ทำอย่างไรให้ศัตรูกลายเป็นมิตร และการกล้าแสดงออก
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(พรหมวิหาร 4) ตอน ทำอย่างไรให้ศัตรูกลายเป็นมิตร และการกล้าแสดงออก
_ทำอย่างไรเราถึงจะให้ศัตรูกลายเป็นมิตรได้ครับ แล้วทำอย่างไรเราถึงจะเป็นคนกล้าแสดงออกครับ
พ่อครูว่า...ทำอย่างไรให้ศัตรูกลายเป็นมิตรครับ คือ เราอย่าคิดว่าศัตรูเป็นศัตรู เราต้องเข้าใจให้ได้ว่าผู้ที่มีความเห็นต่างจากเราขัดแย้งกันนั้น คือ ผู้ที่มีความเห็นต่าง แต่เขาไม่ใช่ศัตรู เราจะต้องพยายามจะทำอย่างไรจะให้ศัตรูกลายเป็นมิตร เราก็แสดงความจริงแสดงความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา แม้เขาจะเป็นผู้ที่มีความเห็นขัดแย้ง เขาจะตั้งตัวเป็นศัตรูกับเราจะเห็นเขาทำร้ายเรา จะด่าว่าเราอะไรก็แล้วแต่ ก็มีจิตเมตตาเขาให้ได้
อย่างอาตมาตำหนิเขา พยายามบอกความผิดของเขา บอกอย่างมากมาย แรงอย่างแรง บอกอย่างหนัก จนหาว่าคำแรงคำหนักนั้นหาว่าอาตมาด่าเขา อาตมาพูดอยู่ตลอดเวลาไม่ได้พูดเล่นว่าอาตมามีจิตเมตตาเขา ไม่ได้ถือว่าเป็นศัตรูหรือไปโกรธแค้นโกรธเคืองเขา
เช่นอาตมาจะพูดความไม่ดีของทักษิณ ก็เป็นธรรมะ อาตมาเมตตาเขา หากไม่เมตตาก็ต้องบอยคอต หรือพรหมทัณฑ์เขา อาตมาไม่ได้ไปพรหมทัณฑ์เขา อย่างทักษิณเขาว่า let it be อาตมาก็ไม่ได้ไปทำอะไรอย่างเขา
ทำอย่างไรจึงจะเป็นคนกล้าแสดงออกก็ต้องมีความมั่นใจในสิ่งที่เรารู้ชัดเจน จะมีปัญญารู้อย่างครบถ้วน แล้วมั่นใจว่าสิ่งที่อาตมารู้และแสดงออกอาตมารู้ว่าเป็นสิ่งที่ดีที่ครบถ้วนแล้วอาตมากล้าแสดง แม้ว่าจะขัดแย้งกับผู้รู้อื่น จะขัดแย้งกับส่วนใหญ่ของเขาเลยทีเดียว ถ้าหากอาตมาไม่มีตัวนี้ อาตมาก็ทำงานนี้ไม่ได้หรอก เพราะว่าศาสนาพุทธทุกวันนี้ ในโลกเลยทีเดียวจะเห็นเหมือนกับในประเทศไทยเพราะศาสนาพุทธมันมีโลกียะเต็มไปหมดไม่มีโลกุตระเลย อาตมาจึงได้เอาโลกุตระมาปักหมุดมาฝังลงมาใหม่ ทำให้หยั่งลง ในพุทธศาสนิกชนพุทธมามกะ
อ่านต่อ
ต้องทำให้สำเร็จ แล้วก็ได้มาเรื่อยๆ แล้วจะเป็นต้นทางที่งอกเงยเป็นเชื้อของโลกุตระ ที่จะขยายผลต่อไปในอนาคต คนจะค่อยๆศึกษาจะค่อยๆเข้าใจ
อาตมาตายแล้ว เขาถึงจะรู้ว่าอาตมาถูกต้องอาจจะมาเอาโลกุตระนำมาคืนให้ ตอนนี้อาตมายังอยู่เขาก็ยังไม่อยากพูดไม่อยากจะยอมรับ เพราะเขาได้เผลอได้ผิดพลาดไปแล้วเขาได้ตำหนิอาตมาไปแล้ว เถรสมาคม เขายึดถือว่าเขาเป็นเจ้าลัทธิเป็นมหาเถรสมาคม แล้วเขาก็เข้าใจผิด เขาได้พลาดไปแล้วที่ได้มาว่ามาถล่มทลายอาตมา จึงไม่รู้จะทำอย่างไรจึงปล่อยให้อาตมาพูดเอาๆ เขาจะค้านแย้งอาตมาก็ไม่ได้ เพราะว่าอาตมาเอาพระไตรปิฎกเป็นหลัก เขาก็เลยต้องจำนนว่าเป็นจริงอย่างนั้น อาตมาไม่ได้พูดความเข้าข้างตัวเอง ส่วนคนที่ยังยึดมั่นถือมั่นด้วยความมืดดำไม่มีภูมิปัญญาก็จะขี้ตู่ว่าอาตมาผิดอยู่อย่างนั้นแหละไม่เข้าใจสัจจะ
คนที่มีภูมิปัญญาเพียงพอจะรู้ว่าอาตมาพูดนี้ถูกต้องวันเวลาจะพิสูจน์อาตมา
ขอยืนยันว่า ไม่มีใครในยุคนี้ที่เอาโลโก้สาราณีธรรมมาประกาศและคนปฏิบัติได้ เป็นสาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7 เป็น วรรณะ 9 อยู่กันถึงขั้นสาธารณโภคี เป็นคนขยันทำแล้วไม่สะสมอะไรเลย ทำเอาให้กองกลางหมดเลย มันเป็นการถือสัจจะในยุคนี้ว่าศาสนาพุทธยิ่งยอดขนาดนี้ ทางด้านเศรษฐกิจก็ดีทางด้านการเมืองก็ดีบริหารกันอย่างไม่ลำบากลำบนอะไรเลยเป็นการดูแลกันเลี้ยงดูกันยังสบายสงบมาก
เป็นสังคมที่สุดยอด พูดไปแล้วคนเขาก็จะหมั่นไส้เอาหาว่ายกย่องตัวเอง แล้วไม่ยกย่องตัวเองในสิ่งที่ถูกต้องสิ่งที่ดีไม่รู้จะว่าอย่างไรเพราะมันเป็นสิ่งที่ดีจริงๆ แล้วมันก็เป็นพวกเรา ถ้าพวกเราเป็นคนที่เข้าใจถูกต้องแล้วปฏิบัติได้จึงเป็นกลุ่มมนุษยชาติที่ดีก็ต้องยกย่องเป็นตัวอย่าง ถ้าเขาไม่มีอคติเขามีปัญญามีภูมิปัญญาจริงเขาจะน้อมรับจะเข้าใจ ส่วนคนไม่มีปัญญาคนที่รู้สึกหมั่นไส้รู้สึกเพ่งโทษมีอคติก็ไม่มีปัญหาอะไรเขาก็ต้องมองอย่างนั้น