ฟ้าใกล้รุ่ง ข้อสอบ เติมคำในช่องว่าง ว.บบบ.รุ่นที่ 7.docx
เนื้อหาในไฟล์
ชื่อ…ฟ้าใกล้รุ่ง….……...สกุล………เลิศทรัพย์สุรีย์…..…….กลุ่มที่………60+15=75 กระดาษคำตอบ ปรนัย(กากบาท
ข้อ ก ข ค ง 1
25
2
X 3 x
4
x 5
x
6 x
7
x
8 x
9
x
10
x
11
x
12
x
13
x
14
x
15
x 16
x 17
x 18
x 19 x
20
x
21 x
22
x
23
x
24
x 25 x
26
x
27
x
28
x
ข้อ ก ข ค ง 29 x
21
30 x
31 x
32
x 33
x
34
x
35
x
36
x
37 x
38
x 39
x
40
x 41
x
42 x
43 x
44
x
45
x
46
x 47 x
48 x
49
x 50 x
51 x
52
x 53 x
54
x 55
x
56
x
ข้อ ก ข ค ง 57 14
x
58 x
59
x 60
x
61
x 62
x 63
x 64
x
65
x
66
x
67 x
68 x
69 x
70
x
71 x
72
x
73 x
74
x 75 x
76
x
77
x 78
x 79
x 80
x
ชื่อ…ฟ้าใกล้รุ่ง………...สกุล……เลิศทรัพย์สุรีย์………..…….กลุ่มที่……… ข้อสอบ เติมคำในช่องว่าง ว.บบบ.รุ่นที่ 7 ...ให้อธิบายสั้นๆสอ
อ่านต่อ
ดคล้องกับคำถาม
จิตที่เป็นหนึ่งที่เรียกว่า “เอกธรรม” หรือ “เอกจิต” มีความแตกต่างจากจิตที่เป็นหนึ่งที่เรียกว่า “เอกัคคตาจิต” หรือไม่ อย่างไร … ตอบ = ต่าง เอกธรรมหรือเอกจิตเป็นเรื่องของสภาวะธรรมที่เป็นหนึ่ง แต่เอกัคคตาจิต คือสภาวะที่เกิดจากจิตที่หลุดพ้นจากกิเลสแล้ว เป็นธรรมะ ๑ ……………………...……………………...………………………….. “กิเลส” กับ “ขันธ์ ๕” เป็นสภาวะเดียวกันหรือไม่ อย่างไร? ตอบ = กิเลส คือ สิ่งไม่จำเป็นของชีวิต ความเห็นแก่ตัว ขันธ์ ๕ คือสิ่งที่ประกอบขึ้นเป็นร่างกาย ……………………...……………………...………………………….. “ว่างจากภพ” กับ “ภพที่มีความว่าง” แตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร? ตอบ = ว่างจากภพ คือโลกุตระ เป็นพระอรหันต์ที่ว่างแล้วจากภพ ส่วนภพที่มีความว่าง คือโลกียะ เป็นภพฤาษี ที่ยึดติดกับความว่าง เป็นความว่างที่ไม่จริง ในมหาจัตตารีสกสูตร พระพุทธองค์ทรงแบ่งสัมมาทิฏฐิ เป็น ๒ อย่าง คือ สัมมาทิฏฐิส่วนที่เป็น “สาสวะ” เป็นส่วนแห่งบุญให้ผลแก่ขันธ์ กับ สัมมาทิฏฐิส่วนที่เป็น “อนาสวะ” เป็นโลกุตระ สัมมาทิฏฐิทั้ง ๒ อย่างนี้ แตกต่างกันอย่างไร? ……………………...……………………...………………………….. ……………………...……………………...………………………….. ……………………...……………………...………………………….. “ฌานวิสัย” เป็นอจินไตย ๑ใน ๔ ข้อ ผู้ปฏิบัติธรรมตรงตามสัมมาทิฏฐิ ย่อมได้โดยไม่ยากได้โดยไม่ลำบากซึ่งฌานทั้ง ๔ จงยกตัวอย่างการได้ ฌาน แบบพุทธ มา ๑ ตัวอย่าง ……………………...……………………….. ……………………...……………………...………………………….. ……………………...……………………...………………………….. ……………………...……………………...………………………….. “ปัญญา” จะเกิดขึ้นได้ จะต้องประกอบขึ้นด้วย องค์ธรรม ๖ ประการ(สัมมาทิฏฐิ ส่วนอนาสวะ) มีอะไรบ้าง ……………………...………………… ……………………...……………………...………………………….. ……………………...……………………...…………………………..
ความฉลาดที่เรียกว่า “ปัญญา” ของพุทธ ต่างจากความฉลาด ของโลกียะอย่างไร … ตอบ = ปัญญาของพุทธคือ ปัญญาในการลดกิเลส ความฉลาดของโลกียะ คือ ความฉลาดในทางเพิ่มพูนกิเลส หรือที่เรียกว่า ฉลาดในทางโลกแต่โง่ในทางธรรม(ทางโลกเขายกย่องให้รวย แต่ทางธรรมมาจนวิเศษกว่า) ……………………...……………………...………………………….. ……………………...……………………...………………………….. กิเลสแท้ กิเลสเทียม คืออะไรจงอธิบาย …… ตอบ = กิเลสเทียมคือสิ่งที่เรามโนเอา ปั้นแต่งไว้ในจิตแต่ยังไม่เจอของจริง ส่วนกิเลสแท้คือผัสสะจริงที่เราเจอบางทีก็มาในแบบที่เรานึกถึงไม่ถึง ………………...………. ……………………...……………………...………………………….. ……………………...……………………...………………………….. การทำบุญ ตัวท่านเองทำอย่างไร? …… ตอบ = เมื่อได้รับมอบหมายงานที่ไม่อยากทำ แต่เป็นงานที่ขาดแคลนแรงงาน และเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ก็ยินดีที่จะรับทำ จะได้ฝึกฝนทักษะในงานนั้นๆเพิ่ม และจะได้ล้างความไม่ชอบใจนั้นๆออกไปจากจิต ………………………...……………………...………………………….. การทำทาน มีการทำบุญอย่างไร? … ……………………...……………………...………………………….. พ่อครูสอนเรื่องวรรณะ ๙ มีอยู่ในตนบ้างหรือไม่? จงยกตัวอย่างอธิบาย ……………………...……………………...………………………….. …… ตอบ = จากที่เป็นคนกินยาก อะไรที่ไม่เคยกินก็จะไม่กิน แต่พอได้มาฝึกฝนที่วัด ก็พยายามไม่เลือกกิน ที่โรงครัวมีอะไรให้กินก็กินตามเขา แม้ไม่ชอบ ไม่เคย ไม่อร่อย ก็ถือเป็นการฝึกลดละความยินดีพอใจในรูปรสของอาหาร ………………...……………………...………………………….. ……………………...……………………...………………………….. ท่านเข้าใจคำว่า “กาย” หมายถึงอย่างไร? จงอธิบาย… …… ตอบ = จิตวิญญาณ ……………………...……………………...………………………….. พระพุทธเจ้าทรงนำคำว่า “อัญญะ” นี้มาใช้กับ “โกณทัญญะ” เป็นคนแรก ซึ่งเป็นผู้เกิด ความรู้สึกอื่น อีกชนิดหนึ่ง อย่างไรจงอธิบาย ตอบ = อัญญะ ความเกิดทางจิตวิญญาณที่แจ่มแจ้งในทางธรรม เกิดดวงตาเห็นธรรม แต่การเกิดอย่างอื่นไม่ใช่ดวงตาเห็นธรรม เป็นอัญญาแบบโลกีย์ ……………………...…………………….……………………...……………………...………………………….. อัญญะ คือ ความฉลาดใหม่หรือความรู้แบบโลกุตระที่แตกต่างจากเฉโก พึงยกตัวอย่าง อัญญะในตนเองว่ามีในเรื่องใดบ้าง มา ๓ เรื่อง… ตอบ = ๑. เมื่อรู้ว่าตัวเองจะเสียเปรียบก็จะพยายามสร้างความยินดีที่ได้เสียสละ ๒. รู้ว่าตัวเองไม่ชอบทำอะไร แต่ก็จะไม่ปฏิเสธเมื่อได้รับมอบหมายให้ทำในสิ่งที่ไม่ชอบเพื่อที่จะได้ลดกิเลส… ๓. เมื่อเห็นอาหารที่ตัวเองชอบกินก็จะพยายามไม่ตักเพื่อที่จะได้ขัดใจกิเลส ……………………...……………………...………………………….. อรหันต์ คือ “อมตบุคคล” จริงหรือไม่ เพราะเหตุใด …ตอบ = จริง เพราะท่านเป็นผู้ถึงที่สุดแห่งทุกข์แล้ว ไม่มีสุขไม่มีทุกข์อีกต่อไปแล้ว …………………...……………………...………………………….. ……………………...……………………...………………………….. ……………………...……………………...………………………….. กวฬิงการาหาร คือ คำข้าว เป็นเครื่องค้ำจุนโลก เปรียบเสมือนการกินเนื้อบุตร ท่านเข้าใจข้อความนี้อย่างไร … ตอบ = การหลงในรูปรสกลิ่นเสียงของอาหาร …………………...……………………...………………………….. ……………………...……………………...………………………….. ……………………...……………………...………………………….. ทำบุญ ไม่ต้องทำทานก็ได้ แต่ทำทานต้องทำบุญด้วย คืออย่างไร … ตอบ = ทำทานต้องทำบุญ คือทำทานด้วยวัตถุ และต้องให้อย่างไม่หวังสิ่งตอบแทน แต่ทำบุญไม่ต้องทำทาน คือ การชำระกิเลสที่จิตใจ ไม่ต้องทำเป็นวัตถุสิ่งของก็ได้ …………………...……………………...………………………….. ……………………...……………………...………………………….. ……………………...……………………...………………………….. ……………………...……………………...………………………….. ตัวท่านเองคบสัตบุรุษ(พ่อครู) ฟังสัทธรรม มากน้อยขนาดไหน ฟังแล้วชีวิตท่านเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง…. ……………………...……………… …… ตอบ = เมื่อตอนเป็นเด็กสัมมาสิกขาฟังธรรมหลวงปู่ไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ก็ต้องฟังเสมอๆตามที่คุรุให้ทำ จนเราก็ได้ซึมซับไปโดยอัตโนมัติ จนมาฟังธรรมหลวงปู่ได้เข้าใจจริงๆตอน ม.๖ เทอมสุดท้าย ที่ตั้งใจมาฟังธรรมเอง ตั้งแต่ต้นจนจบโดยคุรุไม่ต้องบังคับ และไม่ง่วงเลยค่ะ เกิดปิติ และอิ่มใจในการฟังธรรมมาก เมื่อเรียนจบ ก็ติดตามฟังธรรมให้มากขึ้น และได้สภาวะธรรมตามที่หลวงปู่สอน ทำให้เราฟังธรรมสนุก เหมือนได้โจทย์แล้วนำไปปฏิบัติ หาคำตอบ ทำให้ชีวิตเกิดการเปลี่ยนแปลงจากเด็กที่ไม่เคยคิดอยู่วัดก็ตั้งใจอยู่วัด จากคนที่ไม่เคยคิดเป็นโสด ก็ตั้งใจเป็นโสด จากที่ไม่มีศีล ก็ตั้งใจจะถือศีล ๕ ไปตลอดทั้งชาตินี้และชาติหน้า และจะพากเพียรตามรถด่วนขบวนสุดท้ายของหลวงปู่ตลอดไปค่ะ ………………...……………………...………………………….. ……………………...……………………...………………………….. ……………………...……………………...………………………….. เพื่อความงอกงามไพบูลย์ เจริญบริบูรณ์ แห่งปัญญา ๘ ประการ ท่านจะเติมเต็มปัญญาให้ตัวเอง ข้อใดบ้าง…. ……………………...…………… ตอบ = ปัญญาในการอยู่เหนือโลกที่ทำให้ตัวเองไม่ทุกข์กับความไม่ได้ดั่งใจ ไม่ชอบใจ ถูกขัดใจ …………………...……………………...………………………….. ปี ๒๕๖๓ พ่อครูทำงานศาสนาจะเต็ม ๕๐ ปีแล้ว ท่านจะบำเพ็ญเรื่องใด ถวายเป็นพุทธบูชา… … ตอบ = ในสถานะตอนนี้จะขอบำเพ็ญในการพากเพียรเรียนหนังสือให้จบ โดยไม่สั่งสมโลกียะ แต่จะใช้การศึกษาทางโลกเพื่อโลกวิทู และเพิ่มโลกุตระธรรมให้กับตัวเอง ด้วยการเรียนอย่างไม่ทุกข์ เรียนอย่างไม่ท้อ ให้เข้าใจความจริงตามความเป็นจริง ในหน้าที่และบทบาทที่ต้องทำโดยมีสัมมาทิฏฐิเป็นตัวนำทางค่ะ
…..จบข้อสอบอัตนัย…..