240214-A ทานมัย ก่อนฉัน พ่อท่านโพธิรักษ์ สันติอโศก.txt

โฟลเดอร์2524-25 ทาน ศีล ภาวนา MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์108 KB
วันที่แก้ไข12 สิงหาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

ต่อจากนี้ไปเป็นการแสดงธรรมก่อนฉันเรื่องพลานามัยโดยพ่อท่านโพธิรักษ์เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2524 ณพุทธสถานสันติอโศกเพราะฉะนั้นถ้าติดตามรับฟังได้ณบัดนี้ทำบุญ ที่แท้ของพุฒบุญที่แท้ของพุทธนั้นก็คือทานศีลภาวนานิมนต์ที่แท้เป็นแกนเลยเราจะปฏิบัติธรรมไปทำไมเราปฏิบัติธรรมไปเพื่อเราจะเป็นมนุษย์ถ่านเราจะทานได้เป็นที่สุดทานได้แม้แต่ตัวตนทุกอย่างหมดตัวหมดตนเรียกว่าเราถึงที่สุดสิ้นตัวสิ้นตนหมดตัวหมดตนคำพูดคำนี้เราเข้าใจเผินๆได้แต่โดยสัจจะแล้วลึกซึ้งละเอียดนักเราจะทานได้หมดทุกสิ่งทุกอย่างเพราะงั้นหลักก็มีทานศีลภาวนาที่เราเคยเรียนเคยรู้กันมาทานอนามัยสีลมัยภาวนาใหม่ หมายความว่าเอาให้เป็นตัวเราไม่อยากอันเป็นตนต้นจะต้องเป็นผู้ที่เป็นทานได้จริงตนจะต้องเป็นผู้ที่เป็นศีลอยู่ในตัวเราเป็นศีลและบุคคลเราเป็นตัวภาวนาเป็นตัวภาพเป็นตัวภาพที่พระพุทธเจ้าปั้นไว้ภาพที่เกิดตรงตามพระพุทธเจ้าท่านบอกว่ามนุษย์จะต้องเป็นอย่างนี้เช่นว่านั้นตามหลัก 9 มนุษย์จะต้องเป็นคนที่มีความเพียรเป็นคนยอดขยันอย่างนี้เป็นต้นมีวิริยะรำพระท่านปั้นไว้ว่ามันก็ต้องเป็นคนอย่างนี้มนุษย์จะต้องเป็นคนที่บ่มีกายอัจฉริยะก็มองมาจากขาหาหัวนะไล่ข้อที่ 9 ไปหาข้อที่ 1 นะข้อที่ 9 นั่นน่ะยอดขยันนะมนุษย์ ขยันมนุษย์วิริยารัมภะมนุษย์ขยันถ้าไม่ได้ปั้นคนเป็นมนุษย์ขี้เกียจเพราะฉะนั้นศาสนาพุทธธรรมใดวินัยใดเป็นไปเพื่อความเกียจคร้านทำนั้นวินัยนั้นไม่ใช่ของเราตถาคตเลยทำของพระพุทธเจ้าทำให้คนเป็นคนขยันจะเห็นอยู่ตลอดเวลาหลักฐานมีเยอะพระพุทธเจ้าบอกสมรรถนะของเรานั้นคือผู้ที่มีอิทธิบาท 4 คำว่าอิทธิบาท 4 ก็หมายถึงความขยันหมายถึงความที่เป็นมีคนเป็นคนมีฉันทะมีความยินดีอยู่เรื่อยแล้วก็มีวิริยะเป็นคนเพียรมีความเพียรมีคนเป็นคนมีกะจิตกะใจเอาใจใส่เป็นจิตตะและเป็นคนพัฒนาวิม

อ่านต่อ

ังสาเป็นคนพัฒนาทำความเจริญอยู่เรื่อยเรียกว่าวิมังสาเอาอย่างนี้เป็นมนุษย์ของพระพุทธเจ้าเป็นสมรรถนะหรือเป็นผู้ที่ได้ ฝึกหัดแล้วเป็นสมณะ 4 เหล่าเป็นโสดาสกิทาราคาอรหันต์ของบริจาคที่แท้จริงผู้ที่ยังมีลมหายใจอยู่เรียกว่าผู้มีอายุถ้าพวกนี้ยังมีลมหายใจอยู่จะเป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้าหรือเป็นคนตามสเปคของพระพุทธเจ้าแล้วจะต้องเป็นคนเห็นเมื่อก่อนเลยว่าโอ้เป็นคนมีอิทธิบาทคนนี้ยังไม่ตายยังมีชีวิตยังมีลมหายใจเห็นลักษณะเลยพอสัมผัสเข้าออกคนนี้มีอิทธิบาทมีความขยันหมั่นเพียรเป็นคนมีความยินดีไม่ยินร้ายเป็นคนมีความเพียรเป็นคนมีความมีกะจิตกะใจเอาใจใส่เป็นคนที่พัฒนาอยู่ตลอดเวลาเหมือนใครจะบอกว่าศาสนานี้เป็นศาสนาที่ทำให้คนด้อยพัฒนาอันนั้นไม่ใช่ของคุณหรอกเอาไปโยนแข่งที่ไหนก็เอาไปแต่ของพุทธแท้ๆแล้วไม่ใช่ พระพุทธเจ้ากำหนดสเปคของท่านไว้แล้วแน่นอนว่าศาสนาของพระพุทธเจ้านั้นไม่เป็นไปเพื่อความเกียจคร้านไม่เป็นไปเพื่อความด้อยพัฒนาเป็นตัวพัฒนาจริงๆเป็นการสอนมนุษย์ให้พัฒนาเพราะฉะนั้นจะมาบอกว่าศาสนานี้ทำให้มนุษย์ด้อยพัฒนาอันนั้นเอาไปที่อื่นอย่าทฤษฎีของพระพุทธเจ้าไม่เป็นอย่างนั้นเพราะฉะนั้นทฤษฎีน้อยทฤษฎีใหญ่อะไรก็ตามแต่พระพุทธเจ้านั้นจะต้องเป็นไปเพื่อความขยันหมั่นเพียรเพื่อความพัฒนาเพื่อความไม่เห็นแก่ตัวเพื่อความไม่เอารัดเอาเปรียบเป็นผู้เสียสละแท้จริงพระพุทธเจ้ายืนยันไว้เราก็มาพิสูจน์ตามสเปคหรือตามทฤษฎีหรือตามข้อที่ท่านหมายเราจะต้องเป็นมนุษย์ที่ทานเป็นมนุษย์ที่ไม่มีอะไรสะสมไม่กักตุนไม่กอบโกยเป็นผู้ที่มีน้อยมีจนกระทั่งเห็นได้ยืนยันตามหลักหลักท่าน มีน้อยเอาแล้วก็มีน้อยจริงๆดูข้างนอกหยาบๆก็เห็นว่ามีน้อยมาดูในในลึกๆด้วยก็มีน้อยยิ่งจิตใจแล้วยิ่งหมดความหวงแหนคุณจะอ่านส่องลงไปในจิตได้มากจิตพระอริยเจ้าของพระพุทธเจ้าแล้วนี่มีน้อยจริงๆไม่เอาอะไรเลยให้หมดให้หมดทานทานให้หมดมีอะไรก็ไม่หวงแหนแม้แต่จะใช้นี่รักษาไว้ใครจะมาขโมยไปใครจะมารักไปใครจะมาเอาไปแย่งชิงไปใจก็เฉยๆไม่หัวไม่เห็นจริงๆมีน้อยไม่เอาอะไรไม่ติดอะไรไม่ยึดอะไรจริงๆอ่ะปัจจยเป็นคนมีอาการที่น่าเลื่อมใสภาษาที่กะภาษาอังกฤษ Go มีอาการที่น่าเลื่อมใสอาการขยันนั่นก็หนึ่งอาการที่ไม่สะสมกัดตูดเป็นคนมีน้อยเป็นคน มีอะไรจนฟังดีๆนะใครมาปฏิบัติศาสนาพระพุทธเจ้าแล้วนี่บอกไว้ก่อนนะไม่หลอกไม่ลวงนะจะต้องมาเป็นคนจนได้ไอ้ไปเป็นคนรวยน่ะมันไม่เก่งหรอกใครมันก็เป็นได้ถ้าจะมาเป็นคนรวยเดี๋ยวนี้หมูมากอาตมาไม่กินหมูแล้วนะสบายมากหวานเลยไม่ยากอะไรนี่กลายเป็นคนรวยมันจะยากอะไรเอามาสิเอาเงินมาให้อาตมาเดี๋ยวนี้ 50 ล้านอาตมาจะไปเป็นเจ้าของเงิน 50 ล้านบาทในนี้เป็นได้ทันทีแต่คนมีอย่าว่าจะ 50 ล้านเลย 50 บาทเอาออกไปสิเอาให้คนอื่นสิสัตว์ฟันก่อนเลยเดี๋ยวคิดก่อนมันจะให้ได้ง่ายๆที่ไหนเพราะฉะนั้นการเป็นคนจนนี่ยากคนเป็นได้เก่งการเป็นคนรวยนั้นหายากไม่ ใครก็เป็นได้ง่ายดายเพราะการจะไปพยายามเป็นคนรวยกันไม่เป็นทำไมไม่เป็นอย่างไม่เก่งขัดทำไมหัดยังไม่เก่งหัดยังเก่งสิขัดเป็นคนจดพระศาสนาพุทธจึงไม่อำพรางหรอกไม่เหมือนศาสนาอื่นพระศาสนาอื่นแล้วบอกมามาที่นี่จะรวยถ้าไม่รวยก็รดน้ำมนต์จะรวยถ้ารดน้ำมนต์ไม่รวยก็เอาไว้ขี่ไปก็ได้นี่จะพารวยนั่นไงหลอกกันตะพึดตะพือนี่ศาสนานอกเครื่องรางของขลังอาจจะมาพูดลับที่ว่านี้ก็คือเครื่องรางชนิดหนึ่งที่เขาหลอกล่อกันมอมเมากันเลอะเทอะไปหมดศาสนาแบบนี้กำลังเฟื่องฟูกำลังทำลายศาสนาพุทธที่แท้อยู่อย่าง ยังด่วนจี๋ยิ่งกว่ามอดกัดไม้เพราะมันเป็นไฟลามทุ่งศาสนาแบบนี้กำลังแฝงอยู่ในศาสนาพุทธอาตมาพูดแบบนี้เขาว่าอาตมาว่าไปว่าเขาก็ต้องว่าในสิ่งที่มันไม่ถูกต้องบอกอกุศลบอกทุจริตส่วนสุจริตเราก็รับรองเราก็บอกอย่างนี้ทำถูกอย่างนี้ดีนะเพราะฉะนั้นเมื่อมาปฏิบัติพุทธก็ต้องรู้ความถูกต้องกับความผิดให้ชัดเจนเราจะมาเป็นคนจนเราจะไม่เป็นคนสละหรือทานสุดท้ายยอดสุดเป็นมนุษย์สุดยอดทานเป็นมนุษย์สุดยอดเสียสละเสียสละก็ทานเป็นมนุษย์สุดยอดให้กล้าให้อย่างสบายๆใจด้วยไม่ต้องลงทุนลงแรงเลยให้ได้อย่างยินดีสุดยอด ต้องเป็นทานเป็นทานบารมีเป็นทานทำไมบอกแล้วว่าไม่ยังหรือไม่อันเป็นเราใครเป็นคนที่ทานได้เราสิทานอนามัยใครเป็นคนที่เป็นเป็นคนมีศีลเราสิสีลมัยเราจะเป็นคนมีศีลศีลดูได้ทั้งเปลือกนอกศีลดูได้ทั้งเปลือกในเราจะมีศีลบริสุทธิ์บริบูรณ์หมดและเราจะมีภาพนั้นเห็นได้ทั้งภาพนอกหรือว่าภาวนาภาวนาภาวนาเนี่ยภาวะหรือพาพระเนี่ยภาษานี้เป็นภาษาเดียวกับตัววอแหวนตัวเดียวกันแทนกันได้ภาวะหรือพาพระตัวพพานสะกดเข้าไปเรียกว่าอ่านว่าภาพอันเดียวกันภาวะหรือภาพในตัวเดียวกันเราจะมีภาพนั้นแล้วเราจะมีสภาวะนั้นเราจะมีสภาพนั้น มีสภาพที่เป็นมนุษย์ถ่านมนุษย์ที่เอาหลักของศีลมาจับเราเป็นคนมีศีลแน่เนี่ยเราจะเป็นคนอย่างนี้นี่เรียกว่าบุญคนมีบุญคือคนอย่างนี้คนมีบุญคือคนทานได้คนมีบุญคือคนมีศีลจริงๆมีสภาพของศีลทั้งภายนอกมีสภาพของศีลทั้งภายในเรียกว่าคนมีบุญเพราะอาตมาจะขอไล่เป็นหัวข้อให้ฟังก่อนนะแล้วจะขยายความฟังหัวข้อไว้เหมือนกับพวกนักวิชาการผ่านเรามีหัวข้อใหญ่ๆอยู่ 3 หัวข้อคือ 1 วัตถุทานแล้วจะหัดให้วัตถุทานก่อน 2 อภัยทานแล้วเราจะหัดเลิกภัยแม้ในใจละราคะโทสะโมหะ เรียกว่าอภัยทานออกไม่มีในตัวเราเราไม่มีความโลภเราไม่มีราคะเราไม่มีความโกรธเราไม่มีโมหะนั่นเรากำลังจะทำอภัยทานเมื่อเราทำวัตถุเราก็กล้าสละได้แล้วก็สละได้จริงอภัยทานก็ละราคะโทสะโมหะออกฤทธิ์จริงเราก็เป็นคนมีธรรมเราเป็นคนเป็นนักธรรมะทรงธรรมเป็นคนที่มีคุณค่าและเมื่อมีคุณค่าและเราก็ยังทำกรรมฐานอีกเป็นอันที่ 3 ข้อที่ 3 วัตถุทานอภัยทานธรรมทานเราจะทำไปพร้อมกันด้วยมากบ้างน้อยบ้างตามแรงตามแรงที่เราสามารถเราจะทำทั้งวัตถุทานจะทำทั้งอภัยทานและจะทำทั้งธรรมทานไปพร้อมๆกันแต่วัตถุ อยากกับเพื่อนอภัยทานก็เข้ามาหาจิตธรรมทานนั้นละเอียดลออสูงสุดธรรมทานจึงมีค่าสูงกว่าทานทั้งปวงอันนี้พระพุทธเจ้าประกาศยืนยันเอาไว้หลายคนพูดอย่างนี้ก็คงจะนึกถึงแม้พระบาลีนี้ส่วนศีลล่ะศีลก็อาตมากำลังรวบรวมหมวดหมู่เราได้หัวข้อมาจากอธิบายให้ฟังเป็นหลักๆ 1 ศีลที่มันศีลพื้นๆธรรมดาธรรมดาเราถือศีลหรือว่าทำสีรักษาศีลแบบพื้นๆเรียกว่าศีลธรรมธรรมดารักษาศีลสมาทานศีลให้เป็นศีลให้รู้ว่าศีลข้อที่ 1 2 ให้รู้ยิ่งขึ้นเรียกว่าเป็นอธิษฐานสีจะต้องให้เป็นอันที่ 4 ฟ้าไม่สูงขึ้นไปอีกถึงขั้นฉลาดเรียกว่าอริยสัจ 4 ใครรู้จักศีลในปฏิบัติศีลประพฤติศีลจนเกิดอริยสัจ 4 อริยสัจ 4 คือเราเป็นอริยะในศีลมีศีลและก็ทำให้เรากลายเป็นอริยะขึ้นไปในทีไปเรื่อยๆจริงๆต้องรู้หรือพระอริยเจ้าท่านยืนยันรับรองพระอริยเจ้าเห็นแล้วท่านพอใจเออคนนี้ปฏิบัติศีลเข้าท่ามีมรรคมีผลได้เกิดสุคะโตได้เกิดโภคได้เกิดนิพพานปฏิบัติศีลเข้าสู่สภาพสุคติหรือว่าอริยทรัพย์หรือว่าโภคทรัพย์ก็เจริญหรือปฏิบัติศีลถึงนิพพานขึ้นสู่นิพพานชำระขัดเกลาได้จริงอย่างนี้เรียกว่าอัฐิจิตอธิษฐาน เรียกว่าอริยะอริยสัจหรืออริยสัจ 4 อริยสัจ 4 จนกระทั่งสูงขึ้นไปอีกถึงขั้นศีลนั้นสะอาดบริสุทธิ์เรียกว่าปาริสุทธิศีลนะเรียกว่าปลาที่สุดที่ 4 ไปหัวข้อที่ 4 1 4 2 อันที่ศีล 3 อริยสัจ 4 ปาริสุทธิศีล 5 สุดยอดเลยจบเรียกว่าอเสขะศีลอเสขะศีลคือศีลอันไม่ต้องเรียนอีกแล้วจบบริบูรณ์ศีลของพระบาทสมเด็จพระอรหันต์เลยเรียกว่าอาศัยขัดศีลเป็น 5 หลัก 5 ข้อเราจะอธิบายกันเราจะขยับขยายกันสู่กันฟังให้ชัดเจนอ่าส่วนภาวนานั้น เรื่องย่อภาวนามีหัวข้ออยู่ 2 คือสมถภาวนากับวิปัสสนาภาวนาหรือเป็นเรื่อง 2 เรื่องจะเป็นสมถะก็ตามจะเป็นภาวนาจะเป็นวิปัสสนาก็ตามรวมลงเป็นวิมุตสุดท้ายแล้วมีของพระพุทธเจ้ารวมลงสุดท้ายก็เป็นสองอีกแหละคืออุปโภคเขาวิมุติเกิดทั้งปัญญาปัญญาของวิปัสสนาเกิดทั้งการวิมุติจริงจิตหลุดพ้นจริงติดจิตตัดขาดได้สงบระงับได้เด็ดขาดเขาเรียกว่าเจโตวิมุตติหรือสมถะนั่นเองความหมายเดียวกันสามารถถามก็คือสงบได้เด็ดขาดมีจิตสงบเด็ดขาดจริง เราก็จะอธิบายจนกระทั่งเข้าไปถึงขั้นเห็นในวิมุต 2 หรือเห็นในสภาพของสมถะและวิปัสสนาอย่างชัดแจ้งไม่ทะเลาะกันวิปัสสนากับสมถะไม่ทะเลาะกันต้องมีทั้ง 2 ส่วนศาสนาพระพุทธเจ้าต้องบริสุทธิ์บริบูรณ์ทั้งสมถะและวิปัสสนาได้แต่สมถะเฉยๆก็ไม่จะไม่เอาได้แต่วิปัสสนาเฉยๆแล้วๆด้วยฟุ้งซ่านด้วยกลายเป็นวิปัสสนาแปลว่าเรืองปัญญาแต่ว่าปัญญานั้นไม่ใช่เรื่องหรอกเฟื่องปัญญาเฟื่องมันเฟืองเกินไปไม่มีสมถะเลยไม่มีการสงบระงับได้ไม่มีการจางคลายได้อย่างนั้นไม่เอาเราจะมาอธิบายกันเข้าไปทีนี้การอธิบายว่าจะอธิบายตั้งแต่ทานซะก่อนวันนี้อาจจะ หมดเวลาแล้ววันนี้ประธานใน 3 หัวข้อที่ว่านั้นคือวัตถุทานอภัยทานและธรรมทานก็ไล่ตั้งแต่วัตถุประสงค์การทำทานนี้เราทำทานโดยหลักของพระพุทธเจ้าคือทำทานด้วยหลักของสัมมาอริยมรรคองค์ 8 เราต้องทำทานอย่างถูกต้องเป็นอริยมรรคองค์ 8 ไม่ใช่ทำทานไม่มีหลักเกณฑ์เมื่อเราจะทำทานวัตถุเราก็รู้ว่าทำทานวัตถุก็คือเอาข้าวของวัตถุไปให้คนอื่นก่อนจะให้คนอื่นก็ต้องมีปัญญามาให้เขาไปและเป็นประโยชน์อย่าให้เขาไปแล้วไปเป็นโทษซ้ำเช่นคนติดเฮโรอีนก็ขุนให้เงินไปซื้อเฮโรอีนสูบอย่างนี้เรียกว่าทรมาน ทำให้เขาเลวลงอันนี้ก็ง่ายๆใครก็เข้าใจเขาติดเหล้าซื้อเหล้าให้กินใหญ่เลยตายแบบนี้สุดตายคนหลงใหลอะไรติดยศอะไรแล้วก็ทำลายตนเองด้วยสิ่งนั้นอยู่แล้วเราไม่รู้เราก็เอาไปประคบประหงมเอาไปประเดประดังให้แก่เขาเขาตายอันนี้ต้องสำนึกให้มากกำลังพูดนี้กำลังอธิบายทิฐิกำลังอธิบายให้เกิดสัมมาทิฏฐิเป็นอริยมรรคองค์ที่ 1 เราเข้าใจให้เห็นแจ้งซะก่อนเพราะการจะให้วัตถุจะพูดได้อย่าเอาไปประคบอย่าเอาไปมอมเมาอันนั้นก็เห็นชัดเจนนี้ต่อมาเราจะเอาของไปถวายพระเอาไปให้พระบ้างล่ะเราถือว่าพระเป็นผู้มีปัญญาให้ท่านท่านก็จ่ายจองเองของไม่สมควรท่านก็ปฏิเสธเอง ที่นี่พระธรรมดาธรรมดาพระไม่มีภูมิเอาของที่ตัวเองมีกิเลสเอาไปให้แล้วเอาฝิ่นก็ให้รับเลยเอาบุหรี่ถวายหวานติดบุหรี่นี่ดีไม่ดีเอาเหล้าถวายองค์ที่ท่านติดเหล้ามากๆแล้วลองดูสิคิดว่าบวชหัวโล้นนุ่งจีวรนี่ก็เถอะองค์ไหนติดเหล้าถวายเหล้าขาวไม่ได้มันงับเลยรับเหล้าแน่ถวายบุหรี่ถวายอะไรก็เอาอันนั้นพระจะต้องปฏิเสธในสิ่งที่ไม่ควรเรียกว่าเพราะฉะนั้นสิ่งใดมาถวายเราเราไม่ควรเราก็บอกแจ้งแก่ญาติโยมบอกสิ่งนี้ไม่ควรแก่สมณะสมณะไม่รับหรือว่าพระพุทธเจ้าท่านให้ปฏิเสธเราก็บอกไปไม่ดีมีภาษามีโวหารแล้วก็บอกสิ่งใดไม่ควรไม่รับ ว่าจะเหล้าบุหรี่เลยซึ่งเป็นของเสพติดอย่างหยาบเอาอาวุธมาถวายเอาปืนมาถวายพระใหม่แต่เดี๋ยวนี้พระหลายองค์ซื้อปืนไสยาสน์มันก็เลอะเทอะกันใหญ่อย่างนี้เป็นต้นนะนี่พูดไปไม่ใช่ว่าไปส่อเสียดไม่ใช่ไปว่ากล่าวพระองค์นั้นพระองค์นี้ไม่ใช่นะอาตมาพูดธรรมะขาวธรรมดาพูดธรรมะที่เป็นกุศลกับอกุศลให้ชัดเจนเทียบเคียงกันในฝันพระที่ไม่รู้เรื่องรับประพฤตินั้นผิดเดี๋ยวนี้อ้างกันว่าเอาอะไรมาถวายก็ขัดศรัทธาไม่ได้ต้องรับประพฤติคำพูดนั้นพระพุทธเจ้าไม่เคยสอนคนพูดนั้นพระผู้นั้นพูดเองเพื่อที่จะเปิดช่องทางให้ตัวเองจะรับประพฤติก็เมื่อรับต่อพฤติกรรมประพฤติศาสนาที่ได้พังมาเรื่อยไปพระปฏิเสธไว้ก่อนดี เป็นคนมักน้อยเป็นคนไม่ขี้โรคดีไม่ใช่รับแต่พฤติการณ์ได้ยังไงก็เป็นแพะเท่านั้นเองมันก็ผิดหลักอยู่แล้วเพราะฉะนั้นพระก็ต้องเป็นผู้ที่มักน้อยเป็นผู้ที่พิจารณาก่อนรับเสมออย่ารับอะไรมาง่ายอันนี้สงสัยลังเลอย่าเพิ่งรับรับมาทำไมอะไรนักหนาไม่ไหวอันนี้โยมอาตมายังไม่รู้เรื่องเลยยังใช้ไม่เป็นยังไม่รับไปอาตมาจะรับไปยังไงไม่ไหวอาตมาไม่รู้ยอมมันเหมือนลูกระเบิดนะเอามาแล้วอาตมาไม่รู้เรื่องไม่ได้ไปเดี๋ยวมันระเบิดใส่อาตมาไม่รู้ตัวไม่เอาอ่ะเอาไปก่อนถ้าไม่รู้ก็อย่ารับหรือรู้ชัดรู้เจนอยู่ว่าสิ่งนี้ไม่สมควรอย่ารับพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบนั้นจะพิจารณามีปัจจะเวกขณะเสมอไม่รับอะไรง่าย โดยเฉพาะวัตถุที่เป็นของหยาบมันรู้ง่ายๆศึกษาเราไม่ไปที่ขอบกอบโกยอะไรนักหนาทีนี้ผู้ที่เป็นญาติโยมที่จะถวายอะไรพระนี้ก็ต้องระมัดระวังเมื่อเรารู้ว่าเรานี่ถวายพระไม่ได้ลูกสาวอย่าเอาไปถวายพระแล้วอย่างนี้มันไม่เข้าท่าแล้วก็ไม่ถวายแม้ที่สุดต้องรู้แม้แต่บุหรี่มาครูก็ไม่ใช่ของควรถวายพระเดี๋ยวนี้หน้าดีใจแม้แต่ทางการใหญ่ๆก็ได้ออกกฎหรือว่าออกการประกาศกันมาแล้วว่าเดี๋ยวนี้ต้องหยุดกันนะอย่าเอาหมากเอาพลูบุหรี่อะไรไปถวายพระแล้วทำกันมาจนกระทั่งมาเถียงว่าเป็นจารีๆพังๆอย่างนั้นน่ะอาจารย์ที่ฟังๆอย่างนั้นน่ะมันไม่ได้เรื่องเดี๋ยวนี้ก็ดีขึ้นนะก็เข้าใจขึ้นก็ดีก็แก้ไขปรับปรุงกันเพราะของที่ไม่เข้าท่าเป็นสิ่งเสพติดเป็นสิ่งมึนเมาเป็นสิ่งไม่ แม่ที่สุดเอาโทรทัศน์เอาตู้เย็นเอาเครื่องหรูหราฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่ายฟุ้งเฟ้ออะไรมาถวายพระไม่เอาน่ะแม้แต่บ้านใหญ่เรือนใหญ่ของใหญ่อะไรไปถวายพระได้ยังไงพระน่ะมี 5 ศีล 8 แค่ฆราวาสถือศีล 8 เตียงใหญ่ตั้งใหญ่ที่ใหญ่ฐานใหญ่อะไรใหญ่พระก็ไม่ได้แล้วพระไม่ต้องใช้ของใหญ่พระจะมาเป็นคนมักน้อยจะไม่ใช่ของที่น้อยจะมาทำอะไรต่ออะไรเป็นแต่เพียงอาศัยไปไม่ยึดไม่ถือทำให้น้อยเข้ามโนมนุษย์มันมักใหญ่มนุษย์มันรักใหญ่เป็นกิเลสเป็นนิสัยสันดานพระเป็นผู้ที่จะต้องมาหัดตนให้มากน้อยได้แล้วก็มาดึงโน้มน้าวให้คนมักน้อยตามโลกจะเกิดสันติได้ด้วยความมักน้อยถ้าโลกเต็มไปได้จิตใจ พี่มักมากมักใหญ่โลกไม่มีสันติได้เลยไม่มีจริงๆเพราะฉะนั้นเราจึงจะมาหัดทานออกหัดพอหัดมักน้อยมีสันโดษมีมักน้อยนั่นแหละเป็นเรื่องของมนุษย์พัฒนาทั้งนั้นน่ะมนุษย์เจริญทั้งนั้นน่ะมีสันโดษมีมักน้อยสันโดษแปลว่าพอหัดพอเรามีมากแล้ววัตถุอันนี้มากแล้วจ่ายออกแจกออกอย่ากักตุนไว้มันไม่เกิดผลประโยชน์มันมีมากเกินแล้วเอาของกองดองๆไว้มันไม่ใช้ประโยชน์อะไรเสื้อผ้าเราใส่ทีละชุดกษัตริย์เปลี่ยนกันก็ประมาณ 5 ชุด 10 ชุดนี่ก็เหลือแล้วเกินนั้นก็แจกออกคนจนมีเยอะเราจะไปสะสมมากมายนักหลงอ่ะเราหลงมากเราหลงจะใช้ทั้งชุดนี้หรืออย่างน้อยก็ไปอวดอ่ะใส่ให้ซ้ำกันอะไรพวกนี้เป็นแนวโน้มเป็นกิเลส สอนกันในสังคมถ้าใส่เสื้อซ้ำเป็นคนไม่ใช่คนชั้นสูงนะที่จริงคนชั้นต่ำใส่เสื้อซ้ำไม่ได้นะคนชั้นต่ำคนใส่เสื้อซ้ำได้อย่างสะอาดสะอ้านมีคนชั้นสูงเพราะเรารู้จังหวะจากคนรู้จักการซักการเปลี่ยนได้แม้มีน้อยชิ้นก็ยังมีเวลาที่จะเอาปีกไปซักได้แล้วก็เอามาใส่ได้สะอาดสะอ้านได้เสมอไม่เก่งจริงเก่งจริงๆทำยังไงนะมีผ้าน้อยชิ้นก็ยังอุตส่าห์ซักเปลี่ยนได้สะอาดสะอ้านอยู่ได้เสมอๆแหมฉันมีแต่เสื้อ 40 ชุดจะสกปรกเลยไม่มีเวลาซักใส่ปั๊บคนเดียวก็หมกวันนี้ก็หมักหมกไปหมักไปกว่าจะซักกองเบอเร่อเลยเหนื่อยขี้เกียจเลยไม่ค่อยซักแล้วผ้าไอ้อย่างนี้มันพังหมดไม่มีนิสัยไม่มีไม่รู้จักเปลี่ยนเวลาไม่รู้จักกาลเทศะเป็นคนอยู่ยาก แมนยูอยากจะเบียดเกษียณอยู่ไม่ใช่อยู่อย่างเดียวๆเพ้อเพ้อไม่รู้จักกาละเทศะไม่รู้จักจัดแจงระบบชีวิตมีคนไม่พัฒนาร้านเราเองเราอย่าหวงแหนอย่าไปหลงโลกหลอกเดี๋ยวนี้นี่คำที่มอมเมาคนชักจูงคนหล่อหลอกให้คนอย่างยกตัวอย่างง่ายๆอย่างที่ผ่านไปแล้วโดยเฉพาะผู้หญิงนี่ถูกหลอกแม้ต้องมีเสื้อผ้าเยอะๆจะใส่ซ้ำชุดนะขายขี้หน้าน่าอายไอ้นี่เป็นคำหลอกของคนชั้นต่ำไม่ใช่พวกคนสังคมชั้นสูงนะคุณเดี๋ยวนี้หลงหมดเลยว่าสังคมชั้นสูงก็สอนอย่างหนึ่งเขานึกว่าเป็นของสูงจริงที่แท้แล้วมันเละแล้วของของต่ำเอาทฤษฎีเอาภาษิตเอาคำกล่าว พร้อมกันให้ไปในทางต่ำกลับมายกย่องกันว่าสูงมันผิดทางอย่างนี้แหละเรียกว่ามิจฉาทิฏฐิเรียกว่าไม่เข้าใจคนที่ไปสั่งสมคนที่ไปหอบหวงทรัพย์สมบัติมากๆแล้วก็มาพยายามที่จะเป่าหูกันหรือบอกกันอ่าเรื่องลือกันว่าเราจะต้องมีสมบัติมากๆมีเงินเยอะแยะสะสมบ้านหลายๆหลังที่ดินเยอะๆอะไรไว้เป็นของเราเยอะๆแล้วคนนั้นเป็นคนเก่งเป็นคนดีเปล่าอันนั้นเป็นคำผิดมิจฉาทิฐิถ้าใครเห็นอย่างนั้นเป็นความเห็นที่ผิดเราขยันหมั่นเพียรนั้นพระพุทธเจ้าก็สรรเสริญเราสร้างสรรค์พระพุทธเจ้าตรัสสรรเสริญสร้างสรรค์แล้วมักน้อยรู้จักพอแต่น้อย สันโดษมีคนถามว่าจะแปลว่าอะไรดีที่สุดอาตมาพยายามให้คำจำกัดความก็พยายามให้คำจำกัดความได้แต่เพียงว่าน้อยก็พอนะได้คำนี้มันไม่ได้คำอื่นคำว่าสันโดษจะแปลว่ายังไงดีที่สุดก็แปลว่าน้อยก็พอมันมีคำว่าพอฉันโหลดมารู้จักพอแต่น้อยก็พอเพราะฉะนั้นก็มันเกี่ยวข้องกับปิดฉากมักน้อยสันโดษกับอภิชานี่มันเกี่ยวข้องกันต้องหัดตัวเองมักน้อยลงแม้เราเองเราใช้เรากินเราพยายามที่จะต้องใช้สิ่งนั้นสิ่งนี้สังเคราะห์ชีวิตอยู่มากอยู่ก็ต้องรู้ตัวและลดลงให้ได้เสมอจนเขตสุดมันมีเหตุมักน้อยที่สุดมันมีสูงสุดดีที่สุดสมบูรณ์หรือ ดีที่สุดสุดท้ายจะแปลอีกคำนึงสันโดษก็แปลว่าพอดีแต่คำว่าพอดีคำนี้มันหลวมเหลือเกินอ่ะฉันกินวันละ 3 มื้อแล้วยังเล่นน้ำเปรี้ยวน้ำหวานอีกวันละ 3 ถ้วย 5 ถ้วยพอดีคุณก็เลยไม่ต้องไปแก้ไขกันเพราะฉะนั้นไม่ได้ต้องจำกัดกันด้วยคำว่าพอน้องอ้อยจะเกี่ยวกับการไปด้วยคำว่าน้อยน้อยก็พอมันต้องพูดใดแม้มีวัตถุอะไรมากไปก็เอาผักสลัดออกทานหัดทานออกแล้วอยู่ให้ได้อย่างที่มันมีน้อยๆนั่นแหละใครที่มีน้อยก็อยู่ได้เก่งคุณจะต้องชมอาตมาว่าอาตมาเก่งเพราะอาตมามีเงิน 0 อาตมาอยู่ได้คุณต้องชมอาตมาส่วนคนที่มีเงิน 50 ล้านและอยู่ได้อย่าไปเก่งไงล่ะใครมันก็อยู่ ก็มีเงินตั้ง 50 ล้านมันอยู่ไม่ได้ก็ตายเท่านั้นเองอะไรกันมีเงินเป็นล้านอยู่ได้เก่งไม่เก่งใครมันอยู่ได้มีเงินเป็นล้านๆแล้วหลายล้านด้วยมันก็อยู่ได้สิแต่ไม่มีเงินหรือมีเงินน้อยลงน้อยลงแล้วอยู่ได้จนสุดท้ายไม่มีเงินเลยสักบาทอยู่ได้คนนี้สิต้องนับว่าเก่งจริงทฤษฎีไหนจะดีกว่าการทฤษฎีไหนจะแน่กว่ากันทฤษฎีไหนจะชัดเจนกว่ากันคนที่มีเงินมากๆแล้วอยู่ได้มันจะไปยากอะไรใครมันก็ทำเป็นใครมึงก็ทำได้แต่คนที่ไม่มีเงินเลยอยู่ได้อันนี้น่าชมน่าชมเชยหน้าสรรเสริญยกย่องเพราะฉะนั้นการสรรเสริญทุกวันนี้สรรเสริญผิดเป็นมิจฉาทิฐิชมเจอคนจนที่ขยันหมั่นเพียรสร้างสรรค์และเอื้อเฟื้อคุณแจกจ่ายคนอย่างนี้น่า คนที่ขยันดีขยันแล้วก็สร้างสรรค์มาแล้วกอบโกยกักเก็บดีตรงได้ขยันสรรเสริญได้ตรงขยันแต่กักตุนกอบโกยสะสมไม่แพร่ออกไม่แจกจ่ายเจือจางออกขี้เหนียวหุงแหนมด้วยอันนี้ไม่ใช่หน้าสรรเสริญพูดศัพท์ของพระโพธิรักษ์หน้าด่านี่สรรพคุณที่รักนะคนอื่นก็ไม่กล้าพูดหรอกเขาบอกว่ามันแขยงปากแล้วว่าเขาเองเขาพูดแล้วเขาบอกว่าโอ้ยมันไม่พูดดีใช้คำว่าด่าไม่พอดีก็ภาษาไทยอ่ะใช้คำว่าด่านี่มันชัดนักหนามัวแต่ปิดกระบวนอะไรกันนักหนาก็ด่าบางคนนั้นด่าหน้าว่ากันหน้าเปล่าให้รู้ตัวว่ามันไม่ดีหรอกมันไม่ใช่ของหน้านิยมยกย่องอะไรการไปชมเชยคนที่กักตุนสะสมมากมายเดี๋ยวนี้สรรเสริญกันคนนั้นรวยคน ขายอะไรจะได้ไปสรรเสริญเยินยอกันไปสรรเสริญเยินยอทำไมคนรวยสรรเสริญเยินยอคนขยันหมั่นเพียรสร้างสรรค์มีผลผลิตมากแล้วแจกจ่ายเจือจางแม้ตัวเองก็สามารถมีไว้สำหรับกองทุนหรือว่าใช้งานได้น้อยที่สุดไม่กักตุนแม้แต่ทุนก็หมุนเวียนสะพานที่สุดผู้นี้ชื่อว่านักเศรษฐศาสตร์ชั้น 1 เพราะตัวเองนี่เป็นคนที่ไม่อะไรไม่เอาไม่สะสมอะไรถ้านักบริหารเป็นผู้จัดการบริษัทหรือเป็นประธานบริษัทที่มีมันสมองสูงมีกำลังงานมีสมรรถภาพสูงทำงานแล้วเจ้าของประธานบริษัทผู้นี้ไม่มีหุ้นเลยสักบาทเก่งแต่ถ้าประธานบริษัทนั้นมีหุ้นกว่าซึ่งมีหุ้น 90% ไม่เก่งเลย พรุ่งนี้วันตั้ง 90 คุณก็ครอบครองบริษัทแล้วก็เผด็จการอัตโนมัติอะไรก็ได้ต่างๆนานาแต่ถ้าคุณเองเป็นประธานบริษัทได้โดยไม่มีหุ้นเลยมีหุ้นก็สลัดออกมีหุ้นก็แจกออกจนสุดท้ายเป็นประธานบริษัทหรือเป็นผู้จัดการบริษัทโดยไม่มีผู้โดยสักบาทแต่สามารถทำงานนี้บริหารบริษัทนี้ไปได้คนบริษัทนับถือและทำบริษัทยิ่งเจริญได้อาศัยบริษัทนี้เลี้ยงกินอยู่ไปโดยที่สุดแม้แต่รับเงินเดือนจากบริษัทก็น้อยลงน้อยลงน้อยลงแม้จะตั้งค่าตัวหรือค่าแรงงานให้มากเพราะเป็นคนเก่งจริงๆก็ไม่เป็นไรฝากเข้าสวัสดิการผลักเข้าบริษัทเป็นกองหนุนของบริษัทช่วยเหลือโปรไฟล์คนงานในนี้หรือจะเอาออกไปแจกข้างนอกเป็นสิทธิ์ส่วนตัวได้ค่าจ้างจ่ายเงินเดือนรายได้เงินเดือนรายได้ที่เขาให้สูง ก็เอาไปแจกจ่ายเจือจางที่อื่นเผื่อแผ่ที่อื่นไปอีกก็ไม่เป็นไรได้มีทิศทางที่จะกระทำทั้งสิ้นแบบนี้เป็นคนพัฒนาเป็นคนเก่งจริงๆด้วยหาได้ยากนักทำได้ยากนักฟังดูดีๆเพราะคนที่จะพยายามไปถึงก็แม้เป็นประธานก็หาเหลี่ยมหาครูที่จะต้องคืนเงินเดือนให้ตัวเองมากๆไว้ยังไม่ทันไรเลยพอเข้าไปโดยเฉพาะไปสสก็ไปโบสถ์แต่เดี๋ยวจะต้องขึ้นเงินเดือนให้แก่สสเอาไว้ขึ้นเงินเดือนให้แก่ข้าราชการหน่วยนั้นหน่วยนี้เอาไว้ออกกฎหมายเพิ่มเป็นเงินเดือนให้แก่ตัวเองไม่จำเป็นอะไรถ้าคนที่เข้าไปทำงานบริหารประเทศออกไปพอไปหาผู้บริหารประเทศและพยายามหาทางรถเงินเดือนให้แก่ข้าราชการหรือตัวเองคนมีสิทธิ์เก่งเข้าไปแล้วไปบริหารประเทศโดยการลด เล่นกับตัวเองเก่งการคึกเข้าไปแล้วก็ไปบริหารแล้วก็จะเพิ่มได้เงินเดือนให้กับตัวเองพรุ่งนี้ไม่รู้จักหลักเศรษฐศาสตร์ที่แท้จริงหลักเศรษฐศาสตร์ที่เป็นสาระสัจจะสุทธิสัจจะเป็นเศรษฐศาสตร์เห็นแก่ตัวเป็นเศรษฐศาสตร์วางทางไว้ให้แก่ตัวเองและตัวเองก็ดำเนินรอยเป็นนักบริหารหรือเป็นนักปกครองหรือเป็นนักการเมืองหรือแม้พ่อค้าก็หาทางที่จะวางกดวางหลักวางระเบียบวางทางไว้สำหรับที่จะให้แก่ตัวเองได้รายได้มากการที่จะทำให้ตัวเองได้มามากๆนั้นน่ะเขาคิดกันมานานแล้วเขาก็เป็นกันมานานแล้วในโลกนั่นเป็นเรื่องของมนุษย์ปุถุชนการที่จะทำให้ตัวเองได้มามากๆนั้นน่ะเขาคิดกันมานานแล้วเขา กันมานานแล้วในโลกนั่นเป็นเรื่องของมนุษย์ปุถุชนที่มีความโลภเป็นวิสัยส่วนมนุษย์ที่ไม่มีความโลภเป็นนิสัยนั้นกลับมีแต่จะคิดหาทางทำอย่างไรจะเสียสละออกได้ทำอย่างไรจะปลดปล่อยให้ตัวเองมีชีวิตอยู่ในวงสังคมนี้อย่างผู้ที่เรียกตรงๆว่าเสียเปรียบในสังคมเราจะเป็นคนเสียเปรียบในสังคมภาษาที่ถูกต้องนั้นเขาเรียกว่าเสียสละแต่เมื่อไปเปรียบกับใครแล้วเพราะเป็นคนเสียเราไม่ใช่คนได้เราทำแล้วเราก็เสียสละเราทำแล้วก็เสียให้หรือว่าทำรับประทานเสียนี่คือทานทานนี่ก็คือเสียไปหรือให้ไปเพื่อคุณผู้อื่นไปไม่ใช่เอามาเอามาเพราะฉะนั้นคำว่าทานคำนี้จึงลึกซึ้งนะยากนัก ประเสริฐนักคำว่าถ่านยอดเยี่ยมนักเราจะฟังเป็นผู้ที่ฝึกตนให้เป็นผู้มีทานแล้วก็รู้เหลี่ยมครูที่ถูกต้องของคำว่าทานอย่างถูกต้องและทำให้ตรงภาวนานี่หมายความว่าทำให้เกิดทำให้เกิดตรงตามนี้ตั้งแต่หยาบๆคุณหัดทานวัตถุให้เห็นชัดพยากรณ์อย่ามีมากถ้าจะมีไว้ก็สำหรับเพื่อที่จะทำทุนเพื่อที่จะสร้างสรรค์ต่อก็ทำไปแล้วยังเก็บจากอะไรไว้เยอะหัดเรามาหัดกันจริงๆเพราะผู้ใดจะมาฝึกที่นี่ที่นี่บอกตรงๆว่าจะให้หัดทานหัดทำสลัดออกเพราะฉะนั้นจะบอกว่าจะมาที่นี่แล้วจะร่ำรวยอย่างวิธีการจะขออย่างงขออย่างนี้ให้บันดาโน่นมันโดนนี่ไม่มีเราจะต้องขยัน สร้างสรรค์เองแล้วก็ตัดรายจ่ายที่ฟุ่มเฟือยเองคุณจะรวยคุณจะมากด้วยวัตถุคุณจะเจริญด้วยโภคฉันทาจะเจริญด้วยโภคทรัพย์จะเจริญด้วยวัตถุลาภต่างๆเพราะคุณขยันทำถูกหลักของศาสนาเป็นคนที่มีเวลาเอาเวลาคืนมาได้แทนที่จับเวลาไปซะมาเลเทเมาในอบายมุขจับเวลาเลิกจากอบายมุขเวลาเหลือมาเอาเวล

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน