7 คำถามเรื่องความมีสุขภาพไม่เหมือนคนทั่วไปของพ่อครู.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข7 กุมภาพันธ์ 2564

เนื้อหาในไฟล์

7 คำถามเรื่องความมีสุขภาพไม่เหมือนคนทั่วไปของพ่อครู _กราบนมัสการพ่อครูด้วยเศียรเกล้า กราบเรียนเสนอเพื่อพิจารณาตามสมควรค่ะ “7 คำถาม คำถามจาก คำถามจากใจลูก(ๆ)” ภายใต้ความเชื่อมั่นและศรัทธาอย่างสูงสุดว่าพ่อครูคือ “เทวดา” “Supra Standard” และ “I M” (independent Man) ในระดับ “ พระนิยตโพธิสัตว์” ความห่วงใยของลูกๆถึง 3ประการข้างต้นเป็นสำคัญ! แต่สัตว์จะเป็นหนึ่งเดียวคือสภาวะของ “อรหันต์/นิพพาน” ดังนั้นการแสดงออกที่ปรากฏย่อมล้วนแต่ “จริงใจตามภูมิ” ของแต่ละท่านแต่ละคน จึงมีความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย 7 คำถามนี้ประมาณว่าอาจมีส่วน “คลี่คลาย” ความข้องใจและ “คลี่ขยาย”ความเข้าใจเกี่ยวกับ “สุขภาพ” และ “ วิถีชีวิต” ของพ่อครูได้ ไม่มากก็น้อย ดังนี้ 1.เกณฑ์วัด สุขภาวะ และความพอเหมาะพอดีในกิจวัตรกิจกรรมต่างๆของพ่อครูอยู่ที่ “เวทนา”ของพ่อครูใช่หรือไม่ พ่อครูว่า…ใช่ ก็ต้องเอาความรู้สึกเป็นหลัก ว่าเรารู้สึกประมาณอย่างนี้อย่างนี้ แล้วดูไปได้ก็เอา มันไปไม่ได้มันไม่ดีแล้วไม่ไหวแล้วด้วยการตัดสินตามเหตุปัจจัยเหมาะควรทุกๆปัจจุบัน อาตมาก็ทำอย่างนั้น 2.ค่าปกติในการตรวจทาง Lab ที่เป็นสากลในปัจจุบันมิอาจนำมาใช้ ในการประเมินความ “ปกติ” หรือ “ ผิดปกติ” ของพ่อครูได้ เพราะว่าผล Lab ของพ่อครูในสภาวะที่พ่อครูบอกว่า “ สบายดี” อาจ พบว่ามีค่า “สูง” หรือ “ต่ำ” กว่าค่าปกติของคนทั่วไปใช่หรือไม่ เช่น น้ำหนักตัว ระดับน้ำตาล และ จํานวนเม็ดเลือดขาว เป็นต้น พ่อครูว่า…ก็ตอบได้ว่า ใช่ อาตมาเคยพูดเรื่องนี้ว่า Standard ของอาตมามันไม่ใช่ Standard ของคนสามัญปกติทั่วไป ของอาตมามันมีอะไรที่พิเศษอย่างที่คุณว่า Supra standard จะเอา Standard ของคนทั่วไปมาวัดมันก็อาจจะไม่ตรงทีเดียว อาตมาไม่อยากหักหาญ ก็ให้ยืนยันพิสูจ

อ่านต่อ

น์ดูความเป็นจริงกันไปก็คงจะค่อยๆเข้าใจ คลี่คลายออกมาเรื่อยๆ ซึ่งจริงๆแล้วความพิเศษของอาตมาหรือ Standard หรือSupra standard มันเดาไม่ได้คนทั่วไปก็เป็น Standard สามัญ เป็นสากลเฉลี่ยแล้วค่าเฉลี่ยเขาศึกษากันมาตั้งไม่รู้กี่ร้อยกี่พันปี มันก็ใช้ได้ แต่ที่นี้คนโลกุตระของอาตมามันไม่ใช่คนสามัญทั่วไป โดยเฉพาะโลกุตระของอาตมาเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 มันไม่ใช่ระดับ 4 ระดับอรหันต์ ระดับ 5 อนุโพธิสัตว์ ระดับ 6 อนิยตโพธิสัตว์ ระดับ 7 นิยตโพธิสัตว์ 3.การเทศน์โปรดแต่ละครั้งของพ่อครูมีส่วนในการเพิ่มสัมประสิทธิ์ในการ “ ขยายอายุขัย” เพื่อสืบสานศาสนาหรือไม่ อย่างไร พ่อครูว่า…อาตมามั่นใจว่า จนป่านนี้แล้ว อาตมาอายุ 87 ทำงานศาสนามาตั้งย่างเข้า 51 ปีแล้ว อาตมาก็อ่านจากความเป็นจริงที่เราผ่านมา ก็ตอบได้ว่า สัมประสิทธิ์ที่อาตมาพยายามพูดพยายามอธิบายเป็นสัมประสิทธิ์ระดับพิเศษ สัมประสิทธิ์หรือ coefficient ระดับโลกุตระที่เอามาใช้เพื่มขยายอายุขัย โดยเฉพาะทางนามธรรมทางจิต ทางรูปก็มีด้วย 8 อ. เป็นต้น ก็ประมาณและระมัดระวังตามนั้นอยู่ 8 อ. ส่วนทางด้านนามธรรมนั้น อาตมาก็ยังไม่เก่งเท่าไหร่ที่จะเอามาอธิบายยังมีชื่อระบุ มีภาษาบาลีกำกับ อาตมาก็ว่า ยังไม่มีนะเพราะว่าพระพุทธเจ้าโดยเฉพาะพระสมณโคดมท่านก็ไม่เคยอธิบายพวกนี้ไว้เลย แม้แต่พระโพธิสัตว์ต่างๆที่ในยุคพระพุทธเจ้า ท่านก็ออกความเห็นหลายๆอย่างอยู่ ที่นอกเหนือจากพระพุทธเจ้าตรัสไว้ก็ไม่ได้มีสิ่งอันนี้ขยายความไว้ อาตมาเอง ก็เลยขยายความเป็นส่วนที่เป็นของอาตมาเอง ท่านอื่นๆก็คงจะยังไม่อยากขยาย ท่านก็ไม่ได้ขยายกันเท่าไหร่ อาตมาไม่ได้เป็นคนที่อ่านอรรถกถาจารย์ อรรถกถาจารย์ก็มีที่เป็นพระโพธิสัตว์อยู่ บางท่านนะ จะมีพิเศษไปไหนแง่เชิงบางอย่าง มีนัยยะมิติของท่านไปไกลได้สูงได้เก่งเป็นอย่างอย่างก็เป็นได้ ซึ่งอาตมาไม่ได้เอาอรรถกถาจารย์มา เพราะอาตมาเป็นคนช้าเป็นคนไม่เร็ว มันสมองพวกนี้ไม่เร็ว มันยังไงไม่รู้ ความหนืดๆมี ก็เลยเอามากไม่ได้ จะไปทำเป็นศึกษามากค้นคว้ามากจำก็ไม่เก่ง ปฏิภาณก็ไม่เลวนักมันก็เลยไม่ค่อยได้ได้ประมาณนี้ก็ค่อยๆเป็นไป อาตมาประมาณตัวอยู่ แต่กระนั้นคนหลายๆคนก็มองว่าอาตมาไม่เร็วแล้ว เขาก็ยังไม่ไหวแล้ว ก็เป็นจริง จะเอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้ เพราะความรู้สึกของอาตมาของอาตมากับพวกคุณประมาณให้อาตมามันก็ให้เหมือนกัน แล้วคุณเห็นว่ายังต่างห่างจากอาตมาก็แน่นอน ก็มองสองขั้วสองอย่าง ก็ต้องต่างกันเป็นธรรมดา สรุปง่ายๆก็คืออายุขัยอาตมาเชื่อว่าเป็นได้ ใช้พลังงานทางนามธรรมนี่แหละ จนกระทั่งอาตมาทำเป็นอวดดี ทำเป็นสูตรทางวิทยาศาสตร์ E=C(mc 2 + A) ซึ่งเป็นเรื่องทางวัตถุก็เอามาใช้ทางนามธรรม อย่าง m คือ มวล ก็ใช่ มวลทางนามธรรม อรูปในจิต c คืออัตราเร่ง อันนี้ใช้ได้เหมือนกัน เป็นขั้นคูณหรือยกกำลัง ซึ่งเป็นอัตราของความเร็วความเร่งความเพิ่มประสิทธิภาพทางพลังงาน ก็คงพอเข้าใจได้ A คือ Abstract ซึ่งเป็นภาวะที่มันก็คือ mc 2 นั่นแหละ อีกกรุ๊ปหนึ่ง + A เพิ่มระดับบวกยังไม่เชื่อว่าเป็นโคเอฟฟิเชียนท์ ต้องระดับคุณเป็นต้นไปเพราะฉะนั้น C ต้องเป็นระดับ x ถ้าบวก mc 2 ถึง 4 ตัวก็เป็นยกกำลัง 2 ได้แล้ว ถ้าจะยกกำลังเพิ่มก็เป็นกำลัง 3 กำลัง 4 ไปตามลำดับอย่างนี้เป็นต้น พวกนักวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ก็คงพออาศัยฟังได้ อาตมาแย่ทางคณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์ ถ้าหากอาตมาเก่งก็คงจะไปทางนั้น แม่กะจะให้เรียนแพทย์ แม่เป็นคนขี้โรค ไม่แข็งแรง จนกระทั่งอายุ 40 ก็เสียแล้ว แล้วแม่อาตมาศรัทธาลุงที่เป็นหมอก็เลยอยากให้อาตมาเป็นหมอตามลุง แม่อาตมากับลุงสนิทสนมกันมาก ช่วยเหลือเกื้อกูลเลี้ยงดูกันมากว่าจะตายจากกัน แม่ป่วยเป็นวัณโรคลุงก็เอาไปรักษา ทั้งๆที่ลุงอยู่ในสายแพทย์ทางจิต โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ลุงของอาตมาก็เป็นผู้ดำริสร้างขึ้นมาเป็นน้ำมือเลย โรงพยาบาลศรีมหาโพธิ์จังหวัดอุบลราชธานี เป็นโรงพยาบาลรักษาทางจิตประสาท แต่แม่ป่วยเป็นวัณโรคก็เอาไปรักษาที่โรงพยาบาลนั้นเพราะลุงเป็นคนดูแลเองอย่างนี้เป็นต้น สุดท้ายก็เสีย เป็นโรคอยู่ตั้ง 2 ปีกว่า สรุปแล้ว อายุขัยอาตมานี่ ใช้ความสามารถก็คงจะเป็นได้ อาตมาเชื่อว่าเป็นจริง ก็คงจะมีข้อบกพร่องอะไร ผู้ที่รู้ก็ช่วยแก้ไขปรับปรุงกันไป ก็คงจะแก้ไขได้ หรือมันตรงแล้วใช้ได้แล้วแต่เข้าใจไม่ถึงก็อาจจะเป็นได้อีกเหมือนกันก็ว่าไป 4.การตรวจรักษา และการเปลี่ยนแปลงการดูแลในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง พ่อครูควรได้รับการถวายคำชี้แจง กราบขออนุญาตก่อนเป็นเบื้องต้นหรือไม่ พ่อครูว่า…ไม่ถึงกับขออนุญาตก็ได้ว่ากันมาสดๆก็ไม่เป็นไรอาตมาไม่มีปัญหา 5.พ่อครูกัดลิ้นเป็นแผลค่อนข้างใหญ่แต่หายเร็วกว่าคนปกติ พ่อครูบอกว่า “ อาตมาเป็นเร็ว ตายเร็ว” กราบขอคำอธิบายตามควรค่ะ พ่อครูว่า…คือมันจะเร็วจะช้าอย่างไรก็พอได้ เป็นเร็วตายเร็วก็กำหนดให้เร็วให้ช้าอะไรพอได้ ตามประสิทธิภาพของอาตมานี่แหละ แต่ว่าอาตมาทำได้ประมาณหนึ่ง อย่างที่จะตัดสินทางจิต จะตัดจะต่อ ก็เร็ว เพราะฉะนั้นแสงเสียงอาตมาดูโทรทัศน์ทีละ 3-4 จอไม่มีปัญหาหรอกเพราะแสงเดินทางช้ากว่าจิตจะมาเยอะ จะตัดอันนั้นต่ออันนี้ ช่องไหนช่องไหน รับอันไหนมันทัน มันไม่เสียหายอะไร ดูจอนี้ ไม่เอา เอาจอโน้น เพราะว่าจริงๆแล้วคนเราจะรู้ได้ทีละหนึ่งเท่านั้นมันจะรู้ซ้อนกัน 2 อันไม่ได้หรอก แต่มันเร็วจนกระทั่งเหมือนกับอันเดียวกันเลย ซึ่งธรรมดาประสาทหรือว่าความเร็วความช้าของคนทั่วไปสากลธรรมดาปุถุชน ยังช้ากว่าความเร็วของพิเศษ โดยเฉพาะจิตใจที่ได้ฝึกฝนแล้วมันมีคุณสมบัติที่เร็วที่ไกลกว่าที่คิด

6.พ่อครูมีหลักการประมาณความพอเหมาะพอดีพอควรในเรื่อง อ. อาหาร เพื่อช่วยส่งเสริมสัมประสิทธิ์อย่างไร พ่อครูว่า…เรื่องนี้อาตมาไม่ได้ถือเป็นเรื่องสำคัญเป็นเรื่องยิ่งใหญ่อะไรในอาหาร ซึ่งอาตมาว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ มันก็มีธาตุที่เอามาเลี้ยงรูปขันธ์ประมาณนั้นประมาณนี้ ก็ประมาณให้มันอยู่ได้มาสังเคราะห์เป็นสังขารขันธ์ โดยเฉพาะรูปขันธ์ อาตมาว่ามันไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรมากมายมันได้มีธาตุที่พอสมควรประมาณหนึ่ง แล้วก็สังขารปรุงแต่งกันอยู่อย่างพอเหมาะพอควร เราไม่ต้องการเทอะทะไม่ต้องการที่มันจะมีน้ำหนักใหญ่ เปลืองเปล่า ไปเอาแคลอรี่มาเพิ่ม อะไรที่มีน้ำหนักมากต้องใช้แคลอรี่ประคองร่างกาย จะทำให้เร็วไวก็ต้องใช้แคลอรี่เสริมซ้อน ก็ถ้าหากเบาๆเล็กๆปราดเปรียวแคล่วคล่องว่องไวดีออกจะตาย อาตมาก็ตั้งแต่หนุ่มจนถึงปัจจุบัน อาตมาพยายามอยากอ้วนพยายามบำรุงตัวเองนอนๆทำอะไรที่เขาบอกว่าจะอ้วน เคยทำอยู่ ตอนท้ายๆก่อนจะออกมาบวช เพิ่มน้ำหนักได้ถึง 60 กก.มีพุงนิดๆยื่นออกมาหน่อย ธรรดาทุกวันนี้ขนาดนี้อาตมา 47-48 กก.นี่กำลังไล่ๆ 48 กก.ก็เร่งกันอยู่ ชั่งน้ำหนักทุกวันวัดทุกวัน ตรวจสอบ ความดัน ทุกวัน ไม่หลังอาหารก่อนอาหารก็ดีแล้ว มีผู้โน้ตผู้จดหลายคน ผู้วัดก็วัดหมดตั้งแต่น่อง มาจนเดี๋ยวนี้เล่นกล้ามก็ขึ้นมานะ ก็ดีขึ้นมาพอสมควรไม่แห้งตามที่คนสามัญว่ามันแห้งไป มีอะไรบึ๋งบั๋งหน่อยก็น่าจะดี 7.การฉันอาหารของพ่อครูมีความจำเป็นหรือไม่ ที่ควรมีผู้ที่อยู่ในทีมสุขภาพ คอยชี้แนะว่า ควรฉันอะไร ไม่ฉันอะไร ฉันมาก- น้อยแค่ไหน โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังฉันอยู่ พ่อครูว่า…อันนี้ก็ อาตมาก็อีกแหละ อาตมามองที่เจตนา เจตนาเขาดี อาตมาก็เคารพอันนี้มาก เขาไม่มีเจตนาร้ายแล้วก็มีความรู้เพราะมากๆก็เป็นพยาบาล ผ่านอาชีพผ่านงานมาจริงๆ ไม่ใช่เล็กน้อยก็ใช้ได้อยู่ ก็ดูแลกันมาหลายสิบปีก็เป็นไป ทีนี้คนหลายคนก็มองกันอย่างกับเป็นผู้บงการอย่างนั้นอย่างนี้ ก็คงจะรู้สึกว่า มันไม่น่าจะเป็นขนาดนั้น ก็เอาล่ะ อาตมาก็จะลองๆว่า ตามบ้างไม่ตามบ้างผู้ที่ดูแลอยู่ก็คงจะเข้าใจไม่มีปัญหาอะไรมากก็ค่อยๆปรับไปไม่ต้องปุบปับ ค่อยๆเป็นไปดีกว่า ก็เป็นความปรารถนาดีที่หลายคนมองก็แนะนำมา commentๆ มาตลอดก็ดี ขอบคุณ

640207_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ พระอรหันต์มาตอบปัญหาประชาธิปไตยแท้

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน