สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ยอดหัวใจในการปฏิบัติของศาสนาพุทธ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์14 KB
วันที่แก้ไข20 มกราคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ยอดหัวใจในการปฏิบัติของศาสนาพุทธ หัวใจของศาสนาพุทธ ศาสนาพุทธหัวใจของการปฏิบัติอยู่ที่สัมมาสังกัปปะ อยู่ที่การปฏิบัติสังกัปปะ 7 ถ้าไม่สามารถรู้จักสังกัปปะ 7 แล้วก็เรียนรู้แยกเวทนา 108 ไม่เป็น โดยเฉพาะ แยกเคหสิตเวทนา กับเนกขัมสิตเวทนา เป็นธรรมะ 2 ข้อสำคัญคู่เอก จิตของเราสัมผัสแล้วจับรู้ ในสัมผัสกับมันมี กามผสมไหม แขกจรตัวนี้ อาคันตุเก จับตัวกิเลสกามหรือพยาบาท แล้วทำออกเนกขัมมะได้ ทำให้กิเลสออกไปจากใจได้ พิจารณาให้เห็นว่าเป็นของไม่เที่ยง เป็นเหตุแห่งทุกข์ มันไม่ใช่ตัวตนหรอก พูดภาษาเพราะนะง่าย แปลจากภาษาบาลีว่าอนิจจังทุกขังอนัตตา แต่คุณจะเห็นความไม่เที่ยงของกิเลสนี่มันก็ไม่เที่ยง จิตเองก็ไม่เที่ยง เกิดแล้วก็ดับ กิเลสมันก็เกิดดับเกิดดับแต่คนไปยึดถือให้มันอยู่ มันไม่เที่ยงก็ไปยึดถือให้มันเที่ยง มันไม่อยู่ก็เอามันอยู่ มันไม่ใช่ตัวตนก็เอามันมาเป็นตัวตน ทำไมมันถึงดื้อจริงนะคน เคยดื้อไหม เดี๋ยวนี้ยังดื้ออยู่หรือเปล่า แล่วกัน โอ้ย หัดลดลงบ้างหรือเปล่า ..ลด ก็ค่อยยังชั่ว แต่ก็ยังชั่วอยู่ดี ที่พูดนี้มันดูง่ายๆ แต่ชัดขึ้นไหม ปฏิบัติแล้วเราต้องอ่านจิตของเรากระทบสัมผัสแล้วเราต้องอ่านจิตในจิต แล้วทำจิตในจิตของตน ให้จิตมีมุทุภูตธาตุ สัมผัสรู้แล้วแยกแยะได้เร็วมีธรรมวิจัยสัมโพชฌงค์เร็ว แยกกิเลสได้จัดการกิเลสทันที จัดการกิเลสได้อย่างมีประสิทธิภาพทำให้กิเลสลดลงได้ด้วยปัญญา การกดข่มมันเป็นอัตโนมัติของแต่ละคนทุกคน ถ้าไม่กดข่มกิเลสรับรองเรี่ยราด ไม่ว่าขี้โลภอยากได้ราคะ หรือโกรธ มันออกมาประจานเต็ม คนกดข่มตามธรรมชาติของมนุษย์ สัตว์เดรัจฉานมันไม่สงวนท่าทีก็เอาออกมาก็เรื่องของสัตว์ แต่คนยังมีองค์ประกอบต่างๆ ไม่ได้ปล่อยออกมาหมดหรอก ไม่ว่าจะเป็นความโกรธความโลภหร

อ่านต่อ

ือราคะ แต่ถ้าเผื่อว่าเราไม่เรียนรู้และกำจัดพวกนี้ มันก็มีแต่สะสมหนาขึ้นเรียกว่าปุถุชน คนที่ปุถุชนนี้ไม่รู้ว่าตัวเองมีกิเลสหนาอยู่ทุกวินาที เติมราคะโทสะโมหะหนาไปเรื่อย เพราะเขาไม่ระมัดระวัง ขนาดเราระมัดระวังยังไม่ง่าย พวกที่ไม่ปฏิบัตินี่น่าสงสาร แล้วเขาไม่รู้ตัวสะสมความโลภสะสมราคะโทสะ อยู่ตลอดเวลาเลย เขาไม่รู้ น่าสงสารไหม นี่คุณเห็นใจโพธิสัตว์ไหม โพธิสัตว์รู้เห็นจริงๆมันน่าสงสาร อาตมาไม่ได้พูดเล่นนะว่า อาตมาสงสารคนที่เป็นอย่างนี้ พูดอยู่ตลอดเวลา ที่ทำอยู่นี้ก็เหนื่อยนะ มันก็ยากด้วย แล้วทำไมมันถึงดื้อดึงจัง แต่มันก็ต้องทำเพราะไม่มีอะไรดีกว่านี้ ถ้าหากพระโพธิสัตว์ไม่เห็นใจแล้วปรินิพพานเป็นปริโยสานไป แต่จะมาเห็นใจ โดยตั้งจิตว่าจะพยายามพากเพียร ถ้าเราพากเพียรขึ้นก็จะสะสมบารมีขึ้นเป็นพระพุทธเจ้า ก็เอาเถอะคนเราเกิดมาเป็นคนนั้นสูงสุดได้สูงสุดเท่าพระพุทธเจ้า จะเสียชาติเกิด เราเกิดมาในชาตินี้เราเป็นคนให้ถึงสูงสุดเหมือนพระพุทธเจ้าให้ได้อยากเป็นกันไหม แล้วตั้งจิตกันไหม เกิดมาชาติหนึ่งแล้ว ถ้าคนที่ได้ภูมิอรหันต์แล้ว คือคนที่จะปรินิพพานเป็นปริโยสานไปได้เลยแยกธาตุไปเป็นอุตุนิยามไม่เป็นจิตนิยามได้แล้ว แต่ยังไม่แยกจะทำต่อ นี่คือโพธิสัตว์ ซึ่งเถรวาทไม่รู้เรื่อง เขาตีทิ้งเป็นปุถุชนแล้วเอาโพธิไปใส่ไว้ตรงไหน โพธิคือความตรัสรู้ โพธิสัตว์ก็คือสัตว์ที่มีความตรัสรู้ โพธิสัตว์ 9 ระดับ 1.โสดาบันโพธิสัตว์ 2.สกิทาคามีโพธิสัตว์ 3.อนาคามีโพธิสัตว์ 4.อรหันต์โพธิสัตว์ 5.อนุโพธิสัตว์ 6.อนิยตโพธิสัตว์ 7.นิยตโพธิสัตว์ 8.มหาโพธิสัตว์ 9.พระปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อาตมาเป็นโพธิสัตว์จริงจึงรู้ลำดับนี้ อาตมาเป็นโพธิสัตว์ถึงระดับ 7 จึงได้รู้ลำดับดีพอสมควร แล้วลำดับที่อาตมาจะต้องไปอีกจึงรู้ล่วงหน้าพอสมควร ที่ จะต้องยืนยันเพราะว่าคนถูกหลอกให้ไปเชื่อถืออรหันต์เก๊ไปหมด พูดนี้ไม่ได้หลงตัวหลงตนแต่ก็ต้องยืนยัน ถ้าคุณไม่เชื่อก็ต้องตามพิสูจน์ คุณไปพิสูจน์อรหันต์เก๊น่าเสียดายเวลาทุนรอนจะตาย คุณเอาเวลาแรงงานทุนรอนมาศึกษาอรหันต์จริงบ้างสิ แต่เขาไม่เอา ไปเสียเวลากับอรหันต์เก๊กัน เมื่อไหร่จะหยุดเสียที เขาไม่รู้ว่าอรหันต์จริงคืออะไร อรหันต์จริงเขาสอนกันว่าจะต้องนิ่งใบ้ไม่นิคคัณเห ไม่ติมีแต่ชม แต่ศาสนาพุทธเป็นศาสนาแห่งการตำหนิ พระพุทธเจ้าตรัสกับพระอานนท์ว่า เราจะขนาบแล้วขนาบอีกไม่มีหยุด จะทำกับเธอเหมือนช่างปั้นหม้อที่ทำกับดินที่ยังเปียกอยู่ หรือความชั่วหรือกิเลสของเราเหมือนไฟที่ไหม้อยู่บนศีรษะควรรีบเอาออก ความดีมันก็อยู่กับเราไปมันก็ไม่มีปัญหาอะไร ดังนั้นต้องรีบเอากิเลสหรือไฟที่ไหม้ศีรษะออก ต้องตำหนิแล้วตำหนิอีก กระนาบแล้วกระหน่ำอีก เรื่องดีนั้นยังชะลอไปได้ แต่เรื่องไม่ดีนี้ต้องรีบร้อน ท่านพูดและยกตัวอย่างอย่างนี้ไม่เข้าใจก็ไม่รู้จะทำยังไงอีกแล้ว เพราะฉะนั้นจะห้ามอาตมาไม่ให้ด่าคนนี้เมินเสียเถิดอย่าคิดถึง ซึ่งจะเกิดผลจากการปฏิบัติไปตามลำดับ ลาด ลุ่ม ลึก สนิทเนียน แนบแน่น(อัปปนา) แน่วแน่(พฺยัปปนา) ปักมั่น(เจตโส อภินิโรปนา)ไปตาม“กระบวนการ”ของ“สังกัปปะ ๗” และการอบรมศึกษาฝึกฝนก็เป็นขั้นๆไปตาม“ศีล”ที่พระพุทธเจ้าบัญญัติไว้ คือลงมือปฏิบัติศีล จากสำรวมทางกายกรรมภายนอก แล้วเกิดผลทางจิตเป็นอธิจิตไปตามศีล อันมีกำหนดขั้นตอน ข้อ 1-2-3-4-ฯลฯ...เป็นต้น ศีลข้อที่ 1 นั้นสัตว์แต่ละตัวเขาก็มีวิบากของเขา เรามีหน้าที่ช่วยเขาในสิ่งที่ดี ถ้าเขาจะร้ายก็อย่าไปส่งเสริม บอกความร้ายในสิ่งที่เขามีแล้วให้เขาจัดการความร้ายเอาออกให้ได้ เมื่อพูดถึงความร้าย คนที่มีอัตตามานะก็จะโกรธ เมื่อยจริงๆไม่มีทางเลี่ยง ขี้บนน้ำบนบกก็ไม่ได้ขี้บนอากาศก็ตกมาบนบกอีก ผิดไปหมด ต้องให้ปฏิบัติทีละคู่ เทวะ แยกรูปแยกนาม รูปกับนามคือ 1 สิ่งที่เป็น object กับ 2สิ่งที่เป็น Subject Subject คือตัวรู้ object คือตัวที่ถูกรู้หรือถูกกระทำจัดการ เราต้องจัดการกับจิตของเราเองแล้วเราก็เป็นธรรมะ 2 แต่ศาสนาเทวนิยมแยกเทวไม่ออกแยกธรรมะ 2 แยกรูปแยกนามไม่ออก โดยเฉพาะตนเองนั้นมีธรรมะ 2 แต่ไม่รู้ นิ่งเลย เอาตัว 2 นี้เป็นหนึ่งเดียว แต่ตีไม่แตกแยกไม่ออกก็เลยไม่รู้ว่ามันมีอะไรหลากหลายมากมายเยอะแยะ ทีละคู่แยกได้เป็นล้านๆคู่ คุณก็จะรู้ทุกอย่างเลย แต่เราก็รู้ทีละคู่จึงเรียกว่าเป็นลำดับอย่างราบลุ่ม แต่เทวนิยมตีไม่แตกจึงกลายเป็นเทวคู่ เป็นหนึ่ง แล้วก็ไม่เรียนรู้หนึ่งนี้เลย แล้วยกให้ 1 นี้เป็นยอดสูงสุดอยู่ไหนก็ไม่รู้บันทึกออกมาเรียกว่าตำราแล้วให้ประกาศก prophet ประกาศ แล้วอย่าไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงต้องเชื่ออันนี้หมด แยกแยะวิจัยไม่ได้ ทำตามทุกอย่างหมด ควบคุมอิสระเสรีภาพ ศาสนาเทวนิยมจึงเป็นศาสนาทาส100% เป็นทาสพระเจ้า คำสั่งพระเจ้าต้องทำตาม เป็นอาชญา command บังคับ ขออภัยพูดนี้ไม่ได้ว่าหรือดูแคลนแต่สาธยายวิชาการความจริง แต่ถึงเวลาแล้ว โลกกำลังแสวงหาความรู้มีอยู่ อเทวนิยมแยกตัวเองออกได้ ทำให้ตัวเองเป็นหนึ่งก็ได้ทำให้เป็น 0 ก็ได้ พระอรหันต์โพธิสัตว์ก็อยู่กับ 1 หรือ 0 1 คือบทบาทอาศัยให้มี ยังไม่สูญเป็นปรินิพพานปริโยสาน ก็ยังทำงาน เพื่อให้คนอื่นทำ 1 หรือ 0 ได้อีก เป็นผู้ที่สืบทอดธรรมะพระพุทธเจ้าไป ด้วยการให้อิสระให้สิทธิ์คิด ไม่ใช่ให้เชื่ออย่างเดียวโดยไม่มีวิจัยวิจาร เห็นต่างก็ได้สุดยอดประชาธิปไตย คนเชื่ออย่างนี้ก็พิสูจน์ของตัวเองไป ก็บอกว่าของเราถูก คุณก็บอกว่าของคุณถูก ต่างคนต่างพิสูจน์เป็นนานาสังวาสไม่มีการทะเลาะกันไม่ไปทำร้ายทำลายกัน เขาเชื่ออย่างนั้นก็ให้เขาทำอย่างนั้น แต่เราบอกว่ามันไม่ถูกนะ เราก็มีสิทธิ์ จริงใจ ก็บอกว่าอย่างนี้ถูกกว่า อย่างนั้นเราก็รู้แล้วพิสูจน์มาแล้ว จะแยกแยะ 2 ออกมาเป็น 1 จนกระทั่งทำ 0 ได้ ทำได้จนกระทั่งชำนาญ อย่างอาตมาโพธิสัตว์ระดับ 7 ชำนาญมาสอนอย่างนี้พูดไป ตกผลึกเป็นอเนญชา เป็นธาตุนิพพานที่สั่งสอน อเนญชา ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา ระดับ 7 นี้ก็แข็งแรงในคุณสมบัติ 5 อย่างนี้มากพอ ไม่มีอะไรทำลายได้แล้ว เวทนาเป็นธรรมะสอง คือสุขกับทุกข์ หัวใจศาสนาพุทธสอนตรงนี้ไม่ใช่สอนที่ดีหรือชั่วที่เป็นสมมติ จะสุขหรือทุกข์นี้เป็นปรมัตถ์ ในการเรียนรู้ทุกข์เราจะรู้องค์ประกอบที่เป็นกระบวนการเกี่ยวข้องอิทัปปัจจยตา ปฏิจจสมุปบาท เกี่ยวข้องกับสิ่งต่างๆรวมกันหมดเลย เมื่อเราสามารถวิจัยธรรมะ 2 นี้ออกแล้วก็ล้างตัวกิเลสที่เป็นตัวเลวร้ายมาก มันทำร้ายทั้ง ปรมัตถ์และสมมุติ มันไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น ถ้าเรามาเรียนรู้สุขทุกข์และลดความสุขความทุกข์มันจะทำลายตัวกิเลส เพราะกิเลสทำให้เกิดสุขเกิดทุกข์ เมื่อทำให้หมดสุขหมดทุกข์ก็จะทำให้ดีและชั่วดีขึ้นด้วย แต่จะไปทำร้ายแต่ดีแล้วชั่วนั้นไม่ถูก คุณไม่มีวันที่จะสามารถแก้ไขจิตวิญญาณได้สำเร็จสะอาดสมบูรณ์ เพราะ สุขทุกข์เป็นเวทนา ดีชั่วนั้นแล้วแต่เขาจะสมมติ ประเทศนี้ถือว่าดี อีกประเทศถือว่าชั่ว มันก็ไม่ตรงกันหรอก สมมุติคนละอย่างกัน ดีชั่วเป็นสมมติ แต่ในปรมัตถ์ ความสุขความทุกข์นั้นเหมือนกันหมด ที่เหมือนกันเพราะว่ามีการยึดถือ ภาษาสิริมหามายา คุณยึดถืออะไรเพราะคุณชอบ คุณได้ตามที่คุณยึดถือคุณก็มีความสุข เมื่อคุณยึดถืออะไรแล้วคุณไม่ชอบ คุณได้มาคุณก็ไม่สุข เฉพาะบุคคลทุกคนไม่ว่าชาติไหนเป็นอย่างนี้ทั้งนั้นแต่เรียกด้วยบัญญัติคนละอย่าง คนยึดถืออะไรว่าเป็นสิ่งที่คุณชอบได้มาสมใจก็เป็นสุข ถ้าได้มาไม่ตรงสเปค คุณก็เกิดทุกข์ เพราะฉะนั้นสุขทุกข์อยู่ที่อุปาทานความยึดมั่นถือมั่น ที่ยึดถือไว้ในกองอนุสัยอาสวะ เคลื่อนตัวมาให้รู้เป็นความยึดมั่นถือมั่น ตื้นขึ้นมาก็เป็นตัณหา ยึดมั่นถือมั่นว่ากูต้องได้อย่างนี้เปิดขึ้นมามีตา หู จมูก ลิ้น กายผสมกับลาภ ยศ สรรเสริญ มันก็มี specification หมดแล้วว่ากูจะต้องได้อย่างนี้ ได้ลาภอย่างนี้ ได้ยศอย่างนี้ ยศตำรวจไม่เอาเอายศทหารหรือข้าราชการ เอายศแบบทางโลกแบบฆราวาสก็แล้วแต่ โดยไม่รู้รายละเอียดพรุ่งนี้ไม่ได้ศึกษา ถ้าหากรู้แล้วซะก็ไม่ต้องไปแย่ง เราทำความสุขความทุกข์ให้หมดไปจากจิตแล้ว มันจะรู้ดีรู้ชั่วไปในตัว เพราะฉะนั้นผู้ที่หมดความสุขความทุกข์แล้วจะไม่ทำอะไรชั่ว จะทำแต่ดี เพราะฉะนั้นคนที่ไม่ยึดถือในสุขและทุกข์จะรู้จักกรรมวิบาก ไม่สั่งสมโดยเฉพาะสุขทุกข์ก็ไม่สั่งสม ก็เรียนรู้อยู่กับสมมุติ พระอรหันต์มีชีวิตอยู่กับสมมติเท่านั้น หมดความสุขความทุกข์แล้ว ท่านก็อยู่กับสมมุติโลก อันนี้เขาสมมติว่าดี เข้าเมืองตาหลิ่วก็หลิ่วตาตาม เขาจะสมมติว่าอันนี้ชั่ว จะเห็นว่าดีก็แล้วแต่ หากไม่ทำตามเขา เขาก็ไล่ออกจากประเทศ เพราะวัฒนธรรมกฎหมายเขาก็เป็นอย่างนั้นไม่เหมือนกันในแต่ละประเทศ อย่างคนชั่ว ขี้โกงอยู่ในประเทศไทยโกงสมบัติชาติในประเทศ เสร็จแล้วประเทศนี้ก็ประกาศไปให้ประเทศอื่นรู้ ประเทศอื่นก็ฟัง คนนี้มันไม่ดี มันไม่ดีจริงหรือเปล่ามันเป็นการเมืองหรือเปล่า เขาก็จะต้องพยายามทดสอบ เขารู้มันไม่ดีจริงๆเขาก็ไม่เอาด้วย ไม่ดีตรงกันนะไม่ดีเพราะอะไรมันโกงชาติโกงประเทศ ไม่ว่าจะเป็นชาติไหนคนโกงชาติโกงประเทศก็ถูกไล่ออกไปทั้งนั้น ตอนนี้คนโกงชาติโกงประเทศทางนี้ก็ประกาศไป ประเทศไหนๆเขาไม่ค่อยเชื่อ ยังไม่เชื่อทีเดียวว่ามันจะเป็นการเมืองหรือเปล่า จนกระทั่งความจริงปรากฏว่ามันใช่นะเป็นคนโกงชาติโกงประเทศ ตอนนี้ชาติอื่นที่เขาไม่ค่อยเชื่อ จะค่อยๆเชื่อและไม่ค่อยให้เข้าประเทศแล้ว แต่เขาก็มีอำนาจเงิน ประเทศที่จะต้องง้อเงินเขาอยู่ก็พูดไม่ออก ต้องยอม คนที่มันโกงเงินไปได้และใช้อำนาจเงิน จึงเชื่อถืออำนาจเงินมากเหลือเกิน แล้วมันก็ซับซ้อน เรียนอาชญาวิทยามาได้ก็เลยเก่ง เลยกองเอาไว้เยอะ ใส่แบงค์ไว้ เลยมีอำนาจใหญ่ เพราะลักษณะของทุนนิยมมันช่วย เอาไปทิ้งไว้ที่ไหนมันก็ออกดอก นี่คือระบบทุนนิยมมันเก่งในโลกก็เลยใช้ระบบทุนนิยมนี้อยู่ได้สบาย ไปด้วยสัจจะนี้แล้วเขาทำกรรมชั่วและบาป โกงก็ยังไม่รู้ว่าโกงแล้วยังไปรุกรานจุกจิกวุ่นวาย ถ้าหากทักษิณหยุดตอแยประเทศไทยทักษิณอยู่สบาย เขาไม่ว่าอะไรหรอก บาปใครบุญมันก็โง่ไปก็แล้วแต่ เขาก็จบ แต่นี่คุณตอแยเอง เพราะฉะนั้นลูกหลานของคุณก็อยู่ไม่สุขด้วยต่อไปในอนาคตขอบอก คุณเป็นคนหาเรื่องให้ลูกของคุณเดือดร้อนนะ ถ้าคุณหยุด ลูกคุณอยู่ในประเทศไทยสบาย ถ้าคุณไม่หยุดนะ หลานคุณอยู่ก็ไม่สบายในประเทศไทย บอกให้ ด้วยความปรารถนาดีนะคุณทักษิณ จริงๆ นี่เป็นสิ่งที่ศึกษาได้เลย เป็นปรากฏการณ์ที่มีจริงในโลกให้ใช้สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งศึกษา ทุกวันนี้กำลังถึงโหมดเลือกตั้ง เอาล่ะสิไม่ยอมปล่อยมือ ถ้าทักษิณปล่อยมือ พวกที่ยังอยู่ข้างทักษิณในนี้จะอ่อนแรงมากเลย บ้านเมืองจะสงบ ถ้าหากทักษิณปล่อยมือมา บ้านเมืองจะสงบอย่างเห็นๆ แต่กระนั้นก็ตาม เพราะฝีมือของประเทศไทยทำให้คนในประเทศเข้าใจตัวทักษิณได้มากขึ้นจึงวางจากทักษิณไปเยอะ โพลต่างๆก็ออกมา หมัดเล็นกำลังวิ่งออกไปหาที่เกาะใหม่ เพราะว่าน้ำยาทักษิณนี้น้ำยาชักหมดอายุแล้ว มันไม่มีฤทธิ์แรงมันอ่อนแรง มันมีเยอะก็ตามแต่มันจะหมดฤทธิ์ เพราะอะไร เพราะสัจธรรมของประเทศไทยพิสูจน์ ประชาธิปไตยจริง พวกประชาธิปไตยเก๊บอกว่านี่เป็นเผด็จการ รัฐประหารทหารมาเผด็จการเอาไปบริหารอยู่ทุกวันนี้เป็นการบริหารของเผด็จการ แต่เขาเป็นประชาธิปไตยต้องเอาเลือกตั้ง อาตมาก็พูดตั้งไม่รู้เท่าไหร่ว่า ที่นี่คือประชาธิปไตย คุณประยุทธมาเป็นผู้บริหารไม่ใช่เผด็จการ แต่มาบริหารเพราะรับหน้าที่สืบทอดจากประชาชนได้ปฏิวัติ ปฏิวัติรัฐบาล 4 รัฐบาล รัฐบาลของสมัครสมชายยิ่งลักษณ์ ทักษิณ เรียบร้อยประชาชนเมืองไทยประชาชนปฏิวัติแต่เข้าใจได้ยาก ก็เป็นการปฏิบัติอย่างสากลไม่ใช้อาวุธใช้ความจริงเป็นตัวยืนยัน จนรัฐบาลพ่ายแพ้ไปจากความจริงอย่างเรียบร้อยราบรื่นง่ายงามมาก เมืองไทยจึงเป็นเมืองประชาธิปไตยร้อยพันหมื่นแสนล้านเปอร์เซ็นต์ เหมือน psi ชัดล้านเปอร์เซ็นต์ ในปัจจุบันนี้เมืองไทยเป็นเมืองประชาธิปไตยล้านเปอร์เซ็นต์ แล้วก็พัฒนา มาบริหาร 4 ปี จบ 1 เทอมแล้ว กำลังจะขึ้นเทอมที่ 2 อาตมาว่ารากฐานที่ได้บริหารมา 4 ปีนี้มีรากฐานที่ดีแล้ว ดำเนินต่อไป 4 ปีนี้จะเป็นเครื่องบอกว่าประเทศไทยคนไทยตาสว่างไหม คนที่เขาตะโกนหาว่าเขาเป็นประชาธิปไตย หาว่ารัฐบาลที่บริหารเป็นพวกเผด็จการ แต่ที่แท้เป็นประชาธิปไตยที่ประชาชนปฏิวัติมาแล้วให้พลเอกประยุทธ์เป็นผู้บริหารเป็นนายกรัฐมนตรี ทำงานไป ประชาชนก็ยังเห็นว่าทำงานเข้าตา ในจำนวนนายกฯ 29 คนผ่านมา นายกฯพลเอกประยุทธ์นี้เข้าตาประชาชนมากที่สุด โพลก็แสดงชัดเจน ต่างประเทศก็ยอมรับพลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯประเทศไทย ไปที่ไหนก็ตามก็เป็นนายกฯประเทศไทย เท่าเทียมกับนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นลัทธิประธานาธิบดีหรือคอมมิวนิสต์ ยังเหลือประเทศเกาหลีเหนือ ยังไม่คิดอ่านจะไปไม่มีความจำเป็นต้องไปวุ่นวายกับเกาหลีเหนือ ให้อเมริกาเขาตอแยเอง อเมริกาต้องหาวิธีการ อาตมารู้วิธีการของเขา มันไม่ใช่เรื่องระเบิดนิวเคลียร์อย่างเดียวมันมีอะไรมากกว่านั้น ที่มาขึ้นก็คือ โดนัลด์ ทรัมป์ก็ทำไปตามประสาไม่รู้เรื่องอะไร อาตมามีความจริงอย่างเดียวใครจะว่าอย่างไรอาตมาสู้ด้วยความจริง อาตมา เทกระบะความจริงออกมาให้หมดเท่านั้น สู้จนหมดหน้าตักความจริงก็จบ สมณะฟ้าไทสรุป...จบ 620120_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ยอดหัวใจในการปฏิบัติของศาสนาพุทธ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน