูว่า...ก็ขนาดคน ยังหลงว่าเป็นคนเลย นกมันจะไปรู้ได้อย่างไร . ส.แสนดินว่า..นกรู้ครับ แต่หนูไม่รู้ . พ่อครูว่า...อ๋อ แต่คนไม่รู้หรือ? ยิ่งปูยิ่งไม่รู้ใหญ่เลย . เป็นอารมณ์ขันเล็กๆของพ่อครู เวลาไม่ได้เทศน์ พ่อครูจะเป็นคนมีอารมณ์ขันอยู่เสมอ ทำให้คนใกล้ชิดได้ผ่อนคลาย เป็นลักษณะเฉพาะของพระโพธิสัตว์ . ไอน์สไตน์ ก็เป็นโพธิสัตว์ร่วมสมัยกับพ่อครู ก็มีอารมณ์ขันเสมอ เช่นว่า...ดาราสาวฮอลลีวู๊ดที่สวยเซ็กซี่อย่าง มารีลีน มอนโร กล่าวกับไอน์สไตน์ว่า "ท่านศาสตราจารย์ ท่านว่าไหมหากเราได้แต่งงานกัน ลูกชายที่เกิดมาคงมีใบหน้าเหมือนฉันและมีความเฉลียวฉลาดเหมือนท่าน" ไอน์สไตน์ฟังก็หัวเราะหึ ๆ พร้อมตอบสวนกลับไปว่า "...ผมกลัวว่ามันจะตรงกันข้าม.....เกรงว่าเด็กคนนั้นจะมีใบหน้าเหมือนผมแต่โง่เหมือนคุณนะซี" คำตอบดังกล่าวทำเอามารีลีนอายม้วนไปเลย . มหาตมะ คานธี...โพธิสัตว์อีกองค์ ก็มีอารมณ์ขันอยู่เสมอ...เช่นว่า...สมัยที่คานธีกำลังศึกษาวิชากฎหมายอยู่ที่มหาวิทยาลัยลอนดอน มีอาจารย์ผิวขาวคนหนึ่งชื่อปีเตอร์ ซึ่งเกลียดคานธีมาก ทั้งเหยียดผิวและแสดงอาการไม่เป็นมิตรในทุกโอกาส การที่คานธีไม่ก้มศีรษะในขณะที่อาจารย์คุยด้วย ก็มีส่วนทำให้เกิดการปะทะคารมระหว่างกันบ่อยๆ วันหนึ่ง ในขณะที่อาจารย์กำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ในโรงอาหารของมหาวิทยาล
อ่านต่อ
ัย คานธีเดินถือถาดอาหารผ่านมา และนั่งลงข้างๆ อาจารย์ อาจารย์จึงพูดว่า "คุณคานธี คุณไม่เข้าใจเลยนะ หมูกับนกจะนั่งกินอาหารด้วยกันไม่ได้หรอก" คานธีมองอาจารย์แบบผู้ใหญ่มองเด็กดื้อแล้วตอบว่า "ไม่มีปัญหา ผมบินไปให้พ้นก็ได้ครับ" ว่าแล้วคานธีก็ยกถาดเดินไปนั่งที่โต๊ะอื่น อาจารย์โกรธจนหน้าแดง และตั้งใจว่าสอบคราวหน้า จะหาทางเอาคืนให้ได้ แต่ปรากฏว่าคานธีตอบถูกหมดทุกข้อ อาจารย์ไม่พอใจและหงุดหงิด จึงถามคานธีว่า "คุณเจอกล่อง 2 ใบ ใบนึงมีความรู้ และอีกใบนึงมีเงินจำนวนมาก คุณจะเลือกใบไหน?" คานธีตอบโดยไม่ลังเลว่า จะเลือกใบที่มีเงินจำนวนมาก อาจารย์ยิ้มเยาะและพูดประชดประชันว่า "ถ้าผมเป็นคุณ ผมจะเลือกใบที่มีความรู้ น่าจะเหมาะสมมากกว่านะ" คานธียักไหล่ และตอบอาจารย์ว่า "คนเรามักจะเลือกในสิ่งที่ตนเองไม่มี" มาถึงตอนนี้อาจารย์หงุดหงิดเต็มทีและอารมณ์เสียมาก จึงเขียนคำว่า "ไอ้โง่" ลงบนกระดาษข้อสอบของคานธี คานธีนำกลับไปอ่านที่โต๊ะ และสงบสติอารมณ์คิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป ไม่กี่นาทีต่อมา คานธีลุกขึ้นและเดินไปที่โต๊ะอาจารย์ เขาพูดอย่างมีศักดิ์ศรี แต่แอบประชดอย่างสุภาพว่า "อาจารย์ครับ อาจารย์เซ็นซื่อแล้ว แต่ยังไม่ได้ให้คะแนนผมครับ" . ในหลวงรัชกาลที่ 9 ของไทยเรา ก็เป็นโพธิสัตว์อีกองค์ในยุคนี้ ก็ทรงมีพระอารมณ์ขันอยู่เสมอ...เช่นว่า...เมื่อครั้งท่านพระชนม์มายุ 72 พรรษา มีการผลิตเหรียญที่ระลึกออกมาหลายรุ่นเจ้าของกิจการนาฬิกายี่ห้อหนึ่ง ได้ยื่นเรื่องขออนุญาตนำพระบรมฉายาลักษณ์ของ ท่านมาประดับที่หน้าปัดนาฬิกาเป็นรุ่นพิเศษ ท่านทราบเรื่องแล้วตรัสกับเจ้าหน้าที่ว่า “ไปบอกเค้านะ เราไม่ใช่มิกกี้เมาส์ ” . พ่อครู มีอารมณ์ขันเสมอ พ่อครูเคยบอกว่า ชีวิตนี้พ่อครูไม่เคยมีอารมณ์เครียดเลย…. . มีคุณฟ้าใส แซ่หว่อง ได้เคยถามพ่อครูว่า...ขอนอบน้อมกราบนมัสการ พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ผู้ไม่มีความเศร้าหมองเลยเป็นอย่างไรค่ะ? . พ่อครูว่า…พูดมาว่าอาตมาเป็นผู้ที่ไม่มีความเศร้าหมองเลย คุณคนนี้เก่งที่มองว่าอาตมาไม่มีความเศร้าหมองเลยอันนี้อาตมาไม่รู้ว่าความเศร้าหมองเป็นอย่างไร โดยเฉพาะความเครียดก็บอกว่ามีความเครียด อาตมาก็ไม่รู้ว่าความเครียดอาการมันเป็นอย่างไร เพราะว่าอาตมาไม่รู้จักความเครียด ก็มีแต่เรื่องสนุกเบิกบานสำราญใจไม่เห็นมีเรื่องเศร้าหมอง คนเขาทุกข์เขาวุ่นวายเขามีเรื่องราวอะไรต่ออะไรเราก็เห็นใจเขา ถ้าหากจะช่วยเขาก็ช่วยเท่าที่ทำได้ แต่คนเขาเป็น แต่เราไม่ได้เป็น อาตมาไม่มีความเศร้าหมอง อาตมาจึงมาระลึกรู้ว่าชาตินี้เกิดมา ตั้งชุมชนก็ชื่อว่าชุมชนชาวอโศก เป็นชาวที่ไม่มีความเศร้าหมอง มันเป็นอย่างนั้นก็จริงเป็นผู้ที่มีความเศร้าหมอง . อาการเศร้าเราก็ต้องการรู้ว่ามันเป็นความไม่เบิกบานร่าเริงไม่ชุ่มชื่น อาตมาก็ว่าใจเรานั้นก็เป็นใจเราเต็มๆใจเราสะอาดสว่าง แต่ไปทำใจหม่นหมองเว้าๆแหว่งๆ น้อยๆทำใจน้อยน้อยใจ ก็ใจเราไปทำมันทำไม มันอร่อยหรือไง ทำใจน้อยนี้มันมาก ทำใจเศร้ามันมาก ทำใจโหดมันมากหรือ? รู้แล้วก็ทำไปทำไม? . ก็ทำใจในใจให้ได้อย่างที่เข้าท่า ไม่ต้องทำอย่างไม่เข้าท่าอย่างที่ถามไป สรุปแล้วการปฏิบัติธรรมอยู่ที่การมนสิการการ ทำใจในใจตามที่เราเข้าใจไว้ดีแล้ว
. สรุปว่า ปูนั้นเป็นสัตว์ชั้นต่ำมีความรู้น้อย คนเป็นสัตว์ชั้นสูง รู้ได้มากกว่า คนเรานี้รู้แสนรู้ จะว่านกรู้ก็รู้ไม่ได้เท่าคนหรอก..คนรู้มาก แต่รู้ไปในทิศทางที่ไม่พาให้พ้นทุกข์ รู้แต่ว่าจะทำให้ตนเองได้เสพสุขให้ได้มากให้ได้ยาวนานที่สุด ให้สุขตลอดนิรันดาลเลย แต่ยิ่งแสวงหาความสุข ก็ยิ่งพาตนเองไปสู่ก้นหุบเหวแห่งทุกข์ร้อนมากยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ เรียกว่ารู้อย่างโง่ๆ(อวิชชา) . แล้วรู้อย่างไรที่จะไม่เป็นความรู้อย่างอวิชชา...ก็ต้องหมั่นมาคบคุ้นกับสัตบุรุษ ผู้อยู่ในฐานะครู เข้าไปตั้งความละอาย ความเกรงกลัว ความเคารพรักอย่าแรงกล้า สอบถามไต่ถามวิธีปฏิบัติให้พ้นทุกข์ตามสมควร จึงเร่ิมต้นได้ว่า รู้อย่างมีปัญญาที่จะพาพ้นอวิชชาได้ต่อไป . ภูริพุทธ... 16 เมษายน 2564