650909 สังคมของคนที่ตายจากกิเลสจนเป็นพระอาริยะ พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ.docx
เนื้อหาในไฟล์
650909 สังคมของคนที่ตายจากกิเลสจนเป็นพระอาริยะ พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ https://www.boonniyom.net/51879.html
ดาวโหลดเอกสารที่ https://docs.google.com/document/d/13RFt3jVwcUwCtcZiWPd1oXXvB29HgW2HDyAl7ivsnKY/edit?usp=sharing
ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/file/d/1AGMWeFMOKEX2ftQaaWUnESrsmK-leE9Y/view?usp=sharing
ดูวิดีโอได้ที่ https://youtu.be/B42byYkpnKM และ https://fb.watch/fqXFwWQToL/
สมณะฟ้าไท...วันนี้วันศุกร์ที่ 9 กันยายน 2565 ที่บวรราชธานีอโศก ตอนนี้ถ้าดูข่าวในประเทศไทยก็จะมีเรื่องน้ำท่วมแถวๆรังสิต นึกถึงที่เราเคยไปช่วยเหลือตอนเขาถูกน้ำท่วมใหญ่ พ่อครูว่า... ที่จริงก็เทศน์ด้วยการใช้ SMS ของแต่ละคนนี่แหละ ขยายความให้รู้แง่มุมต่างๆของธรรมะ เป็นไปเพื่อความ ละหน่ายจางคลายจากกิเลส ตัณหาต่างๆได้ ทุกประเด็น
SMS วันที่ 7-8 กันยายน 2565
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน คนจนฉลาดแท้ รู้จักพอและพ้นทุกข์ได้ _Masarat Buranajaroenpong (เมษารัฐ บูรณะเจริญพงษ์) · กราบนมัสการพ่อท่าน,สมณะ,สิกขมาตุ,ทุกท่าน ...เจริญธรรมญาติธรรมทุกท่านค่ะ🙏ลูกปฎิบัติตามคำสอนของท่าน,ได้บ้าง,ไม่ได้บ้าง ,ชีวิตพบความทุกข์น้อยลง ,ชีวิตครอบครัวเจริญก้าวหน้า ไม่ทุกข์หนักๆเหมือนที่เคยผ่านๆมาค่ะ ...ครอบครัวตอนนี้อยู่ที่สาขาหินผาฟ้าน้ำค่ะ 🙏😊 พ่อครูว่า...ปฏิบัติธรรมมาก็ลดละได้ แล้วก็รู้ว่าทุกข์คืออะไร ชีวิตได้พบความทุกข์น้อยลง ที่ถ่อมตนว่า ทำได้บ้างไม่ได้บ้างแต่คนที่สามารถรู้ทุกข์และธรรม ปฏิบัติธรรมให้ตัวเองลดความทุกข์ลงได้ และก็รู้ว่าทุกข์ของตัวเองลดลง ทุกข์จะลดลงได้ก็ด้วยการ มันเป็นสามัญอัตโนมัติ ทุกคนก็พยายามลด ด้วยการแก้ไขด้วยการกดข่มอะไรก็แล้วแต่ แล้วมันก็ลดลงได้เป็นชั่วครั้งชั
อ่านต่อ
่วคราว ส่วนพระพุทธเจ้านั้นท่านให้ลดทุกข์ด้วยการพยายามหาเหตุของมัน ทุกข์ ที่มันเกิดขณะนี้ อาการทุกข์ มันมีเหตุปัจจัยเกี่ยวข้อง ตั้งแต่สัมผัสต่างๆของจมูกลิ้นกายภายนอก แล้วโยงไปถึงจิต ทำให้จิตมันปรุงแต่งกันขึ้นเป็นเวทนา มันก็มีเหตุให้เราปรุงแต่ง ผสมสังขารกัน อย่างนี้พอใจ มันมีอุปาทานเป็นตัวตั้งเอาไว้ อย่างนี้พอใจที่ต้องการก็สุข อย่างนี้ไม่พอใจตามที่ต้องการก็เป็นทุกข์หรือไม่ชอบใจ ไม่พอใจ ถ้าสุขก็พอใจ มันก็เป็นอยู่แค่นี้แหละมนุษยชาติที่ไม่ได้เรียนรู้ธรรมะของพระพุทธเจ้า เมื่อเรียนรู้ให้ลึกซึ้งเข้าไปแล้ว ปัดโธ่ เราเข้าไปตั้งอุปาทาน สมมุติเข้าไปว่าจะต้องได้อย่างนี้เป็นอย่างนี้ ถ้าเราไม่ตั้งว่าจะต้องได้อย่างนี้ เป้นอย่างนี้ รู้ความจริงว่า อ๋อ.. มันกระทบกับเราทางตาตอนนี้แหละ ขณะนี้ปัจจุบันนี้กระทบทางตาก็เป็นรูปอย่างนี้ สีอย่างนี้ กลิ่น รสจมูกอย่างนี้ กระทบทางหูเป็นเสียงอย่างนี้ อ้อ ก็รู้ความจริงตามความเป็นจริงของมัน ก็เห็นว่ามันควรจะช่วย มันจะได้เจริญก้าวหน้ามันจะได้ดูดี เป็นไปตามที่ควรก็ทำก็ช่วย แต่เห็นว่าไม่ควรจะต้องไปแตะต้องปล่อยเขาไปตามเรื่อง ไม่ต้องไปเป็นเจ้ากี้เจ้าการจนเกินไป แล้วเราก็เป็นอยู่สุขไม่มีปัญหาอะไร คนเราอยู่ด้วยกัน คนนั้นคนนี้พอบอกได้ รู้ เห็นว่าเขาเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เราก็เข้าใจตามภูมิของเราว่า เขาควรจะเลิกอันนี้ เขาควรจะทำอันนี้ แนะนำกันได้ก็ทำ แนะนำกันไม่ได้ก็ไม่ต้องทำ ปล่อยไปเฉยๆ คนเราก็ช่วยกันเท่าที่ทำได้ อย่างอาตมาก็ได้แต่พูดได้แต่บอกส่วนใหญ่ ไปจับมือจับไม้ไปบังคับให้ทำอะไรไม่เอา เอาแค่นี้แหละ ก็มีคนพอเข้าใจแล้วก็ได้ประโยชน์ โดยเฉพาะธรรมะของพระพุทธเจ้านั้นเป็นไปเพื่อ ละหน่ายคลายกิเลส พอฟังแล้วก็ได้เอาไปลดละกิเลส จนกระทั่งลดความทุกข์ ลดสิ่งที่มันไม่ดีไม่งาม จนกระทั่งบรรลุโลกุตรธรรมมาเป็นอย่างนี้ ทำให้เราเป็นเช่นนี้ได้ เป็นอย่างที่เราเป็นทุกวันนี้ อาตมาก็เห็นผลแล้วว่า อาตมาประสบผลสำเร็จตามธรรมะพระพุทธเจ้าแล้ว ซึ่งก็พูดไปหลายทีแล้ว ว่าอาตมาไม่สูญเปล่าเกิดมาในชาตินี้ เอาธรรมะพระพุทธเจ้ามาเปิดเผยและมีผู้ฟังธรรมเข้าใจเอาไปทำตาม จนเกิดพฤติกรรม เกิดการประพฤติปฏิบัติ แล้วได้มรรคผล จนเสร็จแล้วก็มาใช้พฤติกรรม พฤติการณ์นี้แหละ อาศัยให้ชีวิตเป็นอยู่ทางกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม มันมีองค์รวม เป็นความคิดองค์รวม ความเห็นองค์รวม เรียกว่า ทิฏฐิสามัญญตาก็เลยมารวมกัน เป็นวัฒนธรรมเป็นหมู่กลุ่มที่มีทิศทาง เรียกว่า ทิฏฐิสามัญญตาไปในทางเดียวกัน มันมีตัวขัดแย้งกันบ้าง แต่ไม่รุนแรง อันพอเหมาะ ขัดแย้งอันพอเหมาะ มันเป็นธรรมชาติของสิ่งที่ไม่เท่ากัน ไม่เหมือนกัน มันก็ขัดแย้งกันโดยธรรมชาติ แล้วแต่ละคนก็ยึดตามอัตโนมัติ ยึดว่าเออ.. ของเราน่าจะดีกว่าของเขาน่าจะลดลง หรือก็เห็นว่าของเราไม่ดีของเขาดีกว่า ของเขาน่าจะได้กำไรกว่า อย่างนั้นดีกว่า ก็เห็นได้ว่า มีความบกพร่องของเรา อันนั้นของเขาเจริญกว่า เราก็พัฒนาตามให้ทำอย่างโน้น ไม่รู้ว่าจะทำให้เป็นอย่างนั้นได้อย่างไร ก็ถามกัน เขาบอกไม่ได้ ก็ถามคนที่พอจะอธิบายได้ เออ คนนี้ทำไมเขาเป็นอย่างนี้ได้ ก็ว่ากันไป สรุปแล้วคนเรามาอยู่รวมกัน แล้วเป็นหมู่กลุ่ม คือคนนี้มันเป็นสัตว์โขลง เป็นสัตว์ที่รวมกันเป็นกลุ่มหมู่ แล้วเป็นหมู่ที่มีพฤติกรรมอย่างนี้ มี สาราณียธรรม 6 เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม ได้ลาภโดยธรรม ลาภธัมมิกา เอามารวมกันอย่างนี้ พัฒนา ศีลสามัญตา ทิฏฐิสามัญตา ปฏิบัติตามศีลที่พระพุทธเจ้าท่านสอนให้เราปฏิบัติ ศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 ศีลก็เสมอสมานกันไป คนที่เขาทำได้ เรายังทำไม่ได้ ก็เกื้อกูลกัน เคารพกัน รักกัน ตรงตามคำสอนพระพุทธเจ้าทุกอย่าง อาตมาว่าได้นำคำสอนพระพุทธเจ้ามาขยายความ ยืนยันให้พวกคุณเข้าใจ แล้วก็ได้ปฏิบัติ ได้มรรคได้ผลตามที่มันเป็นจริง จนเกิดมรรคเกิดผลในชีวิต จนชีวิตของพวกคุณนี้ เอาไปเอามาก็มาอยู่รวมกัน คนนี้ปักษ์ใต้ คนนี้ปักษ์เหนือ คนนี้ปักษ์อีสาน ปักษ์กลางก็แล้วแต่ ก็อยู่ บางคนก็อยู่ไกล แต่ก็มีต่างประเทศนะ เป็นคนไทย มีเชื้อจีนบ้าง เชื้อแขกบ้าง คงไม่มีใครมีเชื้อโควิดนะ ก็ดีแล้ว มีเชื้อแขก เชื้อไทย เชื้อจีน ก็ว่ากันไป แล้วก็มามีชีวิต โดยเป้าหมายเราจะเดินทางไปสู่ความตาย เราเห็นว่าชีวิตเรา กลุ่มนี้แหละ มนุษย์กลุ่มนี้ คนกลุ่มนี้แหละ มีวัฒนธรรม มีการพากันประพฤติปฏิบัติไป เราอยู่ด้วยได้นะ ถ้าเราจะมาอยู่ด้วยก็อยู่ได้ เราอยู่กับหมู่นี้ดีกว่า แต่ก่อนนี้เราก็อยู่เดี่ยวๆ อยู่ตามความคิดของเราเป็นเอก เสร็จแล้วเราก็เป็นเจ้าใหญ่เลยในบ้าน หาเงินหาทอง สร้างอำนาจบาตรใหญ่ของเราไปตามประสาเราไป แล้วคนส่วนใหญ่เขาก็เป็นอย่างนั้นจนกว่าเขาตาย แต่พวกเรานี้ถอดตัวถอดตน ปัดโธ่ ชีวิตของเราก็เป็นแค่นั้น ยิ่งมีระบบ สาธารณโภคี มีระบบที่ร่วมกันรวมกัน ไม่ยึดมั่นถือมั่นเป็นตัวเป็นตน เป็นของตนอะไรกันมากมาย มีอะไรก็อาศัยช่วยกัน สร้างสรรไป บูรณะไป เก็บกวาดกันไป อะไรที่จะพอเก็บกวาดกันได้ อะไรไม่พอก็สร้างขึ้น อะไรที่ทำขึ้นได้แล้ว มันเจริญของมันไป เช่นเราปลูกพืชผัก มันก็ทำของมันต่อ อย่างเช่นหน่อไม้มันก็ขึ้นของมันโตของมันเราก็เก็บเงินมากินมาแจก ซึ่งคนเรามีภูมิปัญญามีความรู้ความเข้าใจ โดยที่เราไม่ไปหลงโลกเขา อ้าขาผวาปีก ว่าเราจะต้องไปรวยอย่างนั้น ระดับอย่างนั้น เราจะต้องไปได้มีอลังการ มีวัตถุแบบนั้นแบบนั้น เราเห็นแล้วว่าเราพอแล้ว ไม่ต้อง แต่ก่อนนี้เราก็ไขว่คว้า ตามคิดว่า..แหม!..เราน่าจะได้ น่าจะมี แล้วก็ได้มาบ้างไม่ได้บ้าง ก็เห็นแล้วว่ามันได้มันจะต้องได้ต่อ จนกระทั่งมาถึงวาระนี้ รู้จักพอ รู้จักหยุด รู้จักขอบเขตแล้วก็ลดลง ลดลง มีสันตุฏฐิ อัปปิจฉะ พอ น้อยลงๆๆ จนกระทั่งมาถึงขนาดนี้ แต่ละคนอยู่ มี สันตุฏฐิ อัปปิจฉะ มีพอ มีน้อยลงๆๆ จนกระทั่งได้ที่ แล้วก็อาศัยสิ่งที่น้อยที่เราอาศัย อาศัยสิ่งน้อยๆนี้ แค่นี้พอแล้ว จนกระทั่งพระพุทธเจ้าท่านย่นย่อเข้าไปสรุปที่ ปัจจัย 4 มีบริขาร มีองค์ประกอบบ้าง เครื่องอาศัยพอสมควร ทุกวันนี้เราก็พอ พอทั้ง ปัจจัย 4 ทั้งบริขารที่เป็นอยู่ บางทีบางครั้งเราก็บอกว่า เราน่าจะมีอย่างนั้นอย่างนี้บ้าง ก็น่าไป เห็นว่าควรก็เอา โอ้ มันมากไป แล้วไม่ควรก็ไม่ต้อง ถ้าเป็นไปได้ก็ทำ ทำแล้วมันก็เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะตัวเราเองไม่ต้องเป็นของตัวของตนนี่นะ คนที่วางตัวนี้ได้แล้ว อย่างพวกคุณเข้ามาอยู่ในนี้ โอ้โห มันสบายแล้ว เบาแล้ว นอกนั้นก็มาช่วยกัน ดูองค์ประกอบที่ควรจะมีไป ของตัวของตนไม่ต้องไปกังวลเลย ทุกวันนี้มันพอ แค่เรามีนี้ แต่ละคนที่มีนี้ ซึ่งไม่ได้มีใครอยากจะได้อะไรมากมายเกินไปในแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นหนุ่ม ไม่ว่าจะเป็นสาว ไม่ว่าจะแก่ ใช่ไหม เข้าใจสภาวะธรรมคำว่า เอ้อ.. มันพอ แล้วมันก็น้อยแล้วนะ ขนาดนี้ น้อยกว่านี้ได้อีกไหมถ้าได้ก็ทำ 0 โน่นแหละ น้อยที่สุด อะไร 0 ได้ก็ 0 อะไรมัน 0 ไม่ได้ เช่นไม่ต้องนุ่งผ้าเลย มันไม่ไหว 0 อย่างนี้ไม่ไหว มันมากไป เราก็รู้ความเหมาะความควร หรือแม้ว่า มีเสื้อผ้านี่แหละ มีชุดแค่นี้ พอไหม ขณะนี้ อย่างพวกเรา มีเสื้อผ้าที่ใช้แต่ละคน เท่าที่มีอยู่นี้ใช้ไปจนตายได้ไหม...ได้ แฟชั่นใหม่อะไรที่เขาจะมีเราก็เข้าใจ แล้วก็ไม่กระดี๊กระด๊าที่อยากจะไปมีอะไรอีกหรอก นี่คือ ปัจจัยสำคัญของชีวิตนะ เครื่องนุ่งห่ม เงินทองข้าวของนั้นยิ่งสบายกว่านี้เยอะเลย แต่ก่อนนี้โอ้โห มักได้ใคร่ดี อยากจะได้มากมาย อยากจะรวยมากๆ แต่ ผู้ที่หยุด แค่ ไม่ต้องไปวิ่งไล่ สะสมเงินทองกับใครอีกแล้วนี่ ชีวิต ตัดอันนี้ได้ แค่นี้ก็สุขสบายแล้ว นอกนั้นก็มีชีวิตอยู่กับประจำวัน วันๆ เราจะสร้างสรรอะไรมากินมาใช้มาอาศัยไป นี่มันเป็นความตั้งอยู่ เป็นเครื่องอาศัยของชีวิตเรา พอดีแล้ว พอดี พอเพียง ศัพท์ในหลวงบอกพอเพียง แค่นี้ก็พอ พอดี ทุกวันนี้พวกเราจึงสบ๊ายสบาย รู้สึกว่า เราเองไม่พอหรือเราเหลือเฟือ ... โยมตอบ เหลือเฟือ .. ชีวิตพวกเราจะเห็นได้เลยว่า เรามีชีวิตอยู่ทุกวันนี้ เราพอพอ ไม่พอ หรือเหลือเฟือ แค่นี้เราก็ตัดสินให้ตัวเราเองได้แล้วว่า ถ้าหากชีวิตเราเหลือเฟือ ผู้นี้เป็นเศรษฐี ใช่ไหม มีเท่านี้ก็เหลือเฟือแล้วก็คือเศรษฐี ถ้าหากผู้นี้มีแสนล้านอยู่ยังไม่พอ โอ้ จนชิบหายเลยผู้นี้ เห็นชัดเจนไหม ในสภาวะจิตของคนว่าคนนี้ทำไมจนไม่รู้เสร็จเลย มันมีแสนล้านแล้วนะมันยังบอกไม่พอ มันจนไม่รู้เสร็จเลยคนนี้จนไม่เสร็จ มันจะมีไปอีกเท่าไหร่ถึงจะพอ ทำไมมันจนไม่รู้จักเสร็จ เราจะเห็นว่าความโง่กับความฉลาดนี้ มันอยู่ตรงไหน ชีวิตของคน ใครเขาว่าพวกคุณโง่ เจ็บปวดไหม ...โยมว่า ไม่ .. ทำไม? เขาบอกโง่อยู่ชัดๆ ถ้าฉลาดก็ต้องไปหาทางรวยๆๆๆ หมื่นล้าน แสนล้าน อย่างที่เขาเป็นกันทั่ว ส่วนใหญ่เขาต้องเป็นอย่างนั้นใช่ไหม มาเป็นทำไมกับพวกส่วนน้อย ทำไมไม่ฉลาด คนฉลาดส่วนใหญ่เขาฉลาดใช่ไหม พวกโง่ ส่วนน้อย สมณะฟ้าไท... เราพวกลดความโง่ อาตมาจะพูดอย่างไร สมณะฟ้าไท... พวกเราเข้าใจแล้ว เราเคยเป็นอย่างพวกเขา เขาจะบอกว่าเราโง่ เราก็เคยเป็นอย่างเขามาแล้ว แต่คุณยังไม่เคยเป็นอย่างฉัน จะว่าฉันโง่ได้อย่างไร คุณรู้ข้างเดียว ก็รู้ทั้ง 2 อย่าง พ่อครูว่า... เคยมีแสนล้านแล้วหรือ สมณะฟ้าไท... เคยมีน้อยก็พอแล้ว แค่นั้นก็จะตายแล้ว พ่อครูว่า... รู้แล้ว ทุกข์ฉิบหายเลย โอ้โห นี่เป็นสัจจะที่คนอย่างพระพุทธเจ้านี่แหละค้นพบแล้วก็เอามาขยาย จนกระทั่งมาทำให้คนรู้ตาม อย่างพวกเรานี่รู้ตามและเป็นไปได้
_สื่อฟ้าศิลป์ ภูวนาถ · ประทับใจโรงบุญปันสุขบ้านราชเมืองเรือ แบ่งพืชผลผักพันธุ์ธัญญาหาร ชาวแม่มูนเจริญสังคหวัตถุธรรม-พรหมวิหารธรรม รวมไทยหัวใจจิตอาสาในพระราชทานฯ พึ่งตนพึ่งพิงพึ่งพากันและกัน ฟันฝ่าอุทกภัยผ่านพ้นวิกฤติภัยไปด้วยกันทุกหมู่เหล่าฯ สาธุ😷🍀🚣🌿😷
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน อัตตวาทุปาทานกอดกระดาษกับตัวหนังสือ _สินพุทธ สุขพูล · กราบนมัสการพ่อครู สมณะโพธิรักษ์อย่างสูงครับ ผมได้ฟังธรรมะพ่อครูฯแทบจะไม่ได้ขาดเลย เท่าที่ผมตั้งข้อสังเกต พ่อครูฯจะเทศน์เรื่องศาสนากระแสหลักในประเทศไทย ไม่ใช่ไปนั่งหลับตากัน พ่อครูฯสอนธรรมะให้ลืมตาปฏิบัติธรรมกัน ตรงนี้ผมเข้าใจชัดและไม่ติดใจอะไร เข้าใจได้ครับ ที่พ่อครูฯสอนธรรมะต้องปฏิบัติตามมรรคมีองค์ 8 จรณะ 15 ผมเข้าใจอย่างชัดเจนในประเด็นนี้ เพียงแต่ผมสงสัยว่า ทำไมพ่อครูฯไม่กล่าวถึงพุทธวจนะบ้าง ซึ่งผมก็เคยศึกษามาบ้าง เมื่อในอดีตแต่ผมไม่ติดเลย แต่อยากจะทราบความเห็นของพ่อครูฯบ้าง ซึ่งเป็นกิเลสของผมครับ อยากจะรู้หลายๆมุม ที่พ่อครูฯ สอนธรรมะในแนวของพุทธวจนะบ้าง ว่ามีส่วนผิด-ถูกระดับไหน ซึ่งผมจะเอาไปใช้และเข้าใจพุทธวจนะให้มากกว่านี้เพราะพุทธวจนะนั้น ตอนนี้กระแสคนนิยมค่อนข้างเยอะพอควรเลยครับ เท่าที่ผม สังเกต แต่ผมนั้นไม่ติดเลยเพราะไม่ถูกจริตผม...ผมมาติดธรรมะของชาวอโศกซะมากกว่า อันนี้ผมไม่ได้พูดชมนะครับ ผมพูดจากความรู้สึกจากใจจริงๆ ว่า ธรรมะที่พ่อครูฯสอนนั้น ถูกต้องเป็นสัมมาทิฏฐิ แต่ผมอยากจะทราบมุมๆอื่นบ้าง เพราะพ่อครูฯ พูดถึงแต่สายนั่งหลับตามาเยอะแล้ว ขอเป็นพุทธวจนะบ้างจะได้ไหมครับ กราบขอบพระคุณพ่อครูฯ ล่วงหน้าครับ พ่อครูว่า... อ้าว คุณยื่นดาบมาให้ก็เอา ฟัน พุทธวจนบ้าง อาตมาไม่ได้ไปตอแยกับพุทธวจนมากก็เพราะว่า ถ้าไปตอแยไปแตะเขา เขาก็จะยกพุทธวจนมายืนยัน แล้วยืนยันตามที่เขาเข้าใจว่า พระพุทธเจ้าตรัสอย่างนี้ ต้องหมายความว่าอย่างนี้ ซึ่งอาตมาไม่เชื่อว่าเขาจะเข้าใจ ที่เขาเข้าใจนั้นจะตรงกับอาตมา แต่ อาตมาเชื่อสนิทเลยว่า เขายึด พุทธวจน อย่างเหนียวแน่น เพราะฉะนั้นอาตมา ถ้าพูดไปแล้วมันก็จะแย้งได้ทั้งอย่างหยาบ กลาง ละเอียด ไปอีกเยอะเลย อาตมาแย้งได้ แล้วอาตมามั่นใจว่าอาตมาแก้ไขเขาไม่ได้ เพราะเขาติดอยู่ในพุทธวจน พุทธวจนเป็นศาสดาของเขาแล้ว กระดาษตัวหนังสือเป็นศาสดาของเขาแล้ว แล้วเขาจะเอาคำแปลที่เขาเข้าใจเป็น Concept ของเขาแล้ว เขาคิดถึงอันนั้นอาตมาไปแก้ไขเขาไม่ได้ คนกลุ่มนี้ก็จะมีจริตอย่างนี้ อาตมารู้จักพวกนี้อาตมาไม่อยากไปแตะ เพราะเขากอดตัวหนังสือหรือพยัญชนะหรือว่าตำราเที่เอามารวบรวม ขนาด พระพุทธสาวกเขาไม่เอานะ เขาเอาแต่พระพุทธวจน นะ เขาเลือกเฟ้นเลยนะ เพราะฉะนั้นคนนี้ อัตตายึดติด พระพุทธเจ้า อื้อหือ! หนัก อาตมารู้อันนี้ลึกๆ เพราะฉะนั้นอาตมาไม่เสียเวลากับคนชนิดนี้ ปล่อยให้เขาเข้าใจไป ถ้าเขาเข้าใจเป็นสัมมาทิฏฐิ ความหมายที่เขาเรียนพุทธวจนพระพุทธเจ้า แล้วเขาเข้าใจเป็นสัมมาทิฏฐิ มันจะมาตรงกันกับของผู้ที่เขาถูกต้องจริง เช่น อาตมาว่า อาตมาถูกต้องจริง เขาก็จะมาตรงกับอาตมา อาตมาก็จะตรงกับเขา แต่อาตมาเชื่อว่าอย่างไรมันก็ไม่ตรง เพราะฉะนั้นอาตมาไม่เอา อาตมาเชื่อว่าที่อาตมาพูดนี้ตรง และพุทธวจนอาตมาก็อาศัยอยู่นะ ไม่ได้ไปทิ้งพุทธวจน แต่อาตมาไม่ได้หลงติดยึดพุทธวจนอย่างที่เขาติดยึดเลย จะเห็นได้ว่ามันต่างกันนะ เขาใช้พุทธวจนหรืออาศัยพุทธวจนอย่างขนาดไหน กับอาตมา เพราะอาตมาจะอนุโลมปฏิโลมกับมนุษยชาติอยู่ แต่เขานั้นเหนียวแน่น _สู่แดนธรรม... อย่างนี้ถือว่ามีอุปทานในทิฏฐิได้ไหมครับ พ่อครูว่า... ใช่ ทิฏฐุปาทาน สุดยอด อาตมาก็ต้องปล่อยไปตามที่เขาเป็น แก้ไม่ได้ แตะไม่ได้ ไม่มีประโยชน์ เสียเวลา ซึ่งพูดไปก็แย้งกันเปล่าๆ หรือว่า ถึงขั้นทะเลาะนั่นแหละ แต่อาตมาไม่ทะเลาะด้วย เพราะถ้ามีเหตุปัจจัยจะไปทะเลาะ อาตมาก็ไม่เริ่ม อาตมาจะเริ่มตำหนิหรือแย้งกับผู้ที่ทะเลาะอาตมาไม่ไหว แต่นี้อาตมาเชื่อว่าเขาจะทะเลาะกับอาตมาไหว หนักด้วย อาตมาไม่เอา ไม่สู้ ยอมแพ้ก่อน แพ้ดีกว่า ไม่เอา เพราะอาตมาไม่ได้เกิดมาเพื่อที่จะมาเอาแพ้เอาชนะกับใคร อาตมาเป็นผู้แพ้ดีกว่า ในชีวิตนี้อาตมาไม่คิดจะไปเอาชนะใคร อาตมาจึงไม่ไปเกี่ยวข้องกับคณะพุทธวจนะ เอาล่ะพูดแค่นี้ก็น่าจะพอแล้ว พูดไปจะหนักกว่านี้
_วาส ทองจันทร์ · กราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพยิ่งครับ ที่ผมว่าผมปฏิบัติตามพ่อครูที่ว่าผมไม่ค่อยมีความทุกข์รบกวนมากนัก ไม่ใช้ผมเป็นอรหันต์นะครับ ที่ผมไม่มีทุกข์รบกวนมาก เพราะผมพยายามมีสติรู้เท่าทันอาการอารมณ์ของจิตเมื่อคิดอะไรที่เป็นกุศล อะไรเป็นอกุศลผมก็จะกำหนดรู้โทษภัยของมัน แล้วปรับอารมณ์อาการของจิตแล้วบอกตัวเองว่าอย่าเอาทุกข์มาถมตัวเองผมจึงรอดตัวครับ พ่อครูว่า... ถ้าเชื่อว่าอาตมารู้ธรรมะพอจะเป็นครูคุณได้ คุณก็ฟังอาตมาไป ซึ่งอาตมาได้บอกตัวเองหมดเนื้อหมดตัวไปแล้วคุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ไม่มีปัญหาอะไร ถ้าคุณเชื่อว่าคุณเองพอจะฟังธรรมะจากอาตมาได้ คุณก็เอา แต่ถ้าเห็นว่าโพธิรักษ์ก็เท่านั้นแหละ รู้แล้ว พูดวนไปวนมาก็เท่านี้ เรารู้มากกว่า เขาก็ไม่ฟังไม่มีปัญหาอะไร ไม่ต้องมาด่า
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน ฟังธรรมอย่างไรให้เกิดประโยชน์เกิดสัมมาทิฏฐิ _มั่นใจพุทธ บุญเสร็จ : น้อมกราบนมัสการพ่อท่านด้วยความเคารพอย่างสูงยิ่ง สุดเศียรสุดเกล้า ลูกมีคำถามดังนี้ เราควรวางจิตในขณะฟังธรรมอย่างไร จึงจะเป็นการฟังธรรมที่ประกอบไปด้วยสัมมาทิฐิ เกิดประโยชน์ต่อตน อย่างแท้จริง น้อมกราบขอบพระคุณยิ่งเจ้าค่ะ พ่อครูว่า... มันก็เคยมีคนพูด มันเคยมีคำกล่าวของ พระพุทธเจ้าด้วยว่า วางใจให้เป็นกลางๆ อย่าทำใจให้เหมือนคนมีชาเต็มถ้วย เป็นต้นอะไรอย่างนี้ เปิดใจฟังนั่นเอง 1.เปิดใจฟัง 2. อย่าเพ่งโทษ ผู้ที่เขากำลังอธิบาย มีนะ พระพุทธเจ้าท่านสอนไว้ อย่าเพ่งโทษฟังธรรม เพ่งโทษฟังธรรม (ธัมมัง สุณาติรันธคเวสี) ฟังด้วยใจเปิดๆ ฟังธรรมะเพื่อศึกษาทำความเข้าใจกับสิ่งที่เราฟัง ที่ผู้บรรยายกำลังพูดอธิบาย แล้วมันจะเป็นอัตโนมัติในตัวเราเองว่า ที่ตัวเราเองเห็นว่า อันนี้เรารู้แล้วเราได้แล้ว อันนี้ถูก แต่พอได้ฟังอันนี้ทำไมมันแย้งกับที่เราว่าถูก เราก็จะวิจัยวิจารณ์ ถ้าหากวิจัยวิจารณ์เห็นว่า ใช่เว้ย เราเข้าใจผิดอันนี้ก็ได้นะอันนี้ก็ขอบคุณ แต่ถ้าเห็นว่าท่านผิดนะควรแย้งได้ไหม มีโอกาสไหม ก็ดูแย้งได้มีโอกาสก็แย้งดู ไม่มีโอกาสเราก็ค้นคว้าต่อไป ว่าทำไมมันไม่เป็นไปตามที่เราเชื่อ เราเห็น เราเข้าใจอยู่ ก็ติดตาม ถ้าเรายังติดใจหรือต้องการจะรู้ความจริง ความถูกต้องที่มันยิ่งกว่านั้น การศึกษาก็มีไปอย่างนี้ไปเรื่อยๆ สรุปแล้ววางจิตวางใจ ฟังธรรมแล้วก็เปิดใจไม่เพ่งโทษ เอามาเพิ่มเติมไปตามลำดับ แก้ไขปรับปรุงไป
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน หยุดบ้าได้แล้วสำหรับดาวติ๊กต๊อก _จรรยา ประเสริฐ · กราบนมัสการพ่อค่ะ เกิดอะไรขึ้น กับท่านสรณีโย (ครูบาเฮง ครูบาครูบุญ ดาวติ๊กต๊อก คนตามดูเป็นแสน เป็นล้าน) ท่านเคยยอมติดคุกองค์เดียว เรื่องอะไรจำไม่ได้ ตอนนี้ดูแล้วสุดโต่งทางโซเชียลแล้ว ดิฉันดูแต่บุญนิยม เพิ่งเห็นเมื่อลูกมาบอกว่า ท่านองค์นี้เคยอยู่อโศก จึงเข้าไปดูทำไมเป็นอย่างนี้ไปได้ ท่านทำคอนเทนต์ ดูแล้วท่านไปไกลมากเลย (ไม่รู้ดิฉันพูดถูกหรือเปล่า) นึกถึงสมณะที่หายไป ท่านยุทธวโร ท่านสีลวัณโณ ถ้าออกไปข้างนอก ก็เสียดายมากค่ะ พ่อครูว่า... คุณก็พูดมาถูกแล้ว ท่านกำลังบ้ากำลังหลง อาตมาก็ขอเตือนนะ ท่านสรณีโย หยุดบ้า ท่านเคยยอมติดคุกคนเดียว เรื่องอะไรจำไม่ได้ ตอนนี้สุดโต่งทางโซเชียลแล้ว ใช่ คุณสุดโต่งไปทางโซเชียลมากไปแล้วท่านสรณีโย ตอนนี้ก็เป็นสัทธิวิหาริกอาตมาอยู่ เขาเห็นแล้วว่าท่านกำลังบ้า หยุดบ้าได้แล้ว อาตมาก็เห็นว่าคุณพูดถูกแล้ว ไม่ค่อยได้ดูยังรู้ได้เลย ท่านก็ยังอยู่ แต่ท่านเข้าถ้ำของท่าน คนละถ้ำ คนละรูไป ก็ไม่มีปัญหาอะไร เป็นธรรมดาธรรมชาติ ส่วนท่านครูบาเฮง บ้าใหญ่แล้วขอเตือน ส่วนท่านที่อยู่ในรูในเลี้ยว ไม่มีปัญหาอะไรมาก มันไม่กระจายสิ่งบ้าๆไปสู่คนเท่าไหร่ มันอยู่ของท่าน ท่านก็เป็นของท่าน อัตตาของท่าน มันก็ยังพอทำเนา แต่ก็เตือนอยู่ มันยาก ให้ออกมาสัมพันธ์เป็นสามัญปกติของมนุษย์ แต่มันไม่ จริตมันเป็นอย่างนั้นจะไปทำอย่างไร คนเราจะไปเอาตามใจเราเองไม่ได้ เราก็พออยู่กันได้ก็อยู่กันไป อยู่กันไม่ได้ก็ตัดออก อย่างที่ได้ตัดออก อย่างบางผู้บางคน เช่น หินกลั่น เราตัดออกไป เพราะถึงขั้นปาราชิกแล้ว อย่างนี้เป็นต้น
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน จะบอกว่าเป็นโพธิสัตว์ต้องมีความจริงและสาธยายได้ _สุรีย์บุตร (ทุกข์ควรกำหนดรู้ ผู้ใดเห็นทุกข์ผู้นั้นเห็นธรรม ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นตถาคต) · เรา นิยตะโพธิ ที่มีลายมือเท้าดาราจักร ยังไม่หลงตัวอวดตัวขนาดนี้เลย อวด อวด อวด พ่อครูว่า... ตกลง คุณไม่หลงตัวก็ดีแล้ว ไม่อวดตัวก็ดีแล้ว ก็อยู่กับดาราจักรของคุณก็แล้วกันที่มือที่เท้านั่นแหละ หรือเป็นนิยตโพธิ ก็เอา ที่จะพูดว่าตัวเองเป็นนิยตโพธิ พูดเต็มๆก็คือ นิยตโพธิสัตว์ ต้องรู้สาระความสำคัญของโพธิสัตว์ หรือความเป็นโพธิสัตว์ขั้นนิยตโพธิสัตว์ ซึ่งอาตมาก็ได้ไล่ โพธิสัตว์ 9 ระดับให้ฟังบ้างแล้ว โพธิสัตว์ 9 ระดับ 1.โสดาบันโพธิสัตว์ 2.สกิทาคามีโพธิสัตว์ 3.อนาคามีโพธิสัตว์ 4.อรหันต์โพธิสัตว์ 5.อนุโพธิสัตว์ 6.อนิยตโพธิสัตว์ 7.นิยตโพธิสัตว์ 8.มหาโพธิสัตว์ 9.พระปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตัวเองต้องมีคุณสมบัติทางจิตวิญญาณ เป็นไปได้จริงตามคุณสมบัติของแต่ละระดับ เป็นสภาวะมีขั้นชั้นของมัน มีเนื้อหาสาระของมัน แตกต่างสูงกว่ากันคนละขั้น ต้องมีจริง ไล่ได้ ยิ่งเป็นโพธิสัตว์จะรู้หรือไล่ได้ เอามาสาธยายอย่างที่อาตมาแยกแยะสาธยายให้ฟังได้ คุณบอกว่าคุณรู้ ก็ต้องเอามาสาธยายบ้างสิ ช่วยกัน ช่วยกันเปิดเผย ช่วยกันสืบสานศาสนาพระพุทธเจ้า คนมีจริงเป็นจริงก็ต้องทำจริง เป็นประโยชน์จริง แสดงออกจริง แต่คนโง่งมงาย ก็ได้แต่พยัญชนะ ได้แต่ภพชาติที่คิดว่าเราเป็นอย่างนี้ๆ เอาตัวเท่ๆ ภาษาโก้ๆ มาใส่ตัวเอง ช่วยกันพระพุทธเจ้าอะไรนะ พระศรีอริยเมตไตรย นี่ บอกว่าเป็นพระศรีอาริยเมตไตรยมาเกิด พูดอย่างนี้ออกมา คนนี้ก็ขี้ฟันร่วงออกมาจนเหม็นฉึ่ง คือ แสดงความโง่เง่าของตัวเองที่ไม่รู้อะไรเลย บอกว่าตัวเองเป็นพระศรีอริยเมตไตรย คือ ไม่มีความรู้อะไรในเรื่องพุทธศาสนาเลยที่คนพูดอย่างนั้นออกมา แสดงออกมาได้ยังไง ยุคนี้ศาสนาพระพุทธเจ้า ในกัปของพระพุทธเจ้าสมณโคดมอยู่เลย แล้ว พระศรีอริยเมตไตรยจะมาเกิดในยุคนี้แล้วก็เล็กกว่าพระพุทธเจ้าสมณโคดม มันขี้ฟันเน่าๆร่วงกราวๆเหม็นฉึ่ง จะบอกว่าตัวเองเป็นนิยตโพธิสัตว์ ถ้ามันจริงก็เป็นประโยชน์ เอามาทำสิ อย่าพูดให้คนเขาเห็นว่า โธ่ มันอวดขี้โม้เหม็นขี้ฟัน ไม่เข้าใจสาระ สู่แดนธรรม… หากใครเป็น นิยตะดังกล่าจริง มีชีวิตอยู่ในประเทศไทยด้วย ประวัติสังคมจะรู้จักเขา รู้ว่าเขามีปัญหาใหญ่โตขนาดไหน แล้วเขาแก้ปัญหาได้ขนาดไหน อย่างพ่อท่าน ทำปัญหาให้แก่ มหาเถรสมาคมจนสั่นสะเทือน แล้วพ่อท่านก็เอาชนะมหาเถรสมาคมด้วยการยอมแพ้ ถ้าอย่างนี้ มีใครทำได้ พ่อครูว่า... คมบาดเลย ชนะด้วยการยอมแพ้ จริง นี่เรื่องจริง ก็ติดตามดีๆ ธรรมะพระพุทธเจ้ามีลักษณะ dialactic เป็นลักษณะสิริมหามายา ย้อนแย้งอยู่ในตัว อย่างยิ่งใหญ่ ฟังแล้วก็ไปติดตามดู
_วิมล เจวรัมย์ · กราบนมัสการพ่อครู ตอนมาฟังธรรมใหม่ๆ ปี2524 ก็ยังมีความลังเลสงสัยมากมาย แต่พอฟังที่พ่อครูตอบข้อซักถามของนายพวง พันธุลาภที่เขาถามพ่อครูว่าใครมาปฎิบัติที่สันติอยู่ๆก็บวชแล้ว ถ้าคนมาบวชหมดแล้วพ่อครูจะทำยังไง อยากให้พ่อครูทวนให้ฟังอีกสักครั้งได้ใหม?คะ กราบขอบพระคุณค่ะ พ่อครูว่า... เขาเอาคำพูดอาตมาที่อาตมาสอนแล้ว เพราะคนฟังธรรมะอาตมาแล้ว คุณไปปฏิบัติ ปฏิบัติแล้วมาอยู่สันติอโศกหมด ฟังแล้วมาบวชหมด แล้วอาตมาจะทำอะไรจะเลี้ยงไหวไหมนี่ คือจริงๆแล้วมันเป็นคำพูดที่โอเวอร์ คำพูดที่เกินไป มันเป็นไปไม่ได้หรอก ใครฟังธรรมที่อาตมาพูดไปแล้วแล้วก็มาปฏิบัติ แล้วบวชหมด ปัดโธ่เอ๊ย มันเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นจะต้องไปพูดอะไรให้มาก สู่แดนธรรม... พ่อท่านเคยตอบว่า เอาตัวคนที่ถามมาบวชก่อนสิ คุณจะบวชตลอดชีวิตได้ไหม คนถามก็ยังไม่กล้ามา แล้วจะหวังให้คนอื่นมาได้ยังไง พ่อครูว่า... เก่งๆ พวกคุณเข้าใจแล้วจำได้ อาตมาก็ย้อนอย่างนั้นเขาก็จำนน เอาที่คุณก่อน อย่าไปคิดว่าคนอื่นจะมาบวชหมด
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน ยุคนี้พระศรีอริยเมตไตรยยังไม่มาเกิด _แจ๊ค สิ้น หวัง · พระศรีมาเกิดรึยังครับ พ่อครูว่า...เขาคงหมายถึงพระศรีอริยเมตไตรย ตอบว่า ยัง เป็นคำตอบที่ถูกต้อง คำว่าศรีอริยเมตไตรย คนยังไม่เข้าใจได้ง่ายๆว่าหมายถึงอะไร มันหมายถึงว่าพระพุทธเจ้าในอนาคต ทุกองค์นั่นแหละ มันเป็นตำแหน่ง ตำแหน่งของพระพุทธเจ้าองค์ข้างหน้า องค์ไหนที่เกิดเป็นพระพุทธเจ้าก็คือพระศรีอริยเมตไตรย เมื่อเกิดพระพุทธเจ้าองค์นั้นแล้วก็จะมีตำแหน่งไปข้างหน้าอีก ใครไปเกิดเป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อไปก็คือพระศรีอาริยเมตไตรยองค์ต่อไป แล้วก็มีพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันองค์ใดองค์หนึ่ง แล้วก็ยังมีพระศรีอริยเมตไตรย ที่จะเป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อไปทั้งนั้น เป็นภาษาอนาคต คนที่บอกว่าตัวเองเป็นพระศรีอาริยเมตไตรย
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive