S 06 เพลง 5 ระดับ.docx
เนื้อหาในไฟล์
เพลง๕ ระดับ
“…. เพลงนี่เป็น ‘ ศิลปะ ’ ก็มี ‘ อนาจาร ’ ก็มาก พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ว่า ‘ ศิลปะเป็นมงคลอันอุดม ’ คือ เป็นเหตุที่จะนำพาไปสู่ความประเสริฐอย่างแท้จริง ส่วน ‘ อนาจาร ’ เป็น ‘ ข้าศึกแก่กุศล ’ คือเป็นตัวทำลายความดีงาม ดังนั้นเราจะต้องรู้เนื้อหาสาระของเพลง รู้ทั้งองค์ประกอบ ทำนอง จังหวะ ซึ่งเนื้อความนี้มันจะให้ความหมาย มันจะให้ศิลปะของกวีกานท์ จะนำพาเขาไปสู่สิ่งประเสริฐ สิ่งที่เจริญจริงหรือเปล่า ไม่เช่นนั้นมันก็จะกลายเป็นเรื่องมอมเมาไปสู่ความเสื่อมต่ำ แล้วอย่างไรเล่าที่ชื่อว่า ‘ ศิลปะ ’ อย่างไรชื่อว่า ‘ อนาจาร ’ อาตมาแบ่งไว้ ๕ ระดับ ๑ . เพลงที่หยาบโลน เลวทราม สื่อส่อชัดๆ ว่าไม่สุภาพ แบบนี้ทุกวันนี้มีเยอะเหมือนกัน ขายใต้ดินก็มี ไม่หยาบเกินไปนักก็มี สองแง่สองง่ามก็มาก อย่างนี้คือ งานที่เรียกว่า ‘ อนาจาร ’ แท้ๆ อนาจารชั้นหนักชั้นต่ำ ส่วนมากนั้นผู้ผลิตงานระดับนี้รู้ดีว่ามัน ‘ อนาจาร ’ แต่ด้วยเจตนาของผู้ผลิต เขาจงใจทำมันออกมาทั้งๆ ที่รู้ เขาจึงคือคนบาป ผู้มอมเมาให้กามยิ่งมากยิ่งจัดจ้าน แก่ผู้คนในสังคม คือคนบาป ผู้มอมเมาให้ความรุนแรง ยิ่งโหดยิ่งเหี้ยมหนักหนาสาหัสขึ้นแก่โลก ๒ . เพลงที่ไม่ถึงกับหยาบชัดๆ แต่ใช้เชิงแฝงไว้ในที ซึ่งเจตนาลึกๆ นั้นก็ยั่วยุกาม หรือมีอิทธิพลเสริมเติมความรุนแรงให้ยิ่งๆ ขึ้นอยู่นั่นแหละ งานแบบนี้ยิ่งมีมาก ผู้ผลิตงานบางคนไม่เจตนาโดยตรงหรอก ทว่ากิเลสของผู้สร้างงานนั้นเองประจานตัวเองออกมาในงาน ด้วยความไม่รู้ก็มี ด้วยความหลงผิดก็มี ซึ่งล้วนยังเป็นงานยั่วยุให้เกิดอกุศล งาน ‘ อนาจาร ’ ระดับที่ ๒ นี้มีมากมายหลากหลายอยู่เต็มโลก เพราะหลงผิดกันอย่างมั่นอกมั่นใจว่าเป็น ‘ ศิลปะ ’ แต่แท้ๆ มันยังเป็น ‘ ข้าศึกแก่กุศล ’ อยู่ สังคมทุกวันนี้จึงทวีทั
อ่านต่อ
้งกาม ทั้งความรุนแรงอำมหิต กินลึกซับซ้อนไปทั้งโลก ยิ่งกว่าสังคมอดีตหลายสิบหลายร้อยเท่านักตามที่เป็นจริง ให้เห็นกัน ก็เพราะ ‘ ความหลงผิด ’ หรือยังไม่รู้แจ้งในสัจจะ ดังนั้นไม่ว่าวัยรุ่นหรือวัยเฒ่า จะเห็นได้ว่าพฤติกรรมของราคะ โทสะ โมหะ มันจัดจ้านพิสดาร วิตถารจนสุดกล่าว ทั้งสองระดับนี้ยังไม่ใช่งานที่เป็น ‘ ศิลปะ ’ ยังเป็นแค่งานระดับ ‘ อนาจาร ’ แต่อนาจารเบากว่าขั้นหนึ่ง มากน้อยตามเนื้องาน ๓ . ระดับที่เริ่มนับเป็น ‘ ศิลปะ ’ ระดับที่เริ่มนับเป็น ‘ ศิลปะ ’ นั้น จะต้องเป็นเพลงที่มีคุณภาพนำพาให้เกิดคุณค่าในทางสร้างสรร รักธรรมชาติ รักการก้าวหน้าพัฒนา เป็นเพลงเพื่อชีวิต เพลงเพื่อสังคมเพื่อชาติ แม้จะเป็นเพลงรักๆใคร่ๆ ก็ต้องมีเนื้อหาสร้างสรรไปในทางส่งเสริมให้เกิดคุณงามความดี หากจะนับว่าเป็นงาน ‘ ศิลปะ ’ ต้องเป็นไปเพื่อคลายทุกข์หรือก่อสุขชนิดสร้างสรร ไม่ใช่รักเพ้อเจ้อ รักปักดิ่ง ชักนำให้หนักไปในทางเพิ่มกามารมณ์หรือติดยึดในราคะ ในโทสะหรือหลงใหลคลั่งไคล้ไปกับกามคุณ ๕ พยาบาทเคียดแค้นมากยิ่งขึ้น ๔ . ระดับสูงกว่าสร้างสรรทางวัตถุ ก็เป็นเพลงที่สร้างสรรทางจิตวิญญาณโดยตรง เช่น เพลงที่สร้างคุณธรรมหรือสร้างธรรมะใส่จิตวิญญาณ คุณธรรมหรือธรรมะในระดับนี้คือ กัลยาณธรรม ที่เป็นความดีงามขั้นโลกียธรรม ขั้นศาสนธรรม เช่น โน้มนำให้ละบาป บำเพ็ญบุญ แม้ที่สุดเพลงสวดกันในโบสถ์ ในศาสนาทั่วไป ๕ . ระดับสูงสุด เป็นเพลงที่มุ่งสู่สัจธรรมขั้นโลกุตระ ซึ่งเป็นศิลปะขั้นอันติมะ ผู้สร้างงานศิลปะระดับนี้ ต้องมีภูมิขั้นโลกุตระจริง จึงจะมีเนื้อหาขั้นโลกุตระถูกต้อง ไม่ใช่สื่อกันไปสะเปะสะปะเหมือนไต้ซือหนังจีน พูดเลอะเทอะ สักแต่ว่าใช้ภาษาสับสน เป็นอรหันต์ เป็นโสดาบัน หมดกิเลสกันไปมั่วซั่ว ไม่เข้าสารสัจจะทีเป็นโลกุตระเลย เอาแต่ภาษาคำสูงๆ มาปะติดปะต่อกัน พาให้คนหลงทางโลกุตระ แต่ก็ยังดีกว่างานมอมเมาเพราะเขาเจตนาสูงส่ง เป็นแต่ว่าภูมิไม่ถึง แต่ถ้าองค์รวมของงานโน้มนำจิตวิญญาณเข้าสู่ธรรมะ ก็คือเป็นงานศิลปะอยู่เพียงแต่ไม่ใช่งานระดับที่ ๕ หรือมีผลนำพาเกิดโลกุตรธรรมได้จริงเท่านั้น …..”
(พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ตอบคำถามคุณจันทร์จิรา ราชวงศ์อุระ ในการสัมภาษณ์ของนักข่าว ITV คราวที่ไปงาน “ เพลงครูรัก รักพงษ์ ” ที่ศูนย์สังคีตศิลป์ สะพานผ่านฟ้า วันที่ ๓ ก . ย .’ ๔๒)