สื่อธรรมะพ่อครู(ตัณหา 3) ตอน ภวตัณหาวิภวตัณหา ต่างกันอย่างไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ตัณหา 3) ตอน ภวตัณหาวิภวตัณหา ต่างกันอย่างไร _ต่างกันอย่างไรกับภวตัณหาวิภวตัณหา พ่อครูว่า..วิภวตัณหาก็แปลว่าไม่มีภพ ไม่สาเปกโข แต่ว่าเขาอธิบายตัณหา 3 อย่างนี้เป็นภพชาติหมด ความจริงแล้วในโลกียมันมีแค่กามตัณหา กับภวตัณหา แต่วิภวตัณหาคือไม่มีภพทั้งกามและภวภพ แต่เขาไปแปลว่า อันหนึ่งอยากได้อันหนึ่งไม่อยากได้ หากมีจิตอยากได้ ก็มีธรรมะ 2 อยู่ แต่ที่จริงคุณเข้าใจธรรมะ 1 ไม่ได้ ทำให้ไม่มีอย่างเป็นลำดับ ทำให้ไม่มีกามภพก่อนแล้วทำให้ไม่มีภวภพ วิภวตัณหาคือตัณหาของพระอาริยะ ของพระพุทธเจ้า ของพระอรหันต์ต้องการทำงาน อยากทำสิ่งที่เป็นประโยชน์คุณค่า อย่างเช่นพระพุทธเจ้าอยากทำศาสนาให้ครบก่อน มารมาอาราธนาให้ตาย บรรลุเป็นพระพุทธเจ้าแล้วตายสิ พระพุทธเจ้าก็บอกกับมารว่า ยัง จะต้องสร้างศาสนาจนกระทั่งมีความตั้งมั่นเสียก่อน พุทธบริษัท 4 มีครบและสามารถปรับปวาทะได้ นี่เป็นความต้องการสร้างศาสนา อาตมาก็พูดว่าอาตมาทำอยู่ทุกวันนี้ไม่มีกิเลส อาตมาสบายใจที่ได้เปิดเผย อาตมาพูดไทยชัดเจนเลยไม่ต้องไปยึกยักลำบากอย่างมังกุไม่ต้องกั๊กตรงไหนสบม.มดม.ปกต.หห.จจ. ที่อาตมาประกาศอรหันต์ก็สบายมากเลย ถ้าไม่ประกาศพวกคุณก็ยึกยักอยู่อย่างนั้น อย่างนี้ไม่ต้องติดขัดอะไรเลย ส่วนคนที่ติดใจบอกว่าคนประกาศเป็นอรหันต์คือคนไม่เป็นอรหันต์ คนบรรลุคือคนที่ไม่สามารถบอกได้ พระพุทธเจ้าไม่ใช่สอนอย่างนี้ อย่างใน โลหิจสูตรว่า ใครที่บรรลุแล้ว บอกใครไม่ได้ คนนี้มีคติสองทางคือนรกหรือสัตว์เดรัจฉาน วิภวตัณหาเป็นตัณหาที่ไม่มีภพแล้ว เป็นตัณหาของพระอรหันต์เป็นตัณหาของพระพุทธเจ้าเป็นตัณหาอุดมการณ์ บางคนบอกว่าถ้าอยากได้นิพพานก็เป็นตัณหาแล้ว..อย่างนี้จะไปทำอะไรได้ก็เด๋อๆ ก็ต้องเอาพระไตรปิฎกเป็นที่พึ่งยืนยันไว้ 611128_รายการสำมะ
อ่านต่อ
ปี๋ซี่วิต สันติอโศก ครั้งที่ 26