S 09 รวมเพลงปี 2527-ปัจจุบัน.docx

โฟลเดอร์บันทึกงานเพลงครูรัก..แก้ไข 2556
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์169 KB
วันที่แก้ไข25 ตุลาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

แสงธรรมต้องทอบวร (ขันติต้องไม่จาง)

คำร้อง – ทำนอง …… รัก รักพงษ์

เพ่งมองผ่านเมฆเฉกใจให้ช้ำ คล้ำดำซ้ำเป็นเห็นปานขวานผ่า ความคิดเคยเฉยเชือนก็เตือนตามมา แม้เพียรเพ่งแพงแรงพาผองธรรมก้าวมาหน้าแนวแล้วเล่า ก็ยังช่างเย็นเช่นยาค่าไร้ หรือคนไซร้ซานเขลาคลานคุกเข่า ยอมซบจนซ้อนจมใต้ตมซมเซา มิเงยหน้าเลยเคยเนาฉันใดก็เยาว์เยี่ยงเดิมโธ่เอ๋ย ฟ้าดินผินเพลินเผินพลอย เมินไม่คอยเอื้ออวยช่วยใดไยเฉย หรือธรรมต่ำศักดิ์นักจึงปึ่งเลย คนเอ๋ยควรครวญใคร่ก่อน ผิว์เป็นเช่นใดไม่ควรด่วนท้อ แข็งพอขอเพียงมิพาลเพี้ยนผ่อน ยังยิ่งยงยั้งยืนหยัดทนอาทร ( ๑ ) แสงธรรมต้องทอบวรมิจางจิตถอนเทิดธรรม สู้ทน ( ๒ ) แสงธรรมต้องทอบวรมิจางจิตถอนเทิดธรรม เถิดเทอญ

 แต่งเสร็จ ๑ พ . ย . ๒๕๒๗ อัดเสียงครั้งแรกเริ่ม ๓๐ เม.ย. ๒๕๒๙ เสร็จ ๗ พ.ค. ๒๕๒๙ (๑๔.๐๐ น.) สุพจน์ สอนจรูญ แยกเสียงประสาน จินตนา สุขสถิตย์ ขับร้อง เทปและแผ่น long play ออกวางตลาดชุด “ ขวัญ ” มิ . ย . ๒๕๒๙ หะแรกใช้ชื่อเพลงว่า “ ขันติต้องไม่จาง ”

ตะวันทอฟ้า

คำร้อง – ทำนอง …… รัก รักพงษ์

มืดมนหม่นฟ้าหล้าแดนแม้นเพลิงแผดเผา แย่งชิงโฉดเฉาเร่าแรงร้อนฟอนไฟบ้า คนใดใครดลข้นใจไร้จนระอา เดือดร้อนแรงกล้าด้วยอวิชชาพาต่ำ ทั่วเมืองเฟื่องเฟ้อต่างพลอยเผลอใจให้ผี กระหน่ำย่ำยียี่เยินหลงเพลินคำพร่ำ ลวงกันลั่นไกใช่คนพ้นใครใจดำ ต้องเน้นเข็นธรรมเข้านำค้ำชูกู้ชน ฟ้ามืดจืดจางห่างแสงแห่งธรรม จึ่งซ้ำต่ำแสนไม่แม้นเมืองคน มาเถิดเทิดธรรมนำผล กระตือรือร้นไม่พ้นคนเพียร มืดใดไม่แคล้วแน่วแรงแสงธรรมเถอะหนา ตะวันทอฟ้าหล้าเรืองเหลืองพลันผันเปลี่ยน แดนทองแดนธรรมด่ำดอมน้อมนำจำเนียร สาดแสงแรงเพียรแผ้วพาฟ้าธรรมฉ่ำเม

อ่านต่อ

ือง

 ทำนอง แต่ง ๔ มี . ค . ๒๕๑๐ เดิมเป็นเพลง “ คะนึงอาลัย ” คำร้อง แต่ง ๒๙ พ . ย . ๒๕๒๗ ปราจีน ทรงเผ่า Arrange ทิพย์วรรณ ปิ่นภิบาล ชับร้องคนแรก อัดเสียง ๘ พ . ค . ๒๕๒๙ เทปและแผ่นเสียง long play ชุด “ ขวัญ ” วางตลาด มิ . ย . ๒๕๒๙

ขวัญ

คำร้อง – ทำนอง …… รัก รักพงษ์

ขวัญ…..คือมิ่งสิ่งรักล้ำประจำร่าง ขวัญ ….. จักสร้างพลังใจให้คงมั่น ขวัญ ….. สิ่งนี้ที่ทุกผู้รู้สำคัญ ขวัญ ….. คิดเพียงแจกกัน กับขวัญก่อเองขวัญใดที่ดี

ถ้าหากเป็น “ ขวัญ ” เขาเจิมจุณเพรียกเรียกขอ มันก็เป็น “ ขวัญ ” เสริมเติมต่อเพียงสอวาดสี แต่หากตนก่อตนแกร่งแต่งกรรมให้ดี เพียรทวีมีศีลขันธ์จักขวัญยืน .

 ทำนองเดิมจากเพลง “ ขวัญดาว ” ที่แต่งไว้เมื่อ ๒๙ ก . ย . ๒๕๐๘ แก้คำร้องใหม่เป็นเพลง “ ขวัญ ” เสร็จ ๑๒ มิ . ย . ๒๕๒๘ สมาน กาญจนะผลิน แยกเสียงประสาน เริ่มอัดเสียง ๑๙ เม . ย . ๒๕๒๙ ( ๑๒ . ๐๐ – ๑๓ . ๒๘ น .) สุเทพ วงศ์กำแหง ขับร้องคนแรก ๘ พ . ค . ๒๕๒๙ เสร็จ ๑๓ . ๕๐ น . ทิพย์วรรณ ปิ่นภิบาล ร้องผสม เสร็จ ๑๙ . ๐๙ น . เทปและแผ่น long play ออกวางตลาด มิ . ย . ๒๕๒๙

ป่ากาม

คำร้อง – ทำนอง …… รัก รักพงษ์

โลกนี้มีไหมใครมิเคยเอ่ยงามเอ่ยสวย ใครช่วยเชิญไขให้ความหมาย รูปรสกลิ่นเสียงเพียงแตะใจกาย รื่นรมย์หลากหลายย่อมกลายย้ำกามเหิมเกริม ใครสวยใครเสริมจนเยิ้มงาม ค่าใดใคร่ถามที่เห่อเกินหามห่ามใจเหิม เปลืองไหมแพงไหมใยได้แต่เสริม อย่าเติมเหิ่มหาบ้าร้ายห่าร้ายลงเมือง ไยไม่คำนึงนึกถึงความจริง มารสิงใจจนป่นเปลือง ป่ากามเข้มเต็มเมือง ร้อนเรืองลามไหม้รนก่นทรมาน คนเอ๋ยเคยหวนทวนคิดกัน …. แค่ใด …. ใช่ผันตามก้นคนฝัน สร้างทางผลาญ มองหามาเห็นทางให้ใจหาญ ต้านโลกีย์สานม่านศีลสร้างสรรสังคม …..

 แต่งคำร้องเสร็จ ๒ ก.พ. ๒๕๒๘ จากทำนองที่แต่งไว้เมื่อ ๑๒ ธ.ค. ๒๔๙๘ ซึ่งเดิมเป็นเพลง “เทพโหด” สุพจน์ สอนจรูญ แยกเสียงประสาน จินตนา สุขสถิตย์ ขับร้องนแรก อัดเสียง ๓๐ เม . ย . ๒๕๒๙ เสร็จ ๗ พ . ค . ๒๕๒๙ เทปและแผ่น long play วางตลาดชุด “ ขวัญ ” มิ . ยง ๒๕๒๙

คนโลกเก่า (ทำนองเพลงพลังรัก)

คำร้อง – ทำนอง …… รัก รักพงษ์

แทรกมวลแมกไม้ลอยมา แทรกดินแทรกฟ้าลอยไกล แทรกธารทะเลลมไล้ พลังแทรกซ้อนบ่อนไชแทรกซอนไปทุกที่ ร้อยสื่อพันสารหว่านล้อม แพร่ยวนย้อมไปเร็วรี่ นั่นคือสื่อเชื้อโลกีย์ ย่ำยีบีฑามานุษสุดทุกข์สุดทน ตราบใดไม่ย้อนทวนทาง ตราบใดไม่ล้างใจคน ตราบใดไม่ยอมฝึกฝน ลดโลภโกรธหลงส่งตนจนหยุดลามร้อนเร่า ร้อยหมื่นรวยล้านลาภล้น ยอดคนยศใครใดเท่า ปราดเปรื่องเขื่องล้นคนเรา ก็ยังคือคนโฉดเขลาเก่าซ้ำโลกเดิม

 แต่งคำร้องเสร็จ ๑๒ มิ . ย . ๒๕๒๘ จากทำนองที่แต่งไว้ตั้งแต่ ๕ มี . ค . ๒๕๑๐ ซึ่งเดิมเป็นเพลง “ พลังรัก ” ปราจีน ทรงเผ่า แยกเสียงประสาน พูลศรี เจริญพงษ์ ขับร้อง ๒๘ เมษายน ๒๕๒๙ เสร็จ ๒๑ : ๑๒ น . เทปออกวางตลาด ชุด “ ขวัญ ” มิ . ย . ๒๕๒๙ มีแผ่นเสียง long play ด้วย

คนโลกใหม่

คำร้อง – ทำนอง …… รัก รักพงษ์

แต่ก่อนแต่ไรไหนมา ชีพคนใช้ค่าโลกธรรมวัดคน แบ่งบ่าวเจ้ามีหรือจน นั่นกลชี้ค่าชาติคนโลกเก่า ครั้นถึงซึ่งปางพุทธองค์ สางทุกข์ส่งธรรมย้ำเรา ให้หน่ายคลายตัวมัวเมา กลับเฉาเปล่าดายคล้ายเดิมเติมต่ำร่ำไป เบ่งศักดิ์แบ่งศรี ร้ายมีเรียนมากถากไถ ถมถืดจืดใจ ถึงใครเตือนใดไม่ฟัง หากหัดศรัทธาศีลพอ ฝึกจาคะต่อก่อปัญญาพุทธัง ตัดกิเลสมูลสูญญัง ไต่ตามสังโยชน์โคตรคนโลกใหม่

 แต่งคำร้องเสร็จ ๑๒ ก . ค . ๒๕๒๘ จากทำนองที่แต่งไว้ตั้งแต่ ๒๘ ม . ค . ๒๕๑๐ ซึ่งเดิมเป็นเพลง “ ขวัญคืนใจ ” ปราจีน ทรงเผ่า แยกเสียงประสาน รุ่งพิรุณ เมธารมณ์ , ผุสดี เอื้อเฟื้อ (The Hot Pepper Singers.) ขับร้องอัดแผ่นเสียงเป็นคนแรก ๑๓ พ . ค . ๒๕๒๙ เสร็จ เวลา ๑๘ . ๐๐ น . เทปออกวางตลาด ชุด “ ขวัญ ” มิ . ย . ๒๕๒๙ มีแผ่นเสียง long play ด้วย

สันติภาพ

คำร้อง – ทำนอง …… รัก รักพงษ์

สันติภาพเอย… สันติภาพเอย ….. สันติภาพเอ๋ย ….. โลกธรรมอำนาจเด่นเป็นของปองหมาย แข่งรวยแข่งอาวุธร้ายกลายเป็นบ้า คนทำตนวนจนเกิดความสับสนซ่อนซ้อนเชิงกลหวาดผวา หลงอวิชชาว่าเป็นความรู้ ต่างแนวคิดโลมหลงจิตต่างฝันสันติธรรม แย่งกันแยกกรรมซ้ำร้ายทำลายหมู่ เลยกลายเป็นพรางจึงเกิดศึกกลางสันติซ้อนชอนไชอดสู ค้นความจริงดูรู้จริงให้จริง สันติภาพเอย… สันติภาพเอย …. สันติภาพเอ๋ย …. ด้วยโพชฌงค์คงมรรคแปดเป็นทางทวนกระแส ปราชญ์องค์ผู้ทรงพุทธแท้แลจริงยิ่ง ใครเรียนตรงตามงามต้นกลางจรดปลายไล่ผีที่ใจถูกสิง พ้นมารพาลพิงนี้จริงยิ่งกว่า โลกเมืองคนทนทุกข์ยากหลากหลายรายล้อม หากเย็นให้ยอมน้อมรับธรรมนำค่า พึงบำเพ็ญเพียรเรียนเลิกละขยันสร้างสรรกล้าจนเถิดหนา ศีลนำกรรมพาพบสันติเอง สันติภาพเอย … สันติภาพเอย …… สันติภาพเอ๋ย …..

 แต่งเสร็จ ๑๗ ก . ค . ๒๕๒๘ ทำนองปรับปรุงมาจากเพลง “ สนธยาลัย ” เดิม สมาน กาญจนะผลิน แยกเสียงประสาน สุเทพ วงศ์กำแหง ขับร้อง ๘ พ . ค . ๒๕๒๙ เสร็จเวลา ๑๒ : ๓๙ น . เทปออกวางตลาด ชุด “ ขวัญ ” มิ . ย . ๒๕๒๙ มีแผ่นเสียง long play ด้วย

ภราดรภาพ คำร้อง - ทำนอง …… รัก รักพงษ์

(ร้องสอด) ภราดรภาพเพราะคนหยาบบาปจึงหนา ภราดรภาพสังคมบาปจึงเหมือนสาป ภราดรภาพล้างเลิกบาปจึงพ้นสาป ภราดรภาพนี้กำซาบอาบฝังใจ จะรอจะคอยก็พลอยแต่จะพาเพ้อ ละเมอเสนอเพียงเพร่ำ อวดรู้ชูโชว์โอ่ทฤษฎีที่ชี้จนฉ่ำ ต่างคลำต่างทำก็ย้ำก็ย้อน (ร้องสอด) ภราดรภาพเพราะคนหยาบบาปจึงหนา ภราดรภาพสังคมบาปจึงเหมือนสาป อย่าคอยอย่ารอยุ่งเราอย่าเมาฝันค้าง มาเลยมุ่งล้างตนก่อน เทิดศีลเป็นธงส่งค้ำนำพาอย่าเพี้ยนเพียรผ่อน ขืนหยาบขืนหย่อนเดี๋ยวเถอะปราชัย (ร้องสอด) ภราดรภาพสังคมบาปจึงเหมือนสาป ภราดรภาพล้างเลิกบาปจึงพ้นสาป เมื่อธรรมค้ำจุนเรา เลิกอบายหายเมาแม่นศีลมั่นไว้ มวลใดแม้นคนดีโกรธร้ายคลายไป กามโลภในใจจืดจาง (ร้องสอด) ภราดรภาพล้างเลิกบาปจึงพ้นสาป ภราดรภาพนี้กำซาบอาบฝังใจ จะยืนจะยันจะพลันเกิดมวลชนผอง รวมเป็นพี่น้องตัวอย่าง แจกน้ำใจเจือเอื้อเฟื้อเมตตาขยันสรรสร้าง ๑ . ล้วนสละล้วนต่างซึ้งตอบต่อกัน (ร้องสอด) ภราดรภาพนี้กำซาบอาบฝังใจ [ ร้องซ้ำสร้อยทั้งหมดอีกเที่ยว ] ๒. ล้วนสละล้วนต่างซึ้งตอบขอบคุณ (ร้องสอด) ภราดรภาพนี้กำซาบอาบฝังใจ [ ร้องซ้ำสร้อยทั้งหมดอีกเที่ยว ]

 แต่งเสร็จ ๑๒ ก.ย. ๒๕๒๘ ทำนองปรับปรุงมาจากเพลง “ผู้ถูกสาป” เดิมที่แต่งไว้ตั้งแต่ ๑๘ ธ.ค. ๒๕๑๐ ปราจีน ทรงเผ่า แยกเสียงประสาน The Hot Pepper Singers ร้องสร้อย และสอด ๒๙ เม.ย. ๒๕๒๙ จินตนา สุขสถิตย์ , สุเทพ วงศ์กำแหง , ทิพย์วรรณ ปิ่นภิบาล , พูนศรี เจริญพงษ์ , สันติ ลุนเผ่ ขับร้องหลายวัน เสร็จ ๘ พ . ค . ๒๕๒๙ เวลา ๑๘ : ๔๖ น . เทปชุด “ ขวัญ ” วางตลาด มิ . ย . ๒๕๒๙ มีแผ่นเสียง long play ด้วย

อิสรเสรีภาพ

คำร้อง - ทำนอง ……. รัก รักพงษ์

อิสระเป็นเช่นใดใช่ฝันกันได้ง่าย อิสระกายแต่ใจไม่พ้นคนคือทาส เพราะเพียงกามโกรธยังบังอาจ ขลาดกลัวแท้แพ้มันไม่สร่าง อิสระเป็นเช่นไรใช่นึกทึกทักได้ อิสระใจหากใครเข้าถึงซึ้งเกินอ้าง นั้นคือคนที่มีใจว่าง ผู้เพียรล้างจนกิเลสตาย อิสระไซร้ใช่เพียงแต่เกี่ยงเอาได้ดั่งใจ หรือประสงค์สิ่งใดแล้วได้ตามใจมุ่งหมาย นั้นใช่อิสระชนนั้นแค่คนยังวุ่นวาย เพราะว่าอัตตามากมายขายหน้าความเป็นทาสใจ อิสระคือบุคคลผู้พ้นความเป็นทาส ปราศจากปวงบ่วงกิเลสไซร้เป็นใจใหม่ เสรีภาพอาบใจยิ่งใหญ่ ใคร่ครวญซ้อนสังวรให้ดี ผู้มีอิสระจริงนั้นยิ่งไม่เอาแต่ใจ เพราะไม่ประสงค์สิ่งใดใคร่อยากบำเรอ “ สุขี ” เพราะท่านไม่เห็นแก่ตัวรู้ทั่วตัวกิเลสดี ลึกด้วยปัญญามากมีเหลือที่จะทายคาดเดา อิสระคือบุคคลผู้พ้นโลกีย์ได้ หากปองสิ่งใด “ ให้ตน ” ไม่พ้นเกมคนเศร้า ขืนงมจมอยู่ในโลกเก่า ก็ยังเขลามี “ เรา ” เรื่อยไป .

 แก้เนื้อร้องใหม่ ๒๗ ก . พ . ๒๕๓๔ คำร้องแต่งเสร็จ ๒๙ ม . ค . ๒๕๒๙ ทำนองแต่งเสร็จเมื่อ ๓๐ พ . ค . ๒๔๙๙ ปราจีน ทรงเผ่า แยกเสียงประสาน รุ่งพิรุณ เมธารมณ์ , ผุสดี เอื้อเฟื้อ , คาสสัณฑ์ บุญญาสัย , ยงยุทธ มีแสง The Hot Pepper Singers ขับร้อง เสร็จ ๒๙ เม . ย . ๒๕๒๙ เวลา ๒๐ : ๓๖ น . เทปออกวางตลาด ชุด “ขวัญ” มิถุนายน ๒๕๒๙ มีแผ่นเสียง long play ด้วย

สันติภาพผี

คำร้อง - ทำนอง ……. รัก รักพงษ์

สันติภาพเอยเอ่ยคำก็ช้ำหนักหนา สันติภาพจ๋าหน้าตาตัวแท้อยู่ไหน หาทางต่างใฝ่ไขว่ควานค้นจนเลือดไหล โถ ! มีอยู่ไหม หรือไกลสุดกู่ สันติภาพเอยต่างเคยกล่าวขวัญมั่นใจ สันติภาพไปอยู่ใด .. ยูฮู้ .. ยู่ฮู ทุกคนก่นกอดออดปองร้องไปก้องหู สันติภาพหรูรู้กันแต่นาม ต่างคนคอยวันฝันจริงยิ่งใหญ่ในหล้า สันติภาพตราแววหวาม แต่กลับกลายเป็นขุกเข็ญเห็นเต็มไปด้วยสงคราม หลงกามกินเกียรติเสียดสี สันติภาพเอยจะเลยจะร้างโลกฤา สันติภาพคือภาพคนทนทุกข์สิ้นดี หรือคนสุดเก่ง … เก่งกันนั้นเพียงเท่านี้ สันติภาพผีชี้ใครหลอกคน

 เนื้อและทำนองแต่งเสร็จ ๒๒ ก . พ . ๒๕๒๙ นริศ ทรัพย์ประภา แยกเสียงประสาน เพ็ญศรี พุ่มชูศรี ขับร้อง ๓๐ เม . ย . ๒๕๒๙ เสร็จ ๒๑ . ๓๕ น . เทปออกวางตลาด ชุด “ ขวัญ ” มิ . ย . ๒๕๒๙ มีแผ่นเสียง long play ด้วย

สันติภาพประกาศิต

คำร้อง - ทำนอง ……. รัก รักพงษ์

ขอ ……… มั่นยืนยันกันสุดซึ้ง สันติภาพพึงเพียรเข้าถึงดั่งฝัน ต้องทำกรรมของตนนั้น คั้นมาเป็นบุญ แม้ ……. จะรวมหัวกันขั้นไหน สูงจนต่อให้รั้งโลกไว้หยุดหมุน แต่คนไม่ย้ำกรรมหนุน บุญตนก่อนใคร ๆ จะก่นหาคนร้อง ให้แซ่ซ้องปานใด ก็ไม่สมความหวังดั่งขานไข ถ้าไม่ทำให้คนประพฤติตนจนแจ้งธรรม ผอง ….. กิเลสตนตัวชั่วร้าย สันติภาพกลายเป็นเล่ห์ซ้อนบ่อนซ้ำ ให้คนทนทุกข์ถลำ เพราะทำไม่ถูกทาง ผอง … กิเลสตนตัวชั่วร้าย รู้กันง่ายดายกันที่ไหน … จึ่งซ้ำ ให้คนทนทุกข์ถลำ แม้นทำไม่ถูกทาง

 แต่งคำร้องเสร็จ ๖ มี . ค . ๒๕๒๙ จากทำนองที่แต่งไว้ตั้งแต่ ๒๘ มี . ค . ๒๕๐๐ เดิมเป็นเพลง “ ผู้ทระนง ” นริศ ทรัพย์ประภา แยกเสียงประสาน สันติ ลุนเผ่ ขับร้องอัดแผ่นเสียงเป็นคนแรก ๒๘ เมษายน ๒๕๒๙ เสร็จ ๑๙ : ๕๕ น . เทปออกวางตลาด ชุด “ ขวัญ ” มิถุนายน ๒๕๒๙ มีแผ่นเสียง long play ด้วย

เมื่อไหร่จะรู้สักที

คำร้อง - ทำนอง ……. รัก รักพงษ์

[ สร้อย ] จนอะไรหรือรวยอะไร ? จนอะไรหรือรวยอะไร ? จนอะไรหรือรวยอะไร ? จนอะไรหรือรวยอะไร ? เมื่อไหร่จะรู้สักที นะ ! ว่ามีมากแล้วอะไร แถมมีเสียจนท้นท่วมเท่าใด – เท่าใด – เท่าใด เท่าใด … ไม่เคยรู้ตัวว่าเฟ้อ จนอะไรหรือรวยอะไร ? จนอะไรหรือรวยอะไร ? เมื่อไหร่จะรู้สักที นะ ! ว่ามีความรู้เลิศเลอ แถมคุยฝีมือหรือมีล้วนคนรู้จนล้นเอ่อ แต่เบลอ .. ละเมอเผลอลืมบาปกรรม จนอะไรหรือรวยอะไร ? จนอะไรหรือรวยอะไร ? ในตัวคนจนศีล มือตีนจึงอาบอธรรม รวยคนเรียนคนรู้ …. แต่จนผู้ทำนำ ขาดแคลนผู้ย้ำทำจริง … ไร้มือซื่อตรงคงมั่นจรรยา จนอะไรหรือรวยอะไร ? จนอะไรหรือรวยอะไร ? เมื่อไหร่จะรู้สักที นะ ! ว่ามีมากแล้วหนักหนา นั่นคือหลงตนหลงกามหลงความรู้จนผลาญพร่า หยุดเติม …… กลับมาเสริมความขาดเทอญ [ สร้อย ]

 แต่งเสร็จเมื่อ ๓๑ มี . ค . ๒๕๒๙

ทึ่งจริงๆ

คำร้อง - ทำนอง ……. รัก รักพงษ์

ทึ่งตะลึงซาบซึ้งจับใจ ดูไฉนเขาก็คนเช่นเราทุกอย่าง กายเล็กใหญ่ไม่เห็นต่าง แต่ใจสิไยห่างกันหนักหนา ทึ่งตะลึกซาบซึ้งแปลกใจ ดูไฉนใจเขาจึงต่างคนทั้งหล้า ใจเขาซื่อ ใจเขากล้า ท่าทีที่ทำน้ำใจเลิศคน ท่ามกลางแวดวง หลงเกียรติกามลาภยศสับสน สังคมจมขี้จนปี้ป่น ทนแทบไม่ไหว ทึ่งตะลึงที่เขากล้าฟัน ยืนหยัดหยันฟื้นสังคมล่มจมนั้นได้ ใจเขายอด ใจยิ่งใหญ่ ฝึกใจอย่างไร …. ถึงจริง …. ทึ่งจัง …..[ ทึ่งจริงๆ ] [ ถึงจริงๆ ]

 แต่งคำร้องเสร็จ ๑๖ ก.ค. ๒๕๓๐ จากทำนองเดิมคือเพลง “ดาวเหนือ” ซึ่งแต่งทำนองเสร็จตั้งแต่ ๒๙ พ.ค. ๒๕๑๒

“ ทึ่งจริงๆ ” กรองทอง ทัศนพันธ์ ขับร้อง ธนิต เชิญพิพัฒนสกุล เรียบเรียงเสียงประสาน ให้สุเทพ วงศ์กำแหง ร้องใช้ชื่อว่า “ ถึงจริงๆ ” อบู่ในอัลบั้ม “ ฝ่าฟ้าสังคมฝัน ” ด้วยกัน สมาน กาญจนะผลิน เรียบเรียงเสียงประสาน อีกเวอร์ชั่นหนึ่ง

ขี้เหร่จริงหนอความจริง

คำร้อง - ทำนอง ……. รัก รักพงษ์

สวยเอยยิ่งปรุงยิ่งเคลิ้ม ยิ่งเสริมก็ยิ่งเหิมเติมใจ เก่าเก่าใหม่ใหม่นั้นเลือกสรรอันใด ต้องใคร่ครวญตรึกลึกซึ้ง ของปลอมย่อมพรางให้สวย ฉาบฉวยชวนลุ่มหลงตราตรึง ใหม่ใหม่ใหญ่ใหญ่ล้วนเลิศสวรรค์ชั้นหนึ่ง โอ่แสดงถึงซึ่งความสวย ล่อคนจนหลงสุข ทุกข์จริง ทุกข์ลวง ไม่ห่วงไม่เข็ด ไม่เห็นเท็จจริงใดด้วย มุ่งแต่โลกีย์หรู จะรู้จะรวย คนอื่นจน ทนทุกข์ซวยอย่างไร ไร้ปรานี ของจริงยิ่งจมถูกข่มซ้ำ ยากล้ำค้ำจุนหนุนบุญพลี กว่าถั่วจะสุกไซร้ไหม้แล้วงาดี สัจจธรรมขี้เหร่จริงหนอ

 แต่งคำร้องเสร็จ ๒๔ ก . ค . ๒๕๓๐ ทำนองเอามาจากเพลง “ เรือนกรรม ” ที่แต่งไว้ตั้งแต่ ๑๐ ส . ค . ๒๕๐๔ อัดแผ่นเสียงครั้งแรก นฤมล เซ็นนันท์ , สุเทพ วงศ์กำแหง ขับร้อง ดนตรีเวอร์ชั่นเดียวกัน พจนันทน์ เศวตนันท์ เรียบเรียงเสียงประสาน

ฟ้าฝัน

คำร้อง - ทำนอง ……. รัก รักพงษ์

พอทุกข์เข้าเฝ้ารอฟ้าบันดาล ฟ้าเอ๋ยเชิญประทานบุญหนุนช่วยอวยผล อ้อนฟ้าขอจงร่ายมนต์ เสกคนให้พ้นทุกข์เป็นเริงรื่น ยอยกให้ใหญ่ปานฟ้าใดเทียม ฟ้าเหนียมอายใจทนคนหนอข่มใจขืน แกล้งซ้ำฟ้าจำกล้ำกลืน ใหญ่ยืนฝืนตามน้ำคำคนพร่ำยกยอ หากฟ้าพาคนพ้นกรรม สมดังคำยกใดใหญ่พอ แน่แท้คงได้ตามคำขอ โดยไม่รอให้ใครต้องรำพัน ยามฟ้าเศร้าก็เราหรือใครดล ฟ้าฝันเอาฤๅคน ที่หลงก่นแต่ฝัน ถ้าฟ้าฝันพลันได้พลัน ต่างคงฝันกัน แล้วใครจะสร้างสรรค์จริง

 แต่งคำร้องเสร็จ ๒๙ ก . ค . ๒๕๓๐ จากทำนองเพลง “ ผู้รอคอย ” ซึ่งแต่งไว้ตั้งแต่ ๑๒ มี . ค . ๒๕๐๐ ปรับปรุงทำนองเล็กน้อย สุเทพ วงศ์กำแหง ขับร้องอัดแผ่นเสียงเป็นคนแรก อัลบั้ม “ ฝ่าฟ้าสังคมฝัน ” วางตลาด ธ . ค . ๒๕๓๐ The Hot Pepper Singers ขับร้องอีกเมื่อ ๓ มิ . ย . ๒๕๓๑ ธนิต เชิญพิพัฒนสกุล เรียบเรียงเสียงประสาน

เพ้ออะไร

คำร้อง - ทำนอง ……. รัก รักพงษ์

เฝ้าแต่วอนหวังวอนวาดสวรรค์ เฝ้าแต่ฝัน แล้วก็คอย – แล้วก็คอย – แล้วก็คอย ว่าจะสูง ว่าจะดี เลิศลอย แต่ไม่สอย เพ้อคอยดังถูกสิง หลงจริงยิ่งหนอ เฝ้าแต่คอยคิดคอยคาดแต่ผล ไม่ฝึกฝน เฝ้าแต่รอ – เฝ้าแต่รอ – เฝ้าแต่รอ ไม่หัดฝืน ไม่หัดทน ได้แต่หงอ เฝ้าแต่ขอ รอแต่ใครช่วยที – ช่วยที – ช่วยที เกิดเป็นคนแสนจนก็บ่นซ้ำ กิจไม่ทำ หิวโซก็โทษผี ส่วนคนทำแล้วทำไม่ได้ไม่ดี แต่ไม่มีหันกลับมาดูที่ตัว เฝ้าแต่เพ้อเผลอไปไม่เฉลียว เที่ยวตู่เขา เฝ้าแต่เมา – หลงแค่เรา – เฝ้าแต่มัว กูเชื่อกู เป็นอัตตา ฝ้าสลัว ไม่เงยหัว กลัวแต่ตัวยึดอัตตา – เลยหลงอัตตา – ยึดอัตตา เรื่องรวยจนนั้นคนจงอย่าเขลา หนักต้องเอา เนื้อจริงต้องยิ่งศึกษา ส่วนคนดีแล้วดี อย่าบ้าอัตตา ซึ่งจะพาเหิมใหญ่ไม่พาให้ดี เฝ้าแต่เพ้อสอนคนจนฉิบหาย แทบจะสาย ช้าต้องตาย – ถึงต้องตี – ถึงต้องตี กูเชื่อกู กูแน่พอ ….. นั่นแหละผี แบกศักดิ์ศรี มีอัตตา บ้าอะไร – ตัวหลงอะไร – เพ้ออะไร

 แต่งคำร้องเสร็จ ๒๙ ก . ค . ๒๕๓๐ จากทำนองเพลง “ กระต่ายเพ้อ ” ซึ่งแต่งไว้ตั้งแต่ ๑๘ ต . ค . ๒๕๑๒ สาธิยา ศิลาเกษ ขับร้องอัดแผ่นเสียงเป็นคนแรกในอัลบั้ม “ ฝ่าฟ้าสังคมฝัน ” ออกวางตลาด ธ . ค . ๒๕๓๐ ปราจีน ทรงเผ่า เรียบเรียงเสียงประสาน

กองทัพพุทธธรรม

คำร้อง - ทำนอง ……. รัก รักพงษ์

ขอกองทัพพุทธธรรมนำพาสันติสุขมาสู่แด่หมู่ชน เหนือฟ้า ยังมีฟ้า คนเหนือคนยังมีแน่ แต่เป็นคนเหนือคน ผู้เพียรลดละสละตน หัดอยู่กินเพียงน้อย เลิกมลทินสินบน เข็นคนจนคนรวยให้ช่วยๆ กันแบ่งปันน้ำใจ เขาเป็นจอมแห่งยุทธ อาวุธคือมือเปล่าๆ แต่เฝ้าเพียรรบราฆ่าคนลึกซึ้งถึงแก่นใน เลือดจะสร้างสุขสันติ์ นั่นมันฝันของใคร ไร้ความเป็นไปได้ที่โลกจะดีด้วยอาวุธนำ ต้องเป็นคนหัวใจ เหนือ ในยศลาภ เพียรล้างคราบคดโกงเล่ห์ลมคมขำ ข้อเขียนคมลิ้นศิลปานานาสื่อนำ ฆ่าตัวเองซ้ำแม้นทำด้วยรักโฉดโกรธโลภหลง ต้องเพียรค้นคั้นจน เห็น จริงถึงสุด เจียนถอนขุดร้ายใดไม่พึงประสงค์ จะหลงติดหรือถือดีมีภัยเศษผง มุ่งธรรมเป็นธงทิศเดียวซื่อตรงมั่นคงแข็งแรง พร้อมมวลผู้บูชาปรารถนาพาสันติสุขสู่ชน เมื่อสร้างคน จนเกิดตนพ้นโลก นี้โชคดีที่สังคมมืดจม จะได้ชมแสง หากรวมกัน ปรับกัน ฝั้นเกลียวใจ ไม่ระแหง ไม่แฝงกล จนหลงผิด เป็นเห็นว่าดี เกิดกองทัพธรรมกรำย่ำไปทุกถิ่น ชุบชีพชีวินสิ้นงมงายกลับกลายเป็นสุขี ช่วยปวงชนให้พ้นเลวแรงร้ายราวี เชิญพร้อมพลีกิเลสเถิด จะเกิดเป็นกองทัพธรรม

 แต่งคำร้องเสร็จ ๑๐ ส . ค . ๒๕๓๐ จากทำนองเพลง “ มาร์ชประเทศคือชีวิต ” ที่แต่งไว้ตั้งแต่ ๘ มี . ค . ๒๕๐๒ ขับร้องหมู่โดย The Hot pepper Singers เป็นคณะแรก อัลบั้ม “ ฝ่าฟ้าสังคมฝัน ” ออกวางตลาด ธ . ค . ๒๕๓๐ ปราจีน ทรงเผ่า เรียบเรียงเสียงประสาน

อีกฟากฟ้าหนึ่ง

คำร้อง - ทำนอง ……. รัก รักพงษ์

โลกมีฟ้าผ่าแบ่งแคว้นแดน สองแกนแก่นฟากฟ้าข้างไหนน่าดู ว่าคนแดนไหนสุขจริง หรือชิงแย่งยื้อกันอยู่ ย้อนทวนรู้ทันรู้เท่า อีกฟากฟ้าหนึ่งพึงพิศชม แสงธรรมบ่มชีวิตจิตเขาว่างเบา สละ ขยัน มั่นใจ รักในเพื่อนพ้องพันธุ์เผ่า เขายิ้มเขาเย็นชื่นใจ เป็นฟ้าทวนโลก ทิศอุดร เป็นนาครของคนน้อมตนสู่ฟ้าไท เป็นแดนคนล้นค่าด้วยราคาน้ำใจ ใครเห็นเป็นคุณ บุญแล้วมากมาย อีกฟากฟ้าหนึ่งพึงพิศมอง แสงทองส่องทวนทิศชวนคิดแยบคาย สละจะสันติฤๅ หรือเอาเปรียบซะมันง่าย ฟ้าร้ายฟ้าดีฟากใด

 แต่งเสร็จ ๙ ม . ค . ๒๕๓๑ ภูสมิง หน่อสวรรค์ ขับร้องเป็นคนแรก อัดแผ่นเสียงชุด “ ความลับของฟ้า ” เมื่อ ๗ มิ . ย . ๒๕๓๑ สมาน กาญจนะผลิน เรียบเรียงเสียงประสาน

อีกหนึ่งฟากฟ้า

คำร้อง - ทำนอง ……. รัก รักพงษ์

อีกหนึ่งฟากฟ้าชวนท้าทาย ว่ามันหมายอย่างไร ใครบ้างเคยไปเห็น โลกนี้แปลกจังหยั่งรู้ยากเย็น เป็นโลกเทวดา โลกเก่าเราเคยหลงนิยม ด้วยสุขสมเสพซม จมอยู่กับตัณหา รูปเสียงกลิ่นรสลาภยศต่างพา เราบ้าจาบัลย์ แต่อีกหนึ่งฟากฟ้า กล้าทวนกระแส ถึงใครหยามแหย่ ไม่แคร์ไม่หวั่น แม้ลือ ว่าบ้า ยังท้าคงมั่น โลกสั่นคลอนหวั่นไหว อย่าหมิ่นอย่าเมินจนเผินมอง ใช่เป็นของต่ำทราม หยามเหยียดไปถึงไหน ศึกษาผ่าดูให้รู้แก่ใจ ใครบ้าใครดี

 แต่งคำร้องเสร็จ ๓ ก.พ. ๒๕๓๑ จากทำนองปรับปรุงเล็กน้อยจากเพลง “ ความหวัง ” ซึ่งแต่งไว้เมื่อ ๑๓ ก . ย . ๒๔๙๙ วัชราภรณ์ สุขสวัสดิ์ ขับร้องอัดเสียงเป็นคนแรกเมื่อ ๒ มิ.ย. ๒๕๓๑ ในอัลบั้มชุด “ ความลับของฟ้า ” วางตลาด มิ.ย. ๒๕๓๑ ธนิต เชิญพิพัฒนสกุล เรียบเรียงเสียงประสาน

น้ำฟ้า

คำร้อง - ทำนอง …….. รัก รักพงษ์

โลกเอยไยแล้งร้าย แทบตายหลายสิ่งยิ่งซ้ำซ้อน ยิ่งฟ้าไม่ซื่อดังเก่าก่อน ต่างคนจึงทนร้อนร่ำพร่ำ หากเพียงใจฟ้านั้น หันมาปรานีแค่ขอน้ำ พรมพื้นดินฉ่ำ พรำน้ำมาให้ อื่นใดตื่นตัวทั่วถึง โลกคงสุขสันต์สม อุดมคติที่ฝันซึ้ง อย่างน้อยน้ำใจได้กึ่งหนึ่ง จะพึงตรึงเตือนเหมือนหลักแก่น ดุจดินปองน้ำฟ้า ฝนนองท้องนาค่าเหลือแสน นาแล้งทุกแผ่น แดนร้อนทุกที่ ต่างมีแต่คอยหยาดน้ำ เป็นน้ำใจไหลเจือเอื้อเผื่อคนยาก น้ำจากฟ้าจึงประหนึ่งผ่อนร้ายคลายช้ำ เปรียบคนสูงช่วยคนต่ำ ปั้นเป็นน้ำคำเรียกกัน น้ำฟ้า เมื่อดินเย็น “ น้ำฝน ” เมื่อคนนั้นก็เย็น “ น้ำฟ้า ” โลกนี้จึงมีความสุขกว่า ด้วยคุณค่าคือ “ น้ำใจ ” คน ผู้รวยศักดิ์สูงศรี แล้วพลีใดใดไม่หวังผล ใครละตัวตน จนพ้นกิเลส ฆ่าเปรตให้เป็นเช่นฟ้า

 แต่งเสร็จเมื่อ ๒๒ ก . พ . ๒๕๓๑ ปรับปรุงมาจากเพลง “ แด่ความรัก ” ซึ่งแต่งไว้ตั้งแต่ ๖ ก . ย . ๒๕๐๒ วัชราภรณ์ สุขสวัสดิ์ ขับร้องอัดเสียงเป็นคนแรกเมื่อ ๑ มิ . ย . ๒๕๓๑ ในอัลบั้มชุด “ ความลับของฟ้า ” วางตลาด มิ . ย . ๒๕๓๑ วิรัช อยู่ถาวร เรียบเรียงเสียงประสาน

ภูฟ้าผาน้ำ

คำร้อง - ทำนอง ……. รัก รักพงษ์

ยากจะตาย หากเราปั้นทรายให้เป็นแผ่นทอง เก็บเอาฟ้ามารวมกันปั้นกองก่อภูเขาเป็นโขดหิน หรือยิ่งปั้นผาน้ำให้ยืนค้ำอยู่คู่ธานินทร์ นั้นไม่ได้ยินว่าเป็นไปได้ ใช่ง่ายดาย หากเอาน้ำลายปั้นเป็นบ้านเมือง ก็คงหลงตามด้วยความหมดเปลืองเฟื่องฟูหรูจนไม่ไหว เหมือนปั้นลมแล้วหวังให้เป็นเสาตั้งหยั่งลงไป นั้นแน่ว่าใครหวังไปเปล่าดาย * เหมือนโลกของเหล่าผู้รู้ ปั้นภูมิดูสูงส่ง ชวนหลงเป็นของง่าย ความรู้มอมเมาจิตเกิดเป็นพิษมากมาย ปรัชญาหลากหลายคล้ายกัน ปั้นภูฟ้า ปั้นผาน้ำผลนั้นเป็นเช่นใด ปั้นภูมิสูงมาค้ากันเข้าไปไล่กันทึ้งจึงบิดผัน ขายค่าความคิดสูงจึ่งจูงโลกสู่ประลัยกัลป์ เพราะไม่ปั้นคุณธรรมให้คน * ปั้นภูฟ้า ปั้นผาน้ำผลนั้นเป็นเช่นใด ปั้นเพียงรู้ไม่ปั้นธรรมใส่ใจโลกจึงถึงดีแค่ฝัน หลงแต่ความรู้ไซร้จึ่งพาให้สุดโต่งดึงดัน นั้นแหละ ปัญญานิยม ล่มเมือง

 แต่งเสร็จเมื่อ ๒๒ ก . พ . ๒๕๓๑ สุเทพ วงศ์กำแหง ขับร้องอัดเสียงเป็นคนแรกเมื่อ ๑ มิ . ย . ๒๕๓๑ ในอัลบั้มชุด “ ความลับของฟ้า ” วางตลาด มิ . ย . ๒๕๓๑ เรืองยศ พิมพ์ทอง เรียบเรียงเสียงประสาน

ไฟฟ้า

คำร้อง - รัก รักพงษ์ ทำนอง – ล้วน ควันธรรม

ร้ายแสนร้าย ยังไม่เห็น คนลำเค็ญ ยังไม่รู้ หลงแสงสี นี้น่าดู หลอกคนถมคลองจองคูสร้างเขื่อนจนเขลาเมามาย แสงสีสวย ซวยไม่สน มอมเมาคน จนบ้าร้าย หลงเทคนิค เสียงมงาย สร้างมันเสียจนเป็นนายคนทาสหลากหลายจำนน ต้นเหตุตัวร้าย ไฟฟ้า ในหล้าหลงว่ามันดีเสียจน ไม่อาจเหลือบเห็นเลวเล่ห์ปน ซ้อนกลในคราบไฟฟ้า เพราะผีฟ้า ไฟบ้านี้ พอมีมัน กิเลสหนา เห็นบ้างไหม ในบรรดา ถิ่นใดที่ไฟฟ้าเยือนถึงต่างก็เหมือนเมืองมาร ฆ่าแกงแข่งขันเฟ้อล้น โลภโกรธหลงจนเลวจมสันดาน อวดโอ่โชว์เละกันเบะบ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน