หลงสิ่งเก่าว่าเป็นสิ่งใหม่ คือ ก้าวไถลออกจากสัจธรรม.docx
เนื้อหาในไฟล์
หลงสิ่งเก่าว่าเป็นสิ่งใหม่ คือ ก้าวไถลออกจากสัจธรรม _จาก ลูกหนอนใต้ต้นโพธิ์ กราบนมัสการพ่อครูที่เคารพอย่างสูงยิ่งค่ะ การเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์นี้ ผลการเลือกตั้งออกมา ส้ม แดง เต็มแผ่นดิน ซึ่งมีนโยบาย รื้อโครงสร้างระบบเก่า ที่สร้างความเหลื่อมล้ำทางสังคม เศรษฐกิจถดถอย ประชาชนยากจนลง ไปสู่ระบบใหม่ ให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก ที่กำลังเปลี่ยนเป็นยุคเทคโนโลยีดิจิตอล เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี กินดี อยู่ดี เงินตุงกระเป๋าจับจ่ายใช้สอยได้มากขึ้น ประชาชนจะมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม สร้างสังคมคนเท่ากัน ปฏิรูประบบการศึกษา ระบบราชการทั้งระบบตำรวจ ทหาร การเมืองท้องถิ่น รวมถึงระบบเศรษฐกิจและสังคมและอื่นๆอีกมากมาย นโยบายสวยหรู ดูแพง แรงเหมือนถูกหวย รอการขึ้นเงิน เป็นความหวัง ความฝันที่จะก้าวให้ไกล ไปให้ถึง กราบเรียนขอความเห็นจากพ่อครูค่ะว่า.. ๑. พ่อครูมีความเห็นมองผลการเลือกตั้งครั้งนี้จะส่งผลต่อประเทศและสังคมอย่างไรบ้างคะ พ่อครูว่า... มันจะเป็นการเกิดเพื่อจะขัดเกลา จะกระเทาะเปลือกให้ดูเท่านั้นเอง มีคนพูดถึงขั้นว่า พ่อท่าน นี่ จะไม่ต้องออกไปประท้วงกันอีกหรือ มีคนกระซิบอาตมาถึงขนาดนั้น อาตมาก็ไม่รู้ยังตอบไม่ได้ว่าจะถึงขั้นที่จะต้องออกไปประท้วงหรือไม่ ดูเขาไปก่อน ถ้าเขาปู้ยี่ปู้ยำกัน ซึ่งพอเห็นได้ว่าโอ้โห.. เขาล้ำเส้นเกินไปขณะนี้นี่ เราก็พอมีปฏิภาณปัญญาพอรู้ได้ว่า อาการกระทำของเขา ล้ำเส้นคืออะไร คือทำให้มันเกิดประเทศเสื่อม ประเทศย่ำแย่ ถอยหลังเข้าคลองไปอีก มันถึงขั้นขีดหนึ่ง อาตมาก็เห็นว่าถ้าถึงขีดนี้แล้วจำเป็นจะต้องพากันออกไป โดยที่อาตมาจะออกไปไม่มีข้อมูลไม่มีหลักฐานไม่มีอะไรอ้างอิงยืนยัน อันนี้มันไม่ถูกต้องนี่มันประเทศย่ำแย่แล้วนะ นี่ผ
อ่านต่อ
ิดนะมันเลวลงไปแล้วนะ ถ้ามันไม่มีข้อมูลเพียงพออาตมาออกไปก็เด๋อตาย อาตมาก็ตกม้าตายพอดี มันก็ต้องมีของจริงไปก่อน คุณเอ๋ย อยู่ดีๆอย่าไปทำพรวดพราด ไม่ได้ มองไปในแง่ว่าเขาอาจจะมาขี่ม้าขาวก็ได้ ที่เขาพูดไป มันอาจจะไกลเพราะเขาคิดไกล ผลประโยชน์ที่คิดไกลไปอย่างนั้น ผู้ที่มองไม่ออก มองอย่างโลกีย์ก็รู้สึกว่าจะเป็นความเจริญ แต่จุดความเจริญจริงๆนั้นมันไม่ไกลอย่างที่เขาคิด เขาคิดก้าวไกลความไกลของที่เขาคิดนั้นอาตมามองเห็นว่า มันเป็นการก้าวเกิน ก้าวไถลออกไปจากกรอบ มันวน ไปหาของเก่าที่มันเน่าอยู่แล้ว เขาก็จะไปสู่ความเน่าโดยเขาหลง เพราะคนที่เขาไม่รู้นั้นเขาลืมสิ่งเก่าเขาหลงสิ่งใหม่ โดยสิ่งเหล่านี้ก็คือสิ่งใหม่ที่เขากำลังจะไป สิ่งเก่าที่มันเสียแล้วเขาทิ้งแล้ว แต่คนเขาลืมไปนึกว่าเป็นของใหม่ ที่แท้มันเป็นของเดิม ที่เก่าที่เน่าแล้วนั่นแหละ แล้วเขาก็เอามาขัดสีฉวีวรรณหลอกใหม่ ก็เลยหลงผิดไปอีก มันเป็นอย่างนี้ อาตมาพยายามจะใช้พยัญชนะภาษาอธิบายสภาวธรรมให้ฟัง เพราะฉะนั้นก็ไม่ต้องไปรีบร้อน ให้เขาทำเองแล้วมันจะเกิดผลยืนยันได้ ถ้าถึงขีดถึงขั้นเมื่อไหร่ อาตมาถึงขั้นว่าจะต้องออกไปประท้วงกันอีก อาตมาจะหนุ่มขึ้นไปอีกกว่านี้เยอะเลย ถึงเวลานั้นอาตมาจะหนุ่มขึ้นกว่านี้อีกเยอะเลยจริง แล้วใครจะไปกับอาตมาไหมนี่ ไม่เห็นมีใครมายกมือเลย พวกเราถูกอาตมาครอบงำทางความคิดหรือเปล่านี่ อาตมาว่ากลัวมากเลยที่จะครอบงำความคิดของคน อาตมาไม่ต้องการคนที่ถูกครอบงำทางความคิดมาเป็นมวล ไม่อยากได้ คุณมาต้องมาอย่างใสสะอาดจากความเห็นจริงของคุณเอง แล้วเต็มใจมาอย่างอิสรเสรี ถ้าไม่อย่างนั้นอาตมาต้องมาเสียเวลาล้างอีก ถูกหลอกมาต้องมาล้างอีก อาตมาจะบ้าหรืออาตมาไม่ทำ นี่ก็พูดมานานแล้วเรื่องนี้ ว่าอาตมาไม่เอาที่จะไปหว่านล้อมได้มา เหมือนบางคนบอกว่าหลอกเขามาก่อนแล้วค่อยมาล้าง ต้องให้เขาล้างเองมาตามลำดับ โสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ มันมีกรอบขอบเขตที่พระพุทธเจ้าท่านให้ไว้อยู่แล้วเรื่องอะไรต้องทำให้มันกลับไปกลับมา เราก็ทำไม่ใช่ง่าย ทำไปตามอย่างนี้ก็ยังได้แค่นี้อยู่เลย แล้วจะไปเอางานที่มันหนักกว่านี้ ดีไม่ดีมารวนวุ่นหนักกว่านี้อีกมันไม่ได้ มันไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง เพราะฉะนั้นอาตมาจะไม่ทำอย่างนั้น อาตมาก็ว่าเอาแต่พิสูจน์ก็แล้วกัน รอ เอาความจริงที่มันเกิดอยู่ในเหตุการณ์ในภาวะ ทุกวันนี้เราอยู่มหาวิทยาลัยที่เรียนรู้ phenomenology อยู่ในมหาวิทยาลัยที่ประสาทวิชา phenomenology ประสาทวิทยาปรากฏการณ์วิทยา หรือปรากฏการณ์ศาสตร์ พวกเราเรียนรู้อัน คือมีเหตุการณ์จริงปรากฏการจริงให้เรียนรู้ศึกษาไม่ใช่เรียนรู้แต่ในวิชาการ อย่างเช่นเขาใช้ IO สื่อสาร มันไม่มีเนื้อไม่มีแก่นแต่เราทำเกินกว่าที่เขาทำไปเยอะมันมีเนื้อมีแก่น ซึ่งมันเห็นง่ายนะไม่ใช่ดูถูกดูแคลนเขา แต่เขายังต้องเป็นอย่างนี้อยู่ แล้วเขาก็จะได้รับความรู้ ก็จะได้เรียนรู้ว่า ความคิดเช่นนี้มันสุดโต่งไปจนกระทั่งเขานึกว่าเป็นแก่น ก็ค่อยๆรู้ทีหลัง ไม่มีปัญหาอะไรหรอก ถ้าเผื่อเรามีแก่นแท้ มันจะยั่งยืนยาวนานไม่มีอะไรหักล้างได้ มีแต่จะก้าวหน้าไปเรื่อยๆ สัจจะมันจะเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นคุณแน่ใจว่ามันเป็นสัจจะไหม เอาให้จริง แล้วก็รู้ว่าสัจจะมันเป็นแก่นแล้ว โสดาบันก็มีแก่นประมาณหนึ่งมี นิยตะ มี โสตาปันนะ อวินิปาตธรรม นิยตะ สัมโพธิปรายนะ โสตาปันนะคือ เข้ากระแส จิตวิญญาณมีการขัดเกลามีสัมมาทิฏฐิ พ้นสังโยชน์ 3 และมีอะไรอีกหลายอย่าง เข้ากระแสมาแล้วแล้วก็สูงขึ้นไปไม่ตกต่ำ อวินิปาตธรรม โสดาบันตอนแรกอาจจะตกต่ำได้ พระพุทธเจ้าถึงบอกว่าโสดาบันถ้าไม่เอาจริงถูกดึงลงไปได้ แย่สุดได้ถึง 7 เที่ยว ท่านเอาเลข 7 เป็นหลัก ถ้าหาก 7 เที่ยวแล้วคุณยังตกต่ำอยู่ดึงไม่ขึ้นหรอก แต่ถ้า 7 เที่ยวแล้วคุณยังดึงขึ้นมาได้อยู่ ถ้ายิ่ง 6 เที่ยวยิ่งเจริญกว่ายิ่ง 5 เที่ยว 4 เที่ยว 3 เที่ยวก็ยิ่งเจริญไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นโสดาบันเรียกว่า สัตตักขัตตุปรมโสดาบัน คือ โสดาระดับที่ต้องไปอีก 7 ชาติถึงจะเข้ากระแสจริงไปได้ ต้องตกต่ำแล้วตกต่ำอีก ถ้าสูงกว่านั้นก็จะเจริญไปได้เรื่อยๆเรียกว่า สัตตักขัตตุปรมโสดาบัน โสดาบันก็จะไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา อวินิปาตธรรม แล้วเที่ยง นิยตะ ก็เที่ยง พอเที่ยงแล้ว ขั้นนี้แหละไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา ผ่าน อวินิปาตธรรม มีแต่ไปสู่ที่สูงที่สุดเรียกว่า สัมโพธิปรายนะ ยิ่งจะเจริญไปข้างหน้าไม่มีลงต่ำ จะช้านาน ก็อยู่ที่ความอุตสาหะวิริยะกับตัวคุณที่จะเฉลียวฉลาดเพียงพอแค่ไหนตามบารมีของแต่ละคนเท่านั้นเองและไปรอด ถ้าโสดาบันถึงขั้นที่ 4 สัมโพธิปรายนะ เป็นสกิทาคามีเป็นอนาคามี จะช้าหรือเร็วก็มีเหตุปัจจัย เรียกว่ามีคำสอนต่อไปอีกเหมือนกัน มันก็จะเป็นอย่างนั้น 660515 สงครามข่าวสารกับปรากฏการณ์จริงการเมืองไทย รายการปรับทุกข์ปลุกธรรม #22 ราชธานีอโศก