สื่อธรรมะพ่อครู(สัมมาทิฎฐิ 10) ตอน ทำอย่างไรจะอยู่กับหมู่กลุ่มได้นานที่สุด.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.89 KB
วันที่แก้ไข14 ธันวาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สัมมาทิฎฐิ 10) ตอน ทำอย่างไรจะอยู่กับหมู่กลุ่มได้นานที่สุด _ดิฉัน เป็นคนใหม่ ทำอย่างไรจะอยู่กับหมู่กลุ่มได้นานที่สุด พ่อครูว่า...อันหนึ่งคือ คุณจะต้องชัดเจนว่า กลุ่มหมู่นี้ เป็นหมู่ มิตรดีสหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดีที่พอใจแล้ว จะมีกลุ่มไหนในประเทศไทย หรือต่างประเทศดูสิว่ากลุ่มไหนที่คุณเลือก ถ้าหากเลือกแล้วว่ากลุ่มนี้ชัดเจน เราก็เกิดความมีฉันถ้ามีความพอใจใช้ได้ แล้วก็เริ่มมาปฏิบัติต่อไป มีมิตรดีสหายดีเป็นสุริยเปยยาล แล้วก็มามีศีล เหมือนอย่างที่อาตมาอธิบาย เป็นปะมาหลายปีแล้ว ปฏิบัติศีลคือปฏิบัติธรรมทั้งหมด แต่ทุกวันนี้ไม่ได้ปฏิบัติอย่างเป็นลำดับอันน่าอัศจรรย์ ปฏิบัติศีลแล้วจะเกิดอธิจิต อธิปัญญา อธิมุติ ศีลข้อ 1 ก็จะเห็นเลยว่ามันไปขัดเกลาจิตอย่างไร มันมีปัญญารอบรู้ มันเป็นเป้าหมายที่ชัดเจนหากเข้าใจเวทนา 108 ธรรมะพระพุทธเจ้ากรรมฐานอยู่ที่เวทนา เข้าใจความรู้สึกอารมณ์ของเรา ขอขยายความเวทนา 108 คร่าวๆ เวทนา 2 3 5 6 18 36 108 เวทนา 2 คือ ความรู้สึกทางกายกับความรู้สึกทางจิต กายิกเวทนากับเจตสิกเวทนา คำว่ากายก็ยากแล้ว แม้แต่กายเขาก็ไม่เข้าใจกันแล้ว กายไปเข้าใจคือร่างภายนอกไม่ใช่จิต อันนี้ผิดเลย พระพุทธเจ้าบอกว่ากายคือจิตมโนวิญญาณ หากไม่เข้าใจเวทนา 108 ปฏิบัติธรรมไม่ได้เลย เวทนา 108 เป็นตัวปฏิบัติธรรมแท้ๆเพราะมันตีแตกแยกได้ หากได้เป็นร้อยแปดนี้จบ โลกุตระต้องรู้จักมโนปวิจาร 18 เคหะสิตะ มันเป็นของโลกียแล้วต้องแยกแยะได้ ทำให้จิตมีปัญญารู้แยกแยะกิเลส แยกเวทนาเก๊ได้ แล้วพยายามตามหาตัวเหตุ ที่บำเรอตัณหาอุปาทาน มันเกิดสุข ทุกข์ เราก็ลดพลังงานตัณหาเราแรงก็ต้องทำให้จางคลายเบาลง คุณต้องรู้ได้ด้วย ก็ปฏิบัติธรรมเป็นแล้ว จะลดด้วยการกดข่มก็ได้ชั่วคราว ต้องรู้ด้วยปัญญา กิ

อ่านต่อ

เลสมันเป็นเหตุแห่งทุกข์ ซึ่งมันไม่มีตัวตนหรอก มันไม่เที่ยง กิเลสมันไม่ได้อยู่กับคุณตลอดเวลา เดี๋ยวก็มีกิเลสใหม่ เดี๋ยวก็วนมาตัวเก่าวันหนึ่งไม่รู้กี่ที มันไม่อยู่กับที่กับร่องรอยแล้ว มันก็ไม่ใช่ตัวตนด้วยแล้วมันก็ไปเรื่อย สำส่อนมาก แล้วมันก็ไม่ใช่ตัวตนด้วย ผู้บรรลุธรรมสูงสุดแล้วก็จะรู้ว่ามันไปสร้างใส่จิตเอง มันก็เกิดในจิตเอง กิเลสมันไม่มีตัวตน…(พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) กิเลสมันตัวเลวและสำส่อน ไม่ใช่สิ่งดีงามสักอย่างหากเข้าใจแล้วเอาออกตอนนี้ได้เลยก็เป็นอริยะเป็นพระอรหันต์ เข้าใจเสียว่ามันเป็นเหตุแห่งทุกข์ รู้ตามเหตุปัจจัยความจริงตามความเป็นจริง เช่นนี่ถังก็คือถังไม่ได้อยากได้มา รูปก็คือรูป เสียงก็คือเสียง เป็นเวทนาเดียว แม้จะกดข่มว่า รูปก็คือรูปเสียงก็คือเสียงกลิ่นก็คือกลิ่น ไม่มีความหน้าได้หรือไม่น่าได้ ไม่มีอาการของจิตผลักหรือดูด ให้มันรู้ความจริงตามความเป็นจริงเท่านั้นคุณฝึกไปเลย ถ้ามันสุขมันทุกข์ก็มีเหตุแห่งทุกข์ แล้วมันไม่มีตัวตนจริงหรอก แล้วมันซ้ำซ้อนจะตาย มันเป็นอนิจจัง เดี๋ยวก็ไปนู่นไปนี่ ไม่มีตัวตนไม่รู้จักแล้ว นี่แปลอย่างโพธิรักษ์ แปลอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ถ้าหากจิตของคุณชัดเจนก็จะไม่ชอบมันเลย หากคุณไม่เหม็นคุณก็ดูด ถ้าเหม็นก็ผลักเท่านั้นเอง เราก็รู้ว่าเหม็นปลาร้ามันเหม็นน่าดู แต่เราก็ต้องกินเป็นสิ่งเลี้ยงขันธ์ การทำปลาร้าหรือน้ำบูดูก็เป็นการถนอมอาหารเท่านั้นเอง เอาธาตุมาเลี้ยงขันธ์ มีวิตามินบี 12 เยอะเท่านั้นเอง เราก็มีความรู้รับสิ่งที่ควรรับไม่รับสิ่งที่ไม่ควรรับ เหม็นเหมือนจะตาย ฝรั่งมาเจอน้ำบูดูก็บอกว่ากินของเน่า เราก็บอกว่าคุณเองไม่รู้จักของดีนะมี B12 นี่เป็นการถนอมอาหารของเขา คนรู้แล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร เป็นอย่างนี้มันก็ต้องอย่างนี้ มันก็เป็นแก๊สไข่เน่า เอาธาตุมันไม่ได้เอากลิ่นมัน แต่ก็มีกลิ่นอย่างนี้ หากมีกลิ่นเป็นพิษอย่างนี้ก็ระวัง แต่นี่ไม่เป็นอะไร ความเหม็นความหอมไม่เป็นพิษภัยอะไรอย่างนี้เป็นต้น คุณก็รู้ความจริงตามความเป็นจริงเพิ่มขึ้นนี่แหละชีวิตมันก็สบาย ก็อยู่กับทุกอย่าง แตกต่างกันมหาศาล มีความหลากหลายแตกต่างมหาศาลเราก็อยู่กับสิ่งนี้แท้ๆ หากคุณเข้าใจว่า ทั้งหลากหลายอย่าว่าแต่หนึ่งหรือสองเลย สี่ห้าหรือทุกอย่างล้านๆอย่างก็อยู่ด้วยกัน Unity of diversity แต่ละอย่างมันก็ต่างกันเท่านั้นเอง เราก็รู้ว่ามันต่างกัน เราก็ไม่ต้องไปยึดติดว่า อันนี้ต่างกับอันนี้อันนี้ต่างกับอันนี้ เราชอบอันนี้ไม่ชอบอันนี้ ไม่ต้องมีความรู้สึกแบบนี้หรอก สมควรเราก็เอาไม่สมควรเราก็ไม่เอา จบอยู่ที่ควรหรือไม่ควร สิ่งนี้ควรสิ่งนี้ไม่ควร ควรเราก็รับ ไม่ควรเราก็ไม่เอา 611128_รายการสำมะปี๋ซี่วิต สันติอโศก ครั้งที่ 26

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน