บาเบผู้ทรงความยุติธรรม.doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
บาเบผู้ทรงความยุติธรรม เจ้าชายบาเบเมื่อได้รับพระราชสาส์นจากพระบิดาก็ไม่รอช้า ทรงเข้าพบพระอาจารย์เพื่อขอลากลับบ้านเมืองทันที อย่างไรก็ตาม เข้าชายบาเบก็อดที่จะโอดครวญแก่พระอาจารย์ด้วยความเสียดาย ในเรื่องที่ตนไม่อาจอยู่ศึกษาจนจบหลักสูตร ดังเช่นเจ้าชายเมืองอื่นๆ พระอาจารย์ฟังเจ้าชายโอดครวญแล้วกล่าวว่า“ความรู้ไม่ได้อยู่ที่นี้ ที่เดียวดอก บาเบ ครูสอนการปกครองที่ดีที่สุดไม่ใช่ข้า แต่คือประชาชนของเจ้าเอง” เจ้าชายบาเบเห็นจริงดังคำพระอาจารย์ว่า จึงรีบกราบลาแล้วทรงม้าคู่พระบารมีของเสด็จกลับเมืองในทันที เจ้าชายบาเบทรงม้าติดต่อกัน 3 วัน 3 คืน โดยไม่หยุดพัก เนื่องจากด้วยเห็นว่าความเดือดร้อนที่กำลังเกิดแก่ประชาชนนั้นรอช้าไม่ได้ และแล้วในวันที่ 4 ซึ่งเจ้าชายบาเบและม้าทรงของพระองค์รู้สึกเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น มีลูกวัวตัวหนึ่งเดินผ่านมาจากพงหญ้า ทึบข้างทางเพื่อเล็มหญ้าอ่อน ตรงทางที่เจ้าชายเสด็จผ่าน ด้วยความเหน็ดเหนื่อยผสมอาการสะลึมสะลือ เพราะไม่ได้นอนหลับมาหลายวัน ทำให้เจ้าชายบาเบบังคับม้าทรงให้หลบลูกวัวน้อยไม่ทัน เป็นเหตุให้ม้าทรงวิ่งเหยียบลูกวัวน้อยถึงแก่ความตาย เจ้าชายบาเบทรงตกพระทัยตื่นจากอาการสะลึมสะลือนั้น รีบเหลียวกลับไปมองพร้อมร้องอุทานว่า “หยุดก่อน! เจ้าม้าเอ๋ย เห็นทีว่าข้าคงจะเหยียบเด็กคนใดเข้าแล้ว” เจ้าชายบาเบจ้องมองไปยังร่างที่พระองค์ทรงคิดว่าเป็นเด็ก แต่แล้วก็เห็นเพียงวัวน้อยตัวหนึ่งนอนแน่นิ่งสิ้นลมหายใจอยู่เท่านั้น “โธ่ เอ้ย...ที่แท้ก็แค่ลูกวัว” เจ้าชายบาเบเอ่ยอย่างโล่งใจ แล้วรีบควบม้าทรงต่อไปจนกระทั่งถึงบ้านเมืองและได้เข้าเฝ้าพระราชาบาบู ซึ่งเมื่อได้เห็นหน้าพระโอรสก็รู้สึกดีพระทัยเหลือจะกล่าว รวมทั้งข้าราชบริพารต่างก็พากันโห่ร้องแสดงความยินดีเป็น
อ่านต่อ
อย่างยิ่ง ในระหว่างที่ความยินดีปรีดากำลังบังเกิดขึ้นนั้น จู่ๆ เสียงกระดิ่งทองคำก็ดังกังวานขึ้น พระราชาบาบูจึงรีบละจากพระโอรสออกไปรับเรื่องเดือดร้อนจากชาวบ้านทันที แต่เมื่อเห็นผู้สั่นกระดิ่ง พระราชาบาบูก็ทรงรู้สึกแปลกพระทัยยิ่งนัก เพราะผู้สั่นกระดิ่งในครั้งนี้คือแม่วัวสาวที่มีน้ำตาไหลอาบแก้ม และร้องครวญอย่างน่าเวทนา “มีใครในที่นี้รู้บ้าง ว่าเหตุใดแม่วัวตัวนี้จึงมาสั่นกระดิ่งทองคำร้องเรียกเรา” พระราชาตรัสถามพระราชบริพาร แต่ไม่มีใครทราบ จึงทรงมีพระราชโองการออกไปว่า “เราเชื่อว่าต้องมีเรื่องทุกข์ใจอย่าง แสนสาหัสเกิดแก่แม่วัวตัวนี้แน่ จงไปสืบความจากชาวบ้านและผู้เห็นเหตุการณ์ ถึงเรื่องราวที่เลวร้ายที่เกิดขึ้นแก่แม่วัว แล้วนำความนั้นมาบอกเราเดี๋ยวนี้” เหล่าทหารรับรุดออกจากวังไปสอบถามชาวบ้าน แล้วรีบกลับมากราบทูลให้พระราชาบาบูทรงทราบ เมื่อทรงรับเรื่องราวทั้งหมดแล้ว จึงรับสั่งให้เจ้าชายบาเบเข้าเฝ้า แล้วตรัสถามเจ้าชายว่า “ลูกพ่อ พ่อรู้เรื่องที่ลูกได้คร่าชีวิตลูกวัวน้อยแล้ว ใยเจ้าจึงทำเช่นนั้นเล่า”“กราบ ทูลเสด็จพ่อ ด้วยความรีบร้อนเดินทางกลับบ้านเมือง ทำให้ลูกขาดสติในการบังคับม้า ม้าของลูกจึงพลาดไปเหยียบลูกวัวจนถึงแก่ชีวิตพระเจ้าค่ะ” เจ้าชายบาเบตอบ “เมื่อเจ้าทำให้ชีวิตลูกวัวน้อยหลุดลอยไปแล้ว เจ้าแสดงความรับผิดชอบอย่างไรบ้างเล่าลูกรัก” พระราชาบาเบตรัสถามอีก “ลูกมิได้ทำสิ่งใดเลย ด้วยเห็นว่านั่นเป็นเพียงแค่ลูกวัวตัวหนึ่งเท่านั้น” เมื่อทรงได้ฟังคำตอบเช่นนั้น พระราชาบาบูจึงถึงกับทรุดตัวลงบนพระที่นั่ง เจ้าชายบาเบเห็นดังนั้นก็ตกพระทัย เนื่องจากไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ตนทำลงไปนั้นเป็นเรื่องร้ายแรงอย่างไร “ลูกทำอะไรผิดอย่างนั้นหรือเสด็จพ่อ” เจ้าชายบาเบตรัสถามด้วยความกังวลใจ “เจ้าเป็นถึงลูกพระราชา ใยดูแคลนคุณค่าของชีวิตเช่นนั้น แม้นั่นจะเป็นลูกวัว แต่ลูกวัวก็มีชีวิต มีเลือดเนื้อ มีความเจ็บปวดเช่นเดียวกับเจ้า ลองหันไปดูสิลูกรัก หากชีวิตของลูกวัวน้อยไม่มีค่าดังเช่นที่เจ้าว่า เหตุใดจึงทำให้แม่วัวเศร้าโศกถึงขนาดต้องมาร้องทุกข์กับพ่อ ลูกรัก หากเจ้ามองไม่เห็นความสำคัญของสิ่งเล็กสิ่งน้อย ในวันนี้ แล้ววันหน้าเจ้าจะปกครองประเทศด้วยใจที่เป็นธรรมได้อย่างไร ต่อไปเจ้าคงจะละทั้งความเป็นธรรม ละทิ้งสิ่งที่สำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งละทิ้งประชาชนและสูญสิ้นประเทศ ลูกรัก...พ่อไม่ยอมให้พระราชาเช่นนั้นมาปกครองประชาชนของพ่อเป็นแน่ และความผิดของเจ้าสมควรได้รับการชำระโทษอย่างเป็นธรรมแก่ผู้เสียหาย” เมื่อตรัสจบพระราชาบาบูก็ทรงตัดสินพระทัย ที่จะลงโทษพระโอรสด้วยวิธีเดียวกับที่เจ้าชายได้ทำกับลูกวัวน้อย สร้างความตกตะลึงให้แก่ทหารและข้าราชบริพารในที่แห่งนั้นเป็นอย่างมาก ต่างทัดทานให้พระราชาบาบูทรงตัดสินพระทัยใหม่ ด้วยเห็นว่าการลงโทษเช่นนี้ร้ายแรงเกินไป สำหรับความผิดของเจ้าชายที่ฆ่าลูกวัวหนึ่งตัว “วัวหนึ่งตัวคือชีวิต เมื่อหนึ่งชีวิตสูญสิ้นในแผ่นดินของเราอย่างไม่เป็นธรรม ตัวเราซึ่งเป็นพระราชาก็ต้องรียกร้องความยุติธรรมนั้นคืนมาให้ เจ้าชายไม่คิดว่าหนึ่งชีวิตน้อยๆของลูกวัวสำคัญ ฉะนั้นเราจะทำให้เจ้าชายรู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดก่อนสิ้นชีวิต เพื่อที่เขาจะได้เข้าใจคุณค่าของชีวิตมากขึ้นและเราผู้เป็นพ่อของเจ้าชาย ผู้กระทำความผิด ก็สมควรได้รับโทษแห่งความสูญเสียรวดร้าว ดังเช่นที่แม่วัวกำลังได้รับอยู่ขณะนี้...ตัวเรา จะเป็นผู้คร่าชีวิตลูกชายเราเอง” ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากเหล่าเสนา อำมาตย์ แต่พระราชาบาเบกลับยอมรับโทษจากพระบิดาด้วยจิตที่สำนึกผิด ทรงเดินไปยังหน้าพระราชวังแล้วล้มตัวลงนอนทอดกลายบนพื้นดินที่ระอุ เพื่อรอการลงพระอาญาจากพระบิดา "ลูกพร้อมจะรับโทษจากเสด็จพ่อแล้ว ขอให้ลงโทษลูกให้สมกับความผิดด้วยเถิด” เจ้าชายตรัสด้วยน้ำเสียงกล้าแข็ง พระราชาบาบูมองพระโอรสแล้วรู้สึกประหนึ่งพระทัยจะแตกเป็นเสี่ยงๆ แต่ก็ต้องแข็งใจทรงม้าพระที่นั่งเพื่อลงโทษเจ้าชาย ด้วยตนเองตามที่ได้ลั่นวาจาไว้ พระราชาบาบูทรงม้า แล้วควบตรงไปยังร่างของเจ้าชายที่นอนรอรับโทษอย่างสงบ ม้าพระที่นั่งเหยียบร่างเจ้าชายอย่างแรง เจ้าชายสิ้นพระชนม์ในทันที ท่ามกลางความตกใจและเสียงร่ำไห้ พระราชาบาบูทรงลงจากม้าอย่างคนสิ้นวิญญาณ และทรุดตัวลงไปกองบนพื้นดินข้างๆ ร่างที่ไร้วิญญาณของพระโอรส น้ำพระเนตรไหลอาบเต็มพระพักตร์... ทันใดนั้นเอง มีแสงสว่างวาบเกิดขึ้นที่ร่างของแม่วัวที่มาร้องทุกข์ หลังสิ้นแสงนั้นร่างของแม่วัวก็หายไป ปรากฏเป็นร่างของพระฤาษีเฒ่าที่น่าเลื่อมใสขึ้นมาแทน “อย่าทุกข์ใจไปเลยองค์ราชา คุณธรรมที่มั่นคงของท่านได้ประจักษ์แก่สามโลกแล้ว เราจะชุบชีวิตโอรสของท่าน ผู้ซึ่งเป็นศิษย์ของเราเช่นกัน กลับคืนมา ณ บัดนี้” กล่าวจบ พระฤาษีก็วาดไม้เท้าขึ้นกลางอากาศแล้วชี้ไปยังร่างไร้วิญญาณของเจ้าชายบาเบ แล้วสิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น เจ้าชายบาเบรู้สึกพระองค์ลุกขึ้นมามีลมหายใจอีกครั้ง สร้างความยินดีให้ทุกๆ คนในที่นั้นโดยเฉพาะเจ้าพระราชาเป็นอย่างมาก “พระอาจารย์” เจ้าชายบาเบร้องอุทานเมื่อเห็นพระฤาษี “พระอาจารย์มาช่วยศิษย์หรือพระเจ้าค่ะ” “เปล่า เลยบาเบ” พระฤาษีตอบ “ความยุติธรรมอันเป็นคุณสมบัติที่สำคัญยิ่งของพระราชาแห่งพระบิดาของเจ้า ต่างหากที่ช่วยเจ้าไว้ ลูกวัวตัวนั้นเป็นร่างที่เสกจากข้าเพื่อทดสอบคุณธรรมในพระบิดาของเจ้า ซึ่งได้แสดงให้เห็นแล้วว่าพระราชาผู้นี้ทรงมีความยุติธรรมเป็นที่น่าสรรเสริญยิ่ง บาเบ ศิษย์ข้า...เจ้าไม่ต้องกลับไปศึกษาวิชาการปกครองจากข้าอีกดอก ในเมื่อพระบิดาของเจ้าเองคือพระอาจารย์ที่ยิ่งใหญ่มากอยู่แล้ว จงศึกษาคุณธรรมจากพระราชาผู้นี้แล้วเจ้าจะเป็นพระราชาผู้ครองใจประชาชนใน เวลาไม่นาน” พูดจบฤาษีก็ให้พรแก่พระราชาบาบูว่า“ด้วยความยุติธรรม อันโดดเด่นของท่าน ข้าขออวยพรให้บ้านเมืองท่านพ้นจากภัยแห้งแล้งเสียเดี๋ยวนี้” ฉับพลันนั้นก็มีฝนตกลงมาจากฟากฟ้า “และขอให้บ้านเมืองของท่านอุดมสมบูรณ์ไปด้วยข้าวปลาอาหาร ประชาชนอยู่อย่างเป็นสุขและเทิดทูนพระราชา ผู้ทรงไว้ซึ่งความยุติธรรมเป็นที่ตั้งดังเช่นท่านตลอดไป” สิ้นคำให้พรสุดท้ายพระฤาษีก็หายตัวไป เสียงโห่ร้องยินดีของชาวบ้านดังก้องไปทั่วทั้งเมือง เจ้าชายบาเบทรงสวมกอดกับเจ้าชายบาบูและทรงให้คำมั่นสัญญาว่า จะเป็นพระราชาผู้ทรงไปด้วยความยุติธรรมดังเช่นพระบิดาให้จงได้ .............................................................. เธอทั้งหลาย... หลายคนอาจคิดว่า การลงโทษเจ้าชายของพระราชานั้น ดูเหมือนจะรุนแรงเกินความผิดไปสักหน่อย บางคนก็ว่า พระราชานี่ช่างใจร้ายนัก ฆ่าได้แม้กระทั่งลูกตนเอง แต่เธอจ๋า ความยุติธรรมนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นยากมากในโลกใบนี้ และนับวันก็จะยิ่งลดน้อยถอยลงด้วย บางเวลา เมื่อเธอต้องการความยุติธรรม เธอก็จะไม่พบกับความยุติธรรมใดๆ เลย นั่นเป็นเพราะเนื่องจากความยุติธรรมมีน้อย ดังนั้นบางครั้ง เราจึงจำเป็นต้องสร้างแม่บทของความยุติธรรม กลายเป็นบรรทัดฐานให้คนอื่นๆ ได้ถือเป็นแบบย่างและนำไปปฏิบัติด้วย พระราชาอาจจะดูใจร้ายไปสักหน่อย แต่พระองค์ทรงทำเพื่อส่วนรวม ทรงเป็นพระราชาที่ให้ความรักความเมตตาต่อทุกคนเหมือนกันหมด ไม่แบ่งแยก ไม่ลำเอียง ถ้ามีผู้นำหรือคนอย่างพระราชาบาบูอยู่มากๆ สังคมของเราทุกวันนี้จะมีความสุขมากมายขนาดไหน ..........................จบเรื่องบาบูผู้ทรงความยุติธรรม..........................