หมาขาลีบ.doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
หมาขาลีบ เรื่องเล่าของ อาจารย์ อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ที่เป็นเรื่องเล่า หนึ่งในหลาย ๆ เรื่อง ที่อาจารย์เล่าให้นักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่ง ฟัง แล้วถูกรวบรวมไว้ในหนังสือนิทานที่พิมพ์ออกมาประชันกับหนังสือ ดี ดี หลายๆ เล่มในช่วงเวลาหนึ่ง เป็นหนังสือนิทานที่สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจน ถึงสังคมที่กำลังป่วย จากความเสื่อมถอยทางศีลธรรม คนส่วนใหญ่กำลังมองหาแนวคิดในการดำเนินชีวิต คนเราไม่ว่าใครก็ล้วนแต่มีข้อดีและข้อเสียในตนเอง เมื่อเราพบใครที่ภายนอกเหมือนมีตำหนิก็อย่าเพิ่งดูถูกเขา จากสิ่งที่สายตาเราเห็น แม้ว่าเขาจะแลดูต่ำต้อยแค่ไหนก็ขอให้ระลึกไว้เสมอว่า เขามีคุณค่าในตัวของเขาเอง แต่คุณค่านั้นอาจจะยังไม่ปรากฏแก่สายตาเรา เพราะยังไม่ถึงเวลาก็ได้ ลองคิดถึงตัวเราดูสิ เราเองก็ใช่ว่าจะสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง และเราดีใจมากแค่ไหนเมื่อมีคนมาเห็นคุณค่าและสิ่งดี ดี ในตัวเรา คนอื่น ๆ ก็อยากดีใจเช่นเราบ้างเหมือนกัน ฉะนั้นจงอย่าดูถูกใคร และมองเขาให้เป็นคนที่มีคุณค่าเสมอ ถ้าเราทุกคนต่างมองเห็นคุณค่าของกันและกัน เราก็จะมีแต่ความเห็นใจมอบให้กันและกัน อย่าลืมว่าสิ่งสำคัญไม่อาจมองเห็นด้วยสายตา แต่สัมผัสได้ด้วยหัวใจ เจ้าลูกหมาตัวที่คลานออกมาเป็นตัวสุดท้าย จากร้านขายลูกหมาแห่งหนึ่ง เป็นที่สนใจของเด็กน้อยคนหนึ่งที่ตั้งใจมาซื้อลูกหมาไปเลี้ยงที่บ้านเป็นอย่างยิ่ง เด็กน้อยอุ้มลูกหมาตัวนั้น ด้วยความเอ็นดู เพราะความที่มันแตกต่างจากลูกหมาตัวอื่น ๆ ตรงที่ ขาหลังของมันทั้งคู่ ลีบเล็กเหลือนิดเดียว มันใช้ขาหน้าลากพาตัวมัน ตามพี่น้องคลอกเดียวกันออกมาหน้าร้าน เด็กน้อยอุ้มมันเพราะมันพยายามคลานมาหา และส่งเสียงครางงิ๊ด ๆ เพื่อแสดงตัวว่า มันอยากให้เด็กน้อยสัมผัส ด้วยเหตุผลบางประการ เด็กน้อยตัดสินใจขอซื้อลูกหมาตัวนี้
อ่านต่อ
ทันที แต่เสียงขานรับจากเจ้าของร้านขายลูกหมา บอกว่า "ถ้าอยากได้ก็จะยกให้ ฟรี ฟรี ด้วยเหตุที่ว่ามันพิการ วิ่งก็ไม่ได้ กระโดดก็ไม่ได้" แต่ในความเป็นจริงแล้ว เจ้าของร้านขายลูกหมา ไม่อยากให้ของมีตำหนิแก่เด็กน้อยคนนี้ไป ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น และแนะนำให้ดูลูกหมาตัวอื่น ที่ดีกว่า เหตุการณ์หาเป็นอย่างที่เจ้าของร้านขายลูกหมา คิดไม่ เด็กน้อยคนนั้น ได้ดึงขากางเกงทั้งสองข้างของเขาขึ้น เจ้าของร้านจึงได้เห็นว่าขาของเด็กน้อยก็เล็กลีบเช่นเดียวกับขาของลูกหมาตัวนั้น แต่ที่ทำให้เขายืนอยู่ได้เพราะมีขาเทียมช่วยพยุงไว้ เด็กน้อยได้พูดกับเจ้าของร้านขายลูกหมาว่า "ขาของผมก็ลีบเล็ก ใช้การอะไรไม่ได้เหมือนกัน ผมเดินช้ากว่าเพื่อนคนอื่น ๆ วิ่งไม่ได้ กระโดดไม่ได้ อย่างนี้ผมเป็นคนไร้คุณค่าหรือเปล่า" เจ้าของร้านนิ่งอึ้ง ความรู้สึกผิดแล่นปราดเข้าสู่หัวใจของเขา เด็กน้อย....ขอซื้อลูกหมาตัวนั้น ในราคาเดียวกับลูกหมาตัวอื่น ๆ (แทนที่ลูกหมาตัวดังกล่าวจะถูกให้ ฟรี ฟรี ด้วยเหตุผลของความพิการ)แต่ด้วยที่มีเงินไม่พอ จึงอ้วนวอนต่อเจ้าของร้านว่า ขอผัดผ่อนราคาลูกหมาตัวนี้ทุกเดือน จนกระทั่งผ่อนครบตามราคาขาย เจ้าของร้านขายลูกหมา ทรุดตัวลงกอดเด็กน้อยคนนี้ด้วยคราบน้ำตาและความรู้สึกประทับใจ แล้วกล่าวขอโทษในสิ่งที่ตัวเองได้ทำพลาดไป พร้อมทั้งบอกว่าไม่ขัดข้องต่อการผ่อนชำระราคาลูกหมาของเด็กน้อยคนนี้ พร้อมกับกล่าวว่า "ถ้าหมาทุกตัวมีเจ้านายที่มีจิตใจดีอย่างหนูแล้วก็ มันก็คงมีชีวิตที่เป็นสุขอย่างมาก" ขอบคุณ หนังสือนิทานสีขาว เล่าเรื่องโดย ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธย า