240215-B ศีลมัย พ่อท่าน ก่อนฉัน สันติอโศก.txt

โฟลเดอร์2524-25 ทาน ศีล ภาวนา MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์108 KB
วันที่แก้ไข12 สิงหาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

ต่อจากนี้ไปเป็นการแสดงธรรมะก่อนฉันเรื่องศิลปะใหม่โดยพ่อท่านพระโพธิรักษ์ที่พุทธสถานสันติอโศกกรุงเทพฯขอเชิญท่านรับฟังได้ณบัดนี้ญาติโยมทั้งหลายวันวันนี้อาตมาได้เกริ่นไว้ว่าอาตมาจะเทศน์เรื่องศีลละไมเมื่อวานนี้เด็กๆเดินผ่านอนามัยวันนี้ก็จะต่อเรื่องสีละมัยภาวนาไมค์ถ้ามันไปถึงก็จะไปถึงขั้นภาวนาใหม่อีก แล้วก็จะเกี่ยวข้องโยงใยวนกลับไปถึงคำว่าทานทำไมด้วยเหมือนกันภาษีละมัยเมื่อวานนี้ได้ยกหัวข้อขึ้นมาอธิบายให้ฟังบ้างแล้วว่าการปฏิบัติศีลก็คือมาเรียนรู้ความหมายมาเรียนรู้ความหมายของศีลหลักปฏิบัติหลักประพฤติศีลเป็นวินัยเป็นกรดเป็นระเบียบอะไรก็แล้วแต่หรือจะเรียกทฤษฎีก็ได้เรียกการกระทำอย่างนั้นอย่างนั้นยกตัวอย่างเช่นว่าศีลข้อที่ 1 ธันวาอย่าฆ่าสัตว์แล้วก็รู้ความหมายคำว่าอยากฆ่าสัตว์เป็นอาการอย่างไรการไม่ทำฆ่าสัตว์เป็นอาการอย่างไรเราจะดูแลเราก็ไม่ทำให้ได้ไม่ทำตาม ท่านบอกว่าอย่าทำท่านบอกว่าอย่าทำเราก็ไม่ทำให้ระมัดระวังตัวเสมอๆไปที่ไหนเมื่อไหร่ก็ระมัดระวังตัวอย่าให้กายกรรมของเราไปฆ่าอย่าให้ปากของเราไปพูดให้มันเกี่ยวข้องกับการฆ่าอย่าให้ใจของเรามันเป็นอยากฆ่าแม้มันจะดุร้ายแม้มันจะทำให้เราโกรธเราเคืองแม้มันจะทำร้ายเราสัตว์บางอย่างมันไม่รู้มันพูดก็ไม่รู้เรื่องมันทำร้ายเราก็เราโง่ไปให้มันทำร้ายเราเผลอเราไม่มีสติสัมปชัญญะเราไม่ให้มันทำร้ายจนโทษตัวเองโทษตัวเองว่าตัวเองนี่โง่ตัวเองมีเซอร์ตัวเองมีอยู่สะเพร่าไปให้มันทำร้ายเอาเราเป็นคนแล้วเราต้องฉลาดเราจะต้องไม่มีภัยการไม่มีภัยคือเราต้องมีสติสัมปชัญญะระมัดระวัง ให้ปลอดภัยทุกเมื่อไม่ใช่ไปโทษอันโน้นไปโทษอันนี้ไม่โทษนะเราไม่โทษเราจะต้องเป็นคนมีไหวพริบมีความเร็วมีความรู้รอบอยู่เสมอๆต้องการปฏิบัติศีลจึงไม่ใช่ปฏิบัติพล่อยๆมาถึงกรรมฐานรับกันเฉยๆว่าเออปาณาติปาตาเวรม

อ่านต่อ

ณีไม่ฆ่าสัตว์เสร็จแล้วก็ท่องแต่ปากไม่เคยระมัดระวังตัวฆ่าไปแล้ว 5 ตัว 10 ตัวยังไม่รู้เรื่องมดกระบี่ไปแล้ว 5 ตัวยุงก็ตกไปแล้ว 10 ตัวไม่รู้ตัวไอ้อย่างนี้มันก็ไม่ไม่ละเอียดเราจะไม่ได้อานิสงส์ในการปฏิบัติธรรมสัตว์ใหญ่แล้วก็ไม่ฆ่าสัตว์เล็กแล้วก็ไม่ขาดเพราะสัตว์ก็คือสัตว์ถ้าไม่เคยละเว้นพระพุทธเจ้าไม่เคยบอกว่าฆ่าสัตว์ใหญ่ได้นะสัตว์เล็กละเว้นไม่เคย ไม่เคยมีข้อแม้ไม่เคยมีคำสั่งไปที่ไหนเล่าเล่นหมดไม่งั้นเราจึงต้องระมัดระวังตัวเมื่อรู้ความหมายเรียกว่ารู้รู้ศีลแล้วเราปฏิบัติให้ตรงตามความหมายนั้นให้ได้ให้ได้โดยง่ายแม้มันจะฝืนมันจะยากแหมมดมันกัดเรายุงมันกัดจนอยากตกอยากฆ่าตามความเคยชินจิตใจมันเคยเป็นยักษ์มันก็เคยเอามาหยิบแหมยุงมันฆ่าเราเราก็อยากฆ่ามันอย่างนี้มันเป็นกิเลสมันเป็นความเกิดความอยากตัณหาอยากฆ่าก็อยากฆ่านี่มันยังเอามีอยู่ภาษาทางบุคลิกฐานท่านเรียกว่าจิตวิญญาณยังเป็นญาติก็ยังอยากฆ่า ถ้าคนหรือมนุษย์แล้วจิตสูงแล้วไม่อยากฆ่าจิตจะต้องไม่อยากฆ่าอะไรเลยต้องฝึกหัดให้ได้ถึงจิตใจต้องวางเฉยกลางแม้อะไรจะกัดเราแม้อะไรจะร้ายกับเราเราก็ต้องฉลาดที่จะไม่ไม่ไปที่ได้ทะเลาะเบาะแว้งหรือว่าตีโต้ตีตอบทำลายกันเพราะว่าสัตว์เดรัจฉานนี่ฆ่าแกงกันในเรื่องเรี่ยวแรงใครมีเขี้ยวมีเล็บเก่งใครมีกำลังวังชาดีแล้วก็เอาชนะท้าทายกันแบบนั้นเขามีมาแล้วเดรัจฉานมีหรือคนนี่แหละมนุษย์ต้องแต่ดึกดำบรรพ์เนี่ยเอาชนะกันได้ด้วยแรงแบบนี้ก็มีมานานแล้วเดี๋ยวนี้มนุษย์น่ะเจริญขึ้นไม่ต้องเอาชนะกันโดยเร็วแรงฆ่าแกงกันเอาชนะกัน ขับไม่ดีมีแต่จะเกื้อกูลกันเอื้อเฟื้อกันเมตตาช่วยเหลือกันคนใดมีความสามารถมากคนใดมีความรู้มากแบ่งเกื้อกูลให้คนมีน้อยมีความสามารถมากทำได้มากสร้างได้มากแจกจ่ายมีเรี่ยวแรงมากช่วยเหลือคนมีเรี่ยวแรงน้อยมีความสามารถมากสอนความสามารถให้คนอื่นต่อไปอีกอย่างนี้พัฒนาถ้าเอารัดเอาเปรียบคนมีเรี่ยวแรงมากมีความสามารถมากมีปัญญามากเอารัดเอาเปรียบคนที่มีความสามารถน้อยคนมีสมองโง่คนมีสมองน้อยแบบนี้บรรลัยและโลกกำลังเป็นอย่างนี้โลกกำลังเป็นอย่างนี้ทุกวันนี้เพราะฉะนั้นเราไม่เอาเราจะมาหัดให้มีจิตมีเมตตาเกื้อกูลไม่ฆ่าไม่แกงไม่ทำอย่าง ดาบแบบสัตว์โลกสมัยโบราณหรือคนสมัยโบราณคนที่ยังเป็นพวกป่าเถื่อนอยู่ไม่เอาเราคนยุคนี้ป่านนี้แล้วยังจะมาเป็นคนป่าเถื่อนอยู่อย่างเก่านั้นไม่สมควรนักเรียนรู้จริงและปฏิบัติให้ได้จริงๆเมื่อไรเมื่อไรแล้วก็ระมัดระวังตนได้กายกรรมไม่ฆ่าสัตว์ไม่ฆ่าใครสัตว์มันก็ไม่ฆ่าแล้วมันจะไปฆ่าคนหรือคนถ้าคนเราสัตว์ก็ยังฆ่าได้ฆ่าเฉยๆนี่ก็สัมภาษณ์ลงหนังสือพิมพ์ไทยรัฐตอนที่ก่อนจะตรุษจีนเนี่ยเขารับจ้างฆ่ากายฆ่าเป็ดค่าอะไรค่าอะไรเก่งเขาก็ไปสัมภาษณ์มาว่าเออแล้วคุณถ้าเผื่อว่าคุณค่าอย่างนี้มันเป็นยังไงมันก็ไม่เป็นยังไงก็บอกข้างี้มันก็มันก็รุนแรงมันก็ถ้าเกิดว่าฆ่าอย่างนี้ให้ค่อยไปฆ่าคนแล้วฆ่าได้หรือเปล่า ฆ่าสัตว์เขาว่างั้นเลยความรู้สึกของเขามันเป็นยังไงแล้วเห็นไหมเขาบอกไม่มีปัญหาอะไรนี่มันก็เท่ากันน่ะฆ่าคนฆ่าสัตว์ก็ไอ้ชีวิตเหมือนกันใครเขาฆ่าคนก็ฆ่าได้ให้เงินเขาสิแล้วก็รับรองว่าเขาไม่ถูกจับด้วยเขาจะฆ่าเค้าให้สัมภาษณ์อย่างนี้จริงๆเลยคิดดูซิว่าคนมันเป็นอย่างนี้แล้วเดี๋ยวนี้เราต้องมาช่วยรณรงค์นะนี่อาตมาพูดท้าวความไปถึงศีลข้อที่ 1 ของศาสนาพุทธเท่านั้นมันมีความสำคัญต่อสังคมมนุษย์ต่อประเทศชาติต่อมวลสัตว์โลกมนุษยชาติในโลกเท่าไหร่สำคัญเพราะเรามาเรียนรู้ให้จริงแล้วปฏิบัติให้ตรงให้ได้จนจิตใจไม่มีและมีสติสัมปชัญญะระมัดระวังตัวจนเป็นอัตโนมัติ มีมีความรู้สึกพิเศษที่มันจะเป็นไหวพริบแววไวเลยรู้เลยว่าอะไรมากระทบมาสัมผัสแล้วเราจะไม่ฆ่าอะไรไปจริงๆแม้แต่เราไม่มีสติไปควบคุมก็จะไม่ฆ่าอะไรเลยจริงๆรู้ว่าอ๋ออันนี้ชีวิตไอ้นี่ไม่ๆๆอันนี้ชีวิตเข้ามาแตะต้องเราแล้วชีวิตเขาเข้ามาใกล้เราแล้วเราจะเอ็นดูเขาเราจะไม่ฆ่าเขามันจะถึงขั้นนั้นในอนาคตเมื่อเวลาเราประพฤติแล้วมันจะสูงขึ้นความที่เราจะรู้ศีลโดยความหมายลึกซึ้งขึ้นแล้วเราจะปฏิบัติได้ละเอียดละออขึ้นนั้นศีลท่านเรียกว่าอภิสิทธิ์เมื่อวานนี้บอกหัวข้อแล้วมีศีลแล้วก็ขยับขึ้นเป็นอันที่ศีลแล้วก็เป็นอริยสัจ 4 แล้วก็ไปถึงขั้นพิจารณาถึงขั้นปาริปาริสุทธิศีลแล้วถึงขั้นอเสขะศีลมี 5 ระดับเราปฏิบัติศีลให้จนถึงขั้นระดับที่ 5 เรียกว่าสมบูรณ์อัจฉริยะขัดศีลคือศีลของพระอรหันต์สีอันไม่ต้องศึกษาอีกอันไม่ต้องปฏิบัติอีกเป็นแล้วจบแล้วสมบูรณ์แล้วถึงขั้นอาศัยขัดศีลศีลอันเป็นปัจจัยขาดศีลของท่านพระอรหันต์อันที่พ้นแล้วบริสุทธิ์บริบูรณ์แล้วเป็นไปได้โดยเองแล้วเรียกว่าขันธ์ 5 เพราะเราก็เริ่มขึ้นมาอาตมาอธิบายศีลแต่ความหมายและก็ให้ปฏิบัติตามและสิ่งที่ทำได้สูงขึ้นมาต่อมาก็อธิบายไปแล้วสูงขึ้นเรื่อยๆเราจะเกิดปัญญาเราจะเกิดพฤติกรรมเกิด ประพฤติทางกายก็ละเอียดขึ้นวาจาก็รู้ตัวมากขึ้นพูดจาจะไปเกี่ยวข้องเขาไม่ฆ่าสัตว์หรอกแต่เราจะรู้สึกว่ามันมันฉลาดขึ้นว่าเราไม่ฆ่าสัตว์หรอกแต่เราก็กินเนื้อสัตว์นี่มันเป็นพฤติกรรมทางกายเรากินเนื้อสัตว์อยู่แล้วเราก็บอกเขาปาณาติปาตาเวรมณีอย่าฆ่าสัตว์นะเสร็จแล้วโยมก็เอาเนื้อสัตว์มาถวายพระคุณก็ยังไม่รู้นะอย่าโง่แต่ถ้าเผื่อว่ามันรู้เอ้ก็เราสอนเขาไม่ฆ่าสัตว์แล้วเขาก็เอาเนื้อสัตว์มาถวายไอ้เนื้อสัตว์นี่มันต้องฆ่ากันมาแน่ผมพระพุทธเจ้าก็มีนะมีศีลที่บอกเป็นบทๆว่าให้พิจารณาว่าสัตว์ที่ฆ่ากันมาเนี่ยไม่กินถ้าอนุญาตให้กินสัตว์เนื้อสัตว์มันเนื้อสัตว์ตายเอง นิทานอนุญาตมันตายเองก็มันตามธรรมชาติไม่มีใครไปฆ่าไปแกงมันอ้าวสัตว์อย่างนั้นเรียกว่ามันไม่มีบาปไม่มีภัยอะไรมันทิ้งร่างของมันเองวิญญาณของมันก็ไม่ได้ผูกพันจองเวรจองกรรมอะไรมันไม่ได้มันปล่อยล่างของมันแล้วแล้วเนื้อหนังของมันก็ทิ้งคลุกที่ดินที่ขนอะไรแล้วแต่มันทิ้งอ่ะอย่างนี้ของทิ้งเราเรียกว่าบังสุกุลเมื่อของทิ้งเราก็มีสิทธิ์เอามากินได้แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามถ้าเราศึกษาต่อไปอีกเป็นชั้นสูงขึ้นไปอีกเป็นอันที่ศีลสูงขึ้นไปอีกรู้ความหมายว่าไอ้เนื้อสัตว์มันไม่ใช่อาหารคนเนื้อสัตว์มันอาหารเสือกินเข้าไปแล้วเป็นเสือเนื้อสัตว์มันอาหารหมากินเข้าไปแล้วเป็นหมาใครอยากกินก็กินเยอะอาตมาก็เทศน์อย่างนี้แหละนะให้เห็นให้เข้า เรารู้ว่าคนมันไม่ใช่สัตว์ประเภทอย่างนั้นมันตระกูลคนละตระกูลนามสกุลโมลาร์ตระกูลใจเย็นฟันกรามบนล่างนี่คือฟันกรามไม่ใช่ตระกูลค่ะนายไม่ใช่ตระกูลพันธุ์เขี้ยวฟันแหลมๆเหมือนหมาเหมือนแมวเหมือนเสือไม่ใช่ไม่ใช่ตระกูลค่ะนายตระกูลโมลใจเย็นอยู่กันเป็นโคลงสังคมใหญ่ช้างม้าวัวควายอยู่ก็เป็นโค้งเสือเนี่ยนะอยู่ถ้ำเดียวกัน 2 ตัวยังยากเลยนอกจากตัวผู้ตัวเมียยากมากหมานี่ก็เถอะถ้าไม่พยายามมีคนจัดการให้มันอยู่ด้วยกันนะแล้วค่อยๆระมัดระวังสอนมันหมานี่ก็ใกล้กันได้ที่ไหนกัดกันอย่างไรแมวเหมือนกันสัตว์พวกนี้ไม่เชื่ออยู่กันเป็นหมูไม่ได้ไม่ใช่สัตว์ของอ่าใจร้อนอำมหิตโหด คนจะไปทำใจของตนเองให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้นะเราจะต้องฝึกใจของเราให้มันสมเราเป็นมนุษย์เป็นสัตว์มนุษย์เป็นสัตว์ที่มีตระกูลดีแต่เสร็จแล้วไปทำอะไรเป็นเหตุปัจจัยให้ตัวเองกลายเป็นคนเลวคนร้ายก็เสียหายมันจะมีอธิษฐานมันจะมีปัญญาสูงขึ้นมันจะรู้ละเอียดว่าแม้เราไม่กินเนื้อสัตว์เราบอกเขาอยู่ว่าอย่าฆ่าสัตว์เขาเอาเนื้อสัตว์มาถวายก็เห็นแล้วว่ามันต่อแล้วนี่มันเกี่ยวโยงไปหาการฆ่าเพราะถ้าอย่างนี้เราไม่กินให้เมื่อเราไม่กินข้าวทีหลังเขาก็ไม่ข้ามมาให้เรากินการสอนว่าอย่าฆ่าสัตว์ก็สำเร็จลงไอ้นี่ผมบอกว่าอย่าฆ่าสัตว์นะเดี๋ยวเนื้อไก่ปิ้งมาเฉยนี่ทำไม่รู้ไม่ชี้หล่อเนื้อไก่ตุ้ยตุ้ยเลยอ้าวเขาก็บอกว่าหลวงพ่อเล่นเนื้อไก่อยู่แล้วจะมาสอนให้เราไม่ฆ่าใครแล้วหลวงพ่อไม่ฆ่าเองด้วยเขาก็ต้องฆ่า Yamaha แบบนี้มันเถียงไม่ออกเยอะอาตมาอธิบายอีกมากก็ได้ประเดี๋ยวสีมันจะไม่จบวันนี้เพราะงั้นก็ขอพักไว้ตอนนี้อธิบายเกี่ยวกันเกี่ยวข้องเราจะมีปัญญารู้ความเกี่ยวข้องความเกี่ยวข้องมีเราเรียกว่าสันติหรือเราเรียกว่าประวัติหรือภาษาบาลีมีเยอะเรียกว่าอิทัปปัจจยตาเรียกว่าปฏิสนธิบาทเรียกว่าอะไรอีกเยอะแยะนะภาษาบาลีมีความเกี่ยวข้องสืบเนื่องสืบโยงต่อกันไปอีกนะหรือแม้แต่เรียกว่าความสัมพันธ์หรือสัมผัสนี่ก็ภาษาบาลีเป็นความสัมพันธ์เกี่ยวข้องไปเราจะเข้าใจเพิ่มขึ้นเพราะฉะนั้นเราจะตัดตัดสันติตัดความสัมพันธ์ตัดความเกี่ยวกับตัดการเชื่อมโยงไปต่ออีกไม่ให้เป็นเหตุปัจจัยเป็นต่อเราตัดให้ได้ เมื่อเราไม่กินเขาก็ไม่ขาดส่วนคนอื่นเขากินเขาฆ่ากันเองเขาก็มีบาปมีภัยกรรมเวรติดต่อกันเองเราตัดแล้วเราไม่ติดไม่ตอบปัญญาจะเกิดจะรู้ในอธิษฐานและเราก็จะไม่ทำไม่กินเนื้อสัตว์นี่เป็นอธิษฐานเราไม่ทำมันก็สูงขึ้นแล้วเขยิบขึ้นเรื่อยๆเช่นว่าเราแม้แต่ภาษาพูดเราไม่กินเนื้อสัตว์อันนี้ก็เป็นชั้นสูงทีนี้เราบางคนเนี่ยภาษาพูดเขาไม่ระวังแล้วเขาก็จะไม่ทำบางคนพูดไปแล้วมันเป็นการเปรยเหมือนกับเอาเนื้อสัตว์มาให้ตัวเองกินยกตัวอย่างแทนเนื้อสัตว์เรื่องอื่นเหมือนกันนะเรื่องอื่นก็มีนัยยะเช่นว่าคนที่ไม่กินเนื้อสัตว์หรอกแต่จะไปบอกว่าแม่เนื้อไก่นี่ดีจังเลยนะเนื้อเหลืองน่ากินคุณพูดอย่างนี้ นั่นแหละญาติโยมฟังแล้วก็บอกเออหลวงพ่ออยากกินไก่เข้าแล้วเท่านี้มันก็โกงไปแล้วก็ต้องระมัดระวังภาษาอย่าไปชมเชยหรืออย่าไปแสดงเป็นภาษาวาจาอะไรออกไปมันจะแสดงเป็นลักษณะเชื่อมโยงเกี่ยวข้องไปจนกระทั่งสุดท้ายก็เกิดการเขาก็เอามาให้มาให้กินหรือมาให้ทำบาปแล้วเราก็จะลำบากในทีหลังอย่างนี้เป็นต้นเราจะมีปัญญารู้ในวาจารู้เลยว่ากี่กรรมสูงขึ้นแล้วเราจะรู้ไปจนกระทั่งถึงจิตเมื่อรู้ถึงจิตอันนี้แหละเป็นประมาณอ่านอาการของจิตออกมาในจิตของเรานี่มันเกิดชอบแล้วนะไปเกิดอยากได้เกินอยากกินเนื้อสัตว์อย่างนี้เป็นต้นแล้วก็เกิดการชอบมาเห็นแล้วเกิดอารมณ์โอ้โหแต่ก่อนเคยเคยกิน ไม่เจอเนื้อแฮมหมูแฮมก็ใจมันเกิดเรารู้ว่าทางกายเราไม่กินน่ะเรารู้ว่าทั้งปากเราไม่พูดไม่พูดว่าอยากไม่พูดว่ากินตายแล้วก็ไม่กินแต่ใจมันยังอยากอยู่เราก็รู้อาการใจการปฏิบัติถึงใจนี่เราเรียกว่าสมาธิเรียกว่าอธิษฐานอธิจิตเรียกว่าศีลมันสูงขึ้นจนกระทั่งไปขัดเกลาจิตไปรู้อาการของจิตแล้วเราก็เปลี่ยนอาการของจิตทำให้จิตไม่อยากไม่เกิดการมีอาการอย่างนั้นทำให้จิตเปลี่ยนพฤติกรรมไม่ได้เกิดการกดข่มเราเรียกว่าสมรรถภาพภาวนาโดยการกดข่มเรียกว่าสมถะภาวนาคือการประพฤติกระทำให้เกิดภาวะของการหยุดได้โดย เปิดคอมโดยการสงบลงด้วยอำนาจบังคับกดดันอะไรก็แล้วแต่คุณมีเรี่ยวแรงที่จะให้มันหยุดก็ทำลงไปนั่นอย่างหนึ่งอีกอย่างหนึ่งเรียกว่าด้วยอำนาจวิปัสสนาภาวนาเรียกว่ารู้แจ้งหาเหตุผลเกิดปัญญาให้รู้ว่าเราไม่ต้องเกิดอาการอย่างนี้เกิดอาการอย่างนี้มันคนโง่ทำไมต้องต้องเกิดอาการอย่างนี้เกิดอาการอยากไม่อยากทำไมล่ะของไม่ควรกินของไม่ควรอยากเราไปถูกโลกเขาหลอกล่อว่ามันอร่อยมันน่ากินอย่างโน้นอย่างนี้อะไรเขาก็ปรุงกันแล้วก็โฆษณากันทุกวันนี้โอ้โหยการโฆษณามอมเมาโฆษณาหลอกล่อกันเยอะแยะอร่อยอย่างนู้นดีอย่างนี้วิเศษอย่างนี้กินเหล้าเหาะได้นู่นแหละแต่เขาโกหกได้เขาจะโกหกทั้งนั้นเลยนะความจริงก็แล้วเหาะได้เลยอะไรก็จะโกหกอย่างนั้นเลยมันก็โฆษณาไปนะ จะต้องรู้ด้วยปัญญาอันยิ่งกว่ามันไม่ใช่เรื่องอะไรมันไม่ดีถึงแม้จะดีก็ตามเราควรเลิกได้แล้วก็เลิกรู้ด้วยปัญญาหยุดได้ด้วยปัญญาเรียกว่าวิปัสสนาภาวนาเราทำอยู่ 2 อย่างนี้ภาวนาอยู่ 2 หลังนี้เสมอเมื่อไหร่รู้ตัวแล้วก็ปฏิบัติอย่างนี้เสมอก็จะเกิดการสำเร็จลงได้ลดจางคลายถึงแม้ว่ามันเรี่ยวแรงมันอาการแรงมันก็จะอ่อนเบาลงได้การอ่อนเบาลงได้เรื่อยๆเรื่อยๆนั่นแหละคืออธิษฐานหรือสมาธิจิตของเราจางคลายลงจากอาการบาปอาการปัญหาอาการชั่วลดลงได้ลดลงได้อาการต่างๆลดลงได้ทั้งกายและก็สะอาดขึ้นมาแล้วบริสุทธิ์ขึ้นมาแล้วก็เรียกว่าศีลทางกายบริสุทธิ์ขึ้นนะว่าจะกำหนด ใจบริสุทธิ์ลดลงได้เรื่อยๆนั้นเรียกว่าสมาธิเกิดสมาธิเกิดจิตมันสูงขึ้นเร็วกว่าที่จิตจิตจิตจิตยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นแล้วจนกระทั่งได้ดีประมาณ 1 พระอริยเจ้าหรืออาจารย์หรือผู้รู้เห็นแล้วบอกคุณทำได้ขนาดนี้ดีแล้วท่านบอกว่าดีแล้วหมายความว่าท่านพอใจละว่าคุณเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมคุณได้จากแต่ก่อนที่จิตใจอำมหิตโหดร้ายหลงผิดไปปฏิบัติไปประพฤติในสิ่งที่ไม่ถูกไม่ดีไม่งามไม่สมควรแก่มนุษย์และคุณเองได้เปลี่ยนมาจิตใจก็ได้ฟอกเรามาเรื่อยๆเรียกว่าเกิดสมาธิเกิดอาทิตย์จิตโดยอธิษฐานโดยอธิปัญญาคือปัญญาแต่ก่อนไม่รู้อย่างนี้เดี๋ยวนี้ชักมีปัญญาอันยิ่งมีอธิปัญญามีปัญญารู้ถูกรู้ต้องและตนเองรู้ตัวเองด้วยว่า เราเปลี่ยนได้จริงๆจิตของเราดีขึ้นจริงๆจางคลายลงจริงๆกิเลสลดลงตัณหาเบาบางลงจนอยู่ง่ายๆได้สบายๆได้แม้จะมีอาการดิ้นรนในใจอีกนิดนึงหน่อยนึงก็พอทนได้ทนได้จริงๆไม่ละเมิดและใจก็ไม่ทุกข์ร้อนเกินการแต่ยังไม่หยุดสนิทยังไม่สงบระงับจนเก่งจนไม่มีอาการจนไม่มีอารมณ์เลยยังไม่ได้แต่ก็ยังได้ขนาดนึงแล้วเรียกว่าพระอริยเจ้าฉันช่วยดูช่วยแล้วเออก็น่าพอใจดีขึ้นได้เรียกว่าอริยสัจ 4 ศีลเกิดดีขึ้นอย่างฉลาดคุณก็ฉลาดคุณก็ทำถูกสอนได้อบรมได้เจริญขึ้นเรียกว่าเป็นคนบำรุงได้บำรุงเกิดบำรุงพัฒนาได้คุณก็เจริญเป็นคนเจริญ พระอริยเจ้าเห็นแล้วเออลูกศิษย์คนนี้สอนได้เจริญพอใจได้ประมาณที่เรียกว่าสอบได้สอบได้ทันทีพอใจเลยเรียกว่าอริยสัจ 4 ดีจนกระทั่งบริสุทธิ์บริบูรณ์ลงไปปาริสุทธิศีลศรีดิษฐ์เมื่อกี้ข้อที่ 4 ปลาที่สุดนี่จะบริสุทธิ์ขึ้นไปอีกอย่างมากเลยและจะมีความซับซ้อนในปริมาณวันนี้อาตมาคงจะไม่ได้อธิบายถึงบริสุทธิ์ที่ศีล 4 คือบริสุทธิ์ตามความหมายของหลักการเรียกว่าปาฏิโมกข์ปาฏิโมกข์บริสุทธิ์เอาปลาที่สุดปาฏิโมกข์บริสุทธินั่นแหละปาฏิโมกข์ก็คือศีลคือหลักหลักคำสอนนั่นแหละบริสุทธิ์ตามหลักคำสอนนั่น 1 2 เราระมัดระวังด้วยอินทรีย์ทั้ง 6 ตาหูจมูกลิ้นกายไปสัมผัสสัมผัส เราก็บริสุทธิ์ได้จนถึงใจบริสุทธิ์กายบริสุทธิ์รูปบริสุทธิ์รถบริสุทธิ์กลิ่นบริสุทธิ์เสียงบริสุทธิ์สัมผัสบริสุทธิ์สัมผัสแม้ในใจใจเราก็อ่านออกสัมผัสจิตของเราว่าเออเราบริสุทธิ์ขึ้นใจของเราบริสุทธิ์ได้เรื่อยๆแม้จะมีนานๆมีแวบขึ้นมาหน่อยก็พยายามทำอยู่ทำอยู่แล้วเราก็ได้ดีแล้วมันไม่เดือดร้อนนักไม่ยากไม่เย็นแล้วง่ายขึ้นแล้วบริสุทธิ์ไปเรื่อยๆเรียกว่าปลาที่สุดที่ 4 ในอินทรีย์สังวรเนี่ยอินทรีย์สังวรบริสุทธิ์ด้วยอาการสังวรในอินทรีย์ทั้ง 6 ทั้งหมดจนกระทั่งมันจะมาปรับปรุงอาชีพบริสุทธิ์ปรับปรุงอาชีพเรียกว่าอาชีวะบริสุทธิ์อาชีวะบริสุทธิบริสุทธิ์ถึงแม้แต่อาชีพก็เปลี่ยนง่ายๆเช่นกับคนนี้ขายเนื้อสัตว์ พอเวลาเราปฏิบัติธรรมแล้วถึงแม้มันจะรวยยังไงมันจะมีรายได้ดียังไงไม่ขายแล้วเปลี่ยนอาชีพรู้เลยว่าอาชีพนี้ไม่บริสุทธิ์คุณเองคุณไม่ได้ขายเนื้อสัตว์หรอกไม่ได้ไปฆ่าสัตว์ขายหรอกแต่ว่าคุณเองคุณก็ยังไปทำงานอะไรเกี่ยวข้องกับการฆ่าสัตว์อยู่หน่อยๆคุณไม่ฆ่าสัตว์ขายหรอกนะแต่คุณเองคุณก็ไปขายมีดชำแหละเนื้อไอ้อย่างนี้มันเอี่ยวๆกันอยู่นี่นะมีดชำแหละเนื้อหน่าไม่ขายเนื้อสัตว์เนื้อขายก็ที่ใส่หมูไปขายอะไรอย่างนี้เป็นต้นขายกระท่อมดีสำหรับเอาไปห้องดีสำหรับเขาไปใส่ปลาขายแหขายอวน คุณไม่ฆ่าสัตว์นะแต่คุณขายอะไรอย่างนี้อาชีพคุณเห็นแล้วอย่างนี้มันไม่ตรงนะมันต่อกันมามันเกี่ยวโยงกันมาคุณก็จะบริสุทธิ์อาชีพนี่สูงขึ้นโอ้อย่างนี้ไม่เอาจะเลิกมาเลิกมาจากอาชีพที่เห็นว่ามันยังมีสันติมันยังมีการสัมพันธ์มีการเกี่ยวข้องกับบาปกับภายในพฤติกรรมของสังคมของมนุษย์อยู่คุณจะเลิกมาเรื่อยอาชีพจะสูงขึ้นเปลี่ยนย้ายไม่เอาแล้วอาชีพอย่างนี้มันยังอาตมาเคยยกตัวอย่างว่าผู้ที่ปฏิบัติธรรมอยู่กับเราในแต่ก่อนนี้แกขายอาหารขายข้าวหมูแดงขายข้าวไก่ขายข้าวมันไก่ขายก๋วยเตี๋ยวขายอะไรเนี่ยออกมีร้านขายอาหารพอมาปฏิบัติธรรมกับมาแล้วไอ้อย่ารู้เข้าใจเกิดปัญญา มันไม่บริสุทธิ์โดยอาชีพแล้วเข้าใจเลิกขายอาหารมาขายผ้ามาขายผ้าว่าเออขายผ้ามันไม่มันไม่มันไม่เกี่ยวข้องไปจนกระทั่งถึงการฆ่าสัตว์ก็สีนี้กับบริสุทธิ์ขึ้นเป็นอาชีพบริสุทธิ์ทีเดียวเข้าใจความหมายในปาฏิโมกข์เข้าใจในอินทรีย์สังวรกับปฏิบัติจนได้สบายเปลี่ยนอาชีพได้ด้วยแม้รายได้อันนู้นจะดีก็ยอมเสียยอมสละได้เลยแม้อันนี้อาจจะมีอาชีพมีรายได้จะไม่ดีก็ยอมเปลี่ยนอาชีพยอมจริงๆเห็นเลยว่ามันเป็นบาปเป็นบุญเราไปทำอย่างนั้นมันบาปอยู่มันไม่ได้เป็นดิบดีอะไรในชีวิตเราก็ขาดน้อยกินน้อยลงมาได้เราก็ไม่ต้องเปลืองต้องเปล่าเราไปจัดการกับชีวิตของเราให้มันมาอยู่ได้ง่ายดียิ่งขึ้นอะไรที่มัน มันซึมอะไรที่มันเปลืองมันไม่ดีเราก็ได้เปลี่ยนระบบมาเรื่อยๆเราจะกล้าเปลี่ยนแม้แต่อาชีพแม้แต่จะเป็นสิ่งที่ได้ร่ำได้รวยอะไรมากมายเมื่อจิตมันสูงขึ้นนี่มันไม่ขี้โรคมันไม่กลัวจะไม่รวยมันจะกลายเป็นว่ากลัวเราจะรวยมากอย่างอาตมานี้กลัวรวยทุกวันนี้กลัวรวยอาตมาไม่อยู่ยังไม่มีเงินนี่สบายสบายถ้าจะมาให้อาตมามีเงินนะตายต้องคอยระมัดระวังนะคอยแบกบาทก็หนักแล้วป่วยการกล่าวบรรยายให้มาแบกตั้งร้านขายยาจะมาวิ่งหนีแน่เลยต้องเอามาให้ล้านนึงให้แบกไว้นี่แน่บาทนึง 5 บาทอาตมาก็ไม่ไหวแล้วไม่ระมัดระวังไม่คอยแบบใครอยากแดกไปอา [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] มาจากอาตมาเลิกมาตั้งแต่รายการไหนแล้วมันเป็นรายการมอมเมาจริงๆอาตมาจัดรายการไม่มอมเมานะอาตมาทำงานโทรทัศน์ก็ไม่ได้จัดงานบาปบาปอะไรอาตมากำลังบอกทุกวันนี้ชวนกันยามีโทรทัศน์ในบ้านเพราะว่าถ้าคุณมีโทรทัศน์ในบ้านเท่ากับคุณมียาพิษในบ้านเลี้ยงลูกด้วยยาพิษลูกของคุณทุกวันนี้มันแก่แดดก็ตามมันเลวลงร้ายลงทุกวันเพราะโทรทัศน์เป็นเรื่องใหญ่มันได้รับคำสอนที่มอมเมาจากโทรทัศน์ซึ่งเขาไม่เข้าใจเขานึกว่าเป็นของดีมันเป็นมหรสพประสบการณ์ในเรื่องมันเป็นอบายมุขที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนไว้ตั้ง 2,000 กว่าปีมาแล้วเขาไม่เชื่อก็เอาโรงหนังโรงละครเข้าไปไว้ในบ้านทั้งโรงแล้วมันจะไม่ไหวไงเด็กทุกวันนี้ทั้งต่างประเทศจนกระทั่งถึงประเทศไทยเสื้อหมด เด็กๆเสื่อมหมดเหลวไหลเร็วหมดเพราะเราเอาลงลงโทรทัศน์เข้าไปไว้ในบ้านจริงโทรทัศน์นี่ถ่ายทอดสารคดีถ่ายทอดสิ่งที่มีประโยชน์อยู่บ้างแต่เปอร์เซ็นต์น้อยถ่ายทอดได้ที่มันเป็นสาธารณะนอกจากน้อยแล้วเปิดสารคดีขึ้นมาให้เด็กวิ่งหนีหมดเพราะกลัวได้เมาเมาขึ้นมามันก็มองชมใช่ไหมดีไม่ดีคุณสู้เด็กไม่ได้ด้วยจะดูเรื่องนี้จะดูอันนี้คุณก็ต้องเปิดให้มันดูแล้วคุณไม่แจ้งยังไงลูกคุณก็แจ้งคุณก็เจ๊งแล้วคุณก็มาบ่นว่ามีลูกมาแล้วลูกมันก็ทำให้ช้ำใจอย่าบ่นก็คุณหมอมันเองคุณซื้อโทรทัศน์เข้าไปไว้ในบ้านเองแล้วคุณก็ไม่สามารถเอาชนะ ภาพคุณกำหนดได้ว่าคุณจะเปิดเอาใช้แต่สาระอาตมาไม่ปฏิเสธนะว่าโทรทัศน์ก็มีสารคดีมีสาระอยู่บ้างเพราะถ้าคุณสามารถกำหนดได้เลยว่าโทรทัศน์นี้เปิดได้แต่สารคดีและคุณก็เป็นคนกำหนดเป็นคนดูแลเด็กทำตามใจไม่ได้เปิดเองไม่ได้หรือยังไงคุณก็จัดการให้อยู่ได้เป็นส่วนที่มันมีประโยชน์อย่างนี้คุณก็สามารถมีได้แต่ยังไงก็ตามมันก็ยากตอนนั้นอาตมานี้อาตมาทำงานโทรทัศน์แต่ก่อนนี้อาตมาก็เล่าสู่ฟังนิดหน่อยนิดหน่อยประกอบกับการบรรยายอาตมาทำงานสารคดีเป็นส่วนใหญ่แต่ก่อนก็หลงเขามอมเมาอาตมาก็จะไปในทางโลกอยากจะเป็นดาราละครการแสดงร้องตรงร้องเพลงแต่งทรงแต่งเพลงจัด รายการทางเพลงซึ่งอาตมาพยายามดิ้นรนนะอยู่ในทางโลกดิ้นรนจะเป็นดาราทางนักร้องเป็นดาราแต่งเพลงก็แต่งหลายๆเหมือนกันหลอกล่อเขาไว้หลายเหมือนกันไอ้บาปเก่าก็มีอยู่ก็ขอสารภาพว่าต่อไปลูกช้างไม่ทำอีกแล้วไอ้บ้าบาปมอมเมาก็จะไม่ทำแต่ก่อนมันไม่รู้ก็เหมือนองคุลีมาลแหละไม่ฆ่าคนโดยความหลงถูกอาจารย์หลอกคนนั้นก็เลยเลอะเทอะใหญ่เลยพอรู้ตัวแล้วว่าอย่าพระพุทธเจ้าให้ปัญญาเลิกเลยฉันใดก็ฉันนั้นเราก็เลิกแต่ก่อนนี้ไม่รู้ว่าอาตมาก็จัดรายการเพลงรายการอะไรต่างๆอยู่พอให้รู้ตัวพับเลิกเลยนี่เป็นหมอแล้วศพมอมเมาเลิกรายการเพลงได้รายได้ดีเหมือนกันได้ชื่อเสียงดีเหมือนกันในโลกนะแบบโลกไม่เอาแม้รายได้ดีก็เลิกนี่เรียกว่ารถอาชีพมีรายการอื่นๆอีกมันสูง อาตมาขอยกตัวอย่างให้ฟังว่าแม้แต่รายการแม่บ้านแม่บ้านให้รายการให้เงินอาตมาดีไม่ใช่เล่นรายการนึงได้หลายตังค์ได้ทั้งค่าคอมมิชชั่นได้ทั้งค่าจัดรายการทำรายการนะบริการแม่บ้านอาตมาได้เสร็จแล้วก็มานึกออกว่าไอ้ยาเรามาชวนเข้ามาปรุงอาหารปรุงแต่งไอ้นี่จิตสูงแล้วนะจิตมันสูงขึ้นแล้วอาหารปรุงแต่งนี่ก็เป็นบาปมันรู้เหรอเราก็มาจัดรายการมอมเมาคนออกอากาศเผยแพร่รายได้จะดียังไงก็เลิกเอาไปโยนให้คนอื่นเลยคนอื่นรับเหมาไปไม่เอารายการนี้เราเราเกี่ยวเนื่องกับบาปไปหลอกล่อก็ปรุงโอ้โหอะไรอร่อย [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] อธิบายให้ฟังวันนี้ก็ไม่อธิบายกันแล้วมันยาวมันโยงใยกันไปต่อแม้แต่ปริสุทธิศีล 4 เมื่อกี้ก็ว่าจะมาอธิบายอะไรนักแต่ว่าก็อธิบายเล็กน้อยคิดว่าไม่อธิบายซะเลยไม่ได้ก็พูดแล้วก็อธิบายบ้างเล็กน้อยทีนี้จะต่อไปจนถึงมิจฉาชีพ 5 ไม่ไหวแล้วต้องอธิบายต่อไปไม่ได้เพราะเดี๋ยวมันก็จะไม่จบเรื่องนี้ในวันนี้ก็ขอผ่านนะว่าเราจะรู้อาชีพที่ดียิ่งดียิ่งดียิ่งขึ้นมาเรื่อยๆตั้งแต่ขอไล่ชื่อก็แล้วกันมิจฉาชีพโกฮันเราไม่ใช่แล้วล่ะเพราะเราไม่ได้ทุจริตเป็นอาชีพทุจริตเป็นมิจฉาชีพแบบไอ้โจรเราไม่แล้วรัตนาอาชีพที่ยังหลอกหลอกล่อล่อลวงๆอะไรอยู่โกหกหลอกลวงอะไรอยู่เราก็ไม่แล้วนะรับปัญหาก็ไม่แม้แต่อาชีพที่ยังสลบซะแรงเราว่า ดีแต่มันก็จะตลบตะแลงเล่นหางเราอยู่มันก็ยังมีลูกไม่ดีอะไรผสมผเสโดยความโง่ก็ตามโดยความที่ยังตลบตะแลงในใจของเราก็ตามเรียกว่าเนมิตระการอาชีพที่เป็นมิจฉาชีพระดับที่ 3 เราก็ได้พ้นมาแล้วมันจะสูงขึ้นเลยแม้แต่นิดเป็นสิ่งกะตาอาชีพมิจฉาชีพระดับที่ 4 คือเราเองเรารู้แสนรู้ว่าอาชีพนี้น่ะมันผิดอยู่มันไม่ค่อยดีอยู่มันยังมีส่วนบาปอยู่จริงๆแต่เราก็ยังยอมมอบตนอยู่ในบาปนี้เพราะจำเป็นจำใจจำเป็นจำใจแม้เราจะทำตนเราเองบริสุทธิ์ส่วนตนแต่เราก็ยังอยู่ในบริษัทที่ยังผิดอยู่ก็เรียกว่าเรามอบตนอยู่ในทางผิดอยู่เหมือนกัน ตุ๊กตาพ่นอาชีพนี้ได้จนที่สุดเราบริสุทธิ์หมดเลยเราทำงานทำการสร้างสรรค์ทำอะไรอยู่ก็สะอาดบริสุทธิ์แต่เรายังแลกรหัสทำนี้ไปคุณเอาไปคุณก็เอาเงินแลกมายังเป็นลาเพลาพังไม่ใช่คิงสุทัตตายังเป็นอาชีพประเภทมิจฉาชีพระดับที่ 5 ซึ่งสูงมากคนจะพ้นอาชีพนี้ได้ต้องมาเป็นพระต้องมาเป็นนักบวชทำงานฟรีไม่แลกเปลี่ยนอะไรมาเลยไม่ไปกำหนดราคากับใครกินน้อยใช้น้อยอย่างจริงอาชีพที่จะพ้นมิจฉาชีพระดับที่ 5 นี้ยากมากยากมากแม้แต่มิจฉาชีพ 5 ระดับอย่างที่กล่าวนี้ก็ต้องศึกษาและก็ต้องพ้นมิจฉาชีพหรือพ้นอาชีวะชั้นดีขึ้นมาชั้นสูง พระราชามีปาริสุทธิศีลเรื่อยๆคืนมาดังกล่าวนี้แล้วยังไม่พอเรายังจะต้องมีปริสุทธิข้อที่ 4 คือปัจจะเวกปัจจยปัจจะเวกขะณะคือต้องพิจารณาสิ่งที่มาเกี่ยวข้องเป็นปัจจัยหรือเป็นเหตุร่วมทุกอย่างเสมอๆจนสามารถตั้งอยู่ได้ทรงอยู่ได้เรียกว่าปัตยกรรมนิสิตปฏิยัติธรรมที่ 14 คือมีศีลขั้นที่เรียกว่าทรงอยู่กับส

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน