630417 วิธีล้างกิเลสในปัจจุบันชาติอย่างวิปัสสนา.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2563
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.44 KB
วันที่แก้ไข29 เมษายน 2563

เนื้อหาในไฟล์

วิธีล้างกิเลสในปัจจุบันชาติด้วยปัญญาอย่างไม่กดข่ม : 17 เมษายน 2563 ญาติธรรมชาย : ทำอย่างไรจะได้พระอรหันต์เร็วขึ้น พ่อท่าน : ก็ทำที่ตัวเอง ทำความเข้าใจกับคำอธิบาย ทำความเข้าใจกับที่สาธยายอธิบายให้ได้ดีๆแล้วก็เอามาตรวจสอบกับความเป็นจริงของตัวเอง ที่มันมีทั้งที่เรารู้สึก ทั้งองค์ประกอบ หรือว่ากาย ทั้งความรู้สึก หรือว่าเวทนา แล้วก็เจาะเข้าไปที่จิตของเรา ว่าเหตุปัจจัยจิตนี้ รู้จักเจโตปริยญาณ ๑๖ จิตในจิตของเราว่าเรามีกิเลสอย่างนี้ เหตุปัจจัยอย่างนี้ มันเป็นจริง ปัจจัยของกิเลสของเรา จะเป็นราคะโทสะอย่างไรอย่างไร กับอะไรอะไรอะไรอยู่ แล้วเราก็มีชีวิต มีพฤติกรรมจริงไปสัมผัสกับมันอยู่ เกิดเมื่อไหร่ก็อ่านมันให้เห็น แล้วก็พิจารณาความจริงในขณะที่สัมผัสจริง เห็นนี่แหละ ปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้าต้องเป็นทิฏฐธรรมนิพพานทิฏฐิ ต้องเป็นการปฏิบัติแล้ว มีความจริงในขณะปัจจุบันชาติ เป็นทิฏฐกาล ในขณะที่สัมผัสจริง เห็นมันจริง แล้วก็เรียนรู้ความจริงที่มันเกิดจริงๆในขณะสัมผัส เราจึงจะจัดการกับตัวจริงของกิเลสที่มันเกิดในขณะนั้นจริงๆ แล้วเราก็ได้ทำ เราได้กดข่มก็กดข่มจริง แต่กดข่มมันไม่ถาวร เราได้พยายามพิจารณาด้วยปัญญาว่าไอ้พวกนี้ มันมาเล่นงานเรา มันเป็นผีเป็นมายามันหลอก มันไม่ใช่ตัวจริงมันไม่เที่ยงหรอก มันเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์ เอ็งมาหลอกข้า เอ็งมันไม่มีตัวตนจริงหลอก ทำความเข้าใจของปัญญาให้ได้ว่า เราต้องเกิดอ่านจริงๆ ต้องทำจริงๆ ต้องทำจริงๆไม่ใช่ได้แต่บัญญัติ ภาษา สัมผัสจริงๆ เพราะฉะนั้นการปฏิบัติไปนั่งหลับตาไม่มีผัสสะจริงๆมันโมฆะ ต้องมามีผัสสะจริงแล้วเห็น อ่านในขณะปฏิบัติ พิจารณาเห็นด้วยปัญญาอันยิ่ง ปัญญาจะเป็นพลังงานจัดการ เพราะเวลาปัญญาเกิด เปิดสมรรถนะ เกิดประสิทธิภาพของตัวปัญญาจริงๆ โอ้ยมันรู้ห

อ่านต่อ

น้าอย่างนี้เอง อย่างพระพุทธเจ้าท่านตรัส เราได้เจอกับตัวเองแล้วมาร เราได้หักเรือนยอดของมาร นี่ท่านก็พูดเป็นภาษา เป็นรูปธรรม หรือว่าเป็นบุคลาธิษฐาน แท้จริงเป็นนามธรรมที่ท่านเจอแล้ว แล้วท่านก็ได้จัดการด้วยภูมิปัญญาของท่าน ให้กิเลสหักยอดเรือนยอดของมารพังทลายไปหมดแล้ว เราก็ปฏิบัติอย่างนั้น อย่างพระพุทธเจ้า เห็นด้วยญาณปัญญาลึกๆ ใช้ภาษาก็ได้เท่านี้ ต้องปฏิบัติเอง เป็นปัจจัตตังจึงจะเห็น แล้วมันก็เห็นความจางคลาย ไอ้ความไม่แจ้งที่มันจะเจริญขึ้น มันเป็นความไม่เที่ยงที่มันลดจางคลายลง หรือมันไม่เที่ยงแล้วมันยังไม่จางคลายแล้วมันดับ ดับได้สำเร็จจริง ก็เป็นตัวสำเร็จจริงเลย อย่างนี้เป็นต้น ต้องปฏิบัติให้อ่านออกอย่างนั้น แล้วจะต้องเกิดญาณปัญญาหยั่งรู้ จิต เจตสิกต่างๆ อย่างที่พูดจริงๆเลย แล้วเราจะรู้ว่าเราปฏิบัติธรรมเนี่ยได้มรรคได้ผลถูกต้องจริง นี่การอธิบายของพระอรหันต์นะ ตามที่พวกคุณเชื่อ ว่าอาตมาเป็นพระอรหันต์ และอาตมาอธิบายจริงๆ ไม่รู้ว่าแต่ละคนฟังแล้วจะเข้าใจแค่ใดก็แล้วแต่ อาตมาเอาสภาวะต่างๆมาอธิบาย ไม่ได้อ่านตำรามาให้ฟังหรอก สภาวะจริงๆมาขยายความเป็นภาษาไทย เป็นภาษาพวกเราสู่กันฟัง

…..…..…..…..…..…..…..…..….. คนที่ได้ ที่บรรลุสัจธรรม (ความจริง) นั้น เพราะเอาจริง แต่มีข้อแม้ว่า ผู้นั้นต้องใช้ปัญญาวิจัยอย่างแน่ชัดแล้วว่า สภาพที่เราจะเอาจริงนั้น ต้องเป็นความจริงที่ดีจริง ถูกต้องจริงแน่แท้ พ่อครูสมณะโพธิรักษ์

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน