สื่อธรรมะพ่อครู(ธรรมะ 2) ตอน ธรรมะ 2จึงเป็นส่ิงมีไปตราบจนปรินิพพาน.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.25 KB
วันที่แก้ไข14 ธันวาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ธรรมะ 2) ตอน ธรรมะ 2จึงเป็นส่ิงมีไปตราบจนปรินิพพาน _รุ่งโรจน์ อนันต์เจริญกิจ • ธรรม2 เป็นตัวบ่งชี้ซึ่งกันและกัน/ คิดอะไรไม่ออกให้คิดอีกฝั่ง พ่อครูว่า...อันนี้เข้าท่าทีเดียว เพราะฉะนั้นสิ่งที่เป็นธรรมะ 2 คนที่ไม่มีความรู้ พวกเทวนิยมตีไม่แตกแยกไม่ออก ทั้งๆที่มันเป็นสอง คนที่เกิดมานั้นจะรู้ เราจะเห็น เราจะมีอะไร 2 ทั้งนั้น ไม่มี 1 มันจะมีสิ่งที่ถูกรู้ตลอด คุณคิดขึ้นมาก็เป็นสิ่งที่ถูกรู้ คุณไม่คิดอยู่เฉยๆกลางๆว่างๆมันก็มีกับสิ่งที่ว่างๆนั่นแหละ เพราะฉะนั้นในความว่างๆรู้สึกว่างๆเฉยๆ เด๋อๆ นอกจากคุณจะมีการฝึกฝนมีภูมิธรรมจนกระทั่งมีอำนาจเหนือจิต ยังจิตให้เป็นไปในอำนาจได้ วัสสวัตตี ทำจิตไม่ให้คิดอะไรสักระยะหนึ่ง แต่คุณต้องใช้ความสามารถที่จะให้มันเป็นอย่างนั้นอยู่ ถ้าเป็นคนที่ฝึกทางสมถะ ไม่ใช่บรรลุธรรม คุณก็จะทำให้มันอยู่เฉยๆได้ เท่าที่คุณมีพลังงานควบคุมให้มันอยู่ได้ เสร็จแล้วคุณก็ต้องแวบไปอื่น ส่วนผู้บรรลุธรรมเป็นอรหันต์แล้วก็ตาม แม้จะเป็นอรหันต์หากจิตคุณไม่ได้ฝึกก็จะคิดโน่นคิดนี่เหมือนกัน ว่างเฉยๆเด๋อๆไม่มีนอกจากสมมุติเอา อาตมาแนะนำให้ไปอ่าน จูฬสุญญตสูตร คนก็อ่านแล้วไม่เข้าใจ ว่า ความว่างคือจิตว่างจากกิเลสตลอดเวลาคือจิตอรหันต์ แต่ไม่ได้ว่างจากความคิดความรู้จากสิ่งที่สัมผัส จะคิดหรือไม่คิด มีสัญญากำหนดรู้อยู่ในใจ มีนิมิตอะไรขึ้นมาก็มีได้ หรือจะกำหนดรู้ทางจิตก็ได้ ยิ่งตาสัมผัสรูปโป๊กระทบเสียงก็ยิ่งมีจริง แต่อรหันต์ไม่มีเวทนา 2 ไม่มีกิเลสไม่มีปัญหาไม่มีอุปาทานไม่มี 2 มีแต่ 1 สัมผัสอะไรความจริงตามความเป็นจริงก็จบ ถ้ามันมี 2 อันหนึ่งคือของจริง อันหนึ่งคือของเก๊ ที่มันสังขารตามกิเลส อันหนึ่งก็คือตัณหาอุปาทาน อุปาทานและตัณหานั้นเอง ถ้าเป็นอรหันต์แล้วมันไม่มีตัณห

อ่านต่อ

าอุปาทาน จิตปรุงแต่งก็มีสิ่งที่เรารู้ว่าเป็นการสังขารปรุงแต่งตามความเป็นจริง ไม่ได้เป็นสังขารปลอม ผู้ศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้าแล้วตีแตกธรรมะ 2 เข้าใจหมดเลยว่า ในขณะนี้จิตเรา หนึ่งรู้สมมุติสองรู้สภาวะ มันจะมี 2 เป็นธรรมะ 1 เป็นสมมติ 2 เป็นสภาวะ สมมติก็เป็นภาษาเรียกเป็นบัญญัติ เป็นคำเรียกกล่าวอะไรกัน แต่สภาวะจริงนั้นคือจิต สัมผัสตาก็เห็นรูปขณะนี้ตรงๆ สัมผัสเสียงนี้สัมผัสจมูกได้กลิ่น หรือ สัมผัสในความคิด ก็รู้กำลังคิดอะไร กำลังสัมผัสอะไร คิดใหม่ คิดขึ้นมา ก็สามารถปรุงแต่งหน้า ปรุงแต่งเป็นเรื่องนั้นเรื่องนี้ ก็คือคิด อย่างไม่ได้เป็นกิเลส หมายความว่า เราคิดแล้วปรุงแต่งอย่างนี้ น่าจะเป็นเช่นนี้ แต่ใจเราไม่ได้มีกิเลสว่าจะต้องเป็นให้ได้ ถ้าไม่ได้ก็จะทุกข์ทรมานไม่ใช่ แต่เราต้องมีเจตนาว่ามันควรจะเป็นหรือไม่ควรจะเป็นเราก็ลงมือทำ คิดว่าควรจะเป็นแล้วเราก็ลงมือทำได้ตามที่เราคิดไหม ได้หรือไม่ได้ก็ไม่ทุกข์ร้อนอะไร แต่คนที่ยังมีกิเลสยังมีความยึดมั่นถือมั่นก็จะทุกข์ร้อน ตนเองทำไมไม่ได้อย่างนั้นอย่างนี้เท่าที่จะมีความยึดถือมากหรือน้อย สรุปแล้วทุกอย่างเป็นธรรมะ 2 และจะมีธรรมะ 2 ไปตลอดกาล ตราบที่เรายังไม่ตายปรินิพพานเป็นปริโยสานไป แม้ว่าเรายังไม่ตายก็เป็นธรรมะ 2 ที่เราจะปรุงแต่งเป็นหนึ่ง 611128_รายการสำมะปี๋ซี่วิต สันติอโศก ครั้งที่ 26

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน