630824 ภาคผนวก แก้หลังสอบครั้งที่ 1.docx

โฟลเดอร์วิทยานิพนธ์ ป.เอก หมายขวัญพุทธ
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์1.19 MB
วันที่แก้ไข16 มิถุนายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

ภาคผนวก ภาคผนวก ก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย รหัสแบบสอบถาม ……………. แบบสอบถามการวิจัย ระยะที่ 1 เรื่อง รูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสร้างศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม คำชี้แจง 1. แบบสอบถามฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสอบถามความคิดเห็นของท่านเกี่ยวกับสภาพ การบริหารงานเชิงระบบโครงการสร้างศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม 2. แบบสอบถามฉบับนี้ แบ่งออกเป็น 3 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป ของผู้ตอบแบบสอบถาม หมายถึงคุณลักษณะของกลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลักได้แก่ 1. เพศ 2. อายุ 3. ระดับการศึกษา 4. รายได้ 5. อาชีพ 6. สถานภาพสมรส ตอนที่ 2 แบบ สัมภาษณ์ ธรรมะ เชิงลึก ( In-depth Dharma Interview ) สภาพการบริหารงานเชิงระบบโครงการสร้างศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ตอนที่ 3 การ จัดกลุ่ม สนทนาธรรม ( Set up the Dharma Discussion Group) สภาพการบริหารงานเชิงระบบโครงการสร้างศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ( นางสาวหมายขวัญพุทธ กล้าจน ) นักศึกษา หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขา วิชายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค มหาวิทยาลัยราชภั ฏ อุบลราชธา นี แนวการสัมภาษณ์ธรรมะเชิงลึก ( In-depth Dharma Interview) การบริหารงานเชิงระบบโครงการสร้างศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม วัตถุประสงค์ เพื่อรวบรวมข้อมูลความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารงานเชิงระบบโครงการสร้างศักยภาพ พึ่งตนจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม 1. เริ่มดำเนินการสัมภาษณ์ 1.1 ผู้วิจัยแนะนำตนเอง 1.2 ผู้วิจัยขออนุญาตบันทึกเสียงและจดบันทึก 2. ชี้แจงวัตถุประสงค์การวิจัย 3. ประเด็นคำถาม แนวการสัมภาษณ์ธรรมะเชิงลึกสร้างศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพท

อ่านต่อ

ย์วิถีธรรมมีประเด็นคำถาม ดังนี้ 1) ข้อมูลทั่วไปของผู้รับการสัมภาษณ์ 2) ท่านมีวิถีชีวิตของจิตอาสาอย่างไร 3) การพึ่งตน 7 มิติ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและวัฒนธรรม ด้านการปกครอง ด้านสุขภาพ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านการศึกษาด้าน การสื่อสาร 4. สรุปและปิดการสัมภาษณ์ธรรมะเชิงลึก แนวการจัดกลุ่มสนทนาธรรม ( Set up the Dharma Discussion Group) การบริหารงานเชิงระบบการโครงการสร้างศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม วัตถุประสงค์ เพื่อระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปแบบการบริหารงานเชิงระบบการโครงการสร้างศักยภาพจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม 1. เริ่มดำเนินการสนทนาธรรม 1.1 ผู้วิจัยแนะนำตนเองและผู้ช่วยผู้วิจัย รวมทั้งสมาชิกให้รู้จักกัน 1.2 ผู้วิจัยขออนุญาตบันทึกเสียงและจดบันทึก 2. ชี้แจงวัตถุประสงค์การวิจัย 3. ประเด็นคำถาม แนวการจัดกลุ่มสนทนาธรรมการบริหารงานเชิงระบบการโครงการสร้างศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ศึกษาการบริหารทรัพยากรมนุษย์แนวพุทธ มีประเด็นคำถาม 2 ประเด็น ดังนี้ หลักพื้นฐานการบริหารทรัพยากรมนุษย์แนวพุทธ และกระบวนการบริหารทรัพยากรมนุษย์แนวพุทธ 4. สรุปและปิดการสนทนาธรรม รหัสแบบสอบถาม ………….. แบบสอบถามการวิจัย ระยะที่ 2 เรื่อง รูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสร้างศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม วัตถุประสงค์ เพื่อรวบรวมข้อมูลความคิดเห็นรูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสร้างศักยภาพ พึ่งตนจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม 1. เริ่มดำเนินการสัมภาษณ์ 1.1 ผู้วิจัยแนะนำตนเอง 1.2 ผู้วิจัยขออนุญาตบันทึกเสียงและจดบันทึก 2. ชี้แจงวัตถุประสงค์การวิจัย 3. ประเด็นคำถาม แนวการสัมภาษณ์ธรรมะเชิงลึก ( In-depth Dharma Interview) และแบบสอบถาม 1. แนวการสัมภาษณ์ธรรมะเชิงลึก ( In-depth Dharma Interview) 1) ข้อมูลทั่วไปของผู้รับการสัมภาษณ์ ของกลุ่มทดลอง 2) มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปบ้างหลังการอบรม “พระไตรปิฎก” 2. แบบสอบถามในการอบรมรูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสร้างศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม อนุเคราะห์กรอกแบบสอบถามการอบรมรูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสร้างศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม แบบสอบถามฉบับนี้ แบ่งออกเป็น 5 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 แบบสอบถามข้อมูลทั่วไปของผู้เข้ารับการอบรม ต อนที่ 2 แบบสอบถามแรงจูงใจเข้า องค์การแพทย์วิถีธรรม ตอนที่ 3 แบบสอบถามความคิดเห็นในการปฏิบัติตนของผู้เข้ารับการอบรมโครงการสร้างศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ตอนที่ 4 แบบประเมินผลความเข้าใจต่อการประยุกต์ใช้คำสอนในพระไตรปิฎก ด้านความเข้าใจชำนาญ ทำ งานอย่างสัมมาทิฎฐิ ด้านความเข้าใจเชี่ยวชาญขัดเกลากิเลส ด้านความเข้าใจปรับอุปนิสัย ทัศนคติ สู่บุคคลวรรณะ 9 ก่อนอบรมและหลังอบรม ตอนที่ 5 แบบวัดอุดมการณ์ร่วม กับองค์การแพทย์วิถีธรรม ของผู้เข้ารับการอบรมก่อนและหลังอบรม ตอนที่ 3-5 ลักษณะแบบสอบถาม ให้เลือกตอบได้ 1 คำตอบ คำถามเป็นแบบประเมินค่า ( Rating Scale) ระดับความคิดเห็นมากน้อยเพียงใด โดยใช้แบบ Likert Scale แบ่งเป็น 5 คือ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุ ด (นางสาวหมายขวัญพุทธ กล้าจน) นักศึกษาหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี แบบสอบถามในงานวิจัย เรื่อง รูปแบบบริหารงานเชิงระบบโครงการสร้างศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม คำชี้แจง แบบสอบถามนี้ประกอบด้วย 5 ตอน ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป 6 ข้อ ตอนที่ 2 แรงจูงใจจิตอาสาเข้าองค์การแพทย์วิถีธรรม ตอนที่ 3 แบบสอบถามความคิดในการปฏิบัติของผู้เข้ารับการอบรมโครงการสร้างศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ตอนที่ 4 แบบประเมินการอบรมโครงการสร้างศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ด้านความเข้าใจต่อการประยุกต์ใช้คำสอนในพระไตรปิฎก ด้านความเข้าใจชำนาญ ทำ งานอย่างสัมมาทิฎฐิ ด้านเข้าใจเชี่ยวชาญขัดเกลากิเลส ด้านเข้าใจปรับอุปนิสัย ทัศนคติ สู่บุคคลวรรณะ 9 ก่อนอบรมและหลังอบรม ตอนที่ 5 แบบวัดอุดมการณ์ ร่วมกับ องค์การแพทย์วิถีธรรม ผู้เข้ารับการอบรม ทดสอบก่อนอบรมและหลังอบรม ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป ศึกษาข้อมูลส่วนบุคลของผู้เข้ารับการอบรมช่วยอนุเคราะห์ตอบคำถาม ทำเครื่องหมาย “ถูก”หน้าข้อที่ตอบตามความเป็นจริง 1. เพศ 1) ชาย 2) หญิง 2. ปัจจุบันอายุ..........ปี 3. ระดับการศึกษา 1) ต่ำกว่าประถมศึกษา 2) ประถมศึกษา 3) มัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า 4) อนุปริญญาตรีหรือเทียบเท่า 5) ปริญญาตรี 6) ปริญญาโท 7) ปริญญาเอก 4. รายได้เฉลี่ย..........บาท/เดือน 1) ไม่มีรายได้ 2) ต่ำกว่า 5,000 บาท 3) ตั้งแต่ 5,001 -15,000 บาท 4) ตั้งแต่ 15,001 – 30,000 บาท 5) สูงกว่า 30,000 บาท 5. อาชีพ 1) ข้าราชการ 2) รับราชการบำนาญ 3) บริษัทเอกชน 4) ธุรกิจส่วนตัว 5) เกษตรกร 6) รับจ้างทั่วไป 7) อาชีพอื่นๆ 6. สถานภาพสมรส 1) โสด 2) สมรส 3) หม้าย 4) หย่าร้าง 5) แยกกันอยู่ ตอนที่ 2 แรงจูงใจที่ท่านเข้าองค์แพทย์วิถีธรรม ใส่เครื่องหมายถูกหน้าข้อที่เลือก (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ) ( ) ต้องการเป็นจิตอาสา ( ) ตั้งใจมาศึกษาธรรมะของพระพุทธเจ้า ( ) เคารพและศรัทธาผู้นำองค์การ ( ) พัฒนาจิตวิญญาณของตนเองให้สูงขึ้น ( ) สุขภาพไม่ดีจึงต้องการมาดูแลตนเองและพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพได้ ( ) ใช้เวลาว่างทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น ( ) ต้องการอยู่ในหมู่มิตรดีและสังคมที่ดีของคนดีมีศีล ( ) ประทับใจการทำงานที่เสียสละของผู้นำและจิตอาสา ( ) ประหยัดค่าใช้จ่าย ชีวิตมีชีวิตเรียบง่าย ( ) อื่น ๆ (โปรดระบุ ) ................... ตอนที่ 3 แบบสอบถามความคิดเห็นในการปฏิบัติตนของผู้เข้ารับการอบรมโครงการสร้างศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม คำชี้แจง โปรดอ่านข้อความและทำเครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นของท่านตามลำดับ มากที่สุด หมายถึง ท่านมีความคิดเห็นมากที่สุด มาก หมายถึง ท่านมีความคิดเห็นมาก ปานกลาง หมายถึง ท่านมีความคิดเห็นปานกลาง น้อย หมายถึง ท่านมีความคิดเห็นน้อย น้อยที่สุด หมายถึง ท่านมีความคิดเห็นน้อยที่สุด ความคิดเห็นในการปฏิบัติตนของ ผู้เข้ารับการอบรมโครงการสร้างศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ความคิดเห็น มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด การปฏิบัตินำหลักธรรมคำสอนในพระไตรปิฎกมาใช้ 1) ด้านเศรษฐกิจ 1.1 ประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้ชีวิตประจำวัน 1.2 พอใจและมีความสุขกับการได้อุทิศตนด้วยการทำงานฟรี เพื่อสังคมและประเทศชาติ 1.3 การศึกษาธรรมะอย่างสัมมาทิฎฐิ ทำให้ไม่เสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายไปกับการศึกษาที่ไม่พ้นทุกข์ 1.4 รู้จักเลือกและรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยประหยัดเรียบง่ายและใช้ของในท้องถิ่นเป็นหลัก 1.5 รู้จักดูแลสุขภาพตนเองได้เหมาะสมเพื่อที่จะลดค่าใช้จ่ายในด้านการรักษาพยาบาล 2) ด้านสังคม วัฒนธรรม 2.1 รู้จักเลือกคบคนดีมีศีล 2.2 สร้างความรัก ความอบอุ่น อยู่อย่างสงบและสันติตั้งแต่ระดับครอบครัวไปจนถึงระดับสังคมมนุษย์โลก 2.3 สร้างวัฒนธรรม มีความเมตตา พร้อมกับช่วยเหลือเผื่อแผ่แบ่งปันกัน 2.4 มีความฉลาดและควบคุมอารมณ์เมื่อเผชิญกับอุปสรรคหรือปัญหาที่เข้ามาโดยมีสติและรู้เท่าทัน 2.5 รู้จักประมาณการอยู่ในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา 3) ด้านสุขภาพ 3.1 รู้จักเรียนรู้ปรับสมดุลร้อน-เย็นให้เหมาะสมทั้งด้านร่างกายและด้านจิตใจ 3.2 รับประทานพืชผักสมุนไพรต่างๆที่หาง่าย รับประทานง่ายและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ 3.3 ปฏิบัติดูแลสุขภาพตนเองด้วยหลักการแพทย์วิถีธรรมได้ 3.4 รับประทานอาหารที่สะอาดปลอดภัยและไม่เบียดเบียนผู้อื่นหรือสัตว์อื่น ทำศีลข้อหนึ่งได้บริสุทธิ์ขึ้น 3.5 ทำใจไร้ทุกข์ได้เป็นลำดับๆๆเพราะได้ปฏิบัติศีลจนเกิดปัญญาดูแลสุขภาพทั้งกายและใจ 4 ) ด้านการศึกษา 4.1 ไม่ไปเสียเวลากับการศึกษาที่ไม่พาพ้นทุกข์ 4.2 ได้เรียนวิชาที่พัฒนาให้ตนเองทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นได้มาก 4.3 การทำกิจกรรม สนทนากับคนดีมีศีล นำพาเราสู่การพ้นทุกข์ได้ 4.4 การขัดเกลากิเลส ทำดีกับผู้อื่น ทำให้ตนเองขจัดทุกข์จาก อบายมุข กาม โลกธรรม อัตตาได้จริง 4.5 การเข้าฝึกอบรมครั้งนี้เรามีความกล้าหาญ ที่จะก้าวข้ามผ่านความกลัวในสิ่งที่เลิกได้ยากซึ่งเป็นพิษมีโทษภัยต่อตนเองและผู้อื่น 5 ) ด้านการสิ่งแวดล้อม 5.1 หลักคำสอนของพระพุทธเจ้าให้เราอยู่กับทุกสรรพสิ่งในโลกด้วยความผาสุกโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและคนรอบข้างได้อย่างมีอิสระ 5.2 ทุกสรรพสิ่งในโลกล้วนเป็นปัจจัยเกื้อกูลกันและกันในการดำรงชีวิต หากสิ่งใดถูกทำลายก็จะส่งผลกระทบต่อกัน การปฏิบัตินำหลักธรรมคำสอนในพระไตรปิฎกมาใช้ 5.3 การขัดเกลากิเลสได้เป็นลำดับ ๆ ทำให้เกิดปัญญาสามารถทำงาน สร้างประโยชน์ให้กับทุกสรรพสิ่งที่แวดล้อมตัวเราได้เพิ่มขึ้นตามลำดับ 5.4 มีความคิดสร้างสรรค์ รู้จักใช้ ดิน น้ำ ไฟ ลม และวัสดุสิ่งของที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด 5.5 พระธรรมช่วยลดโลกร้อนเพราะการลดไฟร้อนจากกิเลสของมนุษย์ 6 ) ด้านการปกครอง การเมือง 6.1 ผู้นำองค์การปฏิบัติตน เป็นคนดีมีศีล มีปัญญา เสียสละ ทำให้สังคม สงบสุข 6.2 มีหมู่กลุ่มคนดีทำกิจกรรมดีร่วมกันมากๆมีผลทำให้ผู้บริหารองค์การและผู้บริหารประเทศทำงานได้ง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพในการพัฒนามากขึ้น 6.3 ประชาธิปไตยเกิดจากผู้ปกครองดี ประชาชนดี สามัคคีรวมใจ ร่วมพลัง 6.4 ทุกคน คิดดี พูดดี ทำดี เสนอดี สลายอัตตา สามัคคี โดยขับเคลื่อนด้วยมติหมู่คนดี 6.5 การปกครองแบบ “ สาธารณโภคี ” กินอยู่ร่วมกันกับส่วนกลางได้มากที่สุด คือ เปรียบเสมือนเสียภาษีเกือบ 100 % ให้กับองค์การหรือประเทศชาติ 7) การสื่อสาร 7.1 การศึกษาพระธรรมทำให้พูดคุยหารือง่ายขึ้นเข้าใจกัน และกันลด การถือสา 7.2 การพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทัศนคติ เป็นการสื่อสารที่ทำให้ได้ความจริง มากกว่าแค่ได้ฟังหรือได้ยินมา การปฏิบัตินำหลักธรรมคำสอนในพระไตรปิฎกมาใช้ 7.3 การสื่อสารที่มีสัมมาทิฎฐิ จะส่งผลให้สื่อสารความจริงอย่างตรงไปตรงมาไม่ไปส่งเสริมกิเลสกันและกันเช่นไม่พูดคำหยาบ ไม่พูด ยุแหย่ ไม่พูดเพ้อเจ้อ ไม่พูดโกหก 7.4 การสื่อสารที่ดีต้องสอนให้คนเห็นกิเลส ล้างกิเลสเป็นและเห็นผลจริงกับตนเอง 7.5 การฝึกหัดขัดเกลากิเลสจนสำเร็จ เป็นสื่อเหนี่ยวนำให้ผู้อื่นปฏิบัติตามได้ ตอนที่ 4 แบบประเมินการอบรมโครงการสร้างศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทย์วิถีธรรมในความเข้าใจประยุกต์ใช้คำสอนในพระไตรปิฎก ความเข้าใจชำนาญทำงานอย่างสัมมาทิฏฐิ ความเข้าใจเช ี่ยวชาญขัดเกลากิเลส ความเข้าใจ ปรับ อุปนิสัย ทัศนคติ สู่บุคคลวรรณะ 9 ผู้เข้ารับการอบรม ทดสอบก่อนอบรมและหลังอบรม คำชี้แจง โปรดอ่านข้อความ และ ทำเครื่องหมาย ลงใน ช่องที่ตรงกับความคิดเห็นของท่าน มากที่สุด หมายถึง ท่านพึงพอใจมากที่สุด มาก หมายถึง ท่านพึงพอใจมาก ปานกลาง หมายถึง ท่านพึงพอใจปานกลาง น้อย หมายถึง ท่านพึงพอใจน้อย น้อยที่สุด หมายถึง ท่านพึงพอใจน้อยที่สุด ข้อความ ความเข้าใจ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด 1. เข้าใจในการประยุกต์ใช้คำสอนในพระไตรปิฎก 1.1 มีความเข้าใจที่จะประยุกต์พระธรรมในพระไตรปิฎกให้กับตนเองและการทำงานกับเพื่อนๆในองค์การได้ดี 1.2 เข้าใจเนื้อหาความรู้คำสอนได้ดี ปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างดี 1.3 เข้าใจสามารถนำพระธรรมคำสอน มาชำระล้างกิเลสได้ และช่วยผู้อื่นให้พ้นทุกข์ได้ 1.4 เข้าใจ รู้วิธีล้างทุกข์ได้ถูกต้อง 1.5 มีความ เข้าใจ มากพอ ที่จะไม่เดินหลงทาง ให้เสียเวลาไปสร้างทุกข์ สร้างความลำบาก วนเวียนไม่รู้จบ 2. เข้าใจ ชำนาญทำงานอย่างสัมมาทิฎฐิ 2.1 ทำงานฟรี ให้กับกองกลาง 2.2 การฝึกปฏิบัติในแต่ละฐานงานทำได้โดยไม่ยากไม่ลำบาก 2.3 การทำงานสบายๆไม่มีกดดันตนเอง มุ่งใจสำเร็จ ไม่ใช่อยู่ที่ผลของงาน 2.4 ตื่นตัวอยู่กับปัจจุบัน สามารถปรับเปลี่ยนการทำงานได้ตลอดเวลา 2.5 ไม่มีอาชีพการงานที่ดีมีเกียรติ หรือมีคนชื่นชม และไม่ต้องทำงานปริมาณมากๆ เพื่อตนเองและครอบครัว 3. เข้าใจ เชี่ยวชาญขัดเกลากิเลส 3.1 การขัดเกลาล้างกิเลส ทำให้ไม่เอาแต่ใจตนเอง มีผลดีต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ 3.3 มีปัญญารู้จักใช้เวลาได้อย่างมีคุณค่าสูงสุดคือต้องขัดเกลากิเลสตลอดเวลา 3.4 การขัดเกลากิเลสตนเอง ช่วยเข็ญกงล้อพระธรรมจักร สืบสานพระพุทธศาสนา ได้มากกว่าการทอดกฐิน ทอดผ้าป่า 3.5 การทำงานตามมติหมู่จะได้ผลที่ดีที่สุด แม้ตนเองจะไม่เห็นด้วย 4. เข้าใจ ปรับอุปนิสัย ทัศนคติ สู่บุคคลวรรณะ 9 4.1 เป็นคนเลี้ยงง่าย กิน อยู่ หลับนอน เรียบง่ายไม่ยึดมั่น 4.2 เป็นคนบำรุงง่าย ว่านอนสอนง่าย พัฒนาได้ 4.3 มักน้อย กล้าจน กล้าสละออก (สลัด สละคืน ปล่อยไป ไม่พัวพัน) 4.4 ใจพอ รู้จักพอ 4.5 รู้จักขัดเกลาตนเอง เปลี่ยนพฤติกรรมไม่ดีให้ดีขึ้น มีปัญญารู้ดีขึ้นเรื่อย ๆ 4.6 มีศีลเคร่ง เป็นเครื่องชำระกิเลส การตั้งศีล 5 เป็นเบื้องต้น 4.7 มีอาการน่าเลื่อมใส รู้จักมารยาทสังคม 4.8 เป็นคนไม่สะสม ทั้งสิ่งของและกิเลส 4.9 ยอดขยัน ปรารถนาความเพียร ขวนขวาย เอาภาระ ตอนที่ 5 แบบวัดอุดมการณ์ ร่วมกับ องค์การแพทย์วิถีธรรม ผู้เข้ารับการอบรม ทดสอบก่อนอบรมและหลังอบรม ข้อความ ระดับ อุดมการณ์ ร่วม มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด ด้านอุดมการณ์ ร่วมกับ องค์การแพทย์วิถีธรรม 1 ) ร่างกายแข็งแรงคือสบาย เบากาย มีกำลั ง 2 ) จิตใจดีงาม จิตใจเป็นสุข จากการคิดดีพูดดีทำดี ใจไร้ทุกข์ 3 ) พึ่งตน ใจ พอ เรียบง่าย คือ พึ่งตนและช่วยผู้อื่นให้พ้นทุกข์ได้จริง 4 ) คบและเคารพมิตรดีที่มีศีลและสัมมาทิ ฎ ฐิ 5 ) เกื้อกูล เผื่อแผ่ แบ่งปันให้ได้ทุกคน ใครเดือดร้อน ช่วยเหลือได้หมด 6 ) ทำงานฟรี (สมัครใจ พึงพอใจ) ทำงานไม่หวังตอบแทน 7 ) บุคลิกภาพ อ่อนน้อมถ่อมตน เป็นคนรับใช้ (ผู้ยอมผู้เ สี ยสละ ผู้ให้) ไม่ใช่มารยาทสังคมหรือมีอำนาจมากดดัน ตอนที่ 6 แสดง ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ อื่น ๆ .............................................................................................. ................................................................................ .............................................................................................. ................................................................................ .............................................................................................. ................................................................................ .............................................................................................. ................................................................................ .............................................................................................. .......... .................................................................................................................................................................................................... ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามครั้งนี้ รหัสแบบสอบถาม …………. แบบสอบถามการวิจัย ระยะที่ 3 แบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของรูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสร้างศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม คำชี้แจง แบบประเมินฉบับนี้เป็นการประเมินส่วนที่เป็นเนื้อหาสาระจากรูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสร้างศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ในฐานะที่ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญขอความกรุณาให้ท่านพิจารณารูปแบบที่กำหนดไว้ที่มีองค์ประกอบ 6 ด้าน ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ ปณิธานหรืออุดมการณ์ขององค์การ การดำเนินการ การประเมินผลแล ะเงื่อนไข ใน ความสำเร็จว่ามีความเหมาะสมและความเป็นไปได้อย่างไร โดยขอความ กรุณาทำเครื่องหมาย ลงในช่องว่างสำหรับเลือกตอบในแต่ละข้อขององค์ประกอบรูปแบบ เพื่อแสดงความเหมาะสมและความเป็นไปได้ โดยมีรายละเอียดสำหรับความหมายในการตอบแต่ละช่องดังนี้ 5 หมายถึง มีความเห็นว่าองค์ประกอบของรูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสร้างศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม มีความเหมาะสมความเป็นไปได้ในระดับมาก ที่ สุด 4 หมายถึง มีความเห็นว่าองค์ประกอบของรูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสร้างศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม มีความเหมาะสมความเป็นไปได้ ในระดับมาก 3 หมายถึง มีความเห็นว่าองค์ประกอบของรูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสร้างศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม มีความเหมาะสมความเป็นไปได้ ในระดับปานกลาง 2 หมายถึง มีความเห็นว่าองค์ประกอบของรูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสร้างศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม มีความเหมาะสมความเป็นไปได้ ในระดับน้อย 1 หมายถึง มีความเห็นว่าองค์ประกอบของรูปแบบการบริหารงานเชิงระบบโครงการสร้างศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม มีความเหมาะสมความเป็นไปได้ ในระดับน้อย ที่ สุด ขอขอบพระคุณในความกรุณาของท่าน หมายขวัญพุทธ กล้าจน นักศึกษาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี แบบ ประเมินความเหมาะสมแลความเป็นไปได้ของรูปแบบการบริหารงานเชิงระบบ ก ารสร้างศักยภาพพึ่งตนจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด องค์ประกอบที่ 1 หลักการ หลักการ แนวคิดการบริหารทรัพยากรมนุษย์แนวพุทธ องค์ประกอบที่ 2 ปณิธาน ปณิธานขององค์การ พึ่งตนและช่วยคนช่วยโลก องค์ประกอบที่ 3 วัตถุประสงค์ เพื่อสร้างศักยภาพพึ่งตน เพื่อสืบสานพระพุทธศาสนา องค์ประกอบที่ 4 การดำเนินการ 4. การดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ 4.1 การบริหารทรัพยากรมนุษย์แนวพุทธ มี 4 ส่วน คือ การสรรหาบุคลากร การธำรงรักษา การอบรมพัฒนา การคัดออก 4.1.1 การสรรหาบุคลากร คัดคนดีมีศีลเข้าองค์การ 4.1.1.1 อย่างน้อยควรถือศีล 5 และ ละอบายมุข 4.1.1.2. มีความตั้งใจ ลด ละ เลิก การกินเนื้อสัตว์ในชีวิตประจำวัน 4.1.1.3 อ่อนน้อมถ่อมตน (อัตตาไม่จัด) 4.1.1.4 ทำงานตามบทบาทหน้าที่ ( ทำงานฟรี ) 4.1.1.5 รับฟังความคิดเห็นผู้อื่น ใช้ มติหมู่ 4.1.2 การธำรงรักษา 4.1.2.1 การสร้างขวัญกำลังใจได้ด้วยตนเองเป็นสำคัญ 4.1.2.2 การให้สวัสดิการคือ มีเพื่อน หมู่มิตรดีเป็นสวัสดิการ 4.1.2.3 การดูแลยามเจ็บป่วย พึ่งแก่ พึ่งเจ็บ พึ่งตายได้ 4.1.3 การพัฒนาอบรม 4.1.3.1 อบรมพระธรรมคำสอนจากพระไตรปิฎก 4.1.3.2 อบรมการมีพี่เลี้ยงช่วยประหยัดเวลาในการเรียนรู้ ดีกว่าเรียนรู้ ด้วยตนเองอย่างเดียว และฝึกเสียสละเพื่อผู้อื่น 4.1.3.3 อบรมสร้างภาวะผู้นำ ทำให้กล้าคิด กล้าพูด กล้าทำ กล้าเสนอดี กล้าวางดี 4.1.3.4 อบรมทำขบวนการหมู่กลุ่ม ด้วยการพร้อมประชุม พร้อมทำ พร้อมเลิก 4.1.4 การออกหรือสิ้นสุดจากการเป็นจิตอาสา ตรวจสอบด้วยศีล และความเห็นของมติหมู่ 4.2 การจัดการความหลากหลายบุคลากรจิตอาสา ด้วยการเคารพผู้นำและฟังมติหมู่ อย่างอบอุ่น ปรองดอง 4.3 การพัฒนาบุคลากรจิตอาสา การจัดการความรู้ การเรียนรู้ และ การเรียนรู้ในพื้นที่ที่ปฏิบัติจริง 4.4 จิตอาสานักพัฒนา 4.4.1 ผู้นำองค์การแพทย์วิถีธรรม ที่ดีมีศีล 4.4.2 จิตอาสาแพทย์วิถีธรรมเชิงบุคคล ที่ดีมีศีล 4.4.3 จิตอาสาแพทย์วิถีธรรมเชิงระบบ (มติหมู่) ที่ดีมีศีล 4.5 สร้างพันธมิตรเครือข่ายเรียนรู้ร่วมกันระบบที่ปกครองเหมือญาติพี่น้อง องค์ประกอบที่ 5 ประเมินผล 5. การประเมินผล 5.1 ประยุกต์ใช้พระธรรมคำสอนในพระไตรปิฎก 5.1.1 เข้าใจประยุกต์พระธรรมในพระไตรปิฎกให้กับตนเองและการทำงานกับเพื่อน ๆ ในองค์การได้ดี 5.1.2 เข้าใจเนื้อหาความรู้คำสอนได้ดี ปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างดี 5.1.3 เข้าใจ สามารถนำพระธรรมคำสอน มาชำระล้างกิเลสได้ และช่วยผู้อื่นให้พ้นทุกข์ได้มาก 5.1.4 เข้าใจ รู้วิธีล้างทุกข์ได้ถูกต้อง 5.1.5 เข้าใจมากพอ ที่จะไม่เดินหลงทาง ให้เสียเวลาไปสร้างทุกข์ สร้างความลำบาก วนเวียนไม่รู้จบ 5.2 เข้าใจ ชำนาญทำงานอย่างสัมมาทิฎฐิ 5.2.1 ทำงานฟรี ให้กับกองกลาง 5.2.2 การฝึกปฏิบัติในแต่ละงานทำได้โดยไม่ยากไม่ลำบาก 5.2.3 การทำงานสบาย ๆ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน