581107 รายงานงานมหาปวารณา ครั้งที่ 33 วันที่ 5-8 พฤศจิกายน 2558(สารอโศก).docx

โฟลเดอร์2558
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์23 KB
วันที่แก้ไข1 ธันวาคม 2558

เนื้อหาในไฟล์

581107 รายงานงานมหาปวารณา ครั้งที่ 33 วันที่ 5-8 พฤศจิกายน 2558

งานมหาปวารณา ครั้งที่ 33 ฉลอง45ปีเส้นทางสัมมาอาริยมรรค พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ วันที่ 5-8 พฤศจิกายน 2558 ณ ชุมชนบุญนิยมปฐมอโศก

ในปี 2558นี้ เป็นปีครบรอบ 45 ปี การอุปสมบทของพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ที่บวชในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2513 เมื่อกาลเวลาหมุนเวียนมาถึงปีนี้ ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 ก็จะครบรอบ 45 ปีของการอุปสมบทของพ่อครู เป็น 45 ปีแห่งโพธิกิจ ที่พ่อครูได้นำพาสร้างหมู่กลุ่มนักปฏิบัติธรรมชาวอโศกให้เจริญธรรม เป็นปึกแผ่นแน่นเหนียวมาถึงทุกวันนี้ ลูกๆชาวอโศกทุกคน จึงพร้อมใจกันจัดงาน 45 ปีเส้นทางสัมมาอาริยมรรค พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ขึ้น เพื่อให้ลูกหลานชาวอโศกได้แสดงกตัญญูกตเวทิตาต่อพ่อครูด้วยการปฏิบัติบูชา และจัดงานเฉลิมฉลองขึ้นดังเช่นงานมหาปวารณา ครั้งที่ 33 นี้ ในวันที่ 5-8 พฤศจิกายน 2558 ณ พุทธสถานปฐมอโศก ก่อนงาน มีการจัดค่าย "เส้นทางสู่สัมมาทิฏฐิ" เป็นค่ายนร.ม.4 กับปวช.ปี1 ที่มาจากสัมมาสิกขา 6 โรงเรียนของชาวอโศก นร.มีจำนวน 35 คน เร่ิมตั้งแต่ 29 ตุลาคม – 3 พฤศจิกายน 2558 วันที่ 4 พฤศจิกายน ๒๕๕๘ วันนี้เป็นวันแรกของงานมหาปวารณา ญาติธรรมเริ่มทยอยกันเข้างานแล้ว ที่หอประชุมชาวบ้าน มีการจัดสัมมนาการศึกษา เรื่อง การจัดกระบวนการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง (ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้) เพิ่มเวลาปฏิบัติ และเพิ่มคุณธรรม โดยมีปฏิบัติกรคือ อ.จำรัส ช่วงชิง ญาติธรรมกลุ่มอุบลอโศก ปี 23 มาเป็นวิทยากรพาทำ ซึ่งอ.จำรัส ผ่านประสพการณ์จากการเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนใหญ่ๆ มาสู่การบริหารจัดการโรงเรียนเล็กๆที่ถูกปิดไปแล้ว อย่าง HYPERLINK "https://th-th.facebook.com/pages/%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%

อ่านต่อ

B8%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3-%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B2-%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8D/488068811240477" รร.บ้านกุดเสถียร อ.เลิงนกทา อำนาจเจริญ ให้สามารถพลิกฟื้นกลับมาเป็นโรงเรียนต้นแบบในการเรียนการสอนแบบบูรณาการได้ จนมีคนไปดูงานกันไม่ขาดสาย และได้นำหลักปรัชญาของชาวอโศกไปใช้ในการทำงานเป็นอาจารย์สอนเด็กอยู่ที่โรงเรียน โดยใช้วิธีบูรณาการการเรียนการสอน แบบบ้านวัดโรงเรียน ใช้การทำงาน เป็นการสอนสาระการเรียนรู้ ตามแบบที่กระทรวงต้องการให้รู้ แต่ไม่เน้นเรียนในห้อง ให้ไปเรียนรู้กับของจริงกับงานจริงๆมีผลผลิตจริง แล้วจึงบูรณาการองค์ความรู้วิชาการ สาระวิชาการต่างๆเข้าไปในการเรียน เมื่อมีปฏิบัติกรที่ดีและคุรุชาวอโศกก็พร้อมปรับปรุง ทำให้เห็นบรรยากาศของคุรุชาวอโศกมารวมตัวกันทำเวิร์คชอบ เรื่องการบูรณาการอย่างไร ให้สามารถนำองค์ความรู้วิชาการไปสู่การปฏิบัติ อย่างไม่แยกส่วน ในวันนี้ มีการประชุมประจำปีของสิกขมาตุอีกด้วย ซึ่งมีสมณะ 15 รูป มาให้ขุมทรัพย์แก่สิกขมาตุจำนวน 21 รูป

วันพฤหัสที่ 5 พฤศจิกายน 2558 เวลา 4 .00 น. ท่านสมณะจากทุกพุทธสถาน สังฆสถาน จำนวน 85 รูปจากทั้งหมด 91 รูป ซึ่งมีบางรูปท่านอาพาธไม่สามารถมาร่วมงานได้ ท่านสมณะมาประกอบพิธีมหาปวารณา เป็นยัญพิธีที่สำคัญของนักบวช ซึ่งพ่อครูเคยบอกว่า ปวารณาคือสุดยอดวิชชาของพุทธ เพราะมีแต่การรู้ข้อบกพร่อง ข้อไม่ดีในตนเท่านั้น จึงจะทำให้มีโอกาสแก้ไขปรับปรุงเป็นคนดี ดีขึ้นทุกขณะ ธรรมดาคนป่วยก็ย่อมมีเชื้อโรค การได้เห็นเชื้อโรคจึงคือความหวังที่จะหายป่วย คนที่ยังไม่ใช่พระอรหันต์ก็เช่นกันย่อมมีกิเลสเป็นธรรมดา การได้เห็นกิเลสจึงคือความหวังที่จะหมดกิเลส คนฉลาดจึงไม่คิดเสียใจให้ได้ประโยชน์แต่จะพยายามคิดขจัดกิเลสอย่างเบิกบาน ปวารณา คือการยอมตนให้ผู้อื่นว่ากล่าวตักเตือนได้ ให้บอกกล่าวได้ ให้รบกวนได้ ให้ตำหนิติเตียนได้ แม้แต่จะให้ดุด่าได้ โดยผู้ปวารณาจะขอน้อมรับต่อทุกคำตำหนิ อันเปรียบเสมือนขุมทรัพย์ และขอน้อมคารวะ ต่อผู้ชี้ขุมทรัพย์ ด้วยจริงใจขอบคุณและขอบคุณ เป็นสิ่งที่พึงมีพึงเป็นสำหรับนักบวชชาวอโศกที่พ่อครูได้เคยกล่าวไว้ พิธีมหาปวารณา เริ่มต้นตั้งแต่ตี 4 สิ้นสุดลงเวลาประมาณ 16.20 นาที ของวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ เป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่การประชุมมหาปวารณา เสร็จสิ้นภายในวันเดียว เนื่องจากมีความลงตัวในการเป็นอยู่ของสมณะมากขึ้น หลังจากนั้นท่านสมณะ ได้ร่วมถ่ายรูปพร้อมกัน ข้างซุ้มหินข่อยค้ำ ที่ด้านหน้าทางเข้าพุทธสถานปฐมอโศก เป็นอันเสร็จพิธีมหาปวารณา ครั้งที่ 33 วันนี้มีรายการภาคค่ำ ลูกรำลึกถึงพ่อ ดำเนินรายการโดย สม.ผาแก้ว ชาวหินฟ้า สม.กล้าข้ามฝัน อโศกตระกูล สัมภาษณ์ ญาติธรรม นร.สัมมาสิกขา เรื่องประทับใจอะไรในพ่อครู และ 45 พรรษาบนเส้นทางสัมมาอาริยมรรค เราจะตั้งใจทำอะไรถวายพ่อครู ซึ่งส่วนใหญ่ก็ตั้งใจรักษาศีล ประพฤติธรรมให้เคร่งครัดขึ้น วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2558 เวลา 3.30 น. เสียงระฆังดังทั่วพุทธสถาน เป็นสัญญาณเริ่ม ของทำวัตรเช้าและการฟังธรรม เป็นการทำวัตรเช้าครั้งแรกหลังจากจบพิธีมหาปวารณา โดยมีรายการเวียนธรรมของท่านสมณะ ท่านสิกขมาตุในหัวข้อ “45 ปี ปฏิบัติบูชา เส้นทางสัมมาอาริยมรรค พ่อครูสมณะโพธิรักษ์” มีท่านสมณะ 40 รูป ท่านสามเณร 1 รูป ท่านสิกขมาตุ 12 รูป พระอาคันตุกะ 6 รูป มาเวียนธรรมให้ธรรมะกับญาติโยม เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติ เพื่อเข้าสู่เส้นทางสัมมาอาริยมรรคอย่างสัมมาทิฏฐิ หลังจากทำวัตรเช้า เวลาประมาณ 6.30 น มีการใส่บาตร เช้านี้มีการแบ่งสายบิณฑบาต ออกเป็น 2 สาย สายแรกเป็นสายบิณฑบาตภายในชุมชน มีท่านสมณะ 30 รูป สามเณร 2 รูป พระอาคันตุกะ 4 รูป สามเณรน้อย 6 รูป ท่านสิกขมาตุ 4 รูป สายที่ 2 เป็นสายบิณฑบาตนอกชุมชน มีท่านสมณะ 39 รูป พระอาคันตุกะ 2 รูป ท่านสิกขมาตุ 6 รูป อากาศวันนี้เป็นใจมาก ร่มรื่น เย็นสบาย ญาติโยมนำข้าวสุกขนมสด มาใส่บาตร ตลอดเส้นทางบิณฑบาต ท่านสมณะ ท่านสิกขมาตุ ได้ทักทายพูดคุยกับ ญาติโยมและญาติธรรมจากทั่วทุกภาคของประเทศ และมีผู้ที่จิตศรัทธามารอใส่บาตรเป็นจำนวนมาก ในเวลา 9.00 น. ที่บริเวณ ลานจอดรถ หน้าหมู่บ้าน ซึ่งได้ปรับเปลี่ยนสถานที่ให้เป็นโรงบุญอาหารมังสวิรัติ เช้านี้มีโรงบุญอาหารมังสวิรัตินานาชนิด อาทิเช่น ข้าวมันไก่เจ ข้าวหมกไก่เจเห็ดย่าง ผัดหมี่โคราช น้ำผักปั่น รวมถึงขนมและผลไม้ มีพ่อให้แม่ให้ มาจากทั่วทุกสารทิศ ที่ศาลาวิหารส่วนกลาง เวลา 9.00 น. มีการแสดงธรรมก่อนฉัน โดยสมณะบินบน ถิรจิตโต กับท่านสมณะเพาะพุทธ จันทเสฏโฐ เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงในการฟังธรรมญาติโยมมีความรื่นรมย์ในธรรมเป็นอย่างดี เวลา 13.00 ที่ห้องประชุมชาวบ้าน มีการประชุมผู้ดูแลวิทยุชุมชนของชาวอโศก จำนวน 14 แห่ง แบ่งเป็นวิทยุชุมชน 2 แห่ง คือที่ดอยรายปลายฟ้าและศรีษะอโศก รวมถึงวิทยุบริการสาธารณะ อีก 12 แห่ง เป็นการทำความเข้าใจร่วมกัน หลังจากที่สถานีวิทยุของชาวอโศกได้รับใบอนุญาต ให้สามารถประกอบการได้ จึงต้องมีการทำความเข้าใจทางด้านเทคนิคและเอกสารต่างๆ ซึ่งใบอนุญาต ได้รับเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2558 และจะต้องดำเนินการก่อนวันที่ 19 มกราคม 2559 ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนสำคัญ ที่ต้องมาประชุมกันในครั้งนี้ เวลาประมาณ 14.30-16.30 น. เป็น รายการพิเศษเกี่ยวกับการรักษาสุขภาพ โดยศาสตราจารย์ นายแพทย์อมร เปรมกมล ท่านได้กรุณามาให้ความรู้ในเรื่อง ปัญหาตายไว หรือไตวาย ซึ่งเป็นปัญหาที่สามารถ ป้องกัน เพื่อไม่ให้ลุกลาม และรักษาได้อย่างทันท่วงที พร้อมกับมีการตรวจอัลตราซาวด์ไตให้กับญาติธรรม เพื่อให้เห็นลักษณะของเนื้อไตที่เริ่มจะมีปัญหาอักเสบจากนิ่วของกรดยูริค ซึ่งส่วนมากจะเป็นปัญหามาจากการรับประทานอาหารที่มีกรดยูริคมากเช่น หน่อไม้ยอดไม้และเห็ด และดื่มน้ำไม่เพียงพอ ต่อความต้องการของร่างกาย โดยมีท่านสมณะแสนดิน ภูมิพุทโธ เป็นผู้ดำเนินรายการ ในช่วงภาคค่ำ เป็นช่วงของแสงสีเสียงเริ่มทำงาน มีการแสดงของนักเรียนสัมมาสิกขาปฐมอโศก จากทุ่งนาแรงรัก มาร้องเพลงพระพุทธเจ้า การแสดงกลองสะบัดชัยจากชุมชนภูผาฟ้าน้ำ การแสดงจาก ชุมชนดินหนองแดนเหนือ การแสดงวงโปงลางจากศรีษะอโศก การแสดงเพลงอีแซวจากชุมชนปฐมอโศก การร้องขับกล่อมเพลงจาก แม่เทียนดิน คุณไหม ตะวันเดือน รวมถึงนักร้องจิตอาสาจากเวที การชุมนุมของเรา คือคุณเบิ้ม ราชพฤกษ์ หลังจากร้องเพลงจบคุณเบิ้มได้ลงมากราบนมัสการพ่อครูที่ด้านล่างเวที สร้างความปลาบปลื้มปิติที่ได้รับความกรุณาจากพ่อครู พ่อครูได้มอบของที่ระลึกซึ่งเป็นสินค้าชุมชนแก่คุณเบิ้ม ราชพฤกษ์ ในครั้งนี้ด้วย ตลอดการแสดง พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ท่านสมณะท่านสิกขมาตุ ได้มาชมและให้กำลังใจลูกๆหลานๆ ในการแสดงภาคค่ำคืนแรกของงาน พ่อครูเคยกล่าวไว้ว่า ผู้มีชีวิตพัฒนาอยู่ทุกวันคืน หรือทุกวันคืนที่ล่วงไป ล้วนเป็นวันคืนแห่งการพัฒนา สำหรับชีวิตของเรา ชีวิตของเราย่อมอยู่ในโลกแห่งความจริงในปัจจุบัน ด้วยความยินดี เบิกบาน แจ่มใส อย่างไม่หลงฝัน ถึงสิ่งที่ผ่านมาในอดีต และไม่จม อยู่กับภาพมายา ในอนาคต

วันเสาร์ที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ 04.00 น.เช้านี้เป็นเช้าที่ลูกๆหลานๆ ชาวอโศกทุกคนพร้อมใจกันมาร่วมทำวัตรเช้า ฟังธรรมในวันสำคัญ วันครบ 45 ปีการอุปสมบทของพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ พ่อครูให้ขุมทรัพย์ชาวอโศกในเรื่องมานะอัตตา ....คำว่ายึดมั่นถือมั่นนี้ ชาวอโศกที่มีการยึดมั่นถือมั่น "โดยไม่มีอัตตา" ก็ทำได้เก่งได้ดีอยู่ แต่ขนาดนั้นมันก็ยังไม่หมดไปง่าย และไม่หมดไปตลอดสำหรับในชาวสมาชิกนักปฏิบัติธรรม ไม่ต้องพูดถึงคนไม่ปฏิบัติธรรมทางโลกว่าจะหมดได้ เพราะเขาไม่ได้เรียนรู้ที่จะฝึกฝนลดละ อวิชชาไม่รู้ตัว ก็มีแต่จะมากขึ้นๆกันทั้งโลก คนที่ไม่ได้ปฏิบัติธรรมทำจะเป็นเช่นนั้น แม้แต่อยู่ในหมู่กลุ่มนักปฏิบัติธรรมอาศัยหมู่ เป็นองค์ประกอบให้เราลดและปฏิบัติธรรมก็ตามก็ไม่ง่าย ส่วนผู้ที่ฉลาดน้อย(แปลเป็นไทยว่าโง่) อาจจะฉลาด แต่ฉลาดที่จะต้องเห็นแก่ตัว ฉลาดมีอัตตาหาเรื่องให้ตัวเองชนะ ที่ตนเองเห็นว่าอัตตามันพาเป็น คือมันจะเอาชนะไม่ยอมแพ้ เป็นความซับซ้อน คนเราถ้าคนไหนหมดอัตตาแล้ว จะไม่รู้สึกว่าชนะแต่จะรู้สึกว่าตนเองเฉยๆได้ ทั้งที่ตนเองชนะก็ไม่ยินดี แม้แพ้ก็ไม่ยินร้าย เฉยๆคือคำว่าไม่รู้สึกยินดียินร้าย แต่ถ้าได้ยินดีจะเสริมพลังความชนะของตนเองให้รุกไปอีก ถ้าแพ้ก็ยิ่งเสริมอัตตาแรงเข้าไปอีกเพื่อจะเอาชนะให้ได้ จะแพ้หรือชนะก็มุ่งแรง ชนะก็มุ่งแรงผยอง แพ้ก็จะเอาชนะอีก แต่อริยชนสูงสุดจะแพ้หรือชนะก็เฉย ถ้ามีอัตตาชนะก็ภูมิใจ หลงตัว แต่ถ้าแพ้ก็จะฮึดสู้ ไม่ใช่จะยอมแพ้ บางคน ยึดมากก็เอาตัวออกจากหมู่ไปเลย ในโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามีก็เป็นได้ อัตตานี้เป็นเรื่องลึกซึ้งสุดท้ายของการปฏิบัติธรรม ในท้ายการเทศนาพ่อครู แจ้ง สรุปงานมหาปวารณาครั้งที่ 33 ซึ่งในการประชุมมีสมณะมาร่วมทั้งหมด 85 รูป มีสมณะอาพาธ 6 รูป ใช้เวลาประชุมสั้นกว่าปีที่แล้วอีก แสดงถึงภาวะที่ลงตัวของหมู่สมณะมากขึ้น ซึ่งในการประชุมได้มีการบัญญัติสมมติใหม่แทนคำว่า ชุมชน คือคำว่า อาวาสถาน เพื่อให้มีความใกล้ชิดกับธรรมะเพิ่มขึ้นกว่าคำว่าชุมชน โดย จะเรียงตามลำดับเป็นขั้นตอนเริ่มจาก อาวาสถาน สังฆสถานและพุทธสถาน ตามลำดับ โดยให้ตั้งอาวาสถานขึ้น 9 อาวาสถานคือ 1.อาวาสถานวังน้ำเขียว 2.อาวาสถานดอยรายปลายฟ้า 3.อาวาสถานฮอมบุญอโศก 4.อาวาสถานเลไลย์อโศก 5.อาวาสถานแก่นอโศก 6.อาวาสถานเมฆาอโศก 7.อาวาสถานดินหนองแดนเหนือ 8.อาวาสถานศีรโคตรบูรณ์อโศก 9.อาวาสถานวังจันทร์พฤกษา พ่อครูให้ขุมทรัพย์สมณะและชาวอโศกว่าอย่าติดแป้น บางคนก็ดูสบายสบายก็ยังอยู่ได้อย่างคนหลบเลี่ยงหน่อย แต่ไม่เจริญ อันนี้เป็นเมถุนสังโยค ข้อที่ ๗ เป็นเทวดาองค์ใดองค์หนึ่ง พอติดแป้นแล้วไม่พัฒนาต่อ พระพุทธเจ้าถือว่าเป็นผู้โมฆะนะถ้าติดแป้นอยู่ เหมือนนางวิสาขา เป็นโสดาบันติดแป้นชอบโลกียรสอยู่นานมาก อย่าไปติดแป้นอยู่ในฐานใดๆเป็นอันขาด ไม่ว่าฐานไหนก็ตาม ต้องรู้ตัวว่าพระพุทธเจ้าท่านไม่สรรเสริญคนหยุดอยู่ ป่วยการกล่าวถึงผู้เสื่อม ต้องให้เจริญวุฒิๆ การฐีติคือผู้เสื่อม ส่วนปหานะคือผู้เสื่อม ท่านส่งเสริมแต่วุฒิๆๆ เจริญแต่ถ่ายเดียว จากนั้นพ่อครูได้แสดงธรรมเกี่ยวกับ 45 ปีของเส้นทางสัมมอาริยมรรคที่พ่อครูได้ดำเนินมาจนเกิดมรรคผลถึงปัจจุบันที่มีกลุ่มคน หมู่กลุ่มที่มารวมตัว อยู่ร่วมกันถือศีล 5 เป็นอย่างน้อย ศีล 8 ศีล 10 ก็มีเป็นไปตามลำดับ เกิดเป็นวัฒนธรรมบุญนิยมที่ทวนกระแสโลกโลกีย์ เป็นสังคมโลกุตระทำการงานที่เป็นสัมมาอาชีพ ขยัน สร้างสรร เสียสละ เป็นพหุชนะหิตายะ พหุชนะสุขายะ โลกานุกัมปายะ หลังจากพ่อครูแสดงธรรมจบ ลูกๆได้มอบภาพธงตราสัญญลักษณ์ชาวอโศกคือธงสุญญตา แบบที่ไม่ได้นัดหมายกันมาก่อน จนพ่อครูบอกว่า นึกว่าจะมาเซอร์ไพร์สอะไร ที่แท้ให้ความสูญนี่เอง เวลาประมาณ 7.00 น. เสียงระฆังดังกังวาลอีกครั้งเป็นสัญญานบ่งบอกถึง เหล่าท่านสมณะ ท่านสิกขมาตุ ที่จะออกบิณฑบาตรในพิธีตักบาตรเทโว ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของชาวอโศกที่หลังจากจบยัญพิธีสงฆ์ในงานมหาปวารณาจะมีพิธีตักบาตรเทโว ญาติโยมมาจากทั่วสารทิศนับพันคน ได้มารอใส่บาตรด้วยอาหารมังสวิรัติ ข้าวสุก ขนมสด ในพิธีสำคัญนี้ได้แบ่งสายบิณฑบาตรออกเป็น 2 สายทั้งสายบิณฑบาตรภายในชุมชนและสายบิณฑบาตรนอกชุมชน เวลาประมาณ 9.00 น. ก็ถึงเวลายัญพิธีที่สำคัญอีกรายการหนึ่งคือ การเดินธรรมยาตราเพื่ออัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุนำไปบรรจุที่พระอุณาโลมของสมเด็จปู่วิชิตอวิชชา เริ่มตั้งแถวตั้งแต่หน้าศาลางาน นำโดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ท่านสมณะ พระอาคันตุกะ ท่านสามเณร ท่านสิกขมาตุ โดยพ่อครูเป็นผู้ถือพานอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุเดินอย่างสำรวมนำหน้าต่อด้วยนักบวชและขบวนญาติธรรมที่เดินธรรมยาตราตามมาตามลำดับ พอมาถึงบริเวณที่ประกอบยัญพิธีพ่อครูได้เดินขึ้นบันไดนั่งร้านไปที่ บริเวณพระเศียรของพระพุทธรูปหินแกะสลักสมเด็จปู่วิชิตอวิชชาที่ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการแกะสลัก ซึ่งยังไม่เรียบร้อยเสร็จสมบูรณ์ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่พระอุณาโลม จากนั้นพ่อครูได้แสดงธรรมที่ด้านบนนั่งร้านซึ่งไม่ได้เตรียมการไว้สำหรับจะให้พ่อครูแสดงธรรมแต่ด้วยเหตุปัจจัยครบพร้อมทั้งผู้คนและบรรยากาศสดพัดโชยๆ ไม่มีแสงแดด พ่อครูจึงแสดงธรรมบนนั่งร้านข้างสมเด็จปู่วิชิตอวิชชาที่ประดิษฐานอยู่ที่บริเวณหน้าประตูทางเข้าพุทธสถานปฐมอโศก การแสดงธรรมครั้งนี้พ่อครูประกาศว่าประเทศไทยจะเป็นดินแดนชมพูทวีป เป็นโมเดลของการปกครองที่อยู่ร่วมกันแบบปรองดอง เป็นมหาอำนาจแห่งคุณธรรม เป็นต้นแบบของการปกครองการค้าขายที่มีคุณธรรม พ่อครูยังได้กล่าวถึงสิ่งที่พ่อครูนำพาปฏิบัติจนเกิดความเจริญในหมู่กลุ่มชาวอโศก 3 เรื่องคือ 1.สาธารณโภคี 2.การเมืองและ 3.เรื่องปรมัตถ์ ....พ่อครูว่าอาตมานี่นักการเมืองตัวยง ทำให้คนมาเสียภาษีได้ 100% ประเทศไหนทำได้อย่างอาตมาล่ะ คอมมิวนิสต์ก็บังคับคนให้เสียภาษีโดยไม่เต็มใจคนก็เลยขี้เกียจทำ หนักเข้าก็ไม่ทำงานมีแต่คนกินของส่วนกลาง กับคนที่ทำงานเอาแค่นี้ คนทำงานก็อึดอัดว่าทำไปก็ถูกรีดภาษี หนักเข้าก็ท้อก็เลยทำแค่นี้ก็พอหนักเข้าก็ไม่ทำกินเงินสวัสดิการดีกว่า ไปได้ 70 ปีก็ไม่รอด แต่สู้ของพระพุทธเจ้าที่เต็มใจเสียภาษี 100 % เพราะจิตเขาเข้าใจเขาไม่โลภอีก เขาสร้างสรรแล้วทำให้เหลือพอเอาไปแจกจ่ายคนอื่น อย่างปฐมอโศกก็เป็นชุมชนแรก ทุกวันนี้ทำมาหากินมีเงินเหลือ แต่ชาวอโศกทุกชุมชนไม่ได้เป็นหนี้ข้างนอกแล้วเสียดอกเบี้ยจากที่อื่นๆ แต่มีเงินหนุนเงินเกื้อกันไม่เสียดอกเบี้ยไม่ใช้หนี้ไม่ใช่เงินกู้ก็ทำได้ สาธารณโภคีเกิดจากจิตใจ ที่ตัดช่องว่างความเป็นคนอื่น ถึงขนาดว่าใช้เงินกระเป๋าเดียวกันกินข้าวหม้อเดียวกัน อยู่ด้วยกันกินใช้ด้วยกันทำมาหากินสร้างสรรค์มีอะไรก็มีเหมือนกันทุกคนก็เป็นเจ้าของเหมือนกัน แต่เราเรียนกันแล้วว่าไม่ต้องไปยึดเป็นตัวกูของกูก็ลึกซึ้ง อาตมาพาทำแล้วในยุคนี้ถึงขนาดเป็นลูกพ่อแม่เดียวกัน ก็ไม่ใช่อย่างนี้ อย่างของทางจีนเขาเป็นกงสี อยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่กินใช้ส่วนกลางจนถึงกว่าจะตายเลย ส่วนของพระพุทธเจ้านั้นยิ่งใหญ่กว่าเพราะเป็นกงสีใหญ่มาก ไม่ใช่กงสีเฉพาะญาติเท่านั้น แผนที่กงสีรวมทั้งหมด ร่วมสายเลือดต่างๆกันได้ด้วยจิตวิญญาณเป็นหนึ่ง เป็นปรากฏการที่เกิดได้ในยุคนี้ที่กงสีของจีนก็แตกสลายหรือมีน้อยแล้ว แต่เราทำขึ้นได้ พิสูจน์มาแล้ว 40 ปี รวมกันได้เพราะอะไร เป็นได้เพราะทฤษฎีของพระพุทธเจ้า เอามาฝึกฝนขัดเกลากิเลส ขัดเกลาตัวจิตที่เป็น มโนปุพพังคมาธรรมา มโนเสฏฐามโนมยา จิตเป็นประธานแล้วเกิดได้สำเร็จเช่นนี้ถือว่าเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ อาตมาจะเป็นคนก่อตั้งต้นจุดที่จะให้เป็นเช่นนี้เพราะธรรมะของพระพุทธเจ้ามาเปิดเผย และพอเราได้ศึกษาเล่าเรียน จนกระทั่งคุณเปลี่ยนมาเป็นญาติอาตมา มาเป็นลูกเป็นหลานจริงๆ มันเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริง จริงๆ แต่เด็กๆยังไม่ค่อยเห็นว่านี่สมบัติของเขา… . แต่มหาปวารณาปีนี้ ศิษย์เก่าปฐมอโศกเกือบร้อยชีวิตรวมตัวกันได้อย่างรวดเร็ว ความสามัคคีคือความขัดแย้งอันพอเหมาะ เอกภาพต้องมีความหลากหลายขัดแย้งอันพอเหมาะ unity of diversity ความขัดแย้งทำให้เกิดพลังงาน หากไม่เกิดพลังงานก็ตายนิ่งสูญเน่า พลังงานที่ยิ่งแรงยิ่งเร็วยิ่งเย็นคือ กายปาคุญญตาหรือกายกัมมัญญตา หลากหลายทิฏฐิทำคนละแง่มุมต่างแต่ทำงานกันได้ มาประชุมลงมติกันเอาตามที่ประชุม ผู้ใดที่หมู่เขาตัดสินแล้ว ก็ไม่ช่วยหมู่ทำหรอก ไม่เอาความคิดตนทำก็เลยไม่ทำตามหมู่ คนนี้ไม่เจริญ มติหมู่ที่รวมตัดสินแล้ว คุณต้องโยนตัวตนทิ้งถ้าผิดก็ผิดทั้งหมู่ ไม่เป็นไร คุณมารวมกันแล้วต้องให้เกียติหมู่ หมู่นี้คุณเลือกแล้วว่าเป็นคนดีสุจริตก็ต้องให้เกียรติหมู่คณะ ถ้าคุณดีกว่าก็ไปทำคนเดียวสิ ไปตั้งหมู่ใหม่สิ พระพุทธเจ้าท่านไม่ตั้งใครเป็นใหญ่คนเดียว แต่ตั้งให้หมู่เป็นใหญ่ ในการเทศนาในพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุนั้น พ่อครูได้ทำภาวะแสดงออกถึงความสะเทือนใจออกมาให้ลูกๆได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงเราว่า ... สังคมโลกทั้งโลกต้องดูในหลวงเรา มีพระจริยวัตรมาแต่ต้นทรงงานมาจนทุกวันนี้สวยงามที่สุด แม้แต่ท่านจะใช้อำนาจพิเศษกับการบริหารประเทศก็ตาม อาตมาสะดุดหลายครั้งว่าท่านลงประปรมาภิไธยให้คนนี้ได้อย่างไร แต่อาตมารู้ว่าท่านจำนน ท่านมาบำเพ็ญโพธิสัตวภูมิสองอย่างคือเตมีย์ใบ้ พูดแล้วจบ กับพระมหาชนกต้องพยายามอดทนสุดที่ ยังไม่เห็นทิศทางที่จะไปได้เลยก็ต้องพยายามที่สุดสองปางนี้สุดยอด อาตมาน้ำตาไหล เมื่อมีคนส่งข่าวว่า ท่านมองไปทางแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วรำพึงว่า เราไปทำอะไรให้เขาหนอเขาถึงมาทำกับเราอย่างนี้ อาตมาสะท้อนใจมาก ท่านอดทนท่านไม่ไปทำอะไรให้ใคร อาตมาสะดุดตั้งแต่ให้ผู้พิพากษาทำ แต่ผู้พิพากษาก็ไม่ทำ ลูกๆหลานๆญาติธรรมนั่งฟังกันอย่างตั้งใจ มีพลตรี จำลอง ศรีเมืองและป้าศิริลักษณ์ พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณและภริยา รวมถึงอดีต สว.รสนา โตสิตระกูล มาร่วมฟังธรรมะที่เป็นกัณฑ์พิเศษ ในวาระพิเศษครั้งนี้ด้วย บรรยากาศดูเหมือนเป็นใจอย่างใจอย่างมาก แดดร่ม ลมพัดเย็นสบาย ทำให้ลานฟังธรรมหน้าสมเด็จปู่วิชิตอวิชชาแห่งนี้ แน่นไปด้วยผู้คนมีศีล แน่นไปด้วยธรรมะที่เป็นสัจธรรม ซาบซึ้งใน 45 ปีภายใต้ร่มโพธิ์ที่พ่อครูนำพาปฏิบัติจนสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้คนจากมนุษย์โลกีย์เป็นมนุษย์โลกุตระ จากสังคมที่มีความเห็นแก่ตัว เป็นสังคมทุนนิยม ก่อรวมมนุษย์โลกุตระสร้างสังคมสาธารณโภคีที่ละความเห็นแก่ตัว สละออก เป็นสังคมบุญนิยม ที่นิยมการให้ การเสียสละ หลังจากที่เช้าวันพิเศษนี้พ่อครูแสดงธรรมถึง 2 รอบคือทำวัตรเช้าและแสดงธรรมหน้าลานสมเด็จปู่วิชิตอวิชชา รวมเวลาได้ถึง 5 ชั่วโมง โดยไม่มีการไอเลย 11.30น.พ่อครูฉันภัตตาหารเพลที่บริเวณศาลาวิหาร มีลูกๆหลานๆมากราบนมัสการพ่อครูอย่างไม่ขาดสาย เพื่อมาแสดงความกตัญญูกตเวทิตา หลายคนมาจากต่างจังหวัดทั่วประเทศไทย ได้มาพบพ่อครู มารับหนังสือ ยอดนิยายของโลกที่ไขความเป็นมนุษย์ที่หลายคนรอคอย ซึ่งได้นำมาแจกในงานนี้พร้อมปฏิทินปีใหม่ 2559 ที่ปีหน้านี้ก็ยังคงโศลกธรรมเดิมคือ มีเจตนาแต่อย่าอยาก จงพากเพียรให้เต็มบริสุทธิ์ ความบริสุทธิ์เท่านั้น ที่จะชนะทุกสิ่งทั้งโลกในที่สุด ในงานนี้ พ่อครูกรุณามอบธงสูญญตาที่เป็นสัญญลักษณ์ของชาวอโศก พ่อครูออกแบบและวาดเอง เขียนเอง เพื่อเป็นสัญญลักษณ์แสดงความเป็นชาวอโศกทั่วประเทศ พร้อมกับ "ธงชัยเฉลิมบุญ" ฉลอง45 พรรษเส้นทางสัมมาอาริยมรรค มอบไว้สำหรับทุกสถานที่ของชาวอโศกตั้งแต่อาวาสถาน สังฆสถาน และพุทธสถาน เป็นสัญญลักษณ์การรวมพลัง รวมจิตใจของชาวบุญนิยมทั่วประเทศได้ตระหนักถึงเป้าหมายของการปฏิบัติธรรมที่มุ่งสู่นิพพานหรือสูญญตา งานนี้มีหนังสือเล่ม ยอดนิยายของโลกที่ไขความเป็นมนุษย์ เอามหานิทานสูตร พ่อครูเขียนเสร็จหมาดๆอย่างปาฏิหาริย์ 400 หน้า หน้าปกออกแบบโดยคุณแสงศิลป์ เดือนหงาย ระหว่างที่พ่อครูฉัน มีผู้มากราบนมัสการอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นคือพล.อ ปรีชา เอี่อมสุพรรณ ที่มีความเคารพและศรัทธาพ่อครูมาโดยตลอด รวมถึงทีมแพทย์วิถีธรรม นำโดยคุณหมอเขียว ใจเพชร กล้าจน ได้นำคุณหมอวัชระ ก้อนแก้วแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคเบาหวานจากรพ.โพธารามทีมงานลูกศิษย์แพทย์วิถีธรรมจากทุกภาค เข้ามากราบนมัสการพ่อครู ยังมีผู้ที่มาขอชื่อทางธรรมเพื่อร่วมเป็นครอบครัวบุญนิยมอีกเป็นจำนวนมาก พ่อครูก็ได้เมตตา กรุณาลูกหลานๆ ให้ตามคำขอของทุกคนที่เข้าพบ บรรยากาศช่วงเย็นที่ปฐมอโศกมีฝนโปรยปรายมาโดยตลอด แต่พอถึงช่วงที่จะมีการแสดงจากลูกๆหลานๆกลุ่มต่างๆเพื่อแสดงความกตัญญูต่อพ่อครู พระพิรุณก็ปราณี ฝนหยุดตกจนจบรายการ พ่อครูได้กรุณามาชมการแสดงที่บริเวณหน้าเวที การแสดงสำหรับค่ำคืนนี้ น่าสนใจมากมีการแสดงเพลงอีแซวจากศาลีอโศก จากทุ่งนาแรงรัก การแสดงประกอบลีลาท่าทางเพลงเกี่ยวข้าวของสันติอโศก ศิษย์เก่าปฐมอโศกรวมตัวกันร่วม 100 ชีวิตมาร้องเพลงสัมมาสิกขาปฐมอโศก เพลงปฐมอโศกบ้านเรา มีการชม VTR สัมภาษณ์ความคิดเห็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคมต่อ 45 ปีการอุปสมบทของพ่อครู และอีกหลายๆการแสดงที่บ่งบอกถึงความเป็นครอบครัวบุญนิยม ครอบครัวสาธารณโภคี มีพ่อครูสมณะโพธิรักษ์เป็นศูนย์รวมจิตใจ เป็นศูนย์รวมศรัทธา 45 พรรษาที่พ่อครูนำพาปฏิบัติมา พิสูจน์ได้จากมรรคผลของลูกๆหลานๆชาวอโศกที่นำไปปฏิบัติจนเกิดมรรคผลเป็นคนที่ไม่เป็นพิษ ไม่เป็นภัยต่อสังคม มีแต่ทำคุณประโยชน์เพื่อมนุษยชาติ

วันอาทิตย์ที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ 04.00 น. พ่อครูเทศนาทำวัตรเช้า วันนี้พ่อครูได้เทศนาอธิบายธรรมะที่ลึกซึ้งหลายประการ เช่น..อาตมาภูมิใจที่ 45 ปีที่ผ่านมาทำงานมาเริ่มต้นวันนี้ก็เป็น45 กับอีกหนึ่งวัน อาตมาต้องทำงานให้เกิดทศนิยมที่พอเหมาะ เพื่อให้เกิดพลังงานถ้าไม่มีทศนิยม ก็จะเกิดความนิ่ง และเกิดความเสื่อม ทศนิยมมีทั้งบวกและลบ ถ้าทำบวกให้สมดุลก็จะก้าวหน้า ความยาวนานที่สุดคือความสมดุลที่สุด ถ้าไม่รู้จักตัวเองทำเกิน ก็จะเสื่อมแต่ทำได้สมดุลอยู่ อาตมาจะพยายาม ให้มีทศนิยมแห่งการเพียรเพิ่มขึ้น แล้วจะอายุยืนแล้วได้งาน คนของพระพุทธเจ้าตั้งแต่โสดาบันจะขยัน เพราะธาตุความขี้เกียจเป็นธาตุอบายเป็นธาตุปุถุชน สกิทาคามีก็จะมีธาตุความขยันเพิ่มขึ้นอนาคามีก็เพิ่มขึ้น คนเป็นพระอริยะที่ประมาณไม่ดีจะทำงานเกิน ต้องประมาณให้ดีเราจะได้มีทศนิยมที่มีเพียรมากกว่าพักแล้วก็ปรับให้พอดีให้รู้พักรู้เพียรชีวิตก็จะยาวนานทำงานได้สัดส่วนมีแต่ความเจริญเจริญเจริญ ก็จะไปได้ยาวนาน อาตมาจะพิสูจน์ให้อยู่151 ปี นี้พูดจริงๆ เพราะอาตมาบอกว่าอายุขัยของอาตมาคือ 72 ปี ก็ได้พากเพียร ยิ่งมาถึงวันนี้ก็แน่ใจว่าร้อยปีนี้อาตมาไม่พลาดเป้า เพราะรู้ว่าจะเพียรอันใด สรุปแล้ว ต้องขยันเสมอขยันให้เกินไปเอาเวอร์อยากเกิน เข้าใจชัดว่านี่คือ 8 อ.ที่แท้จริง แล้วจะเกิดเป็นคนแข็งแรงคนอายุยาวยืนมีคุณประโยชน์มีคุณค่าดีขึ้นดีขึ้น ผู้ที่เข้าเกณฑ์อนาคามีจะหมดความขี้เกียจ หมดความที่จะเอาโลกมาเป็นตน เหลือแต่ตนเท่านั้นมันอยากล้างตัวตนที่เหลือ ก็จะขยันเพื่อผู้อื่น มันจะเวอร์ ระวัง แล้วคนตีกินก็จะไปถือว่าเป็นอนาคามีก็เลยไม่ขยันให้ระวังเถอะ ต้องรู้จักคำกริยารู้จักอิริยาบถรู้จักตัวตนที่แท้จริงต้องประมาณให้พอดี โลกทั้งโลกมีการแลกเปลี่ยน มีการแลกเปลี่ยนข้าวของกันและกัน อโศกเป็นการแลกเปลี่ยนขั้นสุดยอดคือแจกฟรี ถ้ายังไม่ค่อยดีนักก็ขายต่ำกว่าทุน ขายต่ำกว่าทุนได้มากเท่าไหร่ก็ดีมากเท่านั้น จนกว่าจะแจกฟรี แต่ถ้ามากขึ้นไปหาทุนก็ไม่ดีเท่านั้น จนกว่าจะเท่าทุน ถ้าเกินทุนก็เป็นลาภแลกลาภทั้งนั้น อโศกมีตั้งแต่สิ่งที่แจกฟรี สิ่งที่ต่ำกว่าทุน

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน