8 บทที่ 1 ใจเพชร น 1-24.pdf
เนื้อหาในไฟล์
บทที 1 บทนํา ความเป็นมาและความสําคัญของปัญหา คนในโลกล้วนต้องการสันติสุข คนในโลกจึงแสวงหาวิธีการทีจะทําให้เกิดสันติสุข ในโลก โครงการปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ (2551 : 1) เห็นความสําคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เป็นผู้ทีมีความรู้ความสามารถ ในการคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ และการประยุกต์เพือการพัฒนา อีกทั;งยังต้องมีคุณลักษณะพิเศษ คือการเป็นนักวิชาการทีมีความรู้ในลักษณะพหุวิชาทีสามารถบูรณาการและประยุกต์ศาสตร์ต่าง ๆ เข้าด้วยกันเพือให้สามารถนําไปพัฒนาท้องถินและภูมิภาค ให้มีความเข้มแข็งและยังยืนได้ และได้เปิดอาศรมสาธารณสุขชุมชน โดยมี ศาตราจารย์ ดร.นพ. กระแส ชนะวงศ์ เป็นประธานอาศรมฯ ทําให้ผู้วิจัยมันใจว่าการเข้าศึกษาหลักสูตรฯ ดังกล่าว จะทําให้องค์ความรู้ด้านสุขภาพแนวแพทย์วิถีพุทธ ทีผู้วิจัยสะสมมา 20 ปี ถูกจัดทําในรูปแบบทีเป็นวิชาการ โดยใช้กระบวนการวิจัยเป็นเครืองมือ และผลงานดังกล่าวน่าจะเป็นส่วนหนึงในการสร้างพลังให้เกิดการขับเคลือนการพัฒนาทั;งทางด้านสุขภาพ และทรัพยากรมนุษย์ให้เกิดสุขภาวะทีดี มีความสงบ สันติ อย่างยังยืนต่อไป สุขภาพที ดีเป็นสิ งที มีค่ายิ งต่อทุกชีวิต เพราะจะทําให้ผู้นั%นสามารถดําเนินกิจกรรม การงานที ดีงามต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและผาสุก แต่ถ้าสุขภาพไม่ดีมีความเจ็บป่วย จะทําให้ผู้นั%นดําเนินกิจกรรมการงานที ดีงามต่าง ๆ ได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพและเป็นทุกข์ แม้ไม่ได้ไปทําอะไรก็ยังเป็นทุกข์ ภัยพิบัติต่าง ๆ นอกจากความเจ็บป่วยนั%น ส่วนใหญ่สามารถพรากห่างออกไปจากจุดที เกิดภัยพิบัติได้ แต่ภัยจากความเจ็บป่วยนั%น ไม่ว่าจะไปอยู่ที ไหน ก็ต้องพกพาความเจ็บป่วยไปด้วย ตราบเท่าที ยังไม่สามารถกําจัดความเจ็บป่วยนั%นออกจากชีวิตได้ ดังนั
อ่านต่อ
%น การเรียนรู้เพื อสร้างสุขภาพที ดี จึงเป็นสิ งจําเป็นสําคัญในการดํารงชีวิตอย่างมีคุณค่าและผาสุก ข้อมูลจากแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที 11 พ.ศ. 2555-2559 ระบุสถานการณ์ความเจ็บป่วยของประชากรไทยดังนี% การสูญเสีย ปีสุขภาวะ ผู้ชายไทยสูญเสียปีสุขภาวะสูงสุดจากการติดสุรา อุบัติเหตุจราจรและโรคหลอดเลือดสมอง ซึ งมีการเปลี ยนแปลงอันดับแรกของการสูญเสียปีสุขภาวะจากการติดเชื%อเอชไอวีหรือเอดส์ ใน พ.ศ. 2547 เป็นการติดสุรา พ.ศ. 2552 สําหรับหญิงไทยมีการสูญเสียปีสุขภาวะสูงสุดจากโรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมอง และจากภาวะซึมเศร้า ซึ งต่างจาก พ.ศ. 2547 ที มีการเปลี ยนแปลงลําดับการสูญเสียปีสุขภาวะจากการติดเชื%อเอชไอวี/เอดส์ เป็นภาวะซึมเศร้า เป็นที น่าสังเกตว่า การติดเชื%อ 2 เอชไอวีหรือเอดส์ ที เคยเป็นสาเหตุหลักของการสูญเสียปีสุขภาวะ กลับมีอันดับลดลง ทั%งในผู้ชายและผู้หญิง โดยสาเหตุหลักของการสูญเสียปีสุขภาวะทั%งในผู้ชายและผู้หญิงไทย มาจากโรค ไม่ติดต่อและโรคเรื%อรัง (คณะกรรมการอํานวยการจัดทําแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ. 2555) สาเหตุการตายจากการคาดประมาณแนวโน้มการตายด้วยโรคต่าง ๆ ของประชากรไทยใน พ.ศ. 2537-2552 โดยใช้สาเหตุการตายโดยตรงจากมรณบัตร พบว่าอีก 10 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2562) อุบัติเหตุจราจร มะเร็งตับ และหลอดเลือดสมอง เป็นสาเหตุการตายที พบสูงสุด ในผู้ชายไทย ในขณะที เบาหวาน หลอดเลือดสมอง และมะเร็งตับ เป็นสาเหตุการตายที พบสูงสุด ในผู้หญิงไทย จะเห็นได้ว่า โรคไม่ติดต่อโดยเฉพาะกลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด มะเร็ง และเบาหวาน เป็นปัญหาสําคัญที ทําให้คนไทยเสียชีวิตเพิ มขึ%น ซึ งสอดคล้องกับสถานการณ์การเจ็บป่วยของคนไทย ที มีแนวโน้มการเจ็บป่วยด้วยโรคเรื%อรังที ป้องกันได้เพิ มขึ%นมาตลอดใน 2 ทศวรรษที ผ่านมา (คณะกรรมการอํานวยการจัดทําแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ. 2555) โรคติดเชื%ออุบัติใหม่ (Emerging infectious diseases : EID) มีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ%นและมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและสุขภาพของประชาชนทั วโลกอย่างมหาศาล (คณะกรรมการอํานวยการจัดทําแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ. 2555) โรคที เกิดจากการประกอบอาชีพ สิ งแวดล้อมและปัจจัยเสี ยงอื น ๆ ปัญหามลพิษและสิ งแวดล้อม ได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนเพิ มสูงขึ%น ใน พ.ศ. 2550-2552 มีรายงานผู้ป่วยด้วยโรคสารเคมีจากการประกอบอาชีพเพิ มขึ%น ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากพิษสารเคมีกําจัดศัตรูพืชและสัตว์ที ใช้ในภาคเกษตรกรรม จากพิษสารเคมีในภาคอุตสาหกรรมรวมทั%งจํานวนผู้ป่วยด้วยโรคจากเหตุปัจจัยทางกายภาพที เกิดจากการประกอบอาชีพและสิ งแวดล้อม เช่น ความร้อน ความเย็น การสั นสะเทือน เสียง แสงสว่าง กัมมันตรังสี เป็นต้น มีแนวโน้มเพิ มมากขึ%น (คณะกรรมการอํานวยการจัดทําแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ. 2555) สถานการณ์ความรุนแรงของโรคไม่ติดต่อเรื%อรังจากวิถีชีวิตที เปลี ยนแปลงไป อันเป็นผล มาจากการเผชิญกับกระแสโลกาภิวัตน์ ระบบทุนนิยมที ให้ความสําคัญกับการพัฒนา ทางด้านวัตถุ เกิดความเสื อมถอยและล่มสลายของสถาบันครอบครัว สถาบันทางสังคม การดําเนินธุรกิจ ที ขาดความรับผิดชอบ เกิดค่านิยม วัฒนธรรม วิถีชีวิตที ไม่พอเพียงและขาดความสมดุล ขาดการใส่ใจดูแลควบคุมป้องกันปัจจัยเสี ยงที ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ อยู่ในสภาพแวดล้อม ที ไม่ปลอดภัย มีภัยคุกคามสุขภาพ และไม่เอื%อต่อการสร้างสุขภาพที ดี (คณะกรรมการอํานวยการจัดทําแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ. 2555) โดยเฉพาะอย่างยิ งพฤติกรรมเสี ยงที สําคัญจากการบริโภคหวานมันเค็มมาก บริโภคผักและผลไม้น้อย สูบบุหรี ดื มสุรา ขาดการออกกําลังกาย เกิดความเครียดและไม่สามารถจัดการกับ 3 อารมณ์ได้เหมาะสม ทําให้มีภาวะนํ%าหนักเกิน อ้วนลงพุง ความดันโลหิตสูง ภาวะเมตตาบอลิกซินโดรม ซึ งเป็นปัจจัยเสี ยงหลักที สําคัญของโรคไม่ติดต่อเรื%อรังที สามารถป้องกันได้ หรือโรควิถีชีวิต ที ทวีความรุนแรงแพร่ระบาดไปทั วโลก ซึ งประเทศไทยก็กําลังเผชิญกับปัญหาที วิกฤติเช่นกัน (คณะกรรมการอํานวยการจัดทําแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ. 2555) จากข้อมูลเชิงประจักษ์พบคนไทยอายุ 15 ปีขึ%นไป พ.ศ. 2551-2552 มีความชุกภาวะนํ%าหนักเกินและอ้วน (BMI มากกว่าหรือเท่ากับ 25 กก./ตร.ม.) ร้อยละ 34.7 (17.6 ล้านคน) อ้วนลงพุง (รอบเอวมากกว่าหรือเท่ากับ 90 เซนติเมตร ในชาย และมากกว่าหรือเท่ากับ 80 เซนติเมตร ในหญิง) ร้อยละ 32.1 (16.2 ล้านคน) ความชุกของโรคเบาหวาน ร้อยละ 6.9 โรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 21.4 และภาวะไขมันในเลือดสูง ร้อยละ 19.4 เกิดการเจ็บป่วยจากโรคมะเร็ง หัวใจ หลอดเลือดสมอง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยในช่วง พ.ศ. 2548-2551 เพิ มขึ%น 1.2-1.6 เท่า เป็น 505, 684, 257, 848 และ 1,149 ต่อแสนประชากร ตามลําดับ หากไม่สามารถสกัดกั%นหรือหยุดยั%งปัญหาได้ จะทําให้เกิดการเจ็บป่วย มีภาวะแทรกซ้อน พิการ และเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ส่งผลให้ภาระค่าใช้จ่ายทางด้านสุขภาพและการสูญเสียทางเศรษฐกิจตามมาอย่างมหาศาล จึงจําเป็นต้องรวมพลังของทั%งสังคมในการปรับเปลี ยนวิถีชีวิต ด้วยการเพิ ม วิถีชีวิตที พอเพียงจากการบริโภคที เหมาะสม การออกกําลังกายที เพียงพอ และการจัดการอารมณ์ได้เหมาะสม ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและสุขภาพพอเพียง ในการป้องกันแก้ไขปัญหาทางด้านสุขภาพและผลกระทบจากโรควิถีชีวิต และนําไปสู่การสร้างสุขภาพดีวิถีชีวิตไทยได้อย่างจริงจังและยั งยืน (คณะกรรมการอํานวยการจัดทําแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ. 2555) องค์การอนามัยโลกรายงานข้อเท็จจริงที สอบทานแล้ว เมื อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2556 เกี ยวกับโรคเบาหวานว่ามีผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวานทั วโลกจํานวน 347 ล้านคน ในปี พ.ศ. 2547 มีผู้เสียชีวิตประมาณ 3.4 ล้านคน จากผลของระดับนํ%าตาลในเลือดที สูง ซึ งเป็นตัวเลขใกล้เคียงกับ ที ประมาณการไว้ในปี พ.ศ. 2553 องค์การอนามัยโลกคาดว่าโรคเบาหวานจะเป็นสาเหตุการตายลําดับที เจ็ดในปี พ.ศ. 2573 (องค์การอนามัยโลก. 2556) ในรายงานข้อเท็จจริงที ปรับข้อมูลเป็นปัจจุบันเมื อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2556 ขององค์การอนามัยโลก รายงานว่า ในปี พ.ศ. 2551 มีผู้เสียชีวิตจากกลุ่มโรคหลอดเลือดและหัวใจ (CVDs) จํานวน 17.3 ล้านคน โดยส่วนใหญ่เกิดจากโรคหัวใจ และโรคสมองขาดเลือด และคาดว่าจะเพิ มเป็น 23.3 ล้านคนในปี พ.ศ. 2573 กลุ่มโรคหลอดเลือดและหัวใจส่วนใหญ่สามารถป้องกันได้ โดยระบุปัจจัยเสี ยงเช่น การสูบบุหรี การบริโภคที ไม่ดีต่อสุขภาพและโรคอ้วน พฤติกรรมการไม่ออกกําลังกาย ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานและไขมันสูง (The World Health Organization (WHO). 2013a 2013b) 4 จากข้อมูลดังกล่าว จะเห็นได้ว่า ปัจจุบันคนในโลกและคนไทยส่วนใหญ่ มีวิถีชีวิตที เคร่งเครียด วิตกกังวล เร่งรีบ เร่งร้อน อาหารการกินส่วนใหญ่ก็เต็มไปด้วยสารพิษสารเคมีและ ไม่สมดุล ไม่ออกกําลังกายหรือออกกําลังกายไม่ถูกต้อง สัมผัสสภาพสังคมสิ งแวดล้อมที เต็มไปด้วยมลพิษ เช่น มิตรสหายที ไม่ดี เศรษฐกิจที ไม่ดี ภาวะโลกร้อน อากาศเป็นพิษ นํ%าเป็นพิษ ดินเป็นพิษ การสัมผัสกับเครื องยนต์ เครื องไฟฟ้า เครื องอิเล็กทรอนิกส์ เกินความสมดุล เป็นต้น สภาพดังกล่าว เป็นสาเหตุหลักที ทําให้เกิดความเจ็บป่วยด้วยอาการและโรคต่าง ๆ และนับวันความเจ็บป่วยก็ทวีความรุนแรงมากขึ%น อัตราการเสียชีวิตด้วยโรคต่าง ๆ ก็มากขึ%น ผู้วิจัยได้พัฒนา “การแพทย์วิถีพุทธ” ซึ งหมายถึง การแพทย์ที นําเอาจุดดีของวิทยาศาสตร์การดูแลสุขภาพทั%ง 4 แผน คือ แผนปัจจุบัน แผนไทย แผนทางเลือกและแผนพื%นบ้าน รวมกับหลัก 8 อ. เพื อสุขภาพที ดีของสถาบันบุญนิยม มาจัดการองค์ความรู้ ประยุกต์ผสมผสานบูรณาการด้วยหลักธรรม ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพสังคมสิ งแวดล้อมในปัจจุบัน เน้นการแก้ไขหรือลดปัญหาสุขภาพที ต้นเหตุ โดยใช้สิ งที ประหยัดที สุด แต่ให้เกิดประโยชน์สูงที สุด ด้วยวิธีที เรียบง่าย ได้ผลรวดเร็ว สามารถพึ งพาตนเองได้ ใช้ทรัพยากรในท้องถิ นเป็นหลัก ประยุกต์เข้ากับวิถีชีวิตได้ และมีความยั งยืน โดยสามารถสร้างความเป็นพุทธะในตนไปพร้อม ๆ กับการเกื%อกูลมวลมนุษยชาติ ด้วยการสานพลังกับหมู่มิตรดีในสังคมและสิ งแวดล้อมที ดี โดยปฏิบัติปรับสมดุลร้อนเย็นด้วยเทคนิค 9 ข้อ (ยา 9 เม็ด) ซึ งปรับสมดุลไปสู่จุดที รู้สึกสุขสบาย เบากาย มีกําลัง และปรับกลับไปกลับมาตามภาวะร้อนเย็นของผู้นั%น ณ สิ งแวดล้อมปัจจุบันนั%น ๆ อาจเลือกทําเพียงข้อใดข้อหนึ งหรือหลายข้อร่วมกันตามความเหมาะสมของแต่ละคน ข้อใดที ทําแล้วรู้สึกสุข สบาย เบากาย มีกําลัง แสดงว่าเหมาะสมกับผู้นั%น ณ เวลานั%น ควรทําต่อไป ส่วนข้อใดที ทําแล้วรู้สึกไม่สุข ไม่สบาย หนักตัว อ่อนเพลีย แสดงว่าไม่เหมาะสมกับผู้นั%น ณ เวลานั%น ควรงดเสีย เทคนิค 9 ข้อ (ยา 9 เม็ด) มีดังนี% 1. การรับประทานสมุนไพรปรับสมดุลร้อนเย็น 2. การกัวซาหรือขูดซาหรือขูดพิษหรือขูดลม (การขูดระบายพิษทางผิวหนัง) 3. การสวนล้างพิษออกจากลําไส้ใหญ่ด้วยสมุนไพรที ถูกกัน (ดีท็อกซ์) 4. การแช่มือแช่เท้าหรือส่วนที ไม่สบายในนํ%าสมุนไพร ตามภาวะร้อนเย็นของร่างกาย 5. การพอก ทา หยอด ประคบ อบ อาบ เช็ด ด้วยสมุนไพร ตามภาวะร้อนเย็นของร่างกาย 6. การออกกําลังกาย กดจุดลมปราณ โยคะ กายบริหาร ที ถูกต้อง 7. การรับประทานอาหารปรับสมดุล ตามภาวะร้อนเย็นของร่างกาย 8. ใช้ธรรมะ ละบาป บําเพ็ญกุศล ทําจิตใจให้ผ่องใส คบมิตรดีสหายดีสร้างสังคมสิ งแวดล้อมที ดี 9. รู้เพียร รู้พักให้พอดี ซึ งเทคนิคข้อที 8 และ 9 นั%น สัมพันธ์กับโอวาทปาฏิโมกข์เป็นหลักคําสอนสําคัญของพระพุทธศาสนา หรือคําสอนอันเป็นหัวใจสําคัญของพระพุทธศาสนา ได้แก่ พระพุทธพจน์ 3 คาถากึ ง 5 ที พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระอรหันต์ 1,250 รูป ผู้ไปประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย ณ พระเวฬุวนาราม ในวันมาฆบูชา ได้แก่ การไม่ทําบาปทั%งปวง การทํากุศลให้ถึงพร้อม การชําระจิตของตนให้ผ่องแผ้ว ธรรมทั%ง 3 อย่างนี%เป็นคําสอนของพระพุทธเจ้าทั%งหลาย (ที.ม.10/54) หลักปฏิบัติที เป็นต้นเหตุให้อายุยืน 7 ประการ ในพุทธธรรมได้แก่ 1) เป็นผู้ทําความสบายแก่ตนเอง 2) รู้จักประมาณในสิ งที สบาย 3) บริโภคสิ งที ย่อยง่าย 4) เที ยวในกาละอันสมควร 5) ประพฤติเพียงดังพรหม (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา) 6) เป็นผู้มีศีล 7) มีมิตรดีงาม สําหรับ เหตุให้อายุสั%น ก็ตรงกันข้าม (องฺ.ปpฺจก.22/125-126) สัปปายะ คือสิ งที เหมาะควรแก่การเพิกถอนกิเลส ได้แก่ อาวาสสัปปายะ (ที อยู่ซึ งเหมาะควร) โคจรสัปปายะ (ที ไปซึ งเหมาะควร) ภัสสสัปปายะ (การพูดคุยที เหมาะควร) ปุคคลสัปปายะ (บุคคลที เหมาะควรเกี ยวข้อง) โภชนสัปปายะ (อาหารที เหมาะควร) อุตุสัปปายะ (สภาพแวดล้อมที เหมาะควร) อิริยาปถสัปปายะ (อิริยาบถที เหมาะควร) (วิ.อ.2/368) อสัปปายะ คือสิ งที ไม่เหมาะควรแก่การเพิกถอนกิเลส ได้แก่ อาวาสอสัปปายะ (ที อยู่ ซึ งไม่เหมาะควร) โคจรอสัปปายะ (ที ไปซึ งไม่เหมาะควร) ภัสสอสัปปายะ (การพูดคุยที ไม่เหมาะควร) ปุคคลอสัปปายะ (บุคคลที ไม่เหมาะควรเกี ยวข้อง) โภชนอสัปปายะ (อาหารที ไม่เหมาะควร) อุตุอสัปปายะ (สภาพแวดล้อมที ไม่เหมาะควร) อิริยาปถสัปปายะ (อิริยาบถที ไม่เหมาะควร) (วิ.อ. 2/368) เราไม่พัก เราไม่เพียร เราข้ามโอฆะสงสารได้ (สํ.ส.15/2) โลภะ โทสะ โมหะ เกิดจากตัวเอง ย่อมเบียดเบียนผู้มีใจชั ว ดุจขุยไผ่ฆ่าต้นไผ่ ฉะนั%น (ขุ.ม. 29/18) การเบียดเบียนทําให้มีโรคมากและอายุสั%น การไม่เบียดเบียนทําให้มีโรคน้อยและอายุยืน (ม.อุ.14/580-585) ความสั งสมบาป นําทุกข์มาให้ (ขุ.ธ.25/19) การไม่ทําบาป นําสุขมาให้ (ขุ.ธ.25/25) ความสั งสมบุญ นําสุขมาให้ (ขุ.ธ.25/19) อกุศลธรรมเจริญขึ%น กุศลธรรมเสื อม อกุศลธรรมเสื อม กุศลธรรมเจริญขึ%น (ที.ม.10/258) เมื อเขาเสพศีลพรต ชีวิตพรหมจรรย์ ซึ งมีการบํารุงดี อกุศลธรรมเสื อมไป กุศลธรรมเจริญมากยิ งขึ%น ศีล พรต ชีวิตพรหมจรรย์ ซึ งมีการบํารุงดี เห็นปานนั%นมีผล (องฺ.ทุก.20/518) ละเหตุทุกข์ได้ เป็นสุขในที ทั%งปวง (ขุ.ธ.25/59) ละทุกข์ทั%งปวงได้ เป็นความสุข (ขุ.ธ.25/33) ผู้ประพฤติธรรม อยู่เป็นสุข (ขุ.ธ.25/37) จะเห็นได้ว่า พระพุทธเจ้าตรัสรู้พบว่า การประพฤติธรรม อันจะทําให้ชีวิตมีความผาสุกนั%น ต้องดับเหตุแห่งทุกข์ คือ ความโลภโกรธหลง การคบมิตรชั ว การอยู่ในสังคมสิ งแวดล้อมที ไม่ดี และการไม่รู้จักเพียรพักให้พอดี อันเป็นการเบียดเบียนตนเองและผู้อื น ซึ งเป็นวิบาก (พลังสร้างผล) ที ทําให้มีโรคมากและอายุสั%น รวมทั%งได้รับความเดือดร้อนเลวร้ายต่าง ๆ การดับเหตุแห่งทุกข์ดังกล่าวนั%น พระพุทธเจ้าตรัสว่าให้ใช้ธรรมะ ละบาป บําเพ็ญกุศล ทําจิตใจให้ผ่องใส คบมิตรดี 6 สหายดีสร้างสังคมสิ งแวดล้อมที ดี และรู้เพียรรู้พักให้พอดี ดังนั%น การแพทย์วิถีพุทธจึงถือว่าเทคนิคข้อที 8 และ 9 นั%น เป็นสิ งที มีความสําคัญมากที สุด ต่อสุขภาวะของตนเองและผู้อื น ข้อมูลดังกล่าวสัมพันธ์กับข้อมูลจากการวิจัยสัญจร (เก็บข้อมูลภาคสนาม) ในประเทศเพื อนบ้านสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (ลาว) และสาธารณรัฐประชาชนจีน (จีน) ของนักศึกษาระดับปริญญาเอก หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ระหว่างวันที 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 ถึงวันที 2 มีนาคม พ.ศ. 2557 ผู้วิจัยพบว่า โดยส่วนใหญ่มนุษย์แต่ละชาติพันธุ์จะมีพลังที แรงกล้าแห่งความปรารถนาดี ความผูกพัน ความห่วงใย ในความเป็นอยู่ของชาติพันธุ์ของตน รวมทั%งการรักษาเกียรติยศ ศักดิsศรี ชื อเสียง ของชาติพันธุ์ตน แต่ละชาติพันธุ์จะมีภาษาที สื อสารเข้าใจกันได้ดี มีความไว้วางใจกัน รู้จักรายละเอียดของวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาติพันธุ์ตนเป็นอย่างดี โดยเฉพาะรู้จักสภาพสุขภาวะของชาติพันธุ์ตนได้ดีกว่าชนต่างชาติพันธุ์ ซึ งตามความหมายที องค์การอนามัยโลก ได้นิยามคําว่า “สุขภาพ” ว่าหมายถึง สุขภาวะที สมบูรณ์ทั%งทางกาย จิตใจ สังคม และปัญญา มิใช่เพียง การปราศจากโรคหรือความพิการเท่านั%น (องค์การอนามัยโลก และ พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550) หรือสุขภาวะที สมบูรณ์ทุก ๆ ทางเชื อมโยงกัน สะท้อนถึงความเป็นองค์รวมอย่างแท้จริงของสุขภาพที เกื%อหนุนและเชื อมโยงกันทั%ง 4 มิติ นํามาสู่วิสัยทัศน์ของสํานักงานกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) คือ คนไทยมีสุขภาวะยั งยืน หมายถึง คนไทยมีสุขภาวะดี ครบทั%งสี ด้าน ได้แก่ กาย จิต สังคม และปัญญา อันได้แก่ (1) สุขภาวะทางกาย หมายถึง การมีร่างกายที สมบูรณ์แข็งแรง มีเศรษฐกิจพอเพียง มีสิ งแวดล้อมดี ไม่มีอุบัติภัย เป็นต้น (2) สุขภาวะทางจิต หมายถึง จิตใจที เป็นสุข ผ่อนคลาย ไม่เครียด คล่องแคล่ว มีความเมตตา กรุณา มีสติ มีสมาธิ เป็นต้น (3) สุขภาวะทางสังคม หมายถึง การอยู่ร่วมกันด้วยดี ในครอบครัว ในชุมชน ในที ทํางาน ในสังคม ในโลก ซึ งรวมถึงการมีบริการทางสังคมที ดี และมีสันติภาพ เป็นต้น (4) สุขภาวะทางปัญญา (จิตวิญญาณ) หมายถึง ความสุขอันประเสริฐที เกิดจากมีจิตใจสูงเข้าถึงความจริงทั%งหมด ลดละความเห็นแก่ตัว มุ่งเข้าถึงสิ งสูงสุด ซึ งหมายถึงพระนิพพาน หรือ พระผู้เป็นเจ้าหรือความดีสูงสุด สุดแล้วแต่ความเชื อที แตกต่างกันของแต่ละคน (นับวรรณ เอมนุกูลกิจ. 2552) ในเมื อแต่ละชาติพันธุ์มีภาษาที สื อสารเข้าใจกันได้ดี มีความไว้วางใจกัน รู้จักรายละเอียดของวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาติพันธุ์ตนเป็นอย่างดี โดยเฉพาะรู้จักสภาพสุขภาวะของชาติพันธุ์ตนได้ดีกว่าชนต่างชาติพันธุ์ รวมทั%งวิถีชีวิตส่วนใหญ่ก็ดําเนินชีวิตอยู่ในสังคมสิ งแวดล้อมของชาติพันธุ์ 7 นั%น ๆ จิตอาสาของชาติพันธุ์นั%น ๆ จึงมีองค์ประกอบในการสร้างความผาสุกให้กับชาติพันธุ์ของตนได้ดีกว่าชนต่างชาติพันธุ์ และแต่ละชาติพันธุ์จะมีสภาพสังคมสิ งแวดล้อมที แตกต่างกัน ทําให้มีทรัพยากร ภูมิปัญญาองค์ความรู้ที แตกต่างกัน การแลกเปลี ยนทรัพยากรรวมทั%งภูมิปัญญาองค์ความรู้ที เป็นประโยชน์ระหว่างชาติพันธุ์ เป็นคุณค่าของนํ%าใจแห่งการเอื%อมเอื%อเกื%อกว้าง เพื อสร้างความผาสุกให้เกิดต่อนานาชาติพันธุ์ จิตอาสานานาชาติพันธุ์ที มีสัมพันธภาพที ดีต่อกัน ช่วยเหลือเกื%อกูลกัน จึงมีความสําคัญอย่างยิ งต่อความผาสุกของมวลมนุษยชาติ จากการสังเกตและสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสําคัญ ทั%งในประเทศลาว และจีน ผู้วิจัยพบว่า ส่วนใหญ่มีลักษณะทางภูมิประเทศคล้ายกันคือ ส่วนใหญ่เป็นภูเขา ในชนบทที ความเจริญทางวัตถุยังเข้าไม่ถึงนั%นมีเพียงส่วนน้อย บริเวณภูเขาทั%งสองประเทศส่วนใหญ่ปลูกยางพารา ช่องว่างระหว่างภูเขาซึ งเป็นที ลุ่มในประเทศลาวส่วนใหญ่จะปลูกข้าวสลับกับพืชเชิงเดี ยวที ใช้สารเคมีมาก ส่วนในประเทศจีนส่วนใหญ่ปลูกกล้วยหอมที ใช้สารเคมีมาก ภาพที 1 การปลูกพืชเชิงเดี ยวยางพาราบนภูเขาทั%งลูกในประเทศลาวและจีน ที มา (ภูเพียรธรรม วิวัฒน์วิชา, ภาพถ่าย. 2557, กุมภาพันธ์ 26) ดังข้อมูล ณ บ้านนํ%าฟ้า อําเภอเมือง จังหวัดเวียงภูคา ประเทศลาว เป็นชนบทของประเทศลาว พื%นที ส่วนใหญ่เป็นภูเขา ที ยังมีป่าธรรมชาติอยู่พอสมควร ความเจริญทางวัตถุยังเข้าถึงไม่มากนัก ชาวเผ่าลาวเทิงอาศัยอยู่บริเวณดังกล่าว ส่วนใหญ่ทําอาชีพเกษตรกรรม ชาย อายุ 25 ปี หน้าตา ยิ%มแย้มแจ่มใส พูดคุยทักทายกับผู้วิจัยอย่างเป็นมิตร ได้เล่าให้ฟังว่า “ชีวิตเขาอาศัยอยู่ในละแวกนี% ต้องทํางานทั%งในหมู่บ้านชนบทและในเมือง ชาวบ้าน ในชนบทดํารงชีวิตอยู่เรียบง่าย ไม่ค่อยมีความเครียด ไม่เร่งรีบ มีนํ%าใจ ไม่ค่อยเห็นแก่ตัวเหมือน ในเมือง กินพืชผักจากธรรมชาติเป็นหลัก กินปลาที หาได้ตามธรรมชาติเป็นบางครั%ง ไม่ค่อยมี โรคเรื%อรังที ร้ายแรง เช่น มะเร็ง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง จะมีอาการไม่สบายบ้างบางคราว ก็ไม่รุนแรง เช่น การเป็นไข้ ปวดตามข้อ เป็นต้น การรักษาก็มีทั%งใช้สมุนไพร แก้ผี หรือไปโรงพยาบาล ตามความเชื อของแต่ละคน ส่วนในเมืองนั%นคนมักจะป่วยด้วยโรคเรื%อรังที ร้ายแรง เช่น มะเร็ง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เพราะคนส่วนใหญ่กินอาหารแบบจีนซึ งปรุงโดยใช้นํ%ามันมาก 8 หมูเป็ดไก่ปลาที เลี%ยงด้วยสารเคมีมาก ผักที ใช้สารเคมีมาก คนในเมืองใช้เงินเป็นหลัก จิตใจไม่ค่อยดี คนบ้านนอกไม่ค่อยใช้เงิน อาหารก็หากินเองตามธรรมชาติ จิตใจดีกว่าคนในเมือง” (สีนวล ไชยจักร, สัมภาษณ์. 2557, กุมภาพันธ์ 25) ภาพที 2 การเก็บข้อมูลภาคสนาม ณ บ้านนํ%าฟ้า อําเภอเมือง จังหวัดเวียงภูคา ประเทศลาว เมื อวันที 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 ที มา (ภูเพียรธรรม วิวัฒน์วิชา, ภาพถ่าย. 2557, กุมภาพันธ์ 25) และข้อมูลในประเทศจีน บริเวณสิบสองปันนา พื%นที ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยภูเขา คนส่วนใหญ่ที อาศัยอยู่เป็นชาวไทลื%อ หญิงชาวไทลื%อเล่าให้ฟังว่า “กลุ่มคนที อายุยืนจะอยู่ในชนบท กินนํ%าและอาหารธรรมชาติจากภูเขา” (คําเอื%อย, สัมภาษณ์. 2557, กุมภาพันธ์ 26) ภาพที 3 การเก็บข้อมูลภาคสนาม ณ หมู่บ้านไทลื%อม่านติ%ว เมืองเชียงรุ่ง (อําเภอเมือง จังหวัดสิบสอง ปันนา มณฑลยูนนาน ประเทศจีน) เมื อวันที 26-27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 ที มา (ภูเพียรธรรม วิวัฒน์วิชา, ภาพถ่าย. 2557, กุมภาพันธ์ 26) 9 จะเห็นได้ว่า ประชากรทั%งสองประเทศมีส่วนน้อยที ได้บริโภคอาหารและนํ%าที ปลอดภัย และได้อาศัยอยู่ในสภาพสังคมสิ งแวดล้อมที เอื%อต่อการมีสุขภาวะดี ส่วนใหญ่บริโภคอาหารและ นํ%าที เป็นพิษ และอาศัยอยู่ในสภาพสังคมสิ งแวดล้อมที เป็นภัยต่อสุขภาวะ แสดงให้เห็นว่าประชากร ลาว จีน เพื อนบ้านของไทย ชีวิตเริ มมีปัญหาสุขภาวะเช่นเดียวกับประชากรทั วโลก ปัจจัยเสี ยงต่อสุขภาวะด้านภูมิปัญญา เศรษฐกิจและสังคม ดังกล่าว สอดคล้องกับ คํากล่าวถึงสํานึกใหม่ของผู้นําท่ามกลางกระแสการดึงรั%ง ระหว่างภูมิปัญญาชาติพันธุ์และเศรษฐกิจแบบโลกาภิวัตน์ ว่า “ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ทั%งโดยการศึกษาทางชีววิทยา เคมีและฟิสิกส์ ในห้วงเวลาร่วมร้อยปีในศตวรรษที 20 มีผลกระทบต่อศาสตร์สาขาต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะฟิสิกส์สมัยใหม่มีอิทธิพลอย่างลึกซึ%งต่อสังคมมนุษย์ในแง่มุมต่าง ๆ เกือบทั%งหมด กลายเป็นพื%นฐานสําคัญของวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ (Natural Science) รวมทั%งสามารถบูรณาการระหว่างวิทยาศาสตร์ธรรมชาติกับเทคโนโลยี ศาสตร์สมัยใหม่ดังกล่าวนี% มีอิทธิพลต่อโครงสร้างทางการเมืองของโลก เพราะศาสตร์ดังกล่าวสามารถเข้าถึงและก้าวเลยไปถึงความคิดและวัฒนธรรมของมนุษย์ ได้เปลี ยนแปลงเงื อนไขพื%นฐานของการดํารงอยู่ของชีวิตบนพื%นโลกทั%งในทางที เป็นคุณประโยชน์ และเป็นโทษอันตรายต่อชีวิต (อัจฉรา ภาณุรัตน์. 2550 : 3) วิทยาศาสตร์ธรรมชาติและเทคโนโลยีสามารถทําให้มนุษย์เปลี ยนทัศนคติของตนต่อจักรวาลและต่อความสัมพันธ์ของตนต่อจักรวาลอีกด้วย ในยุคความทันสมัยหรือยุคอุตสาหกรรมที ผ่านมา คนทางฝั งตะวันออกของโลก ต่างก็พยายามปรับทัศนคติให้โน้มเอียงและเชื อถือกิจกรรมการกระทําตามแบบแผนของคนฝั งตะวันตกของโลก เพราะชนชาติเหล่านั%นพาเราพบแต่ความทันสมัย มีเทคโนโลยีทุ่นแรงมากมาย โน้มน้าวจิตใจของเราให้ทุ่มเททุกสิ งทุกอย่างเพื อบํารุงความสุข มีอิทธิพลต่อการสืบทอดความรู้และอุดมการณ์ในการดําเนินชีวิต บรรยากาศทางการเมืองการปกครองของแต่ละประเทศทางฝั งตะวันออกของโลก โดยเฉพาะทวีปเอเชียปรากฏเป็นความปั นป่วนทางการเมืองเกือบทุกประเทศ มีการก่อรูปและเติบโตของรัฐบาลให้มีอํานาจสูงสุดเพื อวางกฎเกณฑ์ควบคุมชีวิตประชาชน ประชาชนต้องยอมสละอํานาจอธิปไตยของแต่ละคนบางส่วนเพื อจัดตั%งประชาสังคมและรัฐขึ%นมา ปัญหาที ตามมาก็คือประชาชนไม่สามารถควบคุมอํานาจอธิปไตยของรัฐได้ ในการดังกล่าวนี% อิทธิพลการเมืองการปกครองได้ก้าวลํ%าเข้าถึงระบบการศึกษา การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในโรงเรียน ด้วยแนวคิดที เน้นการพัฒนาทางวัตถุมากกว่าจิตวิญญาณ ระดมทุนสร้างโรงเรียนและชั%นเรียนให้มีเครื องทุ่นแรงและเป็นคล้ายทาสทางเทคโนโลยีและเศรษฐกิจของชาวตะวันตก ผู้เป็นแม่แบบการสร้างสังคมระบบอุตสาหกรรมหรือความทันสมัยดังกล่าว ผู้บริหารการศึกษามีทัศนคติความเชื อและความลุ่มหลงตามแนวทางตะวันตก หลงประเด็นวิทยาศาสตร์แนวเก่าและฟิสิกส์สมัยเก่า ซึ งมีอิทธิพลและเป็นพื%นฐานงานวิจัยหรือระเบียบวิธีวิจัย 10 ในศตวรรษที 17 ที เน้นความเชื อมั นในชุดทฤษฎีคณิตศาสตร์มากกว่าความเป็นจริงในธรรมชาติ วิทยาศาสตร์แนวเก่ามีอิทธิพลล่วงลํ%าถึงระบบความคิดและวัฒนธรรมของมนุษย์ รวมถึงความเชื อว่าสถานการณ์ต่าง ๆ เมื อถูกจัดอย่างมีระบบระเบียบและมีตรรกะแล้ว คือความสมบูรณ์ ในยุคความทันสมัยที ผ่านมา (อัจฉรา ภาณุรัตน์. 2550 : 3-4) วิทยาศาสตร์ไม่เคยคํานึงถึงจุดเริ มต้นของจักรวาล ต่างก็มองว่าอวกาศคือนิรันดร์กาลไม่เปลี ยนแปลง เพราะทุกภาคส่วนของจักรวาลถูกตรึงด้วยแรงโน้มถ่วง จากความเชื อดังกล่าว
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive