631018_รายการวิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ศึกษาเทวะให้เกิดประชาธิปไตยอาริยะ.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2563
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์26 KB
วันที่แก้ไข8 สิงหาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

631018_รายการวิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ศึกษาเทวะให้เกิดประชาธิปไตยอาริยะ

อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวน์โหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1Y4EBIQ2QgAKcR2sQQrVEnl8Hvo1yappn6AwPwiG8RLc/edit?usp=sharing

ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/file/d/1DclWoRdPk7gavDjMtKM759g26N5E25e-/view?usp=sharing

และยูทูปที่ https://youtu.be/jsftMbi5wvc

สมณะฟ้าไทว่า…วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2563 ที่บวรราชธานีอโศก เกริ่นนำถึงเรื่องการชุมนุมสามนิ้ว แล้วบอกว่า เรามาฟังผู้ทำสัญลักษณ์ 3 นิ้วนี้เหมือนกัน(ตรีลักษณ์) พ่อครูว่า…ยก 3 นิ้วแบบนี้เป็นสัญลักษณ์สากลที่มีมาก่อนนะ มันหมายความว่า วออ้ายหนี่ แปลว่า I love you ฉันรักเธอ มันเป็นอย่างนั้นมันต่างกัน ความเห็นต่าง

SMS วันที่ 16 - 17 ต.ค. 2563

_สติพล จนพัฒนา : ใครคิดว่าสัตว์เกิดมาเพื่อเป็นอาหารคน...ผู้นั้นเป็นมิจฉาทิฏฐิแท้(มีความเห็นผิด) พ่อครูว่า…ผู้ที่เห็นแล้วเขาก็เห็นผู้ที่ไม่เห็นเขาก็ไม่เห็นจริงๆ เขาบอกว่าเป็นอาหารของคนเขาก็กินไป ความรู้ของคนก็เป็นธรรมดาธรรมชาติที่มีความรู้แต่ละฐานะ

_ประสิทธิ์ ปัดสวรรค์ : กราบนมัสการครับ ผมทานเจครับพ่อท่าน ผมจึงฟังธรรมพ่อท่านพอเข้าใจบ้าง อาจจะไม่แจ้งพอ แต่ก็รู้ว่าพ่อท่านสุดจิตสุดใจกับศาสนา สังคม ประเทศชาติ และสถาบัน ลูกจะทำตามพ่อท่านสอนสั่งครับ พ่อครูว่า…ที่จริง ปัดสวรรค์เป็นเรื่องถูกต้องนะเพราะว่าศาสนาพุทธไม่มีสวรรค์ไม่มีนรก ดับสวรรค์ดับนรกเลย ก็ต้องค่อยๆอธิบายกันอย่างเป็นลำดับ เพราะว่าผู้ที่ยังต้องอาศัยสวรรค์อยู่นั้นก็ยังมีอยู่

_ถึงเวลาฟ้าเบื้องบนจะแยกขาวแยกดำ แยกหินแยกหยกออกจากกัน แยกประชาธิปไตยกับแยกประชาธิไปตายครับ อยากให้พ่อท่านแสดงเรื่องประชาธิปไตยกั

อ่านต่อ

บศาสนาชอบฟังครับฟังทีไรชอบใจทุกครั้งครับ พ่อครูว่า…อาตมาก็อยากจะอธิบายนะ อาตมาตั้งใจอธิบายเรื่องธรรมะ ซึ่งตั้งใจนานแล้วว่าจะอธิบายให้มันต่อเนื่องไป เรื่องกายหรือกายะตัวนี้ ถ้าไขกายหรือกายะตัวนี้ ให้ฟังกันให้ชัด ยังไม่ซาบซึ้งสัมมาทิฏฐิสมบูรณ์เมื่อไหร่ล่ะก็ ยากมาก ยากที่จะปฎิบัติธรรมบรรลุธรรมของพระพุทธเจ้าเป็นโลกุตระธรรมได้ ยากจริงๆ กายคำนี้คำเดียวนี้แหละยิ่งใหญ่มากเลย อาตมาจำเป็นที่จะต้องมาไขความจริงอันนี้ เพราะว่ามันเพี้ยนกันไปจนกระทั้งโลกุตระธรรมมันหมดและอันนี้ก็เป็นเครื่องแสดงคำว่ากายหรือคำว่าบุญ สมาธิ ก็สำคัญ แต่คำว่ากายก็เป็นจุดสำคัญเริ่มต้น เพราะถ้าเข้าใจผิดไม่สัมมาทิฏฐิตั้งแต่ต้น ก็ไปไม่ได้ อาตมาก็จะค่อยๆอธิบาย ขอไว้ก่อนค่อยอธิบายต่อ...

_มุ่ง ตรงธรรม : ลูกฟังพ่อครูอ่าน SmS ของผู้ชมผู้ฟังทางโซเชียลมีเดียแล้ว ผมเองก็รู้ดีใจและพร้อมทั้งเห็นใจเขา ที่ยังเข้าใจธรรมที่ลึกซึ้งนี้ยังไม่ได้ ส่วนที่รู้สึกดีใจก็อย่างน้อยเขายังทนติดตามฟังธรรมพ่อครูได้ นั่นแสดงว่าเขาผู้นั้นยังพอมีจิตกุศลเก่าก่อนส่งผลอยู่บ้าง และพ่อครูแสนเมตตาต่อผู้ติดตามเหล่านี้ยิ่งครับ พ่อครูว่า…คำว่าสงสารหรือเมตตานี้ อาตมามีเต็มอยู่ มีจิตที่รู้ เห็น สงสารเต็มอยู่ เป็นภาษาลึกซึ้ง คำว่าสงสารเป็นต้น

_เพียรผ่องพุทธ แสงสำลี : กราบนมัสการพ่อท่านและสมณะค่ะ ขอให้อธิบายขยาย"ความผู้ที่อ่อนแอจะชอบยึดมั่นถือมั่น ผู้ที่แข็งแรงจะมีความยืดหยุ่น " หมายความว่าอย่างไร กราบขอบพระคุณค่ะ. พ่อครูว่า…ผู้ที่อ่อนแอเรื่องความรู้ก็ตาม เรื่องจิตก็ตามกำลังจิตอ่อนแอ ความรู้ก็อ่อนแออยู่ก็ตาม ก็จะต้องยึดมั่นถือมั่น พวกที่ยังไม่เก่ง ยังไม่แข็งแรงต้องใช้ความยึดมั่นถือมั่นเป็นที่เกาะก็เป็นธรรมดาเป็นสามัญธรรมดา ของสัญชาตญาณธรรมดา แต่ผู้ที่แข็งแรงก็อนุโลมยืดหยุ่นเพื่อผู้อื่น ก็อนุโลมปฏิโลม ไม่ไปแข็งยึดจะเอาอย่างที่เราตั้งหลักเกณฑ์อะไรไว้เลยทีเดียวก็ไม่ใช่ เอา ยอมให้เขาบ้างอนุโลมให้เขาบ้างก็เป็นธรรมดา ช่วยเขาได้ เพราะว่ามีกำลังพอถึงจะอนุโลมยืดหยุ่นให้เขา เราก็ไม่ล้ม เราก็ยังมีฐานตั้งมั่นแข็งแรงเพื่อที่จะช่วยผู้อื่นเขาได้อยู่ ก็เป็นธรรมดาธรรมชาติของสัจจะที่เป็นเช่นนั้น สู่แดนธรรม…เป็นไปได้ไหมที่ผู้ที่แข็งแรงอนุโลม แสร้งพาให้ยึดเสร็จแล้วก็อนุโลม พ่อครูว่า..จะไปแสร้งทำไม มันซับซ้อน ยุคแรกอาตมาแน่นแข็ง แต่ต้องแสดงออกอย่างสุภาพ แต่พอหลังๆ อาตมาแสดงอย่างแข็ง แรง แต่ยืดหยุ่นให้คนออกไปกว้างขึ้น

_แก้วลา ไชยวงค์ : โยมเชื่อว่าธรรมะย่อมชนะอธรรม ซึ่งเกิดขึ้นให้เห็นมาแล้ว ทักษิณเป็นตัวอย่างให้เห็นมาแล้ว ทักษิณมีอำนาจอยู่ในมือมากมายยิ่งกว่าธนาธร ยังต้องแพ้ภัยด้วยกฎแห่งกรรม ยุติธรรมเสมอ ธรรมะย่อมชนะอธรรม พ่อครูว่า…มันต้องอาศัยอุปกรณ์เหตุการณ์นั้น กาละก็ไม่แน่นอน กลับไปกลับมายืดหยุ่น เพราะว่าคนในสังคมมันยังไม่เที่ยงยังยื้อแย่งกัน เขายังไม่ยอมแพ้ เขาฮึดขึ้นมา ยังต้องแย่งชิงเอาชนะคะคาน เป็นเรื่องกิเลสอัตตาตัวตนแย่งกันเป็นอำนาจบาตรใหญ่เป็นตัวกูของกู มันก็ต้องทำไปตามความคิดเห็นของเขาอวิชชาของเขา ซึ่งมันก็ไม่แน่นอนเป็นความไม่เที่ยงแท้ เกิดความไม่สงบเกิดความวุ่นวายมันก็เป็นธรรมดาธรรมชาติ เราก็ต้องจัดการไป ไปห้ามไม่ได้หรอกสิ่งเหล่านี้มันต้องมีอยู่ตลอดนิรันดร ก็ต้องเกิดอย่างนั้นจนกว่าเราจะสามารถทำให้ จนกระทั่งผู้ที่จะกระทำอยู่ในสังคมเดียวกันกับเรา เขาไม่ไหวแล้ว เขาทำไม่ไหวแล้วเขาทำไปก็ไม่มีผลอะไรเขาก็หยุดไป ถ้าเขายังไม่จบเขายังไม่ยอมแพ้เขาก็สะสมเหตุปัจจัย สะสมพลพรรคหรือสะสมสิ่งประกอบที่เอามาใช้เพื่อที่จะสู้ต่อไปอีกในอนาคตเขาก็ต้องทำ นอกจากเขาจะแก่จนหมดเรี่ยวแรงจะทำได้ก็แพ้ไป แต่ถ้ายังมีเรี่ยวแรงก็ทำไปเรื่อยๆ เหมือนยังกับ โดนัลด์ทรัมป์ เขาก็ทำอย่างนั้น

_Roller Bunny (โรลเลอร์ บันนี่) : กราบขอโอกาสค่ะท่าน ในส่วนของน้ำสีน้ำเงิน เป็นคนละแบบกับของที่ใช้กับผู้ชุมนุมที่ฮ่องกงค่ะ ของไทยใช้สารคนละชนิด มีความเจือจางกว่า และไม่ติดทน แค่ล้างน้ำธรรมดาก็ออก ขอบพระคุณค่ะ

สื่อธรรมะพ่อครู ตอน ธรรมะกับการเมืองเป็นเรื่องเทวะ พ่อครูว่า...เรื่องของประชาธิปไตยกับธรรมะมันขาดกันไม่ได้หรอก เรื่องของการเมือง เขาก็ไปแยกการเมืองออกจากคำว่าธรรมะ ในการเมืองที่ไม่มีธรรมะนั้นมันไม่ได้ ไปแยกออกไม่ได้ มันเป็นพฤติกรรมของมนุษย์ มนุษย์อยู่ที่ไหนธรรมะก็อยู่ที่นั่น มนุษย์หนึ่งคนก็ต้องมีการเมืองมีธรรมะอยู่ไหนคนนั้น 1 คน มนุษย์ 2 คนก็ต้องมีการเมืองอยู่ใน 2 คน แล้วก็มีธรรมะอยู่ใน 2 คน มนุษย์ 3 คน ก็มีธรรมะและการเมืองอยู่ใน 3 คน ก็ต้องรู้สภาวะธรรมะกับการเมืองเป็นอย่างไร มันเป็นการเถียงกันด้วยพยัญชนะเท่านั้นเอง การเมืองกับธรรมะเป็นเทวธัมมาเป็นธรรมะ 2 มันแยกกันไม่ออก ในมนุษย์จะต้องมีธรรมะ ในมนุษย์ คุณจะไม่มีการเมืองเลยนั้น ก็แสดงว่าคุณเองคุณอยู่คนเดียวโดดเดี่ยว อยู่ในถ้ำเขาป่า ไม่เกี่ยวกับอะไรเลย อย่างนั้นจะอธิบายว่าไม่มีการเมือง ไม่เกี่ยวกับสังคม ไม่เกี่ยวกับผู้อื่นอยู่ผู้เดียว เอาแต่ผู้เดียว เดินผู้เดียว ไปผู้เดียว มาผู้เดียว กินผู้เดียว นอนผู้เดียว ตายผู้เดียวจนไม่มีใครรู้เลยว่าไปตายอยู่ที่ไหน บางคนก็เห็นแต่กระดูกแห้งอยู่ในป่า อะไรอย่างนี้ก็ได้ ทำอย่างนั้นก็ได้ แต่มันเป็นธรรมดาธรรมชาติของสัตว์ที่เป็นมนุษย์ มนุษย์เป็นสัตว์โขลง เป็นสัตว์สังคมอยู่ด้วยกัน มีจิตวิญญาณชั้นสูง สูงกว่าสัตว์เดรัจฉานด้วย สัตว์เดรัจฉานที่มันอยู่เป็นโขลงมันก็มีวัฒนธรรม มีธรรมชาติเลี้ยงดูกันช่วยเหลือกัน เกื้อกูลกันเสียสละต่อกันต่างๆนานามีแล้ว ในสัตว์เดรัจฉานมีแล้ว แล้วเป็นสัตว์มนุษย์ จะไปต่ำกว่าสัตว์เดรัจฉานได้อย่างไร สัตว์มนุษย์ก็ต้องมีสิ่งเหล่านี้สูงกว่าสัตว์เดรัจฉานอีก สูงกว่ามากๆด้วย สูงได้ประเสริฐสุดเลย อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นจะไปแยกธรรมะกับประชาธิปไตยไม่ได้ มหาตมะคานธีบอกว่าต้องเอาธรรมะสถาปนาลงไปในการเมือง ถ้าการเมืองไม่มีธรรมะ ชิบหาย ไปไม่ได้ ผู้ที่มีพลังงานมีความรู้มากมีสิ่งที่อุ้มชูผู้อื่นเกื้อกูลผู้อื่นได้ช่วยเหลือผู้อื่นได้มากก็ต้องเสียสละอันนั้นได้มาก พ่อแม่ก็ต้องเสียสละให้แก่ลูกที่ยังเล็กที่ยังช่วยตัวเองไม่ได้ธรรมดาธรรมชาติสัตว์เดรัจฉานมันก็ทำแล้วรู้แล้ว แล้วเป็นคนไม่รู้ได้อย่างไร มันก็โง่ยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานเท่านั้น แล้วไม่ทำก็ต่ำกว่าเดรัจฉานอีก มันก็ไม่ได้ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ

สื่อธรรมะพ่อครู ตอน การเมืองประชาธิปไตยไทยเป็นอาริยะ พ่อครูว่า...มาสรุปเข้าที่ประเทศไทย การเมืองที่ชื่อว่าประชาธิปไตยของไทย เราจะได้เรียนรู้ว่าประชาธิปไตย จะเรียกพยัญชนะว่าเป็นคอมมิวนิสต์ หรือจะเรียกพยัญชนะว่าเป็นเผด็จการ ก็ตาม เป็นภาษา เขาก็มีนิยามอยู่ในตัว เป็นแต่เพียงว่าจะครบหรือจะผิด มันผิดเลยก็ได้ หรือนิยามถูกบ้างผิดบ้าง ไม่ครบ ถูกน้อยผิดมาก ก็ได้ ถูกมากผิดน้อยก็ได้ ถูกอย่างสมบูรณ์แบบ ก็ยอดเยี่ยมเลย ก็เท่านั้นเอง จะเอาพยัญชนะมาเรียกอย่างไรก็แล้วแต่ แต่พฤตินัยพฤติกรรมของคน ทำให้สังคมอยู่ร่วมกัน ผู้บริหารถ้าใช้อำนาจบาตรใหญ่บังคับเอาแต่ใจตัวเอง มันก็ไม่ดี แต่ถ้าผู้มีอำนาจใหญ่นี่แหละอนุโลม รู้จักประมาณ รู้จักอนุโลมปฏิโลมเพราะว่ามีคนหลายฐานะ พยายามทำให้กลมกลืน เฉลี่ยให้คนนี้เขายังยึดถือขนาดนี้ก็ให้เขาบ้าง คนนี้ยึดถือมากน้อยก็ให้มากหน่อยเท่าที่จะขัดเกลาเขาให้ได้รับความรู้ว่า ความไม่เจริญ ความไม่ถูกต้อง เป็นอย่างไร ให้เขารู้ เพราะฉะนั้นในการต่อสู้กันโดยสัจธรรม จึงต้องทำให้ผู้ที่เขาไม่ค่อยรู้นี้รู้จักความทุกข์รู้จักความเจ็บความปวดรู้จักความทรมาน เขาจะได้เข็ดหลาบหยุดทำบ้าง ก็เป็นธรรมดาธรรมชาติที่จะต้องให้เขาได้รับการกระทบ กระเทือน กระทุ้งกระแทก เจ็บปวด เขาจะได้รู้ว่าอย่างนี้มันจะได้รับแรงสะท้อนตอบ เจ็บปวดทุกข์ทรมาน ไม่ดีไม่ควรทำ ถ้าทำแล้วจะได้รับรีแอคชั่นจาก Action ถ้าเราไม่ทำอย่างนั้นมันก็ไม่มีแรงตอบกลับมาอีก อันนี้เป็นปัญญา แล้วคนจะค่อยๆรู้ด้วยปัญญาแบบนี้ ถ้าเขารู้ด้วยปัญญา ความจบมันก็จบ ถ้าเขาไม่รู้ด้วยปัญญาไปทำการบังคับ มันก็จะเอาความไม่รู้มาทำใหม่อีก แต่ถ้าเขารู้ด้วยปัญญาเสียแล้วมันจะจบ เขาจะไม่ทำต่อ เขาจะทำให้เจริญมากยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ อันนี้เป็นสัจจะซับซ้อนให้คนเกิดปัญญา ให้คนเกิดความเฉลียวฉลาดที่จะรู้ความจริงตามความเป็นจริงที่แท้ ปัญญานี้คือรู้ความจริงตามความเป็นจริงอย่างถาวรยั่งยืนด้วยอันนี้ คนคนนั้นได้ความรู้ที่เป็นความจริงที่ตามความเป็นจริงที่แท้อย่างชัดเจนเขาก็จะต้องไม่เปลี่ยนแปลง ก็ต้องให้คนเขารู้ตัวนี้ เป็นตัวจิตแท้แล้วให้เขาเกิดปัญญาเอง เมื่อเขามีเหตุปัจจัยพร้อมเขาก็จะได้ ในเมืองไทยคนไทยเป็นอาริยะ ส่วนรวมค่าเฉลี่ยของคนไทยเป็นอาริยะ มีโลกุตระเป็นพื้น จะอธิบายเป็นลักษณะการเมืองก็ใช่ เป็นอาริยะอยู่ แล้วมันก็มีส่วนที่ไม่ใช่อาริยะ แต่คนไทยยังไม่ได้ร้ายแรงกว่าประเทศอื่น แต่ก็ยังมีภาวะของความไม่รู้เดียงสา ในส่วนที่ยังไม่รู้เขาก็แสดงออกจริงๆ เมืองไทยเป็นเมืองให้อิสระเสรีภาพดีจึงให้แสดงออกอย่างเต็มที่ เป็นเมืองประชาธิปไตยเป็นประเทศประชาธิปไตย ที่ให้แสดงออกเต็มที่เลย ก็แสดงออกเต็มที่กันดีมาก แล้วก็เรียนรู้จากประสบการณ์จริงพฤติกรรมจริงของมนุษย์ของสังคมที่เกิด แล้วก็ศึกษาเอา เอาเงินจ้างมาเท่าไหร่ก็สร้างไม่เหมือนนะ เอา Hollywood กับบอลลีวู้ดมารวมกัน 2 สำนักใหญ่ ของทั้งอินเดียและอเมริกา ส่วนของจีนอะไรล่ะ เอามารวมกันสร้างก็ไม่เหมือน เพราะว่านี่มันของจริง ไม่ต้องไปเสแสร้งซับซ้อนอะไร ออกมาจริงจากจิตวิญญาณตนแท้ของมนุษย์ ไม่ต้องไปปรุงแต่งอาศัยนักร้อยเรียงอะไรมันเป็นตัวจริง แสดงออกมาให้ศึกษา ได้แค่ไหนไม่ได้แค่ไหนก็ออกมาให้เห็น อาตมาถึงว่าเมืองไทยขณะนี้อย่างไรอย่างไร เทียบกับประเทศอื่นเยอะแยะ เขายังมีชุมนุมประท้วงอะไรอีก ดีไม่ดีร้ายแรงแย่กว่าเราอีก หาข่าวตามต่างประเทศต่างๆ เมืองไทยนี่เป็นตัวอย่าง แล้วตอนนี้มันก็มีภาวะคนที่ยังหลงผิด เมืองไทยนี้มีสภาพเป็นประเทศที่สมบูรณ์แบบแล้ว มีการเมืองระบบการบริหารปกครอที่เป็นประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นประชาธิปไตย 2 ขา ที่มีทั้ง กายและจิตพร้อม ไม่ได้เป็นประชาธิปไตยขาเดียวเหมือนอย่างอเมริกา จริงๆแล้วประชาธิปไตยแบบขาเดียวอินเดียก็ขาเดียว ไม่มีกษัตริย์แต่เขาเป็นพวกสายเจโต ศรัทธา ไม่เฉโก ก็ไปได้อย่างนั้น ไม่ใช่สายเฉลียวฉลาดเป็นสายศรัทธา มันก็เลยต่างกันให้เห็น เปรียบเทียบกับอเมริกา ทั้งๆที่ประชากรของอินเดียเยอะมากกว่า มีพันกว่าล้าน อเมริกาก็สามร้อยล้านคน แต่รวมแล้วพฤติกรรมของเขาไม่ได้หนักหนาสาหัสยุ่งยากเหมือนกับอเมริกา ของประเทศไทยนี่บวกลบคูณหารแล้วลงตัว อย่างเช่น มีการค้านแย้งต่อต้าน ประมาณนี้แหละ ตอนนี้พวกนั้นเรียกว่า 1.หลงตัวเอง 2. ร้อนวิชา 3. อวิชชา คนพวกนี้ก็เลยต้องมีพฤติกรรมแบบที่เห็น เราก็ดูก็เห็น ก็ช่วยกันเต็มที่อย่าดูดาย ต้องการเอาไปรวม เป็นมวลก็ช่วยกัน แล้วพวกเราช่วยกันอยู่ประมาณนี้ มีมาก็ยืนยาวพอสมควรนะ ก็ยังไม่เห็นบาดเจ็บ ไม่เห็นมีการล้มตาย กระทบกระทั่งกันขนาดนั้น ที่พูดนี้ไม่ใช่ว่าอยากให้รุนแรงนะ ก็ขอบคุณแล้วสังคมคนไทยทำได้อย่างนี้ ทั้งตัวผู้ที่กระทำ เป็นตัวปฏิกิริยา เป็นตัวต้าน เป็นตัวทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายเองก็ตาม คุณทำขนาดนี้จะว่าขอบคุณก็ไม่ขอบคุณหรอก ก็ขอบคุณผู้ที่พยายามไม่ทำร้ายแรงกว่านี้ ทั้งๆที่มีอำนาจ มีโอกาส มีสิทธิ์อะไรหลายอย่างที่จะทำได้ แต่ไม่ทำ ทำประมาณนี้

นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ

สื่อธรรมะพ่อครู ตอน ความสงบสยบความรุนแรงในการประท้วง _สมณะฟ้าไท…เปรียบเทียบการชุมนุมของพวกเรากับที่ชุมนุมอยู่ตอนนี้ของเราถูกปราบปรามอย่างร้ายแรงมีถึงขนาดสูญเสียอวัยวะและบาดเจ็บจนถึงแก่ชีวิตก็มี พ่อครูว่า…เป็นเรื่องลึกซึ้งมากเลยพฤติกรรมมนุษย์นี่ ที่ความสงบสยบความแรงเป็นไปได้อย่างไร เมืองไทยเป็นไปได้พวกเราทำมาแล้ว เราเอาความสงบความจริงความไม่รุนแรงไปแสดงออก ใครจะมาทำรุนแรงกับเราเราก็สงบ มันเป็นสัจจะที่ลึกซึ้งซับซ้อน เหตุการณ์ครั้งที่อาตมายกตัวอย่าง และจะย้ำต่อไปอีก คือที่เราไปประท้วงนั้น ทางการของรัฐบาลในยุคนั้น ยุคทักษิณหรือนอมินี ทักษิณ สมัคร สมชาย ยิ่งลักษณ์ (เป็นตัวแทนของทักษิณทั้งนั้น) สมัยอภิสิทธิ์ เราถูกสลายการชุมนุม ผู้การแต้มเอาเครื่องไม้เครื่องมือและกำลังคนจะไปสลายการชุมนุม เราก็นั่งสงบพนมมือนิ่งรอเป็นชั่วโมงๆรับการสลายการชุมนุม ผู้การแต้มก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เจอพวกเรานั่งพนมมือมีทั้งนักบวชและฆราวาส ซึ่งมันเป็นเรื่องของจิตวิญญาณ ผู้การแต้มก็ทำไม่ลง เพราะว่าท่านไม่มีความร้ายแรงไม่มีการโต้ตอบ แล้วใครจะไปทำลง ใครจะไปกล้าทำ ถึงได้แต่นั่งจ้อง จะทำก็ทำไม่ลง จนสว่าง ตี 5:00 น ก็คงเมื่อย เห็นตำรวจควักห่อข้าวขึ้นมากิน กินเสร็จสว่าง ก็ยกทัพกลับไปเลย ผู้การแต้มก็เลยต้องหลุดออกมา จนกระทั่งตอนนี้ไม่ได้เป็นตำรวจต่อแล้ว เสียสละไง เพื่อความไม่รุนแรงไม่เดือดร้อน อยู่ในข้างคุณธรรม แต่ในทางโลกเขาถือว่าเสียลาภยศ ถ้าทำจริงอาจจะได้เลื่อนยศ ตอนนั้นมีคู่แข่งคือพลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้การแต้มก็ยังมาอยู่ในสนามเห็นหน้าเห็นตากันอยู่ เป็นเรื่องจริงเหตุการณ์จริง สรุปแล้ว ความสงบนี้ไปชนะความรุนแรง เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ที่โลกทั้งโลกจะต้องศึกษา อันนี้กำลังจะขึ้นสู่สังคมประเสริฐ สังคมอารยะ สังคมเจริญ ความสงบจะสยบความรุนแรง ได้ เพราะมันเป็นสัจจะ แต่แน่นอนจะเอาความสงบไปสยบพวกเกเร พวกเดรัจฉาน มันไม่ได้หรอก มันก็ยิ่งบ้าเลือดมาทำร้ายเลย พวกเดรัจฉานมันไม่ใช่พวกจิตสูง มันก็ต้องเอาไว้ใช้กับพวกจิตสูงด้วยกัน เขาทำไม่ลง อย่างเช่นผู้การแต้ม เป็นผู้ที่มีจิตสูงแล้วทำไม่ลง แต่ถ้าพวกเดรัจฉานมาเจอพวกสงบก็ยิ่งสบาย ทุบตีเอาเลย แล้วเขาไม่ต่อสู้ด้วยก็ยิ่งไปกันใหญ่เลย ก็ยิ่งจะแรงจะเป็นภาวะที่กระจายไปทั่วโลกยิ่งแรง เหมือนอย่างเช่นคานธี พวกอังกฤษตีเอา การที่บอกว่าอย่าสู้ อย่าตอบโต้ ได้ใจคนทั้งโลกเลย จนกอบกู้ประเทศชาติได้อิสระเสรีภาพมา เพราะความสงบไม่ตอบโต้ ไม่รุนแรง จึงชนะความรุนแรงพวกนี้ได้ เป็นความซับซ้อนเป็นเหตุการณ์จริง เราจะต้องศึกษาให้ดีๆ มันมีหลักฐาน มีเหตุการณ์จริง ปรากฏการณ์จริงพวกนี้เราลองไปศึกษาดู...

ขออ่านกวีของคุณอโศกสัมปวังโกหน่อย

องค์กษัตริย์ ในทัศนะ ประชาสยาม

บรมนาถ ปราชญ์แผ่นดิน ปิ่นปกเกล้า ขัตติยะ ภัทระเจ้า ของชาวสยาม พระปรมินทร์ ชินวงศ์ ธ ทรงนาม ภูมิพล ผู้ล้นหลาม ด้วยน้ำพระทัย

มหาชนก นักปกครอง ของทวยราษฎร์ ธ ประกาศ ราชประชา-สมาสัย ธ ทรงมี ปรีชาญาณ มองการณ์ไกล วางแนวคิด ทฤษฎีใหม่ ให้ปวงชน

เศรษฐศาสตร์ ผู้ขาดทุน บุญญวิถี สร้างความรัก สามัคคี อันมีผล นำประชา ให้ผาสุข สิ้นทุกข์ทน แบบคนจน ยังผลให้ ไทยมั่นคง

โพธิสัตว์ ปางขัตติยะ มหาราช ผู้เปลื้องทาส ให้ผองไทย ใฝ่ประสงค์ สืบวิถี พุทธธรรม ให้ดำรง สืบเผ่าพงษ์ วงศ์วาน ภควัน

ณ บัดนี้ จักรีวงศ์ องค์พ่อหลวง ทรงลับล่วง ยังปวงไทย ให้โศกศัลย์ องค์วชิระ พระโอรสา ผู้ราชัน ทรงยืนยัน ต่อยอด ภูมิปัญญา

ขอพระองค์ ทรงอยู่ คู่ไอศวรรย์ เป็นมิ่งขวัญ ของชนชาติ ผู้ปรารถนา ความเป็นไท ใต้ไตรรงค์ ทรงสมญา นักประชา-ธิปไตย ไทยนิยม

อโศก สัมปวังโก ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๓

สื่อธรรมะพ่อครู ตอน อะไรที่มีมากกว่าเขาเป็นคนต่ำ มีน้อยกว่าเขาเป็นคนสูง พ่อครูว่า…สำหรับเมืองไทยนี้มีกายและจิตพร้อม 2 อย่างเป็นความธรรมชาติของมนุษย์ ของสังคม เป็นความบริบูรณ์ของสังคมมี 2 ส่วนคือกายกับจิต กาย ต้องมีจิตร่วมตลอดเวลา ถ้าไม่มีจิตเข้าไปร่วมด้วยไม่ใช่กาย ถ้าไม่มีจิตเข้าไปร่วมด้วยตั้งแต่ 2 ขึ้นไป จะเป็น 3 4 5 6 7 ก็ตาม แต่ต้องมีจิตเข้าไปร่วม วัตถุต่างๆ ถ้าไม่มีจิตเข้าไปร่วม แม้จะเป็นชีวะ เช่นพืช เป็นชีวะนะ มีวัตถุนะ แต่ไม่มีจิตร่วม มีแค่พลังงานชีวะ ระดับ พีชะ คือระดับพืช ไม่มีกาย พืชไม่มีกาย กายจะต้องมีเจตสิก โดยเฉพาะต้องมีเจตสิกตัวเวทนาคือความรู้สึก เพราะฉะนั้นพืชกับวัตถุไม่มีเวทนาไม่มีความรู้สึก วัตถุไม่มีความรู้สึก เช่น น้ำไฟลม ไม่มีความรู้สึก พืชก็ไม่มีความรู้สึก ไม่มีเจ็บปวด ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข ไม่มีจองเวรจองกรรม ไม่มีรักไม่มีชัง จะต้องรู้รายละเอียดพวกนี้ เมื่อเราไม่รู้รายละเอียดพวกนี้ เมื่อปฏิบัติธรรม พลังงานในตัวเรา พลังงานในตัวเรามีทั้งระดับ อุตุ ความร้อนแสงเสียงแม่เหล็กไฟฟ้า วัตถุ มีในตัวคน พลังงานในระดับพืชก็มี พลังงานในระดับจิตก็มีแน่นอน คุมอยู่เลย เพราะฉะนั้นผู้ที่จะศึกษาได้ จัดสรรได้ดี ทำให้เป็นวัตถุอาศัย ทำให้เป็นพีชะ ทำให้เป็นพืชอาศัย จิตเป็นอำนาจ ยังจิตให้เป็นไปในอำนาจ ทำพลังงานต่างๆให้อยู่ในอำนาจ จัดสรรได้จึงถือว่าเป็นผู้ที่อยู่เหนือ อุตระ เหนือโลก เหนือต่างๆนานา ทั้งภายนอกทั้งภายใน ทั้งโลกและอัตตา จัดสรรได้ อย่างนี้แหละเป็นประสิทธิภาพของศาสนาพุทธ ทำแล้วตัวเองก็พ้นทุกข์ ตัวเองก็พ้นวิบาก ไม่มีกรรมไม่มีวิบาก ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข และแถมยังเป็นประโยชน์กับสัตว์อื่นมนุษย์อื่น ทั้งพืชทั้งดินน้ำไฟลมด้วย นี่คือสูงสุดยอดของความเป็นมนุษย์ เป็นความรู้วิชาการของพระพุทธเจ้า ที่เอามาให้คนศึกษา แล้วเอามาปฏิบัติให้เป็นให้ได้ เป็นได้แล้วก็จึงจะเป็นของจริงอยู่ในสังคมมนุษยชาติ อย่างอาตมาเป็นพระโพธิสัตว์ ก็มีความรู้ที่พระพุทธเจ้าได้สอนไว้นี่แหละ เอามาสอนคนอื่นต่อ ชาตินี้อาตมามาเปิดเผยเอามาสอนพวกเราก็เรียนรู้ตามและมาปฏิบัติตามจนเกิดความเป็นจริง จนเห็นเป็นสิ่งที่ยืนยันอ้างอิงได้เลยว่า พวกคุณนี้ได้มรรคผลได้ประโยชน์จากศาสนาโลกุตระธรรมของพระพุทธเจ้า ไม่ได้เป็นทาสโลกีย์อย่างที่เขาเป็นกัน ที่จะไปแย่งลาภยศโลกีย แย่งรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส แย่งอะไรกับทางโลก พวกคุณลดลงมา เลิกมาจนกระทั่งมาอยู่ในเขตที่อาตมาพูดประกาศไปหมดแล้วต่อโลกว่า สังคมชุมชนของชาวอโศกเป็นสังคมอนาคามีภูมิขึ้นไป เป็นสังคมที่อนาคามีภูมิ คือคนไม่ได้หลงใหลเป็นทาสของลาภยศสรรเสริญโลกียสุขในระดับอนาคามี ...ไม่แล้ว อนาคามีนี้เลิก ไม่ไปแย่งชิง ไม่ต้องไปเป็นคู่แข่งกับโลกอย่างนั้นแล้ว มีแต่ช่วยเหลือคนที่เขายังหลงใหลสิ่งเหล่านี้อยู่ ให้เขาเข้าใจให้เขาดูแล้วเลิกละมามีคนแบบนี้เพิ่มขึ้นๆ สังคมจะได้อยู่เย็นเป็นสุขแย่งชิงกันน้อยลง แต่สร้างสรรสิ่งอาศัย สิ่งที่ควรสร้าง สิ่งที่เป็นวัตถุสมบัติสิ่งที่มันเป็นประโยชน์คุณค่าให้แก่มนุษย์ให้แก่โลกให้แก่สังคม ตั้งแต่อาหาร อาหารคือสิ่งที่กินเข้าไปตั้งแต่ กวฬิงการาหารหรือเครื่องอาศัยที่เป็นอาหารอย่างอื่น จะเป็นยาเครื่องนุ่งห่มหรือจะเป็นที่อยู่อาศัยสถานที่ โดยใช้เป็นวัตถุอุปกรณ์เครื่องบริขารต่างๆที่จะใช้อาศัย เป็นช้อนชามจานหม้อไห เครื่องไม้เครื่องมือ จนกระทั่งถึงเทคโนโลยีที่จำเป็นที่สำคัญอะไรต่างๆที่เห็นสมควร ที่มนุษย์จะเอาไปใช้สอยเป็นประโยชน์ ไม่ใช่เอาไปเป็นโทษภัยกับโลกกับมนุษย์สังคมต่างๆ ก็ทำ คนที่ได้ศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้าจึงเป็นคนที่มีคุณค่า มีปัญญารู้จักอะไรควรอะไรไม่ควรสร้างแต่สิ่งที่ควร ลงทุนลงแรงทำในสิ่งที่ควร สิ่งที่ไม่ควรเราไม่ลงทุนลงแรงไม่ทำ แม้ที่สุดคนเขาจะมาทำร้ายเรา เราก็ยอมเสียสละจนกระทั่งเขาจะมาฆ่าให้ตาย ก็ตาย อย่าว่าแต่ตายทั้งร่างกายเลยแม้แต่จิตใจก็ไม่พยาบาทต่อ เขาจะพยาบาทก็พยาบาทไป เราก็ไม่พยาบาทต่อ เราก็ยอม ไม่พยาบาทไม่คิดจะตอบโต้แก้แค้นเหมือนหนังจีน ต้องแก้แค้นให้พ่อนะลูก ต้องแก้แค้นให้ปู่นะลูก เลิกเลย กรรมวิบากจะจัดสรรกันเอง เราไม่ต้องไปมีจิตแก้แค้นจองเวรจองกรรม จบ ส่วนเขาเป็นพลังงานของเขาก็เป็นพลังงานฝ่ายเดียว ซึ่งเป็นสุดยอดแห่งความรู้ความจริงที่อาตมาเรียนรู้ อาตมาเป็นพระโพธิสัตว์ก็เอามาขยายซึ่งเป็นความรู้ที่ทวนกระแสโลกีย์ เป็นสุดยอดแห่งความรู้ เรามาเสียสละ เป็นเรื่องสุดยอดจริงๆมาเป็นคนเสียสละเป็นคนมีน้อย มาเป็นคนจน มันประเสริฐ แล้วเป็นคนรวยยังชิงกอบโกยมีมากมันไม่สุขหรอก มีมากกว่าเขามันไม่ได้สูง เป็นคนต่ำ คนที่มีน้อยกว่าเขาได้นี่เป็นคนสูง เป็นภาษาที่ทวนกระแส คนจึงเข้าใจยากพูดเล่นหรือเปล่า ซึ่งไม่ใช่เรื่องพูดเล่นแต่เป็นเรื่องจริง เป็นสุดยอด เพราะฉะนั้นคนที่พอจะมีภูมิปัญญารู้อย่างที่อาตมาอธิบายเป็นของจริง จึงเต็มใจมาเป็นคนอย่างนี้ ได้เท่าไหร่ก็มาจริง ได้เท่านี้ก็เป็นอย่างนี้ แล้วก็สร้างความรู้ความจริงนี้ให้เพิ่มขึ้นอีก แต่ยาก ฉะนั้นจึงต้องอาศัยการร่วมมือร่วมมือ ต้องอาศัยทั้งคุณภาพ ให้เอาคุณภาพเป็นหลัก แล้วมันจะเพิ่มปริมาณมา ปริมาณนี้เป็นปริมาณที่จะเพิ่มแล้วเพื่อจะมีคุณภาพเพิ่มด้วย แต่ถ้าไปเอาปริมาณเป็นหลักไม่คำนึงถึงคุณภาพมันจะพัง ให้ปริมาณมันเกิดขึ้นตามคุณภาพของมัน มีคุณภาพดีๆแล้วก็จะเพิ่มปริมาณมาเองด้วยคุณภาพ อันนั้นใช้ได้ จำไว้ เพราะฉะนั้นอย่าไปกลัวปริมาณน้อยมาก ขอให้คุณภาพมันดียิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ ปริมาณมันจะเติมมาเองโดยสัจจะ ไม่ใช่ปริมาณที่เพิ่มมาคือเป็นปริมาณที่ไร้คุณภาพ ไม่ใช่ มันจะเติมเข้ามาโดยมีปริมาณที่มีคุณภาพมันสิ่งที่ยั่งยืนถาวรและมีประสิทธิภาพสูง มันจะเป็นเช่นนั้น 800 กว่าปีของประเทศไทยมีรากเหง้าก้นบึ้งอนุสัยของคนไทย เป็นฐานรากของศาสนาพุทธที่มีแกนของโลกุตระเก่า พวกคนที่ฟังไม่รู้ก็จะไม่เข้าใจไม่รู้สึกอะไร แต่คนที่มีความรู้ก็จะเห็นจริงที่อาตมาพูดไม่ใช่ลอยลมปากเปล่า เพราะฉะนั้นก็จะค่อยๆเจริญขึ้น สะสมสัจธรรมนี้มากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ สมณะฟ้าไท…

สื่อธรรมะพ่อครู ตอน DNA โลกุตระของคนไทย พ่อครูว่า…เมืองไทยมีดีเอ็นเอโลกุตระ เติมต่อยอดมาแต่ละยุคสมัยตั้งแต่พ่อขุนรามคำแหง มาถึงรัชกาลที่ 9 เป็นรูปธรรม ที่จริงอาตมาเกิดมาก็ทำตามประสาของอาตมา ตามสายของธรรมะ ด้านของจิต ไม่ใช่กายของอย่างอื่น อาตมาจึงต้องทำต้องพยายามต่อไป ทั้งๆที่อาตมาเองจริงๆนั้น โดยเหตุปัจจัยจริงๆแล้ว มันต้องจบแล้วมันก็ต้องเลิกไปแล้ว ให้พวกเราทำแหละ แต่ทีนี้มันเป็นความทรมานของอาตมาเป็นวิบากของอาตมาเอง อาตมาก็จะต้องรับวิบากอันนี้หรือรับทรมานอันนี้ ในการทรมานอันนี้ 1. ความสืบสานของการทำงาน เพื่อจะต่อภูมิของคุณธรรมให้แก่มนุษยชาติก็ยากมาก ทรมานทรกรรม มันเหน็ดเหนื่อยทั้งกายและใจ พลังกายก็ใช้ ยิ่งใจต้องใช้พลังใจมากด้วย มันทั้งอย่างนั้น และ ต่อทั้งอายุขัย ก็ยากลำบากทรมานจริงๆ แต่ยังดี ที่อาตมามีวิบากโรคภัยไข้เจ็บ ที่จริงมีแค่นี้ มันไม่มากมายอะไรหรอก มันก็ทรมานขนาดหนึ่งประมาณหนึ่งเท่านั้นเอง ที่จริงอาตมาว่ามันดี ถ้าอย่างนี้ทนไปสู้ไปได้ อาตมาว่าถ้าสู้ไปแล้ว ถ้าเผื่อว่ากุศลของอาตมามีมากขึ้น กุศลจะไปชะลออกุศลชะลอสิ่งที่เกิดทุกข์ทรมานให้ลดลง ชลอหรือลดสิ่งเหล่านั้นมันจะดีขึ้น เพราะฉะนั้นก็ทำไปพยายามพากเพี

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน