630418 กำจัดขี้ไคลความคิดเมื่อกักตัวยุคโควิด 19.docx
เนื้อหาในไฟล์
กำจัดขี้ไคลความคิดเมื่อกักตัวยุคโควิด 19 : 18 เมษายน 2563 . ชายกลาง : คือที่บ้านราชฯมีบริเวณไงครับ ตอนนี้คนที่อยู่ตึก อยู่คอนโด อยู่บริเวณที่ไม่มี ที่ออกไปไหนได้เลย ก็จะอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมๆ ผมก็เลยมานั่งคิดว่า คนที่อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมนอกจากเขา ทำงาน Work From Home บางคนเขาก็ไม่มีงาน เขาจะปฏิบัติตน เป็นช่วงเวลาดีๆที่เขาได้อ่านจิต อ่านใจตนเองว่า เขาจะทำอะไร พ่อครู : เอาคนสิ้นไร้ไม้ตอกจริงๆ เช่น มันไม่มีอะไรจะทำเลย ปัดกวาดบ้านมันก็ไม่มี มันสะอาดหมดแล้ว ทุกอย่างมันไม่มีอะไรจะทำเลยนะ ขัดขี้ไคลของความคิด พยายามขัดขี้ไคลของความคิดของคุณก็แล้วกัน เอาความคิดของคุณขึ้นไปดูว่า ความคิดของคุณมีขี้ไคลอะไรบ้าง มันขี้ของใครอยู่ในความคิดบ้าง อันนี้ไม่สงวนลิขสิทธิ์นะ เมื่อไม่มีอะไรจะทำคุณถามมา จงขัดขี้ไคลของความคิด เราเอาขี้ของใครมาใส่ในความคิด ชายกลาง : ผมจะได้เอาไปบอกต่อครับ พ่อครู : นี่มันถึงกึ๋นไหม เอาสำนวนนี้ไปใช้เลย ถ้าไม่มีอะไรจะทำ ข้างนอกหยาบๆก็สะอาดหมดแล้วทุกอย่าง หากไม่มีอะไรจะทำ ยังเหลือความคิดของคุณมีขี้ไคลเล็กๆน้อยๆ มีสกปรกมีละอองธุลีอะไร ขัดขี้ไคลของความคิด สมณะดินไท : คือประเด็นที่ชายกลางบอกว่าให้มา อ่านจิตอ่านใจเนี่ย จริงๆแล้ว ก็ต้องอ่านตลอด แม้ไม่ได้ภาวะอย่างนี้ก็ตาม พ่อครู : อ่านจิตอ่านใจกับสะกดจิตลงไปไม่ให้คิดให้นึกไม่อะไรเลย ทั้งสองอย่าง อ่านจิตอ่านใจนี่แหละขัดขี้ไคลของความคิดได้ แต่นั่งสะกดจิตให้หยุดๆๆหยุดคิดหยุดคิดเลย มันหมดท่าเลย มันหมักเลย หมักขี้ไคลเลยทีนี้ นอกจากขี้ไคลหนาแล้วไม่พอ ทำขี้ไคลให้แข็งด้วย สู่แดนธรรม : พ่อท่านครับ ขัดขี้ไคลแล้วก็ขัดขี้ของตัวเองที่อยู่ในความคิดออกด้วยครับ พ่อครู : นั่นแหละนั่นแหละ ก็ขัดขี้ของตนเองนั่นแหละ ขัดขี้ไคลมันก็ต้
อ่านต่อ
อง พยายามของเราจริงๆ แล้วมันควรต้องทำให้สะอาดที่สุด ของเราจริงๆแล้วควรเป็นสิ่งที่สะอาดที่สุด เพราะฉะนั้นมันยังบกพร่องอยู่ มันยังไม่สะอาดที่สุด ยังมีอะไรติดอยู่ ก็เรียกสิ่งนั้นว่าเป็นสิ่งสกปรก เป็นคราบไคล เรียกอย่างผู้ดี ถ้าเรียกอย่างผู้ไม่ดีก็เรียกขี้ไคล คราบไคล นี่ก็คือภาษาที่เรียกอย่างไพเราะ สุภาพ ขัดคราบไคลของเราออก ถ้าพูดอย่างแรงๆทั่วๆไปก็เรียกขี้ไคล สู่แดนธรรม : พ่อท่านใช้คำแสลงว่า ขัดขี้ไคล นี่เป็นของผู้อื่นไหมครับ พ่อครู : ใช่ ศัพท์แสลง ขี้ไคล สู่แดนธรรม : คือว่าคนเรา ทุกข์เพราะความคิดของผู้อื่น มากกว่าเป็นความคิดของตนเอง จึงต้องขัดทั้ง 2 ส่วน ขัดขี้ของใครออกด้วย แล้วก็มาขัดขี้ของตัวเองออกด้วย พ่อครู : มาขัดคราบไคลของตนเองด้วย ขัดขี้ไคลออกไปด้วย ขี้ไคลออกไป แล้วก็มาขัดคราบไคลของตัวเองไป …….…….…….…….…….…….…….…….……. คนผู้ไม่ทำอะไรให้ขัดใจใคร แต่พยายามขัดใจตนเองอยู่นั้น คือผู้ขัดเกลาตนเอง คนผู้ไม่ขัดใจใครเลย ทั้งๆที่ขัดใจตนได้แล้วนั้น คือผู้เห็นแก่ตัว ผู้ไร้เมตตา คนผู้ทำอะไรขัดใจคนอื่นตะพึด แม้จะเป็นผู้ได้พยายามขัดใจตนเองมาบ้าง นั้นคือผู้ฆ่าตนเอง คนผู้ทำอะไรแม้จะขัดใจผู้อื่น ก็ด้วยปัญญาอันยิ่ง ด้วยความปรารถนาดี เพราะขัดใจตนเองได้แล้ว นั่นคือ ผู้ช่วยขัดเกลาคนอื่น คือผู้มีเมตตา คนผู้ไม่ขัดใจใครเลย และไม่ยอมขัดใจตนเองเลยนั้นคือ ผู้ฆ่าทั้งผู้อื่นและฆ่าทั้งตนเองให้ฉิบหายทั้งคู่ พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๒๓