631115_รายการวิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ตอบปัญหาพาคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ.docx
เนื้อหาในไฟล์
631115_รายการวิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ตอบปัญหาพาคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวน์โหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/12Oz-51aIxjExMoBESq0gr_aNAYHmQr8sMX5DbPusT6o/edit?usp=sharing
ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/file/d/1nBkQzlq9GETYDBSXPVRLQAiZoX9fIO8B/view?usp=sharing
และยูทูปที่ https://youtu.be/gzxGXzHkSFQ
สมณะฟ้าไทว่า…วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน 2563 ที่บวรราชธานีอโศก เรื่องของเหตุการณ์บ้านเมืองมีสิ่งที่เราควรจะต้องช่วยเหลือ 2 เรื่องคือ 1 เรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (เปิดเพลง สู้เพื่อแผ่นดิน 2 นาที) พ่อครูว่า…ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาธรรมะ ตอนนี้รู้สึกว่า เรื่องธรรมะพระพุทธเจ้า มาลึกมาไกล มาถึงขั้นอภิธรรมในระดับรูป อรูป อภิธรรมที่เป็นอภิภายตนะ พูดถึงระดับภายในภายใน ซึ่งภายในของศาสนาพุทธนี้ทิ้งภายนอกไม่ได้มันมีทั้งภายนอกด้วย แต่ทีนี้ ศาสนาพุทธมันได้เพี้ยนผิดมาจนกระทั่งถึงว่า ภายนอกกับภายใน ไม่เข้าใจคำว่ากาย เข้าใจว่าเป็นการหลับตา มันก็เลยมีแต่ภายในทิ้งภายนอกอีก 5 ทวาร ไปเหลือแต่ภายในประตูเดียว มันก็เลยแคบ และแถม ประตูเดียวที่เหลือไปสร้างมโนมยอัตตาไปสร้างนิรมาณกาย ไปสร้างภพเอง ไปสร้างชาติเอง ปั้นขึ้นไป ของใครของมันแหลกลาญเลย ไปกันใหญ่เลย พูดกันไปคนละสัญญา พูดกันไม่รู้เรื่อง แม้แต่พวกเขาที่จะพูดกันรู้เรื่องก็เป็นสัมโภคกาย เป็นกายที่สมมติกันต่างคนต่างยึด ไม่เหมือนกันหรอก ของเขาเองกายต่างกันสัญญาต่างกัน เขาบอกว่าเขาเห็นเหมือนกันสัมโภคกายเหมือนกัน แต่เขาเองตาบอดหูหนวกทั้งคู่ แสดงภาพแสดงเสียงกันเต็มที่เลย ต่างคนต่างแสดงอวดกัน เพื่อที่จะให้เห็นให้รู้ แต่ที่เขาแสดงนั้นปรากฏว่า ภาพที่เขาแสดงคือภาพที่ไม่มีเสียงที่เขาแสดง
อ่านต่อ
คือเสียงที่ไม่มี มันมีเสียงอยู่ในภพของเขาเท่านั้น คนอื่นไม่ได้เห็นไม่ได้รู้เรื่องด้วยเลย เสียงก็ไม่ได้ยินภาพก็ไม่ได้เห็น ต่างคนต่างบอกว่าใช่ๆมันเป็นอุปาทานหมู่ ต่างคนต่างยึด ต่างคนต่างเห็นนึกว่าเห็นร่วมกัน เหมือนกันกับคนบอกว่า เออ กินแตงกวาอันนี้กรอบอร่อยหวาน ไอ้สภาพที่ว่า รสอร่อยหวานชื่นใจอร่อยจริงๆ กรอบอร่อยหวาน เหมือนกันหมดทุกคน แต่อร่อยจริงๆ รสชื่นใจของแต่ละคนไม่เหมือนกันไม่เท่ากัน ต่างคนต่างอร่อยของใครของมันเพราะเป็นของปลอม เป็นของที่คิดเอาเองสร้างขึ้นมาเอง อรูปที่เขาสร้างขึ้นมาเองในจิตนั้นมันจึงต่างคนต่างเป็น อร่อยคนละอร่อยไม่เหมือนกันหรอก ต่างคน ต่างเก๊ อร่อยเก๊มันคนละอย่าง คนนี้เก๊อย่างดอลลาร์ คนนี้เก๊อย่างวอน คนนี้เก๊อย่างรูปี จะมีคนที่ถูกต้องตรงบาทเหมือนกัน พุทธเหมือนกัน
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน พ่อครูเรียกระดมชาวอโศก ไปให้กำลังใจนายกฯและ ร่วมคัดค้านการแก้ไข รธน. 17 พ ย 2563 ก็ขอย้ำ วันที่ 17 วันอังคาร วันนี้วันอาทิตย์ เตรียมตัวอีกวันนึงบอกเอาเลย ไลน์เรียกกัน ให้กระหน่ำ ชวนกันไปให้มากๆที่รัฐสภาเกียกกายนะ ร่วมกับกลุ่มไทยภักดีของหมอวรงค์เดช กิจวิกรม *นัดรวมพลังกลุ่มศิษย์เก่า เยาวชนชาวอโศกและ ชาวกองทัพธรรม* *ร่วมในการคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี ๖๐* `ในวันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน 2563 นี้ ณ รัฐสภา เกียกกาย ในเวลา 09.00 น.`
ร่วมกับกลุ่มไทยภักดี นำโดยคุณหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม และกลุ่มศิษย์เก่าและเยาวชนชาวอโศกจะไปยื่นหนังสือ เพื่อให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 14.00 น. โดยประมาณของวันเดียวกัน ท่านสามารถไปรวมตัวกันได้ที่ บวรสันติอโศกหรือบวรปฐมอโศก ตามความสะดวกค่ะ ออกเดินทางเวลา 06.00 น. หรือจะไปพบกันที่ หน้ารัฐสภา เกียกกายเลยก็ได้
ตอนนี้เขาดิ้น พวกที่จะโค่นล้มนายกประยุทธ์ เขาดิ้น แล้ว อาตมาเชื่อว่า จะเป็นการดิ้นครั้งสุดท้ายที่จะมีแรง มันมีแรงอยู่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นต้องไปช่วยกันเต็มที่มันมีแรง จากครั้งนี้ไปแล้วก็คงจะไม่มีแรงที่จะมากเท่านี้อีกแล้ว ต่อจากนี้ไปจะดิ้นอีกอย่างไรก็คงไม่มีแรงมากเท่าครั้งนี้หรอก ครั้งต่อๆไปเพราะครั้งนี้จะเป็นครั้งที่หนักที่สุด เต็มที่ๆสุด เพราะถ้าเผื่อว่า ผ่านครั้งนี้ไปได้เลยแล้ว อาตมาว่า ขี้อ่อนขี้แก่ขึ้นสมองกันพอได้ ขึ้นของใครก็แล้วแต่นะ ก็คงจะไม่เต็มที่หรอกในอนาคตต่อไป ครั้งนี้เป็นครั้งที่ดิ้นเฮือกสุดท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพวกที่สนับสนุนส่งเสริมอยู่จะกล่าวตรงๆเลยว่า คณะที่เสียอำนาจไปแล้ว โดยเฉพาะตั้งแต่คณะที่ใครๆก็ยังบอกว่าเป็นของทักษิณ หรือจะเป็นอำนาจของต่างชาติ อำนาจของต่างประเทศ ก็ยังเข้ามาผนึกกันเพื่อที่จะช่วย เพื่อที่จะล้มล้างพลังอำนาจของพลเอกประยุทธ์ เพราะว่าเขาเสียหน้า เขาบริหารดีสู้ไม่ได้ อย่างเช่นอเมริกา เขาก็ขายหน้า ผลงานเขาล้มเหลว กลายเป็นระเนระนาดไปหมดเลย จะเอาจีนมาเปรียบเทียบก็ยังไม่ชัดเจน แต่สำหรับสหรัฐอเมริกานี้ล้มเหลวเห็นชัดๆไปไม่รู้กี่ประเด็น โดยเฉพาะประเด็น covid หรือ ประเภทที่แสดงความหยาบ แสดงความไม่สงบ แสดงอำนาจบาตรใหญ่อะไรต่างๆนานา โอ้โห ชัดเจน แต่ของพลเอกประยุทธ์นี่ดี สมณะฟ้าไท… อนามัยโลกเรียกร้องทุกประเทศทำตามแนวทางของไทย ชื่นชมพลเอกประยุทธ์รับมือ covid ได้ดีเยี่ยม พ่อครูว่า…อันนั้นเป็นชิ้นโบว์แดงของยุคนี้ ถ้ามีตุ๊กตาทองก็คว้าไปกินเลย เพราะฉะนั้นต้องช่วยกันหน่อย ผู้ที่เขาตี เขาก็เอาส่วนย่อย bของความบกพร่องของความที่มันยังแก้ปัญหาได้ไม่หมด เอาประเด็นพวกนั้น มันก็เป็นความจริงยืนยันได้เอามาตี เอาขี้หมามาแลกทองคำเอาเศษกาก เอาขี้หมามาตีทองคำ มาเทียบกับทองคำ มันเป็นวิธีการของคน เป็นวิธีการที่จะครอบงำทางความคิดของคนผู้ที่มีข้อมูลผู้ไม่ดูรายละเอียดผู้ไม่รู้ความชัดเจนในสิ่งที่เกิดจริงเป็นจริง มันเป็นไปอะไรแค่ไหนอย่างแท้จริงเขาไม่มีปัญญาพอ ก็อย่างไรยังไงก็ต้องเห็นแก่บ้านเมืองเรานะ ไม่เช่นนั้นก็จะยากจริง จริงๆแล้วคนไทยมีเยอะ ที่ยังเห็นแก่สิ่งนี้แล้วดำเนินไปได้ด้วยดีอยู่ เพราะว่าองค์รวมของเมืองไทย สอดคล้องกันหมดเลยชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ ประชาชนยังเชิดชูทั้งชาติศาสนาพระมหากษัตริย์อยู่เต็มเลยตอนนี้ แม้ว่าศาสนา จะมีชาวอโศก จะมีเถรสมาคม ที่ยังไม่ลงตัวกันทีเดียวก็ตาม แต่ก็ยังเป็นพุทธ คนไทยก็ยังนับถือพุทธ ยังไม่แปรเปลี่ยนไปจากพุทธ เป็นแต่เพียงว่ามันซ้อนกันอยู่ข้างในว่า พุทธที่มาทางโลกุตระอย่างชาวอโศกก็มีน้อยก็เป็นความจริง เพราะคนจะเข้าถึงโลกุตระได้นั่นมันไม่ง่าย ไม่ใช่เรื่องเล่นๆแค่รู้แค่เข้าใจก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฉะนั้นจึงมีจำนวนน้อยเป็นธรรมดาธรรมชาติของปลายยอดพีระมิด มันก็ต้องมีน้อย ฐานของพีระมิดก็ต้องกว้างใหญ่เป็นธรรมดา ถ้าเข้าใจสัจจะที่เป็นธรรมดานี้มันไม่ใช่เรื่องแปลก คนที่เข้าใจว่า โลกุตระหรือชาวอโศกนี้ดี แต่เขาไม่กล้าเปิดตัวเขาไม่กล้าสนับสนุนเพราะเขามาไม่ได้ เขาจะอยู่ตรงนั้น ดีไม่ดีบางคนก็ยังเต็มไปด้วยโลกีย์ ลาภยศสรรเสริญของเขาเต็มไปหมด แต่เขาได้ ได้ลาภเยอะ ยศสูง อำนาจเขามี สรรเสริญเขามีอยู่ในโลกีย์มาก เขาก็เลยมายากแต่ปัญญาปฏิภาณพอรู้แล้ว อย่างไร ทำอะไรไม่ได้ก็เชิดชูยอมรับ แต่จะไปส่งเสริมเต็มรูป มันก็ขัดแย้งในตัวเอง ขัดแย้งกับปัจจุบันนี้ฐานะของตัวเองที่เป็นอยู่ ตัวเองตั้งอยู่ตรงนั้น ตัวเองยังถอดถอนออกจากตรงนั้นไม่ได้ เดี๋ยวใครเขาจะแย่ง บอกว่าอโศกดีแล้วทำไมไม่มาอยู่อโศก พูดอย่างนั้น เขาโดนจิ้มโดนเสียบก็ตาย มันก็น่าเห็นใจ เริ่มต้นที่เขาเข้าใจแล้วอาตมาก็สบายใจแล้ว จากนั้นก็ไม่มีอะไร ทุกวันนี้ชาวอโศกเรา อาตมาเทศน์ทุกวันนี้แรงนะ ตำหนิก็คือตำหนิ ตำหนิกันไม่เบาเลย แต่เขาก็ยอมให้ตำหนิ ยอมให้ข่ม เพราะว่าอาตมามีหลักฐานอ้างอิง ไม่มีอันอื่น อาตมามีทั้งหลักฐานจากพระไตรปิฎกที่ยืนยันร่วมกันได้ มีทั้งหลักฐานที่อาตมามีเองเป็นปรมัตถ์ของอาตมาเอง เป็นอภิญญาของอาตมาเอง เป็นสยังอภิญญา เป็นอภิญญาของอาตมาเอง อภิญญาคือความรู้ที่ยิ่งใหญ่ยิ่งยอดของพระพุทธเจ้า อาตมามีอภิญญามาเอง ไม่ใช่อภิญญาแบบเดรัจฉานวิชาเหาะเหินเดินน้ำดำดินได้ ไม่ใช่ อภิญญา 6 แบบนั้น แต่เป็นอภิญญาแบบอนุสาสนีปาฏิหาริย์ไม่ใช่อิทธิปาฏิหาริย์ อาเทสนาปาฏิหาริย์ ก็ยังเข้าใจกันยากไม่เป็นไรอาตมาจึงเห็นใจกันอยู่ เมื่อยเป็นเมื่อย อาตมาว่าคุณประยุทธ์เมื่อย อาตมาว่า อาตมาไม่ได้เมื่อยน้อยไปกว่าคุณประยุทธ์หรอก แม้อาตมาดูเหมือนว่าจะทำงานกับคนกลุ่มหนึ่งของคนไทยส่วนน้อยมันกลับอยู่แต่ในแถวอโศก เปล่า อาตมาทำนี่คือชาวพุทธชาวอโศกเป็นชาวพุทธ แต่เขาบังคับคนอื่นไม่ได้เขาไม่สนใจเขาไม่ชอบเขาก็บังคับเขาไม่ได้ เพราะศาสนาพุทธเป็นศาสนาอิสระเสรีภาพสมบูรณ์แบบ ใครไม่เห็นด้วยไม่ยอมรับก็ไม่เป็นไร ผู้ใดเห็นก็เอา ผู้ใดคิดควรจะแสวงหา ผู้ใดเริ่มมีปรโตโฆษะ ขออนุโมทนา ผู้ใดเห็นว่าเสียงนี้น่าสนใจ คำพูดของโพธิรักษ์ก็น่าฟังน่าศึกษา ถ้าเริ่มความเห็นความเข้าใจอย่างนี้ได้ ก็เป็นความเจริญของเขาและเป็นความเจริญยิ่งของพุทธศาสนา
อันนี้ค้างเป็นดินพอกหางหมูเลย sms SMS 13-14 พ.ย.2563 _ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม : น้อมกราบพ่อเฒ่าโพธิ์ค่ะ ประมาณ 20 กว่าปีที่ผ่านมา เคยมีคำกล่าวว่า “อาตมาเป็นหมากลางตลาด อยู่รอดมาได้ก็เพราะว่า อาศัยวิ่งหนีหลบบังตอ” คำว่า หมากลางตลาดเป็นสัตตาวาส 9 หรือไม่คะ ? ถ้าเป็นสัตตาวาส 9 เป็นอย่างไร น้อมนมัสการค่ะ พ่อครูว่า…พูดถึงผัก ก็ดูบนโต๊ะ แตงกวา ผักสลัดสีต่างๆ พ่อครูยกหัวมันใหญ่ขึ้นมาให้ดู คือเรื่องพืชพันธุ์ธัญญาหารก็ขอย้ำว่า พวกเราชาวอโศกจะต้องเป็นเจ้าแห่งพืชพันธุ์ธัญญาหารให้ได้ อุดมสมบูรณ์ให้ได้มากมายแล้วแจกกันกิน ไม่ต้องไปขายเพื่อที่จะเอาร่ำรวยนะแน่นอนอยู่แล้ว มันจะเป็นก็ขอแลกเอามาซื้อบ้าง นอกนั้นก็แจกกันอย่างเช่นกระท่อมปันสุข ดูเหมือนไม่ค่อยมีใครจะมาช่วยเก็บไปวาง ผลไม้ก็มีนะ ตอนนี้ก็มีมะละกอเยอะ ถามว่า หมากลางตลาด หมากลางตลาดมาจากไหน มาจากที่อาตมามีหมอดูให้ตั้งแต่เด็ก ว่า ดวงอาตมาเกิดมาเป็นหมากลางตลาด ได้ยินแล้วก็จำได้ตั้งแต่เด็กจนกระทั่งโต หมากลางตลาดก็คือชีวิตของสัตว์ตัวหนึ่งที่ต้องหลบหลีก ผู้ที่จะเอาตาย ผู้ที่ไม่ได้เอ็นดูหมากลางตลาด ถ้าเอ็นดูคงเอาไปเลี้ยงเป็นหมาเลี้ยงแล้ว แต่นี่ต้องหากินเอง หมาบางตัวก็ขโมยของเขากินเหมือนกัน เขาก็เลยกลัวเขาก็ไม่ไว้ใจหมา ก็นึกว่าหมาคงเป็นแบบนั้นทุกตัว เขาไม่นึกหรอกว่าเป็นหมาโพธิสัตว์ เป็นปางโพธิสัตว์เขาไม่รู้หรอก ตามชาดกก็มีเยอะแยะ โพธิสัตว์ก็ต้องไปเกิดเป็นสัตว์บางชนิดบางครั้งบางคราว ก็ขอสรุปว่า หมากลางตลาดที่ว่า จะเป็นสัตว์คือสัตตาวาส 9 แต่ว่าไม่ใช่สัตว์อย่างชนิดที่เป็นอวิชชา หรือมิจฉาทิฏฐิ จะเป็นสัตว์ที่อาศัยความเป็นสัตว์ แม้แต่คนก็เป็นสัตว์ จึงเรียกคนที่เป็นอเวไนยสัตว์นี้ว่า เดรัจฉาน ใจที่ยังไม่สูงใจอย่างต่ำก็คือสัตว์เดรัจฉาน เหมือนอย่างที่ศิลปินเขาเขียน ตัวเป็นคนใส่สูทอย่างสวยเลยแต่หัวเป็นหมาหัวเป็นควายหัวเป็นเสือ หัวเป็นกระทิง หัวเป็นลิง อย่างนี้เป็นต้น นั่นแหละคือ สื่อทางภาพ ง่ายชัด เป็นโลกุตระ ง่ายๆสองสภาพ สภาพส่วนหัวคือ ความรู้ความเข้าใจเป็นภูมิความเฉลียวฉลาดมันโง่เท่านี้ แต่ตัวนี่แสดงความเป็นผู้สูงส่งภาคภูมิผูกเนคไทใส่เสื้อนอกอย่างเต็มรูป แต่ข้างบนไม่ใช่คนไม่ใช่มนุสโส แต่เป็นเดรัจฉาโน เป็นเดรัจฉานที่ร้ายด้วย เช่น เหี้ยนี้เป็นต้น
_ใจดิน ชาวหินฟ้า : ยิ่งขลุกกับโลกีย์มากยิ่งศรัทธาโลกุตระมาก ๆๆๆ เอาเงินมากองท่วมหัวก็เทียบโลกุตระไม่ติดฝุ่นเลยค่ะ อยากได้ต้องเอาชีวิตมาลงทุน
_โกศล สุขเล็ก : นมัสการอาจารย์ปู่..สมณะ..สิกขมาตุ..เจริญธรรมชาวอโศกทุกท่าน..มนุษย์ส่วนมากแล้วเดินไปสู่นรก..สัตว์เดรฉาน เปรตวิสัย เว้นแต่ผู้ใฝ่ธรรมอาศัยวิหารธรรมเป็นหลักในการดำเนินชีวิต พ่อครูว่า…อาตมาไม่ค่อยอยากให้เรียกว่าอาจารย์มาตั้งแต่ต้น คำว่าอาจารย์ก็เลยไม่ติดตลาด วิหารธรรมพวกที่มิจฉาทิฏฐิก็มีวิหารธรรมเป็นเครื่องอาศัยแต่เป็นแบบอกุศลทุจริต แล้วเขาก็bิb ในอกุศลทุจริตนั้น แต่ของชาวพุทธที่เจริญพัฒนาแล้วขึ้นสู่กุศลขึ้นสู่โลกุตระเป็นวิหารธรรมที่เป็นโลกุตระ ก็เป็นธรรมดา ก็ถูกแล้วคุณพูดมา ที่บอกว่าส่วนมากแล้วเดินไปสู่นรกพระพุทธเจ้าตรัสไว้ด้วย ส่วนมาก แม้จะขึ้นสวรรค์ก็ยากที่จะเป็นมนุสโส เป็นผู้เจริญเป็นอริยะนั้นยิ่งน้อย ตายไปแล้วจะเป็นชาวสวรรค์นี้ยาก บอกว่าส่วนมากลงนรก
_สว่างแสง ขวัญดาว : น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ ลูกได้ฟัง"กาย" ที่พ่อครูสอน พ่อครูบอกว่า"กาย" นี้สำคัญมากต่อการปฏิบัติธรรม ต้องรู้เรื่องกาย ลูกจึงไปสื่อเรื่องกายให้พ่อคนหนึ่งที่อยู่ข้างบ้าน พ่อที่อยู่ข้างบ้านเป็นชาวอโศกเก่า ตอนนี้ป่วยเป็นโรคตับแข็ง แต่ก็ยังคุยรู้เรื่อง พ่อครูบอกว่าเรื่องกายนี้สำคัญมากต่อการลดกิเลส ลูกจึงอยากสื่อ อยากช่วยเขาให้เข้าใจเรื่องกาย เขาก็อยากฟังค่ะ แต่ลูกจำคำบาลีไม่ค่อยได้ จึงสื่อแบบง่าย ๆตามความเข้าใจของลูก พูดภาษาบ้าน ๆค่ะ ลูกสื่อว่า “กาย” ต้องมีสอง ต้องมีรูปกับนาม รูปต้องเป็นรูปที่เกิดจากภายนอก ยกตัวอย่าง เช่น ตาเราไปเห็นกล้วย แล้วเกิดนาม เกิดความรู้สึกที่มีต่อกล้วยความรู้สึกที่เกิดทันทีทันใด ให้เราจับอารมณ์ จับความรู้สึกที่มีต่อกล้วยนั้น แยกให้เป็นสอง คือแยกเวทนาแท้กับเวทนาเทียม เวทนาแท้คือตาเห็นกล้วย กล้วยคือรูป เวทนาเทียมคือเราชอบกล้วย แล้วให้เราฆ่าตัวที่เราชอบกล้วย ลูกสื่อแบบนี้เป็น”กาย” ไหมคะ ลูกไม่มั่นใจว่าลูกจะสื่อถูกต้อง เพื่อจะลดละกิเลสได้ไหมคะ น้อมกราบนมัสการค่ะ พ่อครูว่า…ได้ ดีแล้ว ขนาดนี้ก็ดีเข้าใจไปเรื่อยๆยังมีอีกเยอะ อาตมาเขียนอยู่ก็ยังจบไม่ลงยังไม่ได้สรุป เปิดยุคบุญนิยมเล่ม 2 ขยายความไปตั้งแต่ 100 กว่าหน้าเดี๋ยวนี้ 400 กว่าหน้าแล้ว กว่าจะจบ กว่าจะเสร็จ ไม่รู้มันจะเท่าไหร่
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน ว่าคนอื่นถือว่ามีอัตตาหรือไม่ _สุด กุณฑลทอง : การปรามาสแนวทางของอื่น ฉันดีกว่าคนอื่น ฉันถูกกว่าคนอื่น เป็นอัตตาแท้ พ่อครูว่า…ปรามาส ศัพท์คำว่า ปรามาส หรือประมาส มันแปลว่าไม่เอาจริงเอาจัง ลูบๆคลำๆ แตะๆ ต้องๆ เล่นหัวไม่เอาจริงเอาจัง ก็เหมือนไปประมาทไปดูถูกไปข่มคนอื่นเขา ถ้าคุณ ไม่ใช่ประมาทไม่ใช่ ปรามาส แต่เป็นผู้ที่เห็นจริงยังไม่บริบูรณ์ ยังแค่เหลาะๆแหละๆลูบๆคลำๆ แต่นี่ถ้าเป็นผู้ที่มีจริงแล้วเห็นว่าของเรานี้ดี ของคนอื่นยังไม่ดียังไม่ถูกต้อง ก็บอกด้วยความสงสารเมตตาเกื้อกูลด้วยใจปรารถนาดี ไม่ได้มีกิเลส อุปกิเลส 16 ไม่มีเลย ปรารถนาดีที่จะช่วยเขา ที่จะให้เขารู้ให้เขาได้ความรู้ให้เขาได้ความจริงอันนี้ด้วย อย่างนี้ไม่เป็น อัตตา ไม่ได้เป็นมานะ อติมานะ มทะ ปมาทะ ไม่เป็น ไม่ได้เป็นเลย ไม่ได้เป็นกิเลสไม่ได้เป็นอุปกิเลสอะไรเลย เป็นเจตนาดี เป็นกุศลด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นคนที่จะรู้ว่า อย่างอาตมานี้ว่าแรง ว่าหนัก ว่าซ้ำซาก ว่าย้ำเต็มที่ คนก็หาว่าไปทำร้ายเขา ที่จริงแล้วมีแต่ปรารถนาจะช่วยเขา เขาบอกว่ายกตนข่มท่าน อันนี้ก็อธิบาย การที่เอาความถูกไปแสดงให้ข่มความผิด เอาความดีไปแสดงข่มความชั่วนั้น เป็นการแสดงที่ถูกสัจธรรมแล้ว คุณเอาความชั่วมาข่มความดี เอาความผิดมาข่มความถูกต้องมันจะได้เรื่องอะไรล่ะ ธรรมชาติความดี แม้ไม่ข่มมันก็ต้อมข่ม ถ้ายิ่งย้ำ แน่นอนก็มีน้ำหนักมาก พูดชัดเจนเปิดเผยอย่างไร ตูมๆ กระทบความผิดเขาแรงเท่าไหร่มันก็เลยยิ่งแรง ต้องถามเขาว่าทำไมถึงยังดื้อดึง ให้พระราชาให้เจ้าหน้าที่ไปจัดการฆ่าเสีย โจรผู้นี้ ผู้ที่ทำให้ศาสนาแปดเปื้อนเสียหาย ก็ควรพูดให้เต็มที่ ไปฆ่าด้วยหอก 100 เล่มเช้า ไม่ตาย พอถึงกลางวัน พระราชาก็ถามว่าตายหรือยัง ก็บอกว่ายังไม่ตาย พอถึงตอนเย็นก็ถามอีกว่าตายหรือยังก็บอกว่ายังไม่ตาย พระพุทธเจ้าก็ไม่พูดต่อแล้วนิทานเรื่องนี้ เป็นที่เข้าใจ Understood มันฆ่าแล้วก็ไม่ตายง่ายๆมันยิ่งกว่าพระโมคคัลลานะ พระโมคคัลลานะใครฆ่าก็ไม่ตาย ถูกฆ่าก็ชุบตัวเองขึ้นมา (หมาโผล่มากลางศาลา) พูดถึงหมากลางตลาด หมากลางตลาดก็มากลางศาลาด้วย... มีอัตตาหรือไม่มีอัตตาไม่ใช่เรื่องพูดเล่นๆ
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน พญานาคจอมหลับเป็นเช่นไร _สุทัศน์ สุภาภัทรานนท์ : พวกเจ้าที่ เทวดา จะมีตัวตนอย่างไร มีจริงหรือไม่ ? พญานาคมีจริงหรือไม่ แถวบ้านราชมีเมืองนาคราชหรือไม่ โลกุตระกับนิพพานแตกต่างกันหรือไม่ พ่อครูว่า…โลกุตระกับนิพพานนั้นโดยรวมไม่แตกต่างกัน โดยแยกกันแล้ว โลกุตระเป็น Common noun คำว่านิพพานเป็นProper noun ,Proper noun เป็นตัวสรุปผลสำเร็จ โลกุตระนั้นเป็นธรรมะที่เริ่มเข้าสู่กระแสนิพพาน เริ่มตั้งแต่ส่วนต้นส่วนกลางและส่วนปลาย และยังมีส่วนปลายที่เป็นขั้นพระโพธิสัตว์เป็นพระพุทธเจ้าอีก ตั้ง 9 ระดับ ต้องค่อยๆศึกษาไป นิพพานมีเนื้อแท้ที่มีตัวจบ แต่โลกุตระนี้มีทั้งตัวจบมีทั้งตัวเริ่มต้น-มีทั้งตัวจบขั้นปลายสุด ทีนี้ บ้านราชฯ มีพญานาคหรือไม่ ไม่มีหรอก ถ้าคุณเข้าใจว่าพญานาคคือสัตว์ที่เป็นตัวยาวๆเหมือนงู งูทรงเครื่อง จิตรกรเขาก็สร้างกิจกรรมปั้นก็ตาม วาดก็ตามเป็นรูปงู ทำเป็นลวดลาย ให้มีอลังการ มีหงอน มีเขี้ยว ดูเขื่อง เป็นเจ้าแห่งงูใหญ่ ซึ่งตรวจสภาพจริงโดยตัวรูปธรรมจริงๆนั้นมันไม่มี มันมีแต่จินตนาการเพ้อฝันว่า พญานาคหรืองู เขาหมายถึงนัยยะสำคัญของงูก็คือพวกสงบ สงบเลยเถิดไปเป็นพวกฤาษี พวกนอนหลับไม่รู้คู้ไม่เห็น อยู่อย่างนั้น เป็นพวกถีนมิทธะกิน หนัก มีนิทานเรื่องราวเยอะแยะ มีอยู่ว่า มาปลอมตัวบวชเป็นนาค ก็คืองู จะเป็นงูใหญ่หรือเล็กก็แล้ว แต่พวกที่ติดหลับติดนอนคือพวกที่มิจฉาทิฏฐิ มาปลอมตัวขอบวชกับพระพุทธเจ้า บอกว่าตัวเองเป็นมนุษย์ แปลงตัวเป็นมนุษย์มาบวช พอบวชเสร็จแล้วเผลอไปนอนหลับหางก็โผล่มานอกประตู เพื่อนภิกษุก็เปิดดูก็พบว่าเจ้านี่เป็นงูมาปลอมตัวมาบวช ติดถีนมิทธะ เอาแต่หลับหลบ เป็นพวกมิจฉาทิฐิชนิดหนึ่งอยู่ในนิวรณ์ 5 เป็นพวกหลบหลับ พวกที่หนีเข้าป่าถ้ำ พวกที่อยู่ในภพชาติ นี่คือพวกนาค นาค เขาก็จะเป็นใหญ่ เขาก็สร้างให้เป็นใหญ่เป็นโต จนกระทั่งเป็นนิทานว่า นาคนี้นอนเฝ้าถาดทองคำของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ แน่ะ! นอนนะ นอนอยู่ใต้ก้นบึ้ง หลับไม่รู้เรื่องอีก จะตื่นขึ้นมารู้สึกตัวสักครั้งก็ต่อเมื่อมีถาดทองคำของพระพุทธเจ้าองค์ใหม่ นานๆจะมีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมาแต่ละองค์สักที แล้วก็จะต้องอธิษฐานลอยถาดทองคำ ทวนกระแสซึ่งเป็นบุคลาธิษฐานทั้งนั้น ลอยมาถึงจุดนั้นก็จะต้องจมตกแล้วก็ไปซ้อนเป็นถาดทองคำของพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ไม่รู้กี่ถาดๆ พอตกลงมากระทบกับถาดเก่าใบเก่าของพระพุทธเจ้าองค์ก่อน ก็มีเสียงดังสนั่น ขนาดพญานาคมันหลับไม่รู้คู้ไม่เห็นมันยังรู้สึกตัว ตื่นเลย มันเป็นเสียงที่ลึกซึ้งเป็นเสียงยิ่งใหญ่มาก จนขนาดที่พญานาคจะต้องตื่น แสดงว่าพญานาคตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงกระทบของถาดทองคำ พอรู้สึก เสียงดังกิ๊ก ก็อ้อ..รู้แล้วบอกว่าพุทธเจ้าเกิดอีกพระองค์แล้วหรือ ว่าแล้วก็หลับใหม่อีก เป็นคำประชดประชัน สอนให้เข้าใจถึงสภาพซับซ้อน เป็นความโง่ดักดานของพญานาคที่นอนเฝ้าถาดทองคำของพระพุทธเจ้า โง่ แล้วหลับลึกดักดาน พระพุทธเจ้าเกิดแต่ละพระองค์ไม่ใช่แค่ปี 1 ไม่รู้กี่ล้านปีจะเกิด 1 พระองค์ พญานาคกว่าจะได้รู้สึกตัวสักทีนึงไม่รู้กี่ล้านปีค่อยรู้สึกตัวพญานาคเอ๋ย _สู่แดนธรรม...พญานาคหลับแล้วตื่นแต่ละครั้งเปรียบได้กับความนานของอาฬารดาบสและอุทกดาบสได้หรือไม่ พ่อครูว่า...ไม่ได้ อาฬารดาบส อุทกดาบส นั้นหลับนานกว่านั้น ยังไม่ได้ยินเสียงของพระพุทธเจ้า ได้ยินก็ไม่รู้ไม่เอาเพราะไปติดอยู่ในภพ ก็ไม่รู้นะป่านนี้จะได้ยินหรือไม่ ไม่น่า ไม่งั้นพระพุทธเจ้าก็ไม่อุทานว่าชิบหายใหญ่ละหนอสองรูปนี้ พวกนั่งหลับตาพวกนี้ ถึงบอกว่าพวกนี้น่าสงสาร
นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ สมณะฟ้าไท…ขนาดเป็นพระโพธิสัตว์ยังยาก จะเกิดมาแต่ละองค์ คนที่จะเป็นพระพุทธเจ้ากว่าจะเกิดมาก็ยิ่งยากกว่า
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน เทวดามีตัวตนหรือไม่อย่างไร พ่อครูว่า…ของคุณสุทัศน์จะมีคำว่าเทวดา เจ้าที่ จะมีตัวตนอย่างไร มีจริงหรือไม่ พวกนี้ก็เป็นสภาพที่กายต่างกันสัญญาต่างกัน ของพวกที่ศึกษามิจฉาทิฏฐิ เจ้าที่ เขาบอกว่ามีฤทธิ์มายึดครอบครองเหมือนนักเลงโต ถิ่นนั้นแถวนั้น เรียกว่าเจ้าที่ เช่น ศาลพระภูมิเจ้าที่ หรือไปเข้าใจศาลปู่-ย่า มาดูแลลูกหลานเป็นสถานปกครองดูแล เทวนิยมก็มีความเข้าใจความคิดอย่างนั้น ซึ่งมันขัดแย้งกับของพระพุทธเจ้า มันซ้อนอยู่ว่า บุญคุณของปู่-ย่า ตา-ยาย บุญคุณของผู้มีพระคุณมันมีจริง ถ้าบอกว่า อย่าไปเคารพนับถือก็จะตีทิ้งหมดเลย อย่าไปเคารพปู่-ย่า ตา-ยาย พ่อแม่พี่น้องก็เพียงให้เราเกิด อย่างนั้นไม่ได้ แต่ว่ามีบุญคุณไหมก็มีจริงๆ แต่มันไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่วิญญาณที่ยึดมั่นถือมั่นอยู่อย่างนั้น แล้วจริงๆวิญญาณที่จะมายึดมั่นถือมั่นเป็นเจ้าที่ยึดที่เป็นวิญญาณที่มามีฤทธิ์เดช จริงๆแล้ว มันซ้อนอีก มันก็ไม่ควรจะเอาของที่ไม่ใช่ของของเรา เรามีสิทธิ์เป็นลูกหลานก็รับสิทธิมามันก็ไม่แปลกอะไร ถ้าเราไม่มีสิทธิอย่าไปยุ่ง แม้เป็นของปู่-ย่า ตา-ยาย แต่เราไม่สมควรเอาไม่มีสิทธิ์ มีพินัยกรรมโดยมีสิทธิอะไรก็แล้วแต่ มันไม่ใช่ มันก็หยาบ หรือแม้แต่เรามีสิทธิ์ เราก็ไม่ควรจะต้อง ยื้อแย่งอะไรนักหนา หากอยากได้มากๆจนกระทั่งทะเลาะฆ่าแกงกัน ให้ได้ก็ให้ไปเถิด ก็ให้พี่น้องอย่าแย่งกันก็แล้วกัน เขาจะไม่ยอมแบ่งก็แล้วแต่ ดีไม่ดีเราก็แถมของเราให้ด้วย เราถึงขั้นนี้ถึงจะแน่จริง สรุปแล้ววิญญาณเจ้าที่ใดๆมาจับจองที่ใดไม่มี ขออธิบายแทรกตรงนี้ วิญญาณที่ตายไปแล้วไปตามวิบาก ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปยึดติดว่าของนี้เป็นของเรา ไม่มี ยึดอย่างไรก็ไม่ได้ อย่างไรก็ไม่มีสิทธิ์จะย้อนกลับมาเป็นของตัวเองไม่มี มีแต่วิบากที่ติดตัวไป ถ้าเป็นกุศลเกิดมาจะได้คาบช้อนเงินช้อนทองคุณก็ได้เกิด มันมีทั้งดีชั่วกับโลกุตระ ถ้าดีชั่วคุณคาบช้อนเงินช้อนทองมา แต่คุณมีคุณธรรมแบบโลกีย์ด้วย ก็ดี มีคุณธรรมทางโลกีย์เกิดมามันก็ดี ถ้าคุณธรรมทางโลกีย์ก็ยังไม่มี เกิดมานั้นไม่ได้อะไรเลย ที่พูดกันนี้เป็นโลกีย์ ไม่ใช่โลกุตระ ส่วนของโลกุตระนั้น ถ้าเป็นโลกุตระแท้ตั้งแต่พระโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ ก็จะมีโลกุตระไปตามลำดับ นอกจากจะทั้งดีที่เป็นโลกุตระที่ไม่ติดยึดเป็นคนอีกโลกหนึ่งที่ไม่เกิดโทษภัย มาเป็นคนที่มีคุณค่าสร้างสรรเสียสละ เมตตาเกื้อกูล จะมีอีกเยอะเลย จะมีกายต่างกันสัญญาต่างกันสำหรับผู้ที่มีความเข้าใจเรื่องกายต่างกันสัญญาก็ต่างกัน แล้วยังแยกไปอีก เจ้าที่ก็ตาม เทวดาก็ตาม จะมีตัวตนกายต่างกันสัญญาต่างกัน กายอย่างเดียวกันสัญญาต่างกัน กายอย่างเดียวกันสัญญาอย่างเดียวกัน ถึงขั้นอรูปฌาน ท่านไม่กล่าวแล้ว กายต่างกัน ไม่ต้องพูดถึงภายนอกจะไปพูดถึงสภาวะแท้ๆของ 1 คือสิ่งที่ถูกรู้เป็นรูป อากาศเป็นรูป วิญญาณเป็นนาม อากาสานัญจายตนะ อายตนะเป็นสิ่งที่จะต้องสัมผัสกัน แล้วมีสะพานเชื่อมต่อเป็นปฏิกิริยามี Action reaction เรียกว่า ผู้ที่มีอายตนะได้ แม้จะมีถึงขั้นนามธรรมแล้ว ขั้นอรูป สิ่งที่ถูกรู้เป็นอย่างไร อรูป ก็คือรูป คือสิ่งที่ถูกรู้ วิญญาณคืออย่างไร คือธาตุรู้ที่ไปรู้ มันมี รูป กับ ผู้รู้รูป(รูปีรูปานิ) ผู้มีสิทธิ์ที่จะรู้รูป ผู้มีฐานะที่จะรู้รูป คนตาบอดไม่รู้รูป คนหลับตาไม่รู้รูป หลับตาปฏิบัติธรรมนั้นเจ๊งตั้งแต่วิโมกข์ข้อที่ 1 แล้ว ก็ตามีแต่ไปทำตาบอด พระพุทธเจ้าถามว่าอาจารย์ท่านสอนอย่างไร ก็สอนบอกว่าไม่ให้มีการกระทบตาหูจมูกลิ้นกาย พระพุทธเจ้าก็บอกว่าก็เหมือนกับคนตาบอดหูหนวก พวกนี้ฆ่าด้วยหอกเช้ากลางวันเย็นก็ไม่ตาย แต่นี่ตายก็ไม่ตาย หมดปัญญาที่จะอธิบายแล้วอาตมา มีภูมิเท่านี้ พ่อครูว่า…ต่างคนต่างเนรมิตเป็นนิรมาณกายของแต่ละคน เทวดา อธิบายได้แต่เจ้าที่เจ้าทางนั้น ไม่ควรเป็นแม้แต่เทวดาก็ไม่ควรเป็น ศาสนาพระพุทธเจ้านั้นดับเทวดา เป็นอเทวะ แต่รู้จักเทวะ อาศัยเทวะ แต่ไม่ได้ติดยึดในความเป็นเทวะ คุณสุทัศน์ถามมานี้ยังไม่ค่อยรู้อะไรเลย พญานาคมีจริงไหมก็อธิบายไปแล้วเป็นงูทรงเครื่อง แถวบ้านราชมีเมืองนาคราชหรือไม่...ไม่มี อาจมีงูเล็กบ้างประมาณไส้เดือนอะไรอย่างนี้
_สติพล จนพัฒนา : ผมจำได้ว่า แต่ก่อนท่านเดินดิน เขียนหนังสือเล่มหนึ่งที่..เกี่ยวกับการจาริก โดยใช้นามปากกาว่า"ขรัวตาคง"ครับ พ่อครูว่า…ใช่ ดูเหมือนชื่อหนังสือ ชีวิตในผ้าสีหม่น
_ฟ้าพรห์มไพร นาวาบุญนิยม : บ้านราชถ้าน้ำไม่ท่วม จะน่าอยู่มากค่ะ พ่อครูว่า...คุณมาช่วยให้น้ำไม่ท่วมสิ อาตมาไม่มีปัญญาให้น้ำไม่ท่วมได้ เพราะเป็นที่เขาทิ้งแล้ว เขาไม่เอาแล้วเราก็ถมขึ้นมาเยอะแล้วนะ นี่จะทำภูเขาขึ้นมาเพิ่มอีก อาคารบวร ถมสูงกว่านี้อีก เราก็จะทำไปเรื่อยๆ เรียกว่าเอาของทิ้งเขา เราก็อยู่ได้ ไม่มี
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive