04 610411 บทที่ 1เอมอร.docx

โฟลเดอร์doc
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์156 KB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 1 บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ( NCDs ) เป็นกลุ่มโรคที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค ไม่สามารถติดต่อได้ผ่านการสัมผัส คลุกคลีหรือติดต่อผ่านตัวนำโรค (พาหะ) หรือสารคัดหลั่งต่าง ๆ สาเหตุของการ เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเกิดจาก ปัจจัยต่าง ๆ ภายในร่างกาย ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นผลมาจากพฤ ติกรรมการบริโภค หรือ วิถีการใช้ชีวิต ( Lifestyle ) ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง ตัวอย่าง เช่น การบริโภคอาหาร หวาน มัน เค็มจัด การดื่มเหล้า การ สูบบุหรี่ การ ข าดการออกกำลังกายและการมีความเครียด เป็นต้น ในปัจจุบัน คน มี แนวโน้มเป็นโรคไม่ติดต่อ เรื้อรัง มาก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิต จากสถิติผู้เสียชีวิต ในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในปี พ.ศ. 2552 พบว ่า เป็น สาเหตุกา รเสียชีวิตของประชากรโลกทั้งหมด ถึงร้อยละ 63 .00 สำหรับประเทศไทยสถิติปี พ.ศ. 2552 มีถึง 14 ล้านคนที่เป็นโรคในกลุ่ม NCDs และเสียชีวิตถึง ร้อยละ 73 .00 จากสาเหตุโรคดังกล่าว ( สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. 2552 : 1) โรคในกลุ่มนี้ ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตเรื้อรัง โรคไขมันในเลือดสูง โรคมะเร็ง โรคทางพันธุกรรม โรคตับแข็ง และโรคสมองเสื่อม (อัลไซเมอร์) เป็นต้น ใน ขณะที่ ประเทศไทยนั้น พบว่า มีการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเพิ่มขึ้น ได้แก่ โรคหัวใจ เบาหวาน หลอดเลือดสมอง ความดันโลหิตสูง และมะเร็ง โดยช่วงปี พ.ศ. 2544 - 2557 มีอัตราเพิ่มเฉลี่ยกว่าร้อยละ 12 .00 เกิดจาก การบริโภคอาหารที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ ซึ่ง ข้อมูล รายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย จากการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 5 พ.ศ. 2557 พบว่า คนส่วนใหญ่หรือประมาณร้อยละ 74.1 บ

อ่านต่อ

ริโภคผักและผลไม้ไม่เพียงพอ จากการสำรวจอนามัยสวัสดิการ และพฤติกรรมการบริโภคอาหารของประชากร พ.ศ. 2560 ของ จำนวนครัวเรือนทั้งหมด 27,960 คน พบว่า การบริโภคอาหารของประชากรอายุ 6 ปีขึ้นไป มีสัดส่วนผู้ที่ทานอาหารกลุ่มไข่ ร้อยละ 98. 4 กลุ่มเนื้อปลาและเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ร้อยละ 98.1 กลุ่มเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์ ร้อยละ 88.2 ส่วนอาหารในกลุ่มที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพหากบริโภคมากเกินพอดีได้แก่ กลุ่มอาหารที่มีไขมันสูง พบว่า 1-2 วัน/สัปดาห์สูงสุด ร้อยละ 51.6 อาหารสำเร็จรูป แช่แข็ง หรืออาหารพร้อมปรุงแช่เย็นตามร้านสะดวกซื้อ มีคนทาน 1-2 วันต่อสัปดาห์เกือบครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 46.6) คนส่วนใหญ่เลือกซื้ออาหารด้วยความชอบมากที่สุด ร้อยละ 22.1 รองลงมาคือ รสชาติ ความอยากทาน ร้อยละ 18.5 และ 18.2 และคุณค่าทางโภชนาการ ร้อยละ 12.9 (สำนักงานสถิติแห่งชาติ . 2560 : 23-26) ส่วน บัญชีรายจ่ายสุขภาพแห่งชาติของประเทศไทยล่าสุด พบว่า ปี พ.ศ. 2545 ถึงปี พ.ศ. 2555 รายจ่ายด้านสุขภาพภาครัฐเพิ่มขึ้นเป็น ร้อยละ 11 . 98 ต่อปี และคาดการณ์รายจ่ายของระบบหลักประกันสุขภาพภาครัฐในปี 2564 จะเพิ่มขึ้น อีก เฉลี่ยร้อยละ 8 . 94 ต่อปี ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพรัฐ ปี พ.ศ. 2545 = 127,534 ล้านบาท ปี พ.ศ. 2555 = 388,939 ล้านบาท ปี พ.ศ. 2564 = 684,275 ล้านบาท ( แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่สิบสอง พ.ศ. 2560 - 2564 . 2559 : 42 - 43 ) นอกจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังจะเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทยแล้ว ยัง พบว่า เป็นปัญหาใหญ่และร้ายแรงสำหรับประเทศที่ กำลังพัฒนาและ พัฒนาแล้ว เช่นเดียวกัน โ ดยมีอัตราผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทุกปี เช่น ทำให้ คนอเมริกันสามในสี่ตายด้วยโรคใดโรคหนึ่งดังกล่าวเป็นประจำทุกปี (กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข. 2549 : 147 ) เมตาบอลิซึม ( Metabolism) คือ กระบวนการทางเคมีที่ช่วยให้ร่างกายทำงานได้ตามปกติหรือสามารถรักษาภาวะต่าง ๆ ภายในร่างกายให้คงที่ ( Homeostasis) กระบวนดังกล่าวประกอบด้วยการย่อยสารอาหารจากอาหารและเครื่องดื่มที่บริโภคเข้าไป และการเสริมสร้างและซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย กระบวนการเมตาบอลิซึมจะเปลี่ยนอาหารและเครื่องดื่มที่รับเข้าไปให้กลายเป็นพลังงาน เพื่อนำไปใช้ทำสิ่งต่าง ๆ เช่น การ หายใจ การ ไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงอวัยวะ กระบวนการทางเคมีของเมตาบอลิซึมแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ กระบวนการสลาย และกระบวนการสร้าง โดยร่างกายจะจัดระบบการทำงานของกระบวนการทั้ง 2 ส่วนนี้ให้เกิดความสมดุลในด้านต่าง ๆ แก่ร่างกาย เมื่อได้รับอาหารและเครื่องดื่มที่บริโภคเข้าไป กระบวนการเมตาบอลิซึมจะเปลี่ยนอาหารและเครื่องดื่มเหล่านั้นมาเป็นพลังงาน โดยใช้ออกซิเจนช่วยในการเผาผลาญ และปล่อยออกมาในรูปของพลังงาน หากเกิดปัญหาสุขภาพบางอย่างขึ้นมา อาจส่งผลต่อกระบวนการเมตาบอลิซึมได้ (พบแพทย์ . 2561 : 1) ก ลุ่มโรคต่างๆ ที่มักเกิดร่วมกัน คือ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง โรคหลอดเลือดสมอง และ โรคหลอดเลือดหัวใจ ทั้งนี้ปัจจัยเสี่ยง ที่สำคัญ คือ โรคอ้วน และ ภาวะ น้ำตาลในเลือดสูง จากการขาดประสิทธิภาพของ ฮอร์โมน อินซูลิน ( Insulin ) ส่วนปัจจัยอื่นๆ คือ การสูง อายุ พันธุกรรม และ ขาด การออกกำลังกาย ส าเหตุหลักที่สำคัญของกลุ่มโรคเมแทบอลิซึ ม มีสองสาเหตุ คือ ( 1 ) เกิดจากการบริโภคอาหา รเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์มากจนเกิน ความจำเป็นของร่างกาย ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรค และ ( 2 ) การบริโภคอาหารจากพืชผักผลไม้ในปริมาณที่ไม่มากเพียงพอ จึงทำให้ขาดสารสำคัญทางชีวภาพ (สารจากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการออกฤทธิ์ทางชีวภาพ เช่น ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ เป็นต้น) ที่ป้องกันการเกิดโรคและช่วยให้สุขภาพแข็งแรง (กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข. 2549 : 147 ) และ ในปัจจุบันอาหารที่มีการผลิตและบริโภคมีการปรุงแต่งด้วยสารต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะสารสังเคราะห์ที่ไม่ได้มาจากธรรมชาติ นอกจากนั้นอาหารที่อยู่ในรูปวัตถุดิบ ที่ ได้จากพืชก็อาจจะปนเปื้อนด้วยยาฆ่าแมลงประเภทต่าง ๆ ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ในขณะที่เนื้อสัตว์ที่มีการบริโภคในประเทศซึ่งเกิดจากการเลี้ยงในฟาร์มทั้งที่เป็นฟาร์มขนาดใหญ่และขนาดเล็กก็อาจมีการใช้ฮอร์โมน สารเร่งการเจริญเติบโต ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันโรคในสัตว์ เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ซึ่ง สิ่งเหล่านี้อาจจะมีตกค้างในสัตว์ก่อนส่งถึงมือ ผู้บริโภค นอกจากวัตถุดิบอาหารที่ปนเปื้อนหรือมีสารเคมีตกค้างแล้ว การประกอบอาหารเป็นเวลานาน ๆ โดยเฉพาะอาหารประเภทเนื้อสัตว์ก็อาจทำให้เกิดสารพิษระหว่างกระบวนการปรุงอาหารหรือแปรรูปอาหารได้ ดังนั้น สารพิษที่ได้รับจากการกินอาหารและจากสิ่งแวดล้อม เมื่อเข้าไปในร่างกายจะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นหรือการสันดา ปของเซลล์ ทำให้เกิดความเสียหาย แก ่ โมเลกุล เยื่อหุ้มเซลล์ ทำให้เซลล์เกิดความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง ได้ ในผักและผลไม้ธรรมชาติ มี สารอาหารที่ มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระได้แก่ วิตามินซี วิตามิ นอี เบต้าแคโรทีน ซีลีเนียม โคเอนไซม์คิวเทน ที่ สามารถช่วยลดความเสื่อมและ ช่วยป้องการเกิดโรคมะเร็ง ได้ (พรพิมล ศิริกุล. 2555 : 23 - 24 ) ปัจจุบันชาวตะวันตก ยุโรปตะวันตก สหรัฐอเมริกา เอเซีย รวมถึงประเทศไทย เริ่มตระหนักถึงพิษภัย ของการกินอาหาร มีหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้ชักชวนให้ลดการกินเนื้อสัตว์ ให้หันมากิน พืช ผัก และ ธัญพืช แทน เนื่องจากในเนื้อสัตว์ มีปริมาณไขมันค่อนข้างสูง และยังพบว่า ผู้ที่กินเนื้อสัตว์มาก ๆ มีโอกาสที่เกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้สูง อีกด้วย (ธีรวีร์ วราธรไพบูลย์. 2557 : 262 ) จากการศึกษา โดย School of Medicine , George Washington University รายงานว่า โปรตีนจาก เนื้อ สัตว์ที่ผ่านขบวนการย่อยอาหาร จะเกิดสารพิษที่เรียกว่า d imethylamine N - oxide เป็นสารพิษที่ทำให้เกิดการอักเสบในร่างกาย ซึ่งจะเหนี่ยวนำ ไปสู่ การเกิด โรคร้ายแรงต่าง ๆ เช่น โรคไต โรคหัวใจ โร คเบาหวาน โรคหลอดเลือด โรคมะเร็ง และโรคอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังทำลายระบบภูมิคุ้มกันด้วย ซึ่ง มีหลักฐานที่ปรากฏ ชัด ว่าสารพิษจะถูกสร้างขึ้นในลำไส้ของเราจากการย่อยสลายของโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ( Changing Our Mindset About Science . 25 60 ) ดังนั้น ปัญหาที่เกิดจากการบริโภคเนื้อสัตว์ จึง เป็นส าเหตุหลักทำ ให้ผู ้ มีความรู้และความเข้าใจ เรื่องกระบวนการย่อย และกระบวนการเมแทบอลิซึมของร่างกาย มีความกลัวและความห่วงใยในความเจ็บป่วย อยากมีชีวิตที่แข็งแรงยืนยาว จึงหันมาบริโภคอาหารมังสวิรัติมากขึ้น จากสถิติมีผู้สนใจบริโภคอาหารมังสวิรัติที่เพิ่มขึ้นในประเทศอเมริกาและยุโรป โดยเฉพาะประเทศอังกฤษ ซึ่งมีประชากรมังสวิรัติค่อนข้างสูงประมาณ ร้อยละ 7 .00 - 10 .00 จำนวนเพศหญิงจะมีมากกว่าเพศชาย (กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข. 2549 : 152 ) จากความรู้เกี่ยวกับแพทย์ทางเลือก ( Alternative medicine ) การแพทย์วิถีธรรมเป็นการแพทย์ทางเลือกที่มีการบูรณาการองค์ความรู้ โดยนำเอา วิ ทยาศาสตร์การดูแลสุขภาพทั้ง 4 แผน คือ แผนปัจจุบัน แผนไทย แผนทางเลือกและแผนพื้นบ้าน รวมกับหลัก 8 อ. เพื่อสุขภาพที่ดีของสถาบันบุญน ิยม มาจัดการองค์ความรู้ ประยุกต์ ผสมผสาน และ บูรณาการด้วยหลักธรรมขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพีย งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพสังคมสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน เน้นการแก้ไขหรือลดปัญหาสุขภาพที่ต้นเหตุ โดยใช้สิ่งที่ประหยัดที่สุด แต่ให้เกิดประโยชน์สูงที่สุด ด้วยวิธีที่เรียบง่าย ได้ผลรวดเร็ว สามารถพึ่งพาตนเองได้ ใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นเป็นหลัก ประยุกต์เข้ากับวิถีชีวิตได้ และมีความยั่งยืน (ใจเพชร กล้าจน. 2559 : 4 - 5 ) ทำให้ เข้าใจสาเหตุหลักของ การมี ภาวะ สุขภาพที่ดี และความเจ็บป่วย กลไกการเกิด โรคและ การ บรรเทา ของโรคต่าง ๆ วิธีการปฏิบัติ ส่งเสริม และฟื้นฟูสุขภาพด้วยเทคนิค 9 ข้อ เรียนรู้ เทคนิคการรับประทานอาหาร ตามลำดับการย่อยง่าย คุ้มครองเซลล์ เรียนรู้อาหารปรับสมดุล ผักผลไม้ สมุนไพร และกลุ่มอาหารฤทธิ์ร้อน-ฤทธิ์เย็น โดยเฉพาะเรียนรู้วิธีดับโรค ด้วยวิถีแห่งพุทธธรรม ได้นำองค์ความรู้มาปฏิบัติด้วยตนเอง จนทำให้เกิดภาวะสุขภาพ ของตนเองดีขึ้น จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคเนื้อสัตว์ จากงานวิจัยใจเพชร กล้าจน ( 2553 : บทคัดย่อ) จากการวิเคราะห์ข้อมูลชุดที่ 1 ในปี พ.ศ. 2538-2551 จำนวน 12 , 203 คน สุ่มตัวอย่างแบบง่าย จำนวน 1 , 397 คน ภายใน 7 วัน อาการเจ็บป่วยลดลง 92 . 41 % และการวิเคราะห์ข้อมูลชุดที่ 2 จากประชากร ในปี พ.ศ. 2552 จำนวน 2 , 152 คน ภายใน 7 วัน อาการเจ็บป่วยทุเลาลง 1 , 704 อาการ คิดเป็น 94 . 51 % จาก การ ศึกษา แนวคิดของแบนดูรา ( Banddura, 1997 : 215 ) การรับรู้ความสามารถตนเองเป็นป ัจจัยสำคัญในการนำไปสู่การปรับเปลี่ยน พฤติกรรมของบุคคลากร สร้างให้เกิดความสามารถตนเอง โดยการกระตุ้น การรับรู้ความสามารถตนเอง จากการฝึกปฏิบัติให้สำเร็จด้วยตนเอง การเห็ นตัวอย่างการปฏิบัติของผู้อื่น การพูดชักจูงให้กำลังใจ การกระตุ้นทางอารมณ์ ( จุฑาวดี กมลพรมงคล. 2555 : 20) จากการศึกษา งานวิจัย ของ สุภาพรรณ สุขคล้าย ( 2553 : 9 ) ที่พบว่าเมื่อเข้ากระบว นการเสริมพลัง ผลของการเสริมพลัง มีผลต่อ การส่งเสริมการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ของคน จากการ ศึกษาวิจัยใน ผลของโปรแกรมการเสริมพลังอำนาจกับภาวะเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด พบว่า ผู้ที่เข้า ร่วมโครงการที่ได้รับการเสริมพลัง ภาวะเสี ่ ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดทุกค่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษางานวิจัยของ รุสนี วาอายีตา ( 2557 : บทคัดย่ อ) ที่ศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรม ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ โดยใช้การรับรู้ความสามารถตนเอง ทำให้พฤติกรรมการดูแลตนเองสูงกว่าก่อนเข้าร ่ วมโปรแกรม ทำให้ค่าเฉลี่ยน้ำหนักตัวดัชนีมวลกายลดลงอย่างมีนัยสำคัญท า งสถิติที่ระดับ .05 จึงทำให้ผู้วิจัยสนใจ ศึกษาทฤษฏีการรับรู้ ความสามารถตนเอง ของ Banduraโดยจะประยุกต์มาใช้เป็นโปรแกรมเสริมพลัง เพื่อศึกษาผลของการเสริมพลัง ต่อพฤติกรรมลด ละ เลิกการบริโภคเนื้อสัตว์และภาวะสุขภาพของผู้เข้าอบรมแพทย์วิถีธรรม โดยการเสริมพลัง จะ เป็น กระบวนการส่งเสริมและพัฒนาตนเองและกลุ่ม ให้ได้เข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อ การบริโภคเนื้อสัตว์ที่ไม่เหมาะสมต่อภาวะ สุขภาพรวมถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องทำให้เกิดการค้นพบ ความ สามารถของตนเอง และตัดสินใจใช้ทางเลือกที่เหมาะสมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อจัดการควบคุม หรือ ลด ปัจจัยเสี่ยง ของการเกิดโรค นำไปสู่การมีสุขภาพที่ดี เพื่อนำ มา ใช้ เป็น แนวทางให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคเนื้อสัตว์ที่เหมาะสม เพื่อภาวะสุขภาพที่ดีต่อไป คำถามการวิจัย 1. พฤติกรรมการบริโภคเนื้อสัตว์และภาวะสุขภาพเป็นอย่างไร 2. กลุ่มที่ได้รับการเสริมพลังมีพฤติกรรมการ ลด ละ เลิกการ บริโภคเนื้อสัตว์ และภาวะสุขภาพ แตกต่างจากกลุ่มที่ไม่ได้รับการเสริมพลังหลังเข้า อบรม แพทย์วิถีธรรม หรือไม่ วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาสถานการณ์การบริโภคเนื้อสัตว์ของผู้เข้าร่วมอบรม 2 . เพื่อ เปรียบเทียบผลของ การเสริมพลังต่อพฤติกรรมการ ลด ละ เลิกการ บริโภคเนื้อสัตว์ ภายในกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบ ก่อนและหลังการเข้า อบรม แพทย์วิถีธรรม 3. เพื่อเปรียบเทียบผลของการเสริมพลังต่อพฤติกรรมการ ลด ละ เลิกการ บริโภคเนื้อสัตว์ ระหว่างก ลุ่ม ทดลอง กับ กลุ่มเปรียบเทียบ ก่อนและหลังการเข้า อบรม แพทย์วิถีธรรม 4 . เพื่อศึกษาผลของการเสริมพลังต่อภาวะสุขภาพ กลุ่มทดลอง สมมุติฐานการวิจัย 1 . พฤติกรรมการลด ละ เลิกการบริโภคเนื้อสัตว์มากกว่าก่อนเข้าอบรมแพทย์วิถีธรรม และมาก กว่ากลุ่มเปรียบเทียบ 2 . กลุ่มทดลองที่ได้รับการเสริมพลังมีภาวะสุขภาพที่ดีขึ้นกว่าก่อนเข้าโปรแกรม ขอบเขตการวิจัย 1 . ขอบเขตด้านเนื้อหา ก ารวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาการใช้ทฤษฏีแรงเสริมพลัง และแรงสนับสนุนทางสังคมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการ ลด ละ เลิกการ บริโภคเนื้อสัตว์ 2 . ขอบเขตด้าน พื้นที่ศึกษา ศึกษาผลของโปรแกรมของผู้ที่ผ่านการอบรมค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรมหลักสูตร 9 วัน ณ สวนป่านาบุญ 1 ตำบล ดอนตาล อำเภอ ดอนตาล จังหวัด มุกดาหาร 3 . ขอบเขตด้านประชากรและกลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ศึกษา แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มทดลอง เป็นกลุ่ม ผู้ที่ผ่านการอบรมค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรมหลักสูตร 9 วัน และได้รับแรงสนับสนุนทางสัง คม โดย ให้ข้อมูล และ ให้คำปรึกษา ผ่าน ทางสื่อ ออน ไลน์ หลังการอบรม จำนวน 3 5 คน กลุ่มเปรียบเทียบ เป็นกลุ่ม ผู้ที่ผ่านการอบรมค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรมหลักสูตร 9 วัน แต่ไม่ได้รับแรงสนับสนุนทางสังคม โดย ให้ข้อมูล และ ให้คำปรึกษาทางสื่อ ออน ไลน์ หลังการอบรม จำนวน 35 คน คำ นิ ยามศัพท์ เฉพาะ การเสริมพลัง หมายถึง กระบวนการ เปลี่ยนแปลง พฤติกรรม สุขภาพ โดยใช้ หลักการแพทย์ทางเลือกแพทย์วิถีธรรม ร่วมกับ ทฤษฏี การเสริมพลังกับแรงสนับสนุนทางสังคม ช่วยเหลือด้านข้อมูลข่าวสาร วัตถุสิ่งของ หรือสนับสนุนทางด้านจิตใจ การให้คำปรึกษาการดูแลสุขภาพ เพื่อชักจูงให้กำลังใจ และกระตุ้นให้เกิดรับรู้ความสามารถตนเอง เนื้อสัตว์ หมายถึง ชิ้นส่วนของร่างกายสัตว์ ที่มีกระดูก เช่น วัว หมู เป็ด ไก่ ปลา สัตว์ทะเล (กุ้ง ปู ปลา หอย) ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ หมายถึง ไข่เป็ด ไข่ไก่ น้ำนมจากสัตว์ โยเกิร์ต (ทำจากนมวัว) เนื้อติดมันต่าง ๆ (หมูสามชั้น เบคอน) ผลิตภัณฑ์แปรรูป (ลูกชิ้น ไส้กรอก ปลาร้า) พฤติกรรมการลด ละ เลิก การบริโภคเนื้อสัตว์ เป็นนิยามศัพท์ที่ใช้เฉพาะในงานวิจัยนี้เท่านั้น พฤติกรรมการลด การบริโภคเนื้อสัตว์ ในระดับพอใช้ (ลดได้น้อย) หมายถึง ปฏิบัติลดได้เป็นบางคราว หรือ ไม่เกิน 1 เดือน ของการเก็บงานวิจัย พฤติกรรมการละ การบริโภคเนื้อสัตว์ ในระดับปานกลาง หมายถึง ปฏิบัติลดได้เป็นส่วนมากแต่ไม่เป็นประจำ หรือ 1 เดือน - 2 เดือน ของการเก็บงานวิจัย พฤติกรรมการเลิก การบริโภคเนื้อสัตว์ ในระดับดี (ลดได้มาก) หมายถึง ปฏิบัติลดได้เป็นประจำสม่ำเสมอ หรือ มาก ก ว่า 2 เดือน จน ถึง 3 เดือน ของการเก็บงานวิจัย พฤติกรรมการบริโภ คอาหาร ด้าน ทาง กาย หมายถึง การรับประทานอาหาร ตามหลักแพทย์วิถีธรรม เช่น รับประทาน อาหารตามลำดับการย่อย เคี้ยวอาหารให้ละเอียด หลีกเลี่ยงรับประทานอาหารปรุงรสจัด รับประทานอาหารที่มีเส้นใยสูง เช่นผัก ผลไม้ ลดเนื้อ เพิ่มผัก รับประทานอาหารตามกลุ่มฤทธิ์ร้อน ฤทธิ์เย็น รับประทานอาหารแบบแยกทีละชนิด รับประทานอาหารที่ปรุงด้วยเกลือเป็นหลัก พฤติกรรมการบริโภค อาหาร ด้าน ทาง จิตใจ หมายถึง การลด ละ เลิกรับประทานเนื้อสัตว์ด้วยใจที่ผาสุก , ยินดีกับการรับประทานอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์อย่างคำนึงถึงประโยชน ์ และยินดีรับประทานอาหารอย่างไม่ชอบ ไม่ชังในรสอาหาร การแพทย์วิถีธรรม หมายถึง ศาสตร์ทางด้านการแพทย์ ที่นำเอาจุดดีของวิทยาศาสตร์การดูแลสุขภาพทั้ง 4 แผน มาบูรณาการในการดูแลสุขภาพ เน้นการแก้ไขหรือลดปัญหาสุขภาพที่ต้นเหตุ โดยใช้สิ่งที่ประหยัดที่สุด แต่ให้เกิดประโยชน์สูงที่สุด ด้วยวิธีที่เรียบง่าย ได้ผลรวดเร็ว สามารถพึ่งพาตนเองได้ ใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นเป็นหลัก ประยุกต์เข้ากับวิถีชีวิตได้อย่างยั่งยืน (ใจเพชร กล้าจน. 2558 : 20 ) ภาวะสุขภาพ ทางกาย หมายถึง ร่างกายแข็งแรง เบาตัว สบายกาย มีกำลัง ภาวะสุขภาพ ทางใจ หมายถึง จิตใจที่มีความสุข เบิกบาน มีความเมตตา สื่อออนไลน์ หมายถึง สื่อดิจิทัลที่เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติการทางสังคม ( Social Tool ) เพื่อใช้สื่อสารระหว่างกันในเครือข่ายทางสังคม ( Social Network ) ผ่านทางเว็บไซต์และโปรแกรมประยุกต์บนสื่อใดๆ ที่มีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต โดยเน้นให้ผู้ใช้ทั้งที่เป็นผู้ส่งสารและผู้รับสารมีส่วนร่วม ( Collaborative ) อย่างสร้างสรรค์ ในรูปแบบข้อมูลภาพและ ข้อมูลเสียง ช่องทาง สื่อในงานวิจัยครั้งนี้ หมายถึง Line (ไลน์) Youtuble และ โทรศัพท์ ประโยชน์ที่ คาดว่าจะ ได้รับ 1 . เป็น แนวทางในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการ ลด ละ เลิกการ บริโภคเนื้อสัตว์อย่างเหมาะสม 2. เป็นแนวทางต่อหน่วยงานสาธารณสุข เช่น โรงพยาบาลศูนย์ (รพศ) , โรงพยาบาลทั่วไป ( รพจ ), โรงพยาบาลชุมชน ( รพช) , โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล (รพสต ) เพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งในการแนะนำประชาชน สำหรับใช้ในการส่งเสริม ฟื้นฟูการดูแลสุขภาพด้านอาหาร เพื่อลดค่าใช้จ่ายทั้งของผู้ป่วย และหน่วยงานรัฐในระบบสุขภาพ โดยให้ประชาชนบริโภคเนื้อสัตว์อย่างเหมาะสมต่อภาวะสุขภาพที่ดีขึ้น 3 . เป็นแนวทาง ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านอื่น ๆ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน

docว่าง.docx
5 สิงหาคม 2567
doc07 610328 บทที่ 4.docx
29 กันยายน 2564
docปกใหม่.docx
28 เมษายน 2562