580717_งานภราดรภาพซาบซึ้งใจ ณ ธรรมชาติอโศก ปี ๒๕๕๘ (1).doc.docx

โฟลเดอร์2558
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์22 KB
วันที่แก้ไข25 มกราคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

580717_งานภราดรภาพซาบซึ้งใจ ปี ๒๕๕๘ รำลึก ๒๕ ปี ธรรมชาติอโศก บูชา ดิน น้ำ ลม ไฟ พระพิรุณงดเว้นฝนให้ ๒ วัน

งานภราดรภาพซาบซึ้งใจ เป็นงานประจำปีของชาวอโศกทางภาคใต้ที่จะหมุนเวียนกันจัดงานเป็นปีๆไป ระหว่างที่ ทะเลธรรม ที่ชเลขวัญ และที่ธรรมชาติอโศก ซึ่งปีนี้ก็เป็นวาระที่จะจัดงานภราดรภาพซาบซึ้งใจ ที่สวนธรรมชาติอโศก ต.ปากทรง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร ในระหว่างวันที่ ๑๗-๑๙ ก.ค.๒๕๕๘ ซึ่งก็เป็นปีที่ครบรอบ ๒๕ ปีธรรมชาติอโศกพอดี

วันที่ ๑๗ ก.ค. ๒๕๕๘ พ่อครูและปัจฉา เดินทางจากสนามบินดอนเมือง กทม.มาถึงสนามบินนานาชาติ จ.สุราษฎร์ธานี ในเวลา ๐๗.๒๐ น. มีคณะญาติธรรมมารอต้อนรับพ่อครูเป็นจำนวนมาก จากนั้นพ่อครูเดินทางต่อด้วยรถจนใจ ที่มาเตรียมรอรับพ่อครูตั้งแต่วานนี้ เดินทางต่อไปอีก ๑๐๐ กม. เพื่อไปที่ โรงปุ๋ยควรธรรม อ.หลังสวน จ.ชุมพร

พ่อครูเดินทางถึงโรงปุ๋ยควรธรรมในเวลา ๐๘.๕๓ น. มาแล้วก็ไปกราบพระพุทธาภิธรรมนิมิต ที่ศาลาฉัน จากนั้น จึงได้เทศนาก่อนฉัน ในเวลา ๐๙.๐๐ น. ...พ่อครูว่า...ทฤษฎีพระพุทธเจ้าสอนคนให้อยู่เป็นสุข พหุชนหิตายะ พหุชนสุขายะ แต่พลโลกส่วนใหญ่ก็ทุกข์ร้อน เป็นทาสของโลกธรรม มีนายทุนควบคุมตกใต้อำนาจ หลายประเทศเป็นใหญ่มีอำนาจควบคุมประเทศไทย ไทยดูหยิ่งผยองไม่เป็นเมืองขึ้นแต่ต้นไม้แผ่นดินไม่รู้เรื่องหรอก แต่ว่าคนนี่และที่ยอมยกอำนาจให้ประเทศอื่นมาอยู่เหนือประเทศไทยได้ ทุกวันนี้ไทยก็ตกใต้อำนาจประเทศที่เป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม

ทาสวัฒนธรรมนี่แหละเป็นทาสของต่างชาติ เขาสร้างอะไรมาก็ชอบ ยิ่งยุคสื่อสารไร้พรมแดน เขามีอะไรก็รับมา แล้วเป็นทาสเผยแพร่ต่อ ออกข่าวต่อ ยกตัวอย่างข่าวการละเล่น ข่าวกีฬา เขารุ่งเรืองกันในโลก การกีฬาเป็นอบายมุขจัดจ้าน คนไม่รู้จักอบายมุข เขาก็ส่งเสริมกันอย่างหนัก อบา

อ่านต่อ

ยมุขในความเพลิดเพลิน แล้วก็มีอบายมุขด้านอำนาจ มีบริวารที่สั่งชี้ใช้ให้ไปตายแทนได้แล้วเขาไม่รู้ว่ามีอำนาจใหญ่ แต่เป็นอำนาจบาปมาก บาปในทางเลวร้ายที่เขาแสวงหา มีความสามารถได้อำนาจจริง แล้วก็ได้บาปมหาศาลจริง เขาก็ไม่เข้าใจว่าได้อะไรเสียอะไร

ไทยเรามีโพธิสัตว์แท้ อย่างในหลวงเรา ท่านบริหารประเทศแบบคนจนสอนให้คนมาขาดทุน เพราะขาดทุนของเราคือกำไรของเรา ย้ำยืนยันว่าคือความรู้ของอาริยบุคคล ของโพธิสัตว์แต่คนไม่มีภูมิรับได้ว่าขาดทุนคือกำไรได้อย่างไร ไม่ได้ทำเอาหน้าเอาตา แต่ให้คนมีจิตเช่นนี้จริงคือเราได้เสียสละได้ขาดทุนให้เขานี่เรามีประโยชน์คุณค่าต่อคนอื่น ฟังก็คงรู้นะเข้าใจ แต่กิเลสมันไม่ยอมเท่านั้น ก็พากเพียรให้เห็นจริงเลย ครั้งนี้ตลาดอาริยะ ย่อยๆ

หลังเทศน์ก่อนฉัน พ่อครูเดินชมตลาดอาริยะ ที่ได้เปิดขายสินค้าราคาบุญนิยมให้แก่ประชาชน ตั้งแต่ ๐๘.๓๐ น. มีประชาชนให้ความสนใจซื่อหาสินค้าเป็นจำนวนมาก เป็นที่น่าอัศจรรย์ที่ประชาชนยังสนใจมาซื้อหาสินค้าจำเป็นต่อชีวิตในราคาบุญนิยมมากขึ้นกว่าปีที่่ผ่านมา ทั้งที่ในขณะนี้ภาวะเศรษฐกิจพี่น้องชาวใต้นั้นฝืดเคือง

หลังฉันพ่อครูได้ไปพักที่บ้านพัก ที่โรงปุ๋ยควรธรรมที่ญาติธรรมจัดไว้ให้ จากนั้นเวลาประมาณ ๑๕.๑๕ น.พ่อครูจึงกราบพระพุทธาภิธรรมนิมิตก่อนออกเดินทางสู่ สวนธรรมชาติอโศก ม.๒ ต.ปากทรง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพรต่อไป โดยรถจนใจ

๑๖.๓๐ น.พ่อครูถึงสวนธรรมชาติอโศก ที่มีบรรยากาศเป็นเขตป่าดิบชื้น มีต้นไม้ใหญ่เขียวครึ้มตลอดทาง เมื่อพ่อครูมาถึงแล้วก็ได้เดินไปเยี่ยมชมสวนธรรมชาติอโศก ที่มีพื้นที่ทั้งหมดกว่า ๒๐๐ ไร่ มีพื้นที่ราบที่เป็น นส.๓ อยู่ไม่มาก นอกนั้นเป็นพื้นที่ป่าเขา ที่เป็นพื้นที่อนุรักษ์ ที่ชาวอโศกที่เป็นเจ้าของพื้นที่ราบเชิงเขา มีสิทธิดูแล ซึี่งคุณณรงค์และคุณมงคล จันทร์ทรง ได้เล่าว่า พื้นที่ป่าเขา รอบๆสวนธรรมชาติอโศก ตอนนี้เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อนมาก เพราะว่าวัฒนธรรมของคนเมืองได้เข้ามาครอบงำวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวใต้ เป็นหายนธรรม ที่ทำให้คนมุ่งไปรวย เอาเงินเป็นใหญ่ ทำให้เกิดการตัดไม้ทำลายป่า เพื่อนำพื้นที่มาปลูกต้นปาล์ม ที่แต่ก่อนได้ราคาดีมาก ซึ่งเมื่อปลูกแล้ว จะทำให้พื้นที่เกิดความแห้งแล้ง กว่าป่าต้นน้ำเดิมอย่างมาก

ต่อมา ปาล์มราคาตกลงมาก ทำให้ชาวบ้านเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว พ่อครูให้แง่คิดว่า วัฒนธรรมเมืองก็คือหนี้สินนั่นเอง เมืองคือหนี้ คุณณรงค์ได้เล่าว่าแต่ก่อนพื้นที่ส่วนใหญ่ของพะโต๊ะเป็นป่าเขา ชุ่มเย็น แต่ตอนนี้ ฝนไม่ค่อยตกตามฤดูกาล แต่ก่อนเคยถอดเสื้อทำงานได้สบายๆ แต่มา ๒ ปีหลังนี้ แดดร้อนแสบผิวมาก ทำให้ถอดเสื้อทำงานไม่ได้ ก่อนหน้านี้ฝนแล้งถึง ๒ เดือนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ก่อนจะมาตกอย่างหนักในไม่กี่วันที่ผ่านมา แล้วก็หยุดตกได้สองวันก่อนงานนี้เอง ทำให้เห็นว่าน้ำในคลองปากทรง มีน้ำไหลแรง ซึ่งพ่อครูก็ได้เดินไปดูและพูดถึงอดีตที่ได้มาว่ายน้ำในคลองแห่งนี้ด้วย

แม้ว่าพื้นที่รอบๆจะแห้งแล้งขึ้น แต่ที่สวนธรรมชาติอโศกแห่งนี้ยังคงความเป็นป่าไว้อย่างสมบูรณ์ซึ่งเราก็ได้ปลูกต้นไม้เสริมเข้าไปอีกด้วย มีต้นไม้ใหญ่ๆอยู่มากมาย คุณณงค์ว่า อาจเป็นผืนป่าที่มีต้นไม้ใหญ่สมบูรณ์เป็นแหล่งสุดท้ายก็เป็นได้

ตอนนี้จิตใจของชาวบ้านเปลี่ยนไปมาก ทำงานทำสวนผลไม้ เพื่อจะได้เงินทองเพียงอย่างเดียว แม้แต่กระรอกที่จะเป็นสัตว์ที่ทำให้ระบบนิเวศน์สมดุล ที่จะคอยกินแมลงที่เบียดเบียนต้นไม้ต้นผลไม้ให้ แต่กระรอกก็กินผลไม้ในสวนด้วยไม่ว่าจะเป็นลองกองมังคุดหรือทุเรียน ซึ่งก็ไม่ได้กินหมด มีเหลือให้ชาวบ้านเก็บไปกินไปขายได้เพียงพอ แต่ชาวบ้านก็เห็นแก่ได้มากขึ้น จัดการปราบกระรอก ทั้งยิง ทั้งจับเอาไปขาย ทำให้กระรอกลดจำนวนลงมาก ซึี่งก็ส่งผลให้ระบบนิเวศน์เสียสมดุลไป

พ่อครูและปัจฉาฯได้แวะกราบพระพุทธาภิธรรมนิมิตที่ศาลาเก่าในสวน ก่อนที่จะไปพักที่บ้านพัก ซึ่งคุณมงคล จันทรง ก็ได้ถวายน้ำสมุนไพรให้พ่อครูได้แช่เท้าและแช่มืออีกด้วย เป็นหนึ่งในการบริการในคอร์สล้างพิษที่ ทางญาติธรรมชาวใต้ได้จัดคอร์สสุขภาพล้างพิษให้กับประชาชน เดือนละ ๑-๒ คอร์ส

๑๘.๓๐ น.พ่อครูได้จัดรายการเอื้อไออุ่นชาวธรรมชาติอโศกและผู้ร่วมงานที่ศาลาเชิญเพื่อน(ศาลาฉัน) พ่อครูได้เทศนาถึงเรื่องธรรมชาติ และเรื่อง ๘ อ. มีบางแง่คิดว่า...เอาพิษออก อาตมาก็เดี๋ยวนี้คนก็อยากจะให้ไปเอาพิษออก แต่อาตมาก็ว่าอาตมาไม่ได้มีพิษอะไรมากมาย ก็พอๆดู เขาฮิตกันเอาพิษล้างพิษ อโศกเป็นเจ้าใหญ่ ทำกันทั่วประเทศเลยดัง เป็นกิจการรุ่งเรืองอู้ฟู่ ก็เอาพิษออกมีตั้งหลายวิธี ก็ทำกันอยู่ ออกกำลังกายให้เหงื่อออกก็เอาพิษออก จะกัวซา จะสวนทวาร ตอนนี้ก็น้ำมันมะกอกให้เกิดการขับก็ว่ากันไป ก็ระมัดระวังอย่าให้เวอร์เกิน ได้ข่าวว่าคนไม่บันยะบันยัง เท่านั้นแก้ว เท่านี้แก้ว ก็เรียกไม่ถูกอีก ทั้งที่ควรเรียกว่า จอก จะกินกันให้มากเกินไป ไม่รู้กี่จอก ใจมันรู้สึกดีก็จะโถมเวอร์ จนบางเจ้าก็ท้วง เพราะถ้าเสียมันจะเสียทั้งอโศก หากตายไป เป็นข่าวขึ้นศาลมาจะยุ่ง รับรองว่าพังเลยนะอโศก เป็นเรื่องต้องขึ้นศาล คนกลัวจะเสียผลก็ต้านไว้ ให้ใช้เวลานานดีกว่าอย่ารีบร้อน เพิ่มจอก หรือนานเกินก็ไม่ดีอีก เรานึกว่าดีอาจไม่ดี ในร่างกายของคนมันจัดการตัวมันเองเสมอ ทุกอย่างมันรักษาตัวเองทั้งนั้นไม่ว่าดิน น้ำ ไฟ ลม สัตว์เดรัจฉานไม่เวอร์หรอก มันไม่โง่ไปถูกหลอก คนหลอกกันเก่งก็เลยผิดธรรมชาติ โทรมเสื่อมง่ายชีวิตสั้นลง

พวกเรามาปฏิบัติธรรมแล้วชาวอโศกมาอยู่ในสัมมาอาชีพ จะไปสร้างความรักความแค้นกับคนน้อยลง จะไปเอาสารพิษ เชื้อโรคจากภายนอกก็น้อยลง รู้จักพักรู้จักเพียร มันไม่มีตัวอยากได้อยากมีอยากเป็นไม่overload ก็จะอายุยืน คำว่าอาชีพนี่คำเดียวอาตมาว่าชาวอโศกจะอายุยืน ทำงานทำการกับชาวอโศกไป ถ้ายังไม่พร้อมกับหมู่กลุ่ม คุณว่าชาวอโศกนี่ขยันเกินไหม ไม่เกินหรอก ชีวิตไม่ทรุดโทรมหรอก มีแต่เลี่ยงไปเลี่ยงมา พักมาก ทำให้อายุสั้น แต่ขยันนี่ไม่พาชีวิตสั้นหรอกในชาวอโศก แต่ขี้เกียจขี้เลี่ยงจะพาชีวิตสั้นในชาวอโศก นี่บอกไว้ให้ชาวอโศกไปพิจารณา

โดยพ่อครูมาสนทนาด้วยประมาณ ๓๐ นาที จากนั้น จึงให้ท่านสมณะเดินดิน ดำเนินรายการเอื้อไออุ่นชาวธรรมชาติโศกต่อไปแทน เพื่อจะได้ให้พ่อครูได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

วันที่ ๑๘ ก.ค. ๒๕๕๘

๐๗.๐๐ น. พ่อครูนำหมู่สมณะและสิกขมาตุออกบิณฑบาต มีญาติธรรมรวมทั้งเด็กนร.สัมมาสิกขาปฐมอโศกทั้งหมดโรงเรียน ที่มาเรียนบูรณาการพร้อมกับมาช่วยเตรียมงานด้วย มารอใส่บาตร ท่ามกลางบรรยากาศขุนเขา ป่าไม้ สายหมอก อันงดงาม

๐๘.๓๐-๑๑.๓๐ น. พ่อครูเทศน์ก่อนฉัน ที่ศาลาเชิญเพื่อน พ่อครูได้เทศนาถึงยุคกาลต่างๆในศาสนาฮินดู แต่มาเข้าใจอย่างสัมมาทิฏฐิของพุทธได้อย่างมีเหตุมีผลตามสัจจะ ปีนี้กำลังคาบเกี่ยวระหว่าง ๗ คือตามลำดับของพระพุทธเจ้าเป็นการตามลำดับที่เรียบเหมือนกระจก ไม่มีอะไรคั่นเลย เป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่เรียบร้อย ทุกอย่างจะไม่ตัดทันที จะเป็นพลังงานละเอียดที่ซึมเข้าไป เพิ่มมวลขึ้นมาแล้วค่อยเป็นเนื้อๆ ช่วงระหว่างที่เชื่อมก็เป็นได้ทั้งสองอย่าง ของเก่าก็มาก ของใหม่ก็นิดหนึ่ง พอเชื่อมของใหม่จะเพ่ิม ของเก่าจะลดลงๆ ไม่ตัดทันทีทันใดชั๊วช๊ะ จะมีการสมานประสานให้เข้ากันได้ เป็นเรื่องความสัมพันธ์ที่สุภาพสงบเรียบร้อย มีความแตกต่างแต่สมานกันได้อย่างเรียบร้อย ค่อยๆเปลี่ยนแปลง เป็นปฏิรูปไม่ใช่ปฏิวัติ นี่คือลักษณะของศาสนาพุทธ จึงอดทนได้รอได้ แต่ถ้าทำได้ถูกต้องได้ลักษณะสมบูรณ์จะเร็วได้ทีเดียว เร็วที่สุดด้วย แม้จะปฏิวัติก็เร็วไม่เท่าที่ว่าตัดทันที่เปลี่ยนทันทีจะมีต่อต้าน กลับไปกลับมาซ้ำซ้อนยุ่งยาก เร็วที่สุดสั้นที่สุดไม่สูญเสียพลังกระจายออก ไม่สูญกำลัง กำลังจะเต็มไม่กระจายออกเลย มีอำนาจเต็ม เป็นพลังงานสมบูรณ์แบบ คราวนี้เราพยายามไม่ให้เกิดความสูญเสียกระจายตกหล่น ได้เสมอๆตามลำดับ จะเร็วที่สุด พวกใจร้อนจะรีบปฏิวัติ ให้ถึงจุดหมายทันที แล้วจะมีต่อต้านค้านแย้งดึงกันไปมาเสียเวลา ต้องประมาณให้พอเหมาะพอดีแล้วทำ

หลังจากพ่อครูแสดงธรรมจบ ท่านได้เดินไปชมบริเวณที่เปิดโรงบุญหน้าศาลาเชิญเพื่อน มีญาติธรรมมาเปิดโรงบุญมังสวิรัติทั้งจาก ชเลขวัญ กลุ่มแพทย์วิถีธรรม และญาติธรรมอีกหลายท่านที่มาร่วมเปิดโรงบุญ

พิธีบูชา ดิน น้ำ ลม ไฟ

วัฒนธรรมสำคัญที่ต้องปฏิบัติทุกครั้งในการมาเยือนธรรมชาติอโศกคือการประกอบยัญพิธีบูชา ดิน น้ำ ลม ไฟ กำหนดเวลาที่จะทำยัญพิธีก็ยังไม่ได้มีการกำหนดไว้ เพราะต้องดูธรรมชาติ ดิน น้ำ ไฟ ลม ว่าจะเอื้ออำนวยในเวลาใด แต่เมื่อธรรมชาติเป็นใจ ฟ้าโปร่ง โล่งสะดวกตลอดเวลา จึงได้เวลาที่เหมาะสม เวลา ๑๖.๓๐ น.พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ท่านสมณะ พระอาคันตุกะ ท่านสิกขมาตุ ได้นำพาญาติธรรมและนักเรียนสัมมาสิกขา มาประกอบยัญพิธีบูชา ดิน น้ำ ไฟ ลม ที่บริเวณหน้าศาลาพระพุทธาภิธรรมนิมิตร

สัญญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึง ดิน น้ำ ไฟ ลมก็เป็นไปอย่างเรียบง่ายตามธรรมชาติ สัญญลักษณ์ของดินแทนด้วยกองดินที่มีต้นไม้หยั่งรากยึดผืนดิน น้ำแทนด้วยอ่างดินใส่น้ำใสจากลำธาร ไฟแทนด้วยเศษไม้ไผ่ กองฟืนจากป่า ก่อเป็นไฟลุกโชน สำหรับลมไม่ได้มีการเตรียมการไว้แต่ด้วยภูมิปัญญาที่อยู่กับธรรมชาติ จึงได้กังหันลมที่ทำจากฝักเพกาแห้งเป็นสัญญลักษณ์ของลม

พ่อครูได้เทศนาธรรมก่อน จากนั้นจึงได้พากล่าวคำบูชา ดิน น้ำ ลมไฟ

คำ บูชาดินน้ำลมไฟ

เราเกิดมาจาก ดิน แท้ๆ เราเกิดมาจาก น้ำ แท้ๆ เราเกิดมาจาก ไฟ แท้ๆ เราเกิดมาจาก ลม แท้ๆ เราอาศัย ดิน มีชีวิตอยู่จริงๆ เราอาศัย น้ำ มีชีวิตอยู่จริงๆ เราอาศัย ไฟ มีชีวิตอยู่จริงๆ เราอาศัย ลม มีชีวิตอยู่จริงๆ ในตัวเรานี้ ก็คือ ธาตุดิน แท้ๆ ในตัวเรานี้ ก็คือ ธาตุน้ำ แท้ๆ ในตัวเรานี้ ก็คือ ธาตุไฟ แท้ๆ ในตัวเรานี้ ก็คือ ธาตุลม แท้ๆ เราจะขอรัก ดิน แนบใจ เราจะขอรัก น้ำ แนบจิต เราจะขอรัก ไฟ แนบชีวิต เราจะขอรัก ลม แนบชีวัน เราขอระลึกถึงบุญคุณของ ดิน ด้วยความนบนอบ เราขอระลึกถึงบุญคุณของ น้ำ ด้วยความเทิดทูน เราขอระลึกถึงบุญคุณของ ไฟ ด้วยความบูชา เราขอระลึกถึงบุญคุณของ ลม ด้วยความคารวะสุดหัวใจ ขอกราบ ดิน ด้วยความสำนึกบุญคุณอันยิ่งใหญ่ ขอกราบ น้ำ ด้วยความสำนึกบุญคุณอันล้นพ้น ขอกราบ ไฟ ด้วยความสำนึกบุญคุณอันมากมาย ขอกราบ ลม ด้วยความสำนึกบุญคุณอันสุดสูง ขอให้ ดิน น้ำ ไฟ ลม บริสุทธิ์ผ่องใสไปชั่วกาลนานเทอญ.

จากนั้นพ่อครูก็เทศนาธรรมต่อ ท่ามกลางป่าเขา ท่ามกลางดิน น้ำ ไฟ ลม เป็นธรรมะที่มีความรื่นเริงในธรรม มีธรรมรส จนถึง ๑๘.๓๐ น.เป็นอันจบยัญพิธีบูชา ดิน น้ำ ไฟ ลม ซึ่งเป็นยัญพิธีที่มีผลต่อจิตวิญญานของผู้ที่มาร่วมงานทุกคนเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อสิ่งที่ก่อกำเนิด ให้รู้ถึงคุณค่าของดิน น้ำ ลม ไฟ รู้คุณค่าของธรรมชาติ รู้คุณค่าของธรรมะที่อยู่เหนือธรรมชาติ ซึ่งเป็นความมหัศจรรย์ทางจิตวิญญานของดิน น้ำ ลม ไฟและธรรมชาติที่อยู่ร่วมกัน เกื้อกูลซึ่งกันและกัน

วันที่ ๑๙ ก.ค. ๒๕๕๘ ๐๗.๐๐ น. เช้าวันที่ ๒ ของการมาเยือนธรรมชาติอโศก ธรรมชาติยังเอื้ออำนวย อากาศสดใส สดชื่น เย็นฉ่ำท่ามกลางขุนเขา พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ท่ามสมณะ พระอาคันตุกะ ท่านสิกขมาตุ ได้ออกบิณฑบาต มีญาติธรรมและนักเรียนสัมมาสิกขาปฐมอโศกมารอใส่บาตรเป็นแถวกันยาวเหยียด วันนี้เส้นทางบิณฑบาตต่างจากเส้นทางบิณฑบาตเมื่อวานที่เข้าไปภายในพื้นที่ธรรมชาติอโศก เป็นอีกเส้นทางหนึ่งซึ่งมีความงดงาม เป็นเส้นทางสัญจรหลักของชาวบ้านที่ทำสวนปาล์ม สวนผลไม้ในบริเวณนี้ ๒ ฟากฝั่งยังอุดมไปด้วยป่าไม้ ต้นไม้ที่ยังมีความสมบูรณ์ แข็งแรง ภาพที่พ่อครูนำพาเหล่าสมณะเดินบิณฑบาต ท่ามกลางป่าเขา ลำเนาไพร จึงเป็นภาพที่วิจิตรงดงาม ลึกซึ้งถึงแก่นธรรม

๐๘.๓๐ น. รายการสุดท้ายสำหรับงานภราดรภาพซาบซึ้งใจในวันนี้ เป็นรายการวิถีอาริยธรรมภาคพิเศษสัญจร ท่านสมณะเดินดิน ติกขวีโร ท่านสมณะแสนดิน ภูมิพุทโธ มาดำเนินรายการแทนพ่อครู ซึ่งท่านได้นำผู้ร่วมบุกเบิกธรรมชาติอโศกรุ่นเดียวกับคุณอาไม้ร่ม ธรรมชาติอโศกคือคุณอาณรงค์กับคุณอาอมร ได้มาเล่าที่มาที่ไป เรื่องราวนิทานความเป็นไป ๒๕ ปีของการกำเนิดธรรมชาติอโศกรวมถึงอนาคตที่จะดำเนินต่อไปภายใต้การจัดสรรเวลาและโอกาสของแต่ละท่านจะอำนวยมาพร้อมใจกันเพื่อคงความเป็นธรรมชาติต่อไป

เวลา ๙.๕๐ น.พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ได้มาแสดงธรรมโปรดลูกหลานๆ... ส.แสนดินถาม ตอนนี้กระแสการดูแลสุขภาพของพวกเราก็จะมีความหลากหลาย แล้วบางกระแสก็จะแรง เราจะประมาณในการอยู่กับกระแสเหล่านี้ เพราะอโศกเราได้ผ่านยุคการเห่อ หรือฟีเวอร์มาหลายยุคสมัยแล้วไม่เคยจบสิ้นเลย เราควรประมาณการอยู่กับกระแสเหล่านี้อย่างไร

พ่อครูว่า ...ก็คืออย่าเชื่อมงคลตื่นข่าว ตามพระพุทธเจ้าสอน พอเขาว่ามีข่าวนี้ดีๆๆ เราก็หลงไป โรคฟีเวอร์ก็คืออย่างนี้แหละ มงคลตื่นข่าว แล้วที่ไม่ได้เรียนไม่ได้ฝึกฝนกลายเป็นไม่เป็นตัวของตัวเอง เชื่อตามข่าวลือไปก็เลยกลายเป็นคนแบบบนั้นไป เราก็ตองประมาณ ไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไรเราก็อย่าไปฟีเวอร์อะไรกับเขา อะไรที่พอเป็นไปมันถึงเวลาถึงโอกาสก็ค่อยว่ากัน

เรื่องเกี่ยวกับ การที่พวกเราทำงานกันหนักและยาวนาน ทำให้เจ็บป่วยกัน แล้วพอมีคอร์สสุขภาพหรือวิธีการใดที่ดังขึ้นมา พวกเราก็จะเฮกันไป มีอาการเห่อหรือฟีเวอร์ขึ้นมาเลย เพราะฉะนั้นเรารักตัวกลัวตาย ตะกละตะกรามเห็นแก่ตัวมาก มันก็แรงมันก็มากเอง แต่ถ้าเราไม่รักตัวกลัวตายมาก ไม่ได้เห็นแก่ตัวมากมายอะไร มันก็ไม่กระดี๊กระด๊าเกินกาล มันก็อยู่ที่ความจริงเหมือนกัน ก็ต้องพยายามดูตัวเอง อ่านตัวเองกำหนดตัวเองว่าเรานี่แหมมันเห็นแก่ตัว มันรักตัวกลัวตาย หรือกระดี๊กระด๊าจัดจ้านเกินไปไหม ถ้ามากไปเราก็ควรลดตัวเองลง ถ้าแค่ประเด็นที่มีคำถามว่าจะประมาณอย่างไรก็แค่นั้นแหละ นอกจากว่าเราเองไม่คิดเรื่องตัวเอง เราก็อยากได้นี่หว่า ชีวิตเราก็ของเรา เป็นนิดเป็นหน่อยก็อยากจะหายเลย เป็นมากก็ยิ่งจะอยากหายเร็ว ส.เดินดินว่า ผมมองปรากฏการณ์ฟีเวอร์ ทำงานหนักในวัด ไม่ได้พักก็เลยหาทางออกไปทำคอร์สข้างนอก เป็นโรคอย่างหนึ่งของพวกเราที่พยายามหาทางออก พ่อท่านก็ว่าเปิดคอร์สใหม่คือคอร์สวางใจสิ ถ้าวางใจได้ก็หายหมด

พ่อครูว่า ...อ้าวก็มาเข้าคอร์สกับสมณะเดินดิน เป็นคอร์สวางใจ

ส.แสนดินว่า... ก็สรุปตรงที่คอร์สวางใจนี่แหละ แต่ว่าการที่จะวางใจได้ต้องรู้ว่าจะวางอะไร?

ส.เดินดินว่า ..ก็เอาอย่างนี้สิ ก็อ่านอาการเลย อาการอยากก็ ว่าอาการที่อยากจะไปเข้าคอร์ส บางคนไม่ได้ไปเข้าคอร์ส แล้วไม่ได้ได้ไปก็ร้องไห้เลย

พ่อครูว่า...ยิ่งไปร้องไห้นี่ยิ่งโอ๋ตัวเอง ทำอาการไปเสียพลังงานไปโอ๋ตัวเองอีก

ส.แสนดินว่า ถ้าทำตามอยากคือได้ไปเข้าคอร์สสมใจคือเรากำลังโอ๋ตัวเอง กำลังเพิ่มอาการให้ตัวเองเพิ่มความเจ็บป่วยให้ตัวเอง

ส.เดินดินว่า ใครๆก็บอกว่ามันหายหมดนะ

ส.แสนดินว่า มันมีกระแสช่วยด้วยว่าใครก็หายหมด

พ่อครูว่า..ก็ยิ่งเร่งความอยากใหญ่เลย

ส.แสนดินว่า...บางคนเห็นไปเข้าคอร์สมีอะไรออกมาก็กลัว แล้วว่าจะไม่กินของที่เป็นพิษอีก แต่พออีกไม่นานก็เห็นตักลูกชิ้นเจเป็นชามเลย อันนี้ไม่หายแน่ กลับมาเจอผัสสะเก่า เจอคนเก่าอีกก็ไม่หาย แถมตายไปนี่ก็ไม่หมดกายด้วย อันนี้หนักกว่าอีก แต่ถ้าเราไม่ไปเราหยุดตนเอง เรามาทำคอร์สวางใจ วางจิตวิญญาณนี่แม้เราจะไม่หายป่วยทันที แต่เราจะค่อยๆหมดกาย ดีกว่าไปเจ้าคอร์สนอกๆเยอะ มาเข้าคอร์สกับพ่อครูกับอุปัชฌาย์ดีกว่า...จบ

พ่อครูว่า เสร็จรายการแล้วฝนก็ตก พอดี ท่านตกแล้วก็ไม่ยอมหยุด ก็บอกว่า ๑๐.๔๕ ใช่ไหม เขาก็แม่นเวลาอย่างกับอะไรดี ....

สิ้นเสียงสาธุการจากผู้ที่มาฟังธรรมในศาลาเชิญเพื่อนเป็นสัญญานสิ้นสุด จบงานภราดรภาพซาบซึ้งใจ ในเวลา ๑๐.๔๕ น. พระพิรุณได้โปรยปรายลงมาอย่างหนัก ทั้งที่ก่อนที่จะเริ่มจัดงานฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ผู้จัดเองยังเกรงว่าจะเป็นอุปสรรคในการจัดงาน แต่พ่อครูมาถึง เริ่มงานภราดรภาพซาบซึ้งใจ พระพิรุณได้พักยกหยุดตก ๒ วันทำให้งานเป็นไปอย่างราบรื่น ต้องขอบคุณธรรมชาติ ดิน น้ำ ไฟ ลม ที่เอื้อความสมดุลย์ทางธรรมชาติให้งานสำเร็จลุล่วงไปอย่างงดงาม

เสร็จสิ้นภารกิจ งานภราดรภาพซาบซึ้งใจ รำลึกธรรมชาติอโศก ปี ๒๕๕๘ อย่างชุ่มเย็น

ภายหลังจากเทศนารายการวิถีอาริยธรรมที่ศาลาเชิญเพื่อนเสร็จ พ่อครูก็ได้ฉันอาหารและได้ถ่ายภาพหมู่ร่วมกับคณะเจ้าภาพของงานและ คณะที่มาร่วมงานหลายคณะ เมื่อฉันเสร็จ พ่อครูก็ได้ไปทำงานต่อที่บ้านพัก จนถึงเวลา ๑๖.๓๐ น.พ่อครูจึงได้เดินทางต่อ ไปถึงสนามบิน จ.ระนอง ในเวลา ๑๗.๒๐ น. มีญาติธรรมไปส่งพ่อครูที่สนามบิน ประมาณ ๒๐ คน เป็นบรรยากาศที่อบอุ่น ท่ามกลางขุนเขาและฝนอันชุ่มเย็นที่ตกลงมาต่อเนื่อง เนื่องจากมาถึงก่อนเวลาขึ้นเครื่องบินประมาณ ๒ ชั่วโมง หากรอต่อไป ญาติธรรมก็จะไม่ยอมกลับจะรอส่งพ่อครูจนถึงเวลาขึ้นเครื่อง พ่อครูจึงไปพักที่ห้องพักรับรอง เพื่อให้ญาติธรรมได้กราบลาก่อน จะได้ไม่รอนานถึง ๒ ชั่วโมง และก็น่าประทับใจที่ทางสนามบินระนองได้เปิดห้องต้อนรับให้พ่อครูและปัจฉาฯ ได้พักก่อนขึ้นเครื่อง โดยสมณะหลายรูปที่มาร่วมงานก็ได้ไปส่งพ่อครูถึงห้องพักรับรองก่อนขึ้นเครื่องบิน แม้ใกล้จะได้เวลาขึ้นเครื่องแล้ว พ่อครูก็ยังติดต่องานกับท่านสมณะถักบุญที่บ้านราชฯก่อนเดินไปขึ้นเครื่องบิน

เวลา ๑๙.๑๐ น. พ่อครูและปัจฉาฯก็ได้เดินไปขึ้นเครื่องบิน ซึ่งวันนี้เป็นการบินกับเครื่องใบพัดลำเล็ก ซึ่ง เครื่องก็มีอาการโคลงเคลงบ้างเวลาขึ้นและลง แต่ว่าพอขึ้นเครื่องแล้วก็นิ่งดี พ่อครูใช้เวลาอ่านหนังสือไปตลอดการเดินทาง ๑ ชม. ๕ นาที ก็ถึงสนามบินดอนเมือง ที่มีคุณโต้ง(เลื่อนผา) พร้อมครอบครัว มารอรับพ่อครู และส่งพ่อครูถึงสันติอโศกในเวลา ๒๑.๔๐ น. ของวันที่ ๑๙ ก.ค. ๒๕๕๘ โดยสวัสดิภาพ จากนั้นพ่อครูก็ได้กราบพระพุทธาภิธรรมนิมิตที่ศาลาฉัน ก่อนไปกราบพระบรมสารีริกธาตุต่อ เป็นการจบสิ้นภารกิจ ร่วมงานภราดรภาพซาบซึ้งใจ รำลึกธรรมชาติอโศก ปี ๒๕๕๘ อย่างเรียบร้อยง่ายงาม

พ่อครูได้พาทำพิธีบูชา ดิน น้ำ ลม ไฟ อย่างมีสัมมาทิฏฐิ และดิน น้ำ ลม ไฟ ก็เหมือนรับรู้ไปด้วย ฝนหยุดตกในเวลา ๒ วันที่จัดงาน ทั้งที่ก่อนและหลังพิธี ฝนตกลงมาอย่างหนัก ซึ่งก็เป็นเรื่องอจินไตย ทุกอย่างมาแต่เหตุ ไม่มีสิ่งบังเอิญในโลกนี้ พ่อครูได้สอนให้ชาวอโศก อยู่ร่วมกับธรรมชาติ อย่างสร้างธรรมชาติ ทั้ง ภูเขา ป่าไม้ ลำธาร น้ำตก และสิ่งแวดล้อมที่ดีอันจะเป็นเสนาสนสัปปายะ ให้บุคคล คือชาวอโศกและกัลยาณมิตร ได้อาศัยเสนาสนะเหล่านี้ฝึกฝนจิตใจ ให้อยู่เหนือธรรมชาติที่เป็นความโลภ โกรธ หลง ได้อย่างเที่ยงแท้ยั่งยืน หยุดกอบโกยเอาเปรียบธรรมชาติได้ตลอดกาล แล้วธรรมชาติซึ่งมีพลังงานอุตุ และพีชะก็จะสังเคราะห์ตัวเอง สร้างตนเองให้คนและโลกได้อาศัยใช้สอย อย่างเกื้อกูลกันและกัน ปราศจากโทษภัยต่อกันและกันอย่างยั่งยืน อย่างที่ธรรมชาติอโศกได้ปรากฎให้เห็นและเป็นอยู่อย่างดี ยั่งยืนมั่นคง มาจนถึงบัดนี้เป็นเวลาถึง ๒๕ ปี ธรรมชาติอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน