670827 สดจากปัจฉารวมปักษ์สิงหาคม 2567_ช่วยกันสร้าง“อาหาราวุธ”จนเกิดเป็น“อาหาราธิปไตย”_บันทึกปัจฉาพ่อครู โดย ส.แสนดิน.docx
เนื้อหาในไฟล์
สดจากปัจฉารวมปักษ์สิงหาคม 2567 : 🔥ช่วยกันสร้าง“อาหาราวุธ”จนเกิดเป็น“อาหาราธิปไตย” . 🌿 มหกรรมทำนาสาธารณโภคี ฤดูทำนาปีนี้ ทางศีรษะอโศกและปฐมอโศกถือฤกษ์ดี “ปลูกวันแม่-เกี่ยววันพ่อ” พี่น้องจากหลายบวรและญาติธรรมภายนอกบวร ต่างช่วยระดมกันไปช่วยกันทำนา เริ่มจาก ศีรษะอโศก วันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม 2567 มีการลงแขกดำนากันที่ที่นาบ้านกอก มีเนื้อที่ 20กว่าไร่ อยู่ห่างจากศีรษะอโศกประมาณ 3 กม. ชาวบ้านราชมีเด็กนักเรียนมัธยมไปหมดโรงเรียนเลยรวม 70 คน ผู้ใหญ่ 80 คนรวมแล้วประมาณ 150 คน ร่วมกับชาวชุมชนและศิษย์เก่าที่ศีรษะอโศกอีก รวมจำนวนคนไปร่วมดำนาจำนวนเกิน 200 คน
ชาวศีรษะอโศกบอกว่า…คาดไม่ถึงว่า คนจะมาช่วยกันมากขนาดนี้ คาดไม่ถึงว่าจะดำนาเสร็จภายในวันเดียว เนื้อที่นาที่มีทั้งหมด 25 ไร่ มีทั้งที่ไถนาไว้เสร็จสามารถดำนาได้เลย แต่ก็มีอีกหลายแปลงที่ยังไม่ได้ไถไว้ แต่รถไถทำการไถนาไม่ทันกับคนดำนา วันนี้เลยทำได้ ประมาณ 10 กว่าไร่ เสร็จเลย สมณะบ้านราชไปร่วมด้วย 7 รูป สิกขมาตุอีก 5 รูป กรัก ปะ ไปอีกหลายคน ชาวศีรษะบอกว่าบรรยากาศคล้ายงานปลุกเสกฯ อยากให้จัดทุก 3 เดือนเลย ชาวบ้านราชฯบางท่านบอกว่า เป็นครั้งแรกเลยที่ชาวบ้านราชฯ ยกขบวนกันมาช่วยลงแขกดำนากับชาวศีรษะอโศก รู้สึกอบอุ่นมีความเป็นพี่เป็นน้องมีพลังสามัคคีกันอย่างยิ่ง
ต่อด้วยการทำนาสาธารณโภคีที่ปฐมอโศก ข้อมูลจากเพจเฟสบุค บวรปฐมอโศก ได้ลงข้อมูลว่า…ในช่วงวันแม่แห่งชาติ 10-13 สิงหาคมนี้ ที่นาแรงรักแรงฝัน ได้มีกิจกรรมการทำนาสาธารณโภคีเป็นปีแรก เป็นการรวมพี่น้องจากทุกพื้นที่ มาปลูกข้าว สร้างอาหารกัน มีทั้งศิษย์เก่า ผู้ใหญ่ เด็กนักเรียนสัมมาสิกขา ได้พร้อมเพรียงกันมาปลูกข้าว บางคนไม่ได้กลับบ้านหลังเก่ามาเป็นสิบปี ก็ถือโอกาสลางานเอาซะเลย คิดถึงลุงป้า
อ่านต่อ
คิดถึงบรรยากาศเก่า ๆ เลยกลับมา
จากไม่กี่คนเป็น 100 กว่าคน จาก 100 กว่าคนเป็น 200 กว่าคน และจาก 200 กว่าคนเป็น 300 กว่าคน !! เกินคาดเกินความตั้งใจไปแล้วสำหรับผู้ที่มาร่วมงานในวันนี้ เป็นวันสุดท้ายแล้วของงานทำนาสาธารณโภคี ทั้งบวรปฐมอโศก บวรราชธานีอโศก บวรสันติอโศก กลุ่มแพทย์วิถีธรรม ภูผาฟ้าน้ำ และจากที่ต่าง ๆ ที่พอจะมาได้ มาร่วมกันสืบต่ออุดมการณ์รวมแรงรัก ร่วมสานฝันให้เป็นจริง
สองเหตุการณ์การลงแขกทำนาทั้งที่ศีรษะอโศกและปฐมอโศก เป็นนิมิตหมายที่ดี ที่ชาวอโศกได้ร่วมแรงร่วมใจกันจากหลายบวร ช่วยกันผลิจพืชพันธุ์ธัญญาหารให้มากขึ้น และยังต่อเนื่องมาที่บ้านราช มีกิจกรรมที่ส่งเสริมการผลิตอาหารอีกกิจกรรมสำคัญ
🍀 มหกรรมผำบ้านราช นสพ.ไทยรัฐ วันพุธที่ 21 สิงหาคม 2567 ได้ลงข่าวนวัตกรรม ผำบ้านราช …ผลิตภัณฑ์จาก “ผำ” รศ.ธรรมรักษ์ ละอองนวล อธิการบดี มรภ.อุบลราชธานี เปิดกิจกรรมออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์จาก “ผำ” สาหร่ายน้ำจืดชนิดหนึ่งที่ชาวบ้านราช อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เพาะเลี้ยงมานาน
โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ร่วมกับชาวชุมชนราชธานีอโศก ได้จัดมหกรรมผำบ้านราชอาหารแห่งอนาคต ขึ้นในวันที่ 18 สิงหาคม 2567 ภายใต้โครงการเพิ่มศักยภาพชุมชน บนฐานอัตลักษณ์ศิลปวัฒนธรรม ณ อุทยานบุญนิยม อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี และได้มอบอุปกรณ์ทำเส้นให้แก่ชุมชนราชธานีอโศก เป็นการเพิ่มศักยภาพชุมชนในการพัฒนา บนอัตลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชที่มีโปรตีนสูง มีคุณค่าทางอาหารสูง ที่เรียกว่า“ผำ” ซึ่งเป็นสาหร่ายน้ำจืดชนิดหนึ่งที่ชาวชุมชนได้เพาะเลี้ยงมาเป็นระยะเวลานานแล้ว เพื่อใช้บริโภคเป็นอาหาร ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างอัตลักษณ์ของชุมชนราชธานีอโศก และเผยแพร่ให้คนทั่วไปได้รู้จัก เป็นอาหารที่มีคุณค่าส่งเสริมสุภาพ รวมถึงสร้างเศรษฐกิจให้กับชุมชนได้ โดยบ้านราชเมืองเรือชอป เช่นวุ้นเส้นผำ ข้าวเกรียบผำ ก๋วยจั๊บผำ มีการสาธิตการทำอาหารจากผำหลากหลายเมนู ทั้งชิมฟรีและจำหน่าย อาทิขนมครก สาหร่ายห่อข้าวไฮเวเอี้ยน ข้าวเกรียบปากหม้อ วาฟเฟิลผำ ขนมวุ้นผำ ไข่เจียวผำ โยเกิร์ตผำ
🍄 อาหาราธิปไตย สร้างอายะ 3 ด้วยอาหาราวุธ ในรายการพุทธศาสนาตามภูมิ เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 พ่อครูกล่าวไว้ว่า... เมื่อเราเข้าใจสาระแก่นสาร รู้จักแก่นสารสาระ หรือเรียกว่า เครื่องอาศัย ที่เป็นเครื่องอาศัยของชีวิต ปัจจัย 4 ของความเป็นมนุษย์ สำคัญที่สุดยิ่งกว่าทรัพย์สินเงินทอง อาวุธ หรือเครื่องประเทือง เครื่องอาศัยกินใช้ปัจจัย 4 สำคัญยิ่งกว่า ศาสนาพุทธชัดเจนมาก
เพราะฉะนั้นถ้าคนไทย เข้าใจว่า อ๋อ..เรามาทำพืชพันธุ์ธัญญาหารที่เป็นอาหารเป็นเครื่องอาศัย มาทำเครื่องนุ่งห่ม แต่เครื่องนุ่งห่มทุกวันนี้ก็พอเพียงแล้วง่ายแล้ว อาหารนี่ต้องกินทุกวัน กินแล้วก็หมด กินแล้วก็กลายเป็นขี้ เป็นหนึ่งในโลกอาหาร กวฬิงการาหารนี่แหละ เพราะฉะนั้นจะเป็นเครื่องนุ่งห่ม จะเป็นที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค กวฬิงการาหาร อาหารกินคำข้าวเป็นหนึ่ง เรามาทำงานสร้างสิ่งเป็นหนึ่งในโลก ให้ได้มากๆให้ได้คุณภาพดีๆ เลี้ยงโลกทั้งโลก คุณอย่าไปสร้างอาวุธ อย่าไปสร้างสิ่งมอมเมา สิ่งประเทืองอะไรมาให้เสียเวลา เลย มาทำอันนี้เถอะ ไม่ต้องขาย ผลิตขึ้นมาแล้วไล่แจกไปทั่วโลกเลย จะอยู่รอดไหม
คุณมีสิ่งนี้กินแล้วไม่มีตาย แจกเข้าไปเถอะ ไม่มีแลกเปลี่ยนเข้ามา คุณก็มีสิ่งกินแล้วนี่ ชีวิตคุณอยู่ได้แล้วนี่ ยารักษาโรคก็ใช้พืชพันธุ์ธัญญาหารนี่แหละเป็นยา แล้วก็ใช้พืชพันธุ์ธัญญาหารนี่แหละเป็นอาวุธ เรียกด้วยภาษาง่ายๆเท่ๆว่า “อาหาราวุธ” ไม่มีในคำพยัญชนะในบาลีหรอก โพธิรักษ์พูด “อาหาราวุธ” อาตมาก็เพิ่งนึกได้วันนี้เอง พวกคุณคงเพิ่งเคยได้ยินกันเดี๋ยวนี้วันนี้ “อาหาราธิปไตย”
เพราะฉะนั้นชาวโลกุตตระ ชาวพุทธนี้ จึงรู้ สิ่งที่เราไปเสียเวลาสร้างอาวุธสร้างเครื่องมอมเมา สิ่งมอมเมาต่างๆเลิกมา สิ่งประเทืองต่างๆเลิกมา เข้ามาสร้างสาระ โดยเฉพาะเข้ามาสร้างอาหารกัน เพราะฉะนั้นถ้าเมืองไทย คนไทยเข้าใจอันนี้ มาเป็นนักกสิกรรม เป็นกสิกรแข็งขัน กระดูกสันหลังของชาติแน่นอน กระดูกสันหลังนี้เป็นโครงสร้างค้ำชีวิตไว้เลย ประเทศชาติไม่มีกระดูกสันหลังเสียแล้วแย่เลยนะ กลายเป็นปลิงเลย งูมันยังมีกระดูกเลย โอ้แย่เลย ปลิงมันคอยดูดคอยเกาะคนอื่นไปหมด ตายๆๆๆ แต่เรานี่กระดูกสันหลังค้ำจุนโลกเลย ค้ำจุนโลกเลย ไม่ใช่ค้ำจุนแต่ประเทศ
ที่พูดนี้ดูมันเล็กๆดูมันง่ายๆดูเหมือนไม่มีอะไร แต่จริงนะ เพราะฉะนั้นอาตมาเคยพูดมาแล้วว่า ถ้าประเทศไทยนะ ให้ค่ากสิกร ให้เหรียญตรา ให้ตำแหน่งยศศักดิ์ แต่นั่นแหละมันจะหลงเหลิงกันอีก แต่ก็พยายามสอนกันสิว่าอย่าไปหลงเหลิง แม้เขาจะให้เกียรติให้ยศก็ตาม มันก็เป็นอะไรอันหนึ่งเท่านั้น ไม่ต้องไปหลงเหลิง แล้วทำให้ยิ่งๆ ให้มีปริมาณและมีคุณภาพที่เจริญยิ่งๆขึ้น อย่างที่อาตมาพูดไม่ไช่พูดเล่น ไล่แจกไปเลย แทนที่จะขายเอาราคาโก่งราคาแพง แจกพอมันเหลือ ถ้าไม่แจกมันก็จะเสีย เดี๋ยวนี้โลจิสติกส์ก็ดีมากแล้ว การขนส่งอะไรๆก็โอ้โห..สบายแล้วเดี๋ยวนี้ มีรถไฟหัวกระสุน หัวจรวด บรรทุกส่งทางเครื่องบิน ทางโดรนเลย ไม่เอาก็ไปโรยให้ ทิ้งมันอยู่นั่นแหละ ก็มันเหลือเฟือ
ถ้าเผื่อว่าผู้บริหารประเทศไทยถ้าเห็นความสำคัญในกสิกร เห็นความสำคัญของกสิกรรม พยายามพัฒนากสิกรรมของเรา ให้เจริญ ๆ เอาเถอะ สิ่งอื่นอาศัยในชีวิตบ้าง อุตสาหกรรมนั้นเราไม่เก่งอยู่แล้ว ก็ยอมรับสิ เราก็ไม่เก่งอันนี้ แต่เราเก่งอันนี้ เราก็ทำอันนี้ให้ยิ่งขึ้นเพราะมันเป็นของแท้อยู่ใน ภูมิประเทศของประเทศไทย เป็นโซนที่ดี ถ้าเผื่อว่าพื้นดินของประเทศไทยมีกสิกรรม และก็มีกสิกรที่รักกสิกรรม ปลูกสิ่งกินสิ่งใช้ แม้แต่ไม้ ต้นไม้ใหญ่ก็สร้างขึ้นให้เป็นของอาศัยส่งออกนอก ช่วยเหลือประเทศชาติอื่นๆที่เขามีน้อยมีด้อย เอาอันนี้เป็นตัวเด่น เอาอันนี้เป็นตัวหลัก อาตมาว่าประเทศไทยจะมีค่ามาก อย่าไปเห็นแก่ไอ้เรื่องเงินๆทองๆธนบัตรอะไรยิ่งใหญ่ เอาสาระสัจจะของสิ่งที่สร้างสิ่งที่เป็นผลผลิต สิ่งที่เป็นสาระแก่นสารของมนุษยชาติ เอาอันนี้สิ
เพราะฉะนั้นเรารู้จักทั้งภูมิประเทศ รู้จักสิ่งที่เป็นอยู่ รู้จักพฤติกรรม สิ่งที่เป็นองค์ประกอบของทุกอย่างเลย ที่เรามีอยู่เราก็ทำอันนั้นให้มันเจริญ และมันเป็นสำคัญของชีวิตด้วยนะ มันสำคัญที่สุดแล้วอาหารคือคำข้าว ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว
พ่อครูเคยบอกไว้เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2557 ว่า “ชาวอโศกทุกคนต้องเป็นชาวนา” …และพระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า “อาหารเป็นหนึ่งในโลก” หลังพ่อครูจากพวกเราไป ชาวอโศกยังคงมุ่งมั่นทำตามคำสอนพ่อครู ที่จะผลิตอาหารไร้สารพิษให้มากขึ้น เพื่อเลี้ยงตัวเองให้รอด ทำให้มากให้เหลือ เพื่อเผื่อแผ่แก่ประชาชน กาละนี้ชาวอโศกควรเร่งสร้าง“ อาหาราวุธ” จนเกิดเป็น “อาหาราธิปไตย” เพื่อช่วยกอบกู้มวลมนุษยชาติ ให้อยู่รอดปลอดภัยในกาลใกล้กลียุคนี้ ….กองงานปัจฉา 28 สิงหาคม 2567 🌿