สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ทศพิธราษฎรธรรม.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ทศพิธราษฎรธรรม 4 ชุมชนของเราบางแห่งมีการเติบโตและได้รับการยอมรับจากสังคมภายนอกอย่างสูง คนนี้บอกว่า พวกแถวอโศกแล้วนี้ ชุมชนของเราบางแห่ง เติบโต และก็ได้รับการยอมรับจากสังคมภายนอกอย่างสูง ก็มีจริงแน่เพราะมันนานแล้วพิสูจน์ยืนยันตัวเอง ผู้รู้ผู้ที่มีปัญญามีความรู้ก็มองเห็นชัดเจน ใช้เวลาพิสูจน์กันมานานยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ มีข้อข้องใจว่า แต่ภายในมีความขัดแย้งกันอย่างรุนแรง กรณีอย่างนี้จะมีทางออกอย่างไร ตอบ...โจทย์ที่คุณว่าภายในเรามีความขัดแย้งรุนแรง กรณีนี้จะมีทางออกอย่างไรก็ทำความรุนแรงให้มันเบาลง แล้วจะไม่ให้มีความขัดแย้งกันเลยได้ไหมก็ไม่ได้ สังคมมนุษยชาติหากไม่มีความขัดแย้งกันเลยไม่ได้ ถ้าสังคมมนุษยชาติไม่มีความขัดแย้งเลย มันเป็นสังคมควาย เชื่อผู้นำชาติพ้นภัย ผู้นำจูงไปไหนก็เหมือนควายไป ผู้นำโง่ก็โง่ตามกัน ผู้นำฉลาดก็ฉลาดหน่อย ให้ตามก็แล้วกัน แต่เชื่อหรือว่าผู้นำจะฉลาดพอจะจูงควายเป็นฝูงโดยเฉพาะคน มากกว่าควาย เป็นฝูงทั้งประเทศไทย 70 ล้าน มันจะไหวหรือ
ประเด็นที่ตั้งโจทย์ว่าภายในมีความขัดแย้งกันอย่างรุนแรง อาตมาก็มองความจริงว่า คุณพูดนี้ใส่ความเรา อาตมาไม่เห็นว่าของชาวอโศกขัดแย้งกันรุนแรงจริง รุนแรงอย่างตบตีกันไม่มี รุนแรงเถียงกันไม่หยุดหย่อนทะเลาะกันว่ากันไม่หยุด ไม่มี มีถกกันวิจัยวิจารณ์กันมี มีประชุมมีถกกัน มีความเห็นต่างกันอย่างพอเหมาะ ความสามัคคีคือความขัดแย้งอันพอเหมาะ มันถูกแล้ว สังคมไทยประเทศไทยโดยเฉพาะชาวอโศกไม่มีความรุนแรง คุณหาความใส่ความ สุดโต่งไป ประมาณอย่างนี้อาตมาถือว่าสุคโตแล้ว จะไม่ให้มีความขัดแย้งกันเลย ไม่เจริญ เพราะฉะนั้นกรณีอย่างนี้จะมีทางออกอย่างไรก็มันสมบูรณ์ลงตัวดีอยู่แล้ว มันมีทางออกของมันอย่างที่มีแล้ว ก็ใ
อ่านต่อ
ช้ได้แล้ว
พูดถึงประเด็นหนึ่งที่ว่าดีที่สุดคือสาธารณโภคี ประเด็นที่ 2 คือความขัดแย้งอันพอเหมาะ มาขยายความความรู้อันนี้กัน
สาธารณโภคีอาตมาก็พูด แต่มันเป็นไปได้ยากเลยในสังคมมนุษยชาติ สังคมใดที่ทำให้เกิดสาธารณโภคี มีพฤติกรรม สาธารณโภคี บอกแล้ว ว่าผู้ที่มาเป็นสมาชิกในชุมชนในหมู่บ้านนั้น ทำงานร่วมกันแล้วก็เอาผลผลิตเอารายได้เข้าส่วนกลางหมดร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นสังคมที่สูงสุดแล้วไม่มีสังคมไหนทำได้ขนาดนี้ สมาชิกของสังคมนี้ทำงานแล้วค่าแรงงานไม่เอา เกิดผลผลิตก็เอาผลผลิตมาไว้ส่วนรวมกองกลาง สุดยอดแล้ว ในเรื่องของสังคมมนุษยชาติสุดยอดแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าทำได้อย่างนี้แล้ว ทีนี้เอามารวมกันกับกองกลาง สาธารณโภคี
อาตมาทำงานอันนี้ เป็นอันเดียวกันกับนักบริหารประเทศ โดยที่อาตมานี้มีความสำเร็จที่อาตมาเป็นนายกตลอดกาล ไม่มีใครโค่นอาตมาลงเลยในชาวอโศก ไม่มีใครคิดจะโค่นอาตมารองจากผู้บริหารเบอร์ 1 ไม่มี อาตมาจึงเป็นนายกตลอดกาล ไม่มีใครมาทดลองเพราะว่าอาตมาไม่ได้เป็นนายกแบบเผด็จการ อาตมาคำนึงถึงสมาชิกประชากร และก็บริหารตามความเห็นของหมู่ของส่วนรวมเป็นประชาธิปไตยอยู่แล้ว อาตมาจึงเป็นตัวอย่างของนักประชาธิปไตยเป็นตัวอย่างของนายก เพราะอาตมาจะเป็นนายกโดยไม่ต้องเลือกตั้ง แต่ประชาชนเลือกตั้งโดยอัตโนมัติ ไม่มีใครเลือกตั้งมาแทน และก็รู้ว่าหาตัวมาแทนยาก เลือกก็ไม่มีตัวอื่นเลือกเมื่อไหร่ก็ได้ตัวนี้ เขาก็เลยเลิกเลือก ในชาวอโศก ยกให้โพธิรักษ์เป็นนายกตลอดกาลด้วยความยินดีพอใจเป็นสูงสุดแล้ว ถ้าหากผู้บริหารประเทศมาดูอาตมาเป็นตัวอย่างเป็นนายกตัวอย่าง บริหารในโลกประชาธิปไตยก็ใช่ บริหารในโลกสังคมคอมมิวนิสต์ก็ใช่อาตมานี่แหละ แม้นี่แหละจะเรียกว่าบริหารโดยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ หรือเผด็จการก็ใช่ด้วย ถ้าเป็นนักบริหารที่มีทศพิธราษฎรธรรม ไม่เรียก ของราชะ อาตมาเป็นราษฎรไม่ใช่เป็นราชา ในทศพิธราชธรรมนี้มีครบ
1.ทาน (ทานํ) คือ การให้ พวกเราเป็นนักธรรมทานชั้น 1 ทานและมีผลด้วยทานแล้วไม่เกิดกิเลส ทานแล้วไม่เกิดอัตตา แต่ทุกวันนี้ไม่มีสังคมใดสอนทานและได้มีผลสูงเท่าอโศก อาตมาสอนให้ถูกต้องโดยสอนไม่ให้สร้างจิตเป็น สาเปกโข ทานแล้วไม่ต้องไปหวังได้อะไรเลยถ้าแล้วก็คือให้บริสุทธิ์สูงสุดแล้วให้แล้วก็จบไม่ต้องตั้งภพตั้งชาติ ไม่ต้องมีอะไรในใจอีกว่าจะได้อะไรมีให้แก่ตัวเองอะไรตอบแทนเลย จึงเป็นทางที่สูงสุด อาตมาก็สอนทาน อาตมาไม่ได้เป็นราชะ แต่เป็นราษฎรเบอร์หนึ่ง อาตมาก็บริหาร อาตมาก็สอน 1.ทาน 2.ศีล (สีลํ) คือ ความประพฤติที่ดีงาม ทั้ง กาย วาจา และใจ อาตมาสอนศีลไหม แล้วให้ศีลมีผลด้วย อัตถิยิตถัง อัตถิหุตัง ปฏิบัติศีลพรตให้เกิดผล ขัดเกลากิเลสได้ อาตมาก็พาทำอยู่แล้วเป็นเรื่องจริง เป็นพฤติกรรมจริงพาทำจริง เป็นสังคมที่อิสระเสรีภาพ ใครจะมาเรียนศีลกับอาตมาก็มา ถ้าไม่มาก็ไม่ได้ แค่นี้ก็ full house แล้วเต็มห้องทุกที นร.ที่มาเรียน บางครั้งก็ 5 คน 10 คนก็เต็มห้องหรือบางทีก็มาก ก็ว่าไป 3.บริจาค (ปริจาคํ) หรือบริจาค จาคะหรือทาน เป็นไวยพจน์ ทานคือการให้ จาคะก็เอาออกคือให้ แต่บริ คือรอบ บริจาคะ คือให้อย่างครบรอบ คือการให้คนต้องศึกษาทาน หรือจาคะ ให้ละเอียดลึกซึ้งสมบูรณ์แบบ จึงเอาคำนี้มาทวนอีกที เป็นเส้าที่สาม มนุษยชาติก็มีแค่ ทาน ศีล ภาวนา ให้เกิดผลสมบูรณ์ผลของอะไร ผลของจาคะ บริบูรณ์รอบถ้วน สามเส้านี้แหละจบ นี่แหละคือสุดยอด แล้วทานก็ล้างกิเลส ศีลก็ล้างกิเลส ภาวนาก็ล้างกิเลส นี่คือบุญกิริยาวัตถุ 3 ที่เป็นของศาสนาพุทธนี้มี 3 ข้อนี้เท่านั้น ส่วนตัวหลังอาจารย์มาต่ออีก 7 ก็เป็นบุญกิริยาวัตถุ 10 ไม่ใช่ของพระพุทธเจ้า ก็พอใช้ได้ สำหรับผู้ที่ไม่ได้มีความรู้เข้มข้นนะ ก็ต้องนำพาไปกันทั้ง 10 ข้อ 4.ความซื่อตรง (อาชฺชวํ) เป็นผู้ใหญ่ต้องมีความซื่อตรง ถ้าผู้ใหญ่ไม่มีความซื่อตรงมันก็ไม่ดีทุกคนก็จะได้รับผลลำเอียง เลือกที่รักมักที่ชังก็ไม่สงบสุข ความซื่อตรงคือความไม่มีอคติไม่มีความลำเอียง จัดสรรให้ดี 5.ความอ่อนโยน (มทฺทวํ) คือ การมีความอ่อนโยนมีความสุภาพเรียบร้อย ไม่ดุดัน อาตมานี้เทศน์แรงแต่อาตมาเป็นคนอ่อนโยน คนไม่รู้ว่าทำไมต้องแรงเพราะว่าคนทุกวันนี้มันหูตึงหูหนวกพูดอย่างไรก็ไม่ได้ยิน ได้ยินก็ไม่เข้าหู เป็นสภาวะจริงๆแล้วไม่ไขหูด้วย พูดแรงไม่ฟังก็หนีไปไกล ก็ให้เสียงไปถึงหูเขาเลย มันชอบหนีไม่ชอบฟังเราก็ส่งเสียงตามไป จะหนีไปไหน แรงไม่พอ เอาวิทยุ พลังงานเทคโนโลยีใส่เสียงกระจายไปอีก ก็เป็นคนที่พยายามจะให้เขาได้รับความรู้และเจตนาดี 6.ความเพียรเผากิเลส (ตปํ) คือ ความเพียรมีความอุตสาหะพากเพียรเพื่อจะเรียนรู้วิธีการเผากิเลสและเผากิเลสได้สำเร็จ บางคนแปลตปะว่ากดข่ม ข่มไว้ก็เป็นสมถะเท่านั้น ตปะ คือผู้สามารถสร้างความพากเพียรเพื่อทำให้เกิดพลังงานบุญ อุณหธาตุที่เผากิเลสได้เรียกว่าฌาน พลังงานไฟ ที่ไปทำลายไฟราคะโทสะโมหะซึ่งมันก็เป็นพลังงานได้
7.ความไม่โกรธ (อกฺโกธํ) คือ การไม่แสดงอาการโกรธ อาตมาไม่เคยโกรธใครมาทำงานศาสนานี้ แต่คนไม่รู้เดา ว่าอาตมาโกรธ อาตมาพูดแรง ไม่ยั้งเท่านั้นเอง เป็นคนอ่อนโยนสุภาพแต่พูดแรงเขาก็ไปตีความว่าพูดแรงแสดงออกแรงนี้โกรธ ตีความแบบขี้ตู่ อาการโกรธอาตมาไม่มี อาตมาไม่ต้องควบคุมเพราะไม่มีพลังงานจะไปโกรธ ความโกรธไม่มีในอนุสัยกับอาตมาแล้ว จะไปเอาความโกรธมาจากไหน อาตมาไม่มีแล้วแม้ในอนุสัยก็ไม่มี จะไปซื้อมาใช้ก็ไม่เอา ใครเอามาให้ก็ไม่ใช้ เอาความโกรธของคุณคืนไป เอามาให้อาตมาอาตมาก็ไม่เอาหรอกไม่ใช้ อโกธะ
8.ความไม่เบียดเบียน (อวิหิงสา) เบียดเบียนกาย จนทำร้ายเขา ให้เขาได้รับความเจ็บปวด ให้เขาทุกข์ทรมาน เบียดเบียนให้เขาไปได้รับความบอบช้ำเสียหาย มากน้อย ทางกายวาจาเบียดเบียน อาตมาพูดบอกกิเลส ดุให้ล้างกิเลส ไม่ใช่การเบียดเบียน แต่คนหวงกิเลส บอกแล้วไม่ฟังใครมาพูดให้แล้วกิเลสก็ไม่ฟัง หาว่าเบียดเบียนเขา อย่างนี้โง่ จะมาบอกวิธีลดกิเลสก็หาว่าเบียดเบียน คุณก็รักกิเลสจนตายเถอะ
9.ความอดทน (ขนฺติ) อดทนต้องทนต้องอด อึดเอา ก็มี ในความเป็นมนุษย์ไม่ทนไม่ได้หรอก ไม่มีความอดทนเลย 10.ความเที่ยงธรรม (อวิโรธนํ) คือ ความไม่ประพฤติผิดธรรม ถ้าหากคนประพฤติผิด 9 ข้อนี้แหละคือคุณประพฤติผิดธรรม เพราะฉะนั้นต้องไม่ประพฤติผิดธรรม 9 อย่างนี้ ยกยวงเลย
_เพื่อนหนูศรัทธามากอยากฟังเทศน์เป็นภาษาจีน เธอเสียใจมาก บอกว่าตั้งใจฟังแต่ไม่รู้ภาษาก็เลยไม่เข้าใจ แล้วคนที่มีโอกาสทำไมไม่ตั้งใจฟังคะ พ่อครูว่า...ชาติหน้าจะไปเรียนภาษาจีน ชาตินี้ไม่มีเวลาเรียน อาตมาไปสัญญาไว้ไม่ดีนะ งั้นลบๆ ไม่ได้สัญญา เขาดูตามกิริยาโดยปฏิภาณ แสดงมีน้ำหนัก มันน่าจะรู้เรื่องแต่เขาไม่รู้ คนฟังนี้มีบุญกุศลเหลือเกิน เขาก็เลยอยากได้ยินบ้างเขาดูตามกิริยาอาการ คนที่มีโอกาสฟังทำไมไม่ตั้งใจฟัง โง่อะไรหนักหนาเขาไม่รู้เรื่องเขายังรู้ว่าดีเลย และคนที่รู้เรื่องแต่ไม่รู้ว่าดีนี้จะโง่ซ้ำโง่ซากอีกกี่ชาติ ลึกซึ้งมากเลย ขอบคุณ มาเตือนสติคนที่ไม่เอาถ่าน พูดไปแล้วตื่นหรือยัง สะดุ้งไหม
ผู้บริหารประเทศมีคุณธรรม 10 ข้อ มีหลักเกณฑ์มีการสืบทอดกันมา ทศพิธราชธรรมมีเมืองไทยที่เป็นศาสนาพุทธมาตั้งแต่ต้น พระเจ้าอยู่หัวต้องเป็นพุทธมามกะที่มีคุณธรรม 10 ข้อนี้มากหรือน้อยก็แล้วแต่ แต่ละพระองค์ พระองค์ใดที่มีทศพิธราชธรรมมาก พระองค์นั้นก็เป็นพระเจ้าแผ่นดินที่ดีมาก ยกตัวอย่างรัชกาลที่ 9 ที่ได้ทรงงานไปแล้วตั้ง 70 ปี ก็สรุปผลได้แล้วท่านก็สวรรคตไปแล้วด้วย สุดยอดแล้ว ในผู้เป็นราชะ เบอร์หนึ่งของประเทศไทย ขึ้นครองราชย์วันที่ 9 มิถุนายน 2489 ก็ 70 ปีท่านก็สวรรคตไป อาตมาบอกแล้วท่านยังไม่ปรินิพพานเป็นปริโยสาน อาตมาพูดเองมั่นใจเองว่าท่านเป็นโพธิสัตว์ ทางเถรวาทเขาไม่รู้เรื่องโพธิสัตว์หรอก อาตมามาพูด และบอกว่าพระเจ้าแผ่นดินพระองค์นี้เป็นพระโพธิสัตว์ อย่างทศพิธราชธรรมนี้มีอย่างไรคุณดูเป็นก็เข้าใจคุณดูไม่เป็นก็ไม่เข้าใจ คนดูเป็นอ่านออกก็รู้แล้ว ตั้งแต่ข้อแรก ทาน ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านมีแต่ให้กับให้ พระองค์ทรงงานเพื่อประชาชนเพื่อประเทศชาติเพื่อพลเมืองไทย ท่านเป็นพระเจ้าแผ่นดินพลเมืองไทย และให้ประโยชน์อย่างสูงสุดไม่ได้ให้จำเพาะกับใคร มันให้ผู้อื่นด้วย ท่านให้อย่างไม่มีลิมิต ไม่มีขอบให้รับได้ไปหมด คนต่างชาติจึงรับได้ด้วย คนต่างชาติรับได้ จึงมีคำตอบรับว่าเขาได้ทางธรรม ขอบคุณท่านที่ให้ความรู้ ทั้งๆที่ไม่ได้เป็นผู้บริหารประเทศอื่น แต่เขาก็ได้ความรู้ของพระเจ้าแผ่นดินของไทย เขาก็มาเคารพนับถือ (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) มาแสดงออก แสดงออกโดยความเป็นรูปธรรม จากสหประชาชาติ เป็นแหล่งรวมของประเทศทั้งหลายในโลก สหประชาชาติ มีมติว่าเอาอันนี้มามอบให้ท่าน เขาได้รับประโยชน์จากคำสอน หรือตัวอย่างเศรษฐกิจพอเพียง ก็มีเหตุการณ์ปรากฏการณ์นี้แล้ว สหประชาชาติเอาถ้วยรางวัลมาถวาย เป็นการตอบรับของประเทศในโลก สหประชาชาติเป็นแหล่งรวมของประเทศในโลกขณะนี้ ทุกประเทศ มีบางประเทศที่ไม่เข้าสหประชาชาติ กี่ประเทศไม่รู้ มากที่สุดแล้ว แอฟริกามีประเทศที่เพิ่มขึ้นใหม่อีกเรื่อยๆ ทศพิธราชธรรมเป็นคุณสมบัติอันประเสริฐของผู้บริหาร จะเป็นพระเจ้าแผ่นดินจะเป็นนายก หรือลดหลั่นลงมาเป็นหัวหน้ากรมกอง ก็แล้วแต่ จะต้องมีทศพิธราชธรรมมีคุณธรรม 10 อย่างนี้ทั้งนั้น ถ้าหากยิ่งมีแม้จะเป็นผู้บริหารอย่างผู้ใหญ่บ้าน ก็เป็นผู้ดูแลกลุ่มหมู่ที่เล็กที่สุด เป็นกำนันก็โตขึ้น เป็นนายอำเภอ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นอธิบดี ก็เป็นวิธีการแบ่งกันดูแลแบ่งกันควบคุม ก็เท่านั้นเอง ในสังคมโลกอาจจะมีตั้งชื่อต่างกัน แต่มีลักษณะอย่างนี้คล้ายๆกัน อาตมาก็ทำหน้าที่นี้ อาตมาไม่ได้แบ่งโดยนิตินัย ชาวอโศกมีกลุ่มสังคม ชื่อว่าเป็นกลุ่มชุมชน ถ้าจะเรียกทางนิตินัยว่าหมู่บ้าน มีเจ้าหน้าที่ดูแลรับผิดชอบ ไม่ได้เป็นกิจจะลักษณะเท่าไหร่แต่ก็ทำตามอัตโนมัติแต่ละที่ แต่ละชุมชนชาวอโศก ดูอัตโนมัติก็รับผิดชอบส่วนกลางมาถึงทุกวันนี้ก็ดี เพราะว่าพยายามดูส่วนกลาง ตั้งแต่อาตมาตั้งสังคมชาวอโศกแต่ละชุมชนหมู่บ้าน หมู่บ้านโดยภาษาที่เป็นทางการ ชุมชนก็เป็นศัพท์ที่กลางๆไม่ได้เป็นนิตินัย ก็เป็นกลุ่มหมู่ที่อาศัยร่วมกันและมีวัฒนธรรมมีการบริหารดูแลร่วมกันแบ่งกินแบ่งใช้ร่วมกัน ชาวอโศกทำได้ดีถึงสาธารณโภคีสุดยอดแล้วไม่มีอะไรสูงกว่านี้แล้ว การบริหารทำให้มนุษย์หรือสังคมเกิดการบริหารเรื่องเศรษฐกิจก็เป็นสาธารณโภคี การเมืองก็สาธารณโภคี สังคมก็สาธารณโภคี คือ ทุกอย่างเป็นส่วนกลาง อุปโภคบริโภคร่วมกันหมด ไม่แบ่งเอาไปเป็นของส่วนตัวอะไรมาก มีบ้างเอามาอาศัยพอสมควร อย่างชาวอโศกเป็นนี้ทำได้สวยที่สุดดีที่สุดแล้วใครทำได้ดีกว่านี้ก็เชิญเลย ถ้าหากทำได้ดีกว่าก็อนุโมทนาสาธุ ไม่ได้ริษยาหรอกก็ช่วยกันทำ สังคมมีที่สุดเท่านี้แหละอาตมาว่า อาตมาพาทำเหมือนทางนิตินัยเขามีนายกมาบริหารประเทศเราก็มี มีเจ้าหน้าที่ของเรา มีผู้บริหารมีส่วนกลาง ไม่ตั้งให้ใครเป็นใหญ่ ทำอย่างระบบวิถีประชาธิปไตยที่มีการเปลี่ยนแปลงด้วยการเลือกตั้ง ของพวกเรานี้สุดยอดตรงที่ว่า แม้แต่เปลี่ยนแปลงผู้ที่เข้ามาบริหาร ก็ไม่ค่อยจะเปลี่ยนแปลงเพราะพวกเราไม่แย่งกัน และก็มีปัญญารู้ว่าคนนี้เหมาะสมจะบริหาร คนนี้ควรจะทำหน้าที่ทำงานอันนี้บริหารอยู่อย่างนี้ในหมู่นี้ คนนี้รับผิดชอบกระทรวงครัว คนที่รับผิดชอบกระทรวงเกษตร คนนี้รับผิดชอบกระทรวงโรงงานอุตสาหกรรม ถ้าเป็นโรงงานผลิตอะไรต่างๆก็มี เป็นต้น ชาวอโศกรวมทั้งหมด เราทำอยู่ ซ้อนกันเหมือนในประเทศ ผู้บริหารสูงสุดเป็นผู้รับใช้อย่างเต็มๆ ไม่รับรายได้ตอบแทนเลย เพราะฉะนั้นสังคมชาวอโศกจึงเป็นสังคมสูงสุดแล้ว ทำงานฟรีบริหารกันฟรีๆ ไม่รับสิ่งตอบแทน ทุกคนก็ทำตามหน้าที่ ทุกหน้าที่ ไม่ว่าจะงานในระดับไหนมีอยู่ในสังคมครบครัน ไม่ขาดแคลน บริบูรณ์ถ้วนรอบ อาตมาไม่ได้ทำอุตริแปลกแยกจากประเทศจากสังคม ที่เขาทำหน้าที่กันเราก็ทำหน้าที่อันนี้ เราทำได้ครบทำได้สมบูรณ์แบบยิ่งกว่า ขออภัยที่พูด ยกตนข่ม ทำได้สมบูรณ์แบบกว่าโดยไม่ได้ค่าจ้างอะไรทุกคนก็มาช่วยกัน รับหน้าที่รับผิดชอบ ทำไปก็อาศัยกินอยู่ร่วมกันไปเลี้ยงชีวิตไปจนตาย ตายแล้วก็ช่วยกันดูแลเผาเก็บกระดูกกันไป ครบวงจร ของความเป็นสังคมมนุษย์แล้ว อาตมาเป็นทั้งนายกเป็นผู้บริหาร เป็นทั้งผู้บริหารธรรมะ เป็นใหญ่ทางธรรมะในชาวอโศกยกให้อาตมา ไม่ว่าจะบริหารทางธรรมะ ไม่ว่าจะบริหารทางความเป็นอยู่อาชีพการงาน ทางฆราวาส บริหารทางธรรมะนักบวชด้วย แม้แต่ฐานะ อาตมาก็ได้รับฐานะยกให้เป็นผู้นำ เป็นอย่างไร้คู่แข่งด้วย มีไหมใครจะมาบริหารแทนอาตมา ให้ประชากรเขา เลือกกัน มีตำแหน่งไหม มีไหมภิกษุชาวอโศกให้มาเลือกตั้งแข่งกับอาตมา มี candidate ไม่มี มีแต่จะให้ผ่องถ่ายเอาไปช่วยกันหน่อย ก็จำนนต้องรับก็มี มีผู้เหมาะสม หมู่กลุ่มก็พอรู้ตัวคนไหน ที่จะรับไป ก็ไม่ต้องเลือกตั้งอีกเพราะว่าพวกเรารู้กันดีว่าคนไหนเหมาะสมและพวกเราก็ไม่แย่งกันด้วย สมณะท่านก็ไม่แย่งกัน ประชากรก็ไม่มีก๊กมีเหล่าที่จะไปแย่งกันว่าองค์นี้องค์นี้ แต่ได้ข่าวว่ามีอยู่บ้างเล็กๆในน้อย นิดๆหน่อยๆมีอยู่บ้าง ก็จะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี แย่งกัน ก็เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี มีตัวอย่างที่ไม่ดีไว้พอให้เตือนสติบ้าง ถ้าจะว่าดีก็เป็นตัวอย่างไม่ดี อุตส่าห์เป็นตัวอย่างให้ เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีก็เป็นคนไม่ดีเท่าไหร่ อุตส่าห์ลงทุนนะ ลงทุนอย่างเทวทัตก็ดีแล้วล่ะ อย่างชาวอโศกนี้อาตมาว่าได้ทำงานประสบความสำเร็จ อาตมาก็ เพลางาน ผ่องถ่ายไป พอถึงอายุ 90 อาตมาก็คงจะนั่งดูพวกเราบริหารเป็นที่ปรึกษาขึ้นคานแล้ว ให้พวกเราบริหารไปแล้วอาตมาก็เป็นที่ปรึกษา งานมีอะไรก็ให้พวกเราบริหารแต่พวกเราก็เกรงใจไม่ค่อยอยากมารบกวนแต่สุดวิสัยก็มารบกวนได้เป็นธรรมดาธรรมชาติ จริงๆแล้วอาตมาก็ควรตายแล้วล่ะ งาน พวกเราก็รับผิดชอบแทนได้แล้วอาตมาก็อายุมากแล้ว มาทำเขาก็ไม่อยากให้ทำ แต่ก็ยังอยากให้ทำ มันซ้อนๆอยู่เรื่อยๆ จริงๆแล้วอาตมาก็ยังพอทำได้ ยังดูแลประคองพวกเราไป ให้พยายามฝึกฝน พยายามถ่ายทอดไป อะไรที่ดีแล้วก็ทำกันไป อะไรที่ยังไม่ดีก็เตือน สร้างสรรสืบทอดๆ ชีวิตมนุษย์อาตมาก็มาทำงานนี้งานที่ดีที่สุด จะเกิดอีกกี่ชาติอาตมาก็ว่างานนี้ ถ้าจะเรียกว่าอาตมาปรารถนาพิสูจน์ความเป็นมนุษยชาติที่สูงที่สุดได้ ดีที่สุดประเสริฐที่สุด เรียกว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเสริฐสูงสุดเท่าที่มนุษย์ในโลก ได้เป็นมาไม่รู้กี่กัปป์กี่กัลป์ อาตมาก็จะเอาอันนี้ เป็นโพธิสัตว์พยายามพากเพียรอันนี้อยู่ ก็จะทำอันนี้ไปไม่ยอมปรินิพพานเป็นปริโยสาน อาตมาก็ได้แต่ขยายความให้ละเอียดลึกซึ้ง ที่หยาบแล้วก็พอจะเข้าใจเอาไปปฏิบัติได้ อันที่ละเอียดที่ยังไม่ค่อยเข้าใจถูกต้องก็ขยายความอธิบายไป
ก็มาขยายความละเอียดเท่าที่เวลาเหลืออยู่ 36 นาที
อาตมาอธิบายกายในกายอย่างที่เขาถามมา ยังเป็นเรื่องที่ยากและสำคัญมาก ถ้าคำว่า กายในกายเป็นโลกุตรธรรมข้อแรก พระพุทธเจ้าตรัสไว้ชัดเจนในพระไตรปิฎก ล.31 ข620 โลกุตระ 46 ข้อแรก กายในกาย หากแยกกายข้อต้นนี้ไม่ถูกก็ไม่สามารถปฏิบัติโลกุตระได้ เพราะว่ากายนี้มีทั้งวัตถุและจิตวิญญาณ กาย อย่าเข้าใจว่ามีแต่ดินน้ำไฟลม หากเข้าใจเอียงไปเช่นนี้ผิดเลย เข้าป่า ไม่ได้ผลเลย คนไทยเราเอาคำว่ากาย มาใช้ในภาษาไทย ว่า กายคืออะไร คือร่างนี้ ตายแล้วก็เหลือแต่ร่างกายไม่มีจิตวิญญาณ ก็เลยเข้าใจว่า ร่างกายที่ไม่มีจิตวิญญาณเป็นกายแต่ที่จริงแล้วมันไม่ใช่กาย ด้วยความหมายจริงแล้ว ไม่มีความเป็นกายเพราะไม่มีจิตเข้าไปร่วม ร่างกายคนตาย ไม่ใช่กาย เป็นแต่ซากของดินน้ำไฟลม ไม่มีจิตร่วม เพราะกายต้องมีจิตร่วมด้วย ขาดจิตเมื่อใดไม่เป็นกายเลย และจิตไม่มีกายไม่มีข้างนอกด้วยก็ไม่ใช่กาย กายดินน้ำไฟลมต้องมีจิต หากจิตไม่มีดินน้ำไฟลมร่วมก็ไม่ใช่กาย กายจึงคือธรรมะสอง กายมีธรรมะเดียวไม่ได้ หากเข้าใจกายมีแต่ดินน้ำไฟลมก็จบเลยนอกศาสนาพุทธไปเลย อาตมาพูดว่าถ้าใครเข้าใจว่ากายคือแท่งดินน้ำไฟลมเท่านั้น พวกนั้นออกนอกศาสนาพุทธแล้ว จบ 610620_เทศน์ก่อนฉันศีรษะอโศก พิธีไหว้ครู เรื่อง ทศพิธราษฎรธรรม