231120-B วิธีปฏิบัติสัมมาอาริยมรรค ตอน2-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ024.txt
เนื้อหาในไฟล์
ง่ายมันเบาจนกระทั่งถึงภาวนาอย่างที่ว่าพอเป็นอารมณ์ของฌานแล้วเราก็จะเห็นอาสาเห็นเลยนะเห็นอากาศเห็นปฏิเสธรูปอากาศสภาพนี้หรือว่าเห็นอาการได้ชนะอากาสานัญจายตนะหมายความว่าเราเกิดรู้โดยทวารรู้อาการสาหัสนันทนาการในเรียกว่าอายตนะอายตนะนี่เป็นการรู้เป็นสิ่งรู้โดยทวารในเรียกว่าทวารก็เรียกทวารได้แต่ต้องกำกับลงไปวัดทวารหนักอายตนะไม่ใช่นอกนอกเขาเรียกทวารจริงๆเรียกทางตราทั่วโลกนี่โหอะไรเนี่ยทวารเรียกว่าปากงอก สว่านนอกบานนอกส่วนอายตนะนั้นเป็นนายเพราะงั้นทวาร 6 แล้วก็หมายออกนอกอายตนะ 6 แล้วก็หมายเอาในมันเป็นการรู้ในๆของเรามันรู้อยู่แล้วมันจะไม่ใช่รู้ธรรมดาอายตนะเป็นทวารรู้หรือเป็นเรื่องของจิตที่หมายเอาจิตรู้อยู่กลางๆส่วนนั้นจะไม่เป็นการรู้หรืออันจะเป็นการรู้เชิงยานมันเป็นการรู้อย่างแจ้งการรู้อย่างสว่างการรู้อย่างเป็นอธิปัญญาเป็นญาณทัศนะหรือเป็นวิปัสสนาญาณเมื่อมันเกิดตัวอันจะรื้อนั้นจะเป็นจริงเลยนะมันเกิดจริง มันเป็นสภาพที่มีตัวนั้นจริงแล้วมันเกิดล่ะมันเป็นแล้วมันได้ยานละมันเกิดผลละเกิดผลลัพธ์เพราะฉะนั้นเกิดอาการสาเห็นเลยแจ้งเลยสัมผัสอยู่เสวยอารมณ์นั้นอยู่ทีเดียวมันไม่ใช่ความคิดนึกนะไม่ใช่การเข้าใจแต่ภาษาพูดนะไม่ใช่แต่เราพูดกันเฉยๆนี่เป็นความหมายเป็นความรู้เฉยๆไม่ใช่คนปฏิบัตินั่นแหละวันคืนคุณทำอะไรอยู่นะที่ยกตัวอย่างเนี่ยแล้วคุณก็อ่านจิตของเราไปเออมันว่างมันสบายดีนะเนี่ยมันก็โล่งๆหวานๆคุณก็ได้อันนี้เป็นฐานอาศัยจิตอย่างนี้หรือเป็นจิตว่างๆแต่อย่างนี้หรือเป็นจิตสบายๆแล้วเราก็ ภาพตำรวจติดอย่างนี้แหละจิตสบายอาการสาอย่างนี้แหละสบายและมันก็เป็นวิญญาณอนันต์ปังวิญญาณอันติที่จริงแล้วสุดที่สุดปานไหนปานไหนมันก็เป็นวิญญาณไอ้ที่มันรับทราบว่านั้นมันก็ไม่ใช่ความว่างของความว่างมันไม่ใช่ความว่างที่อยู่นั่นแหละ
อ่านต่อ
อยู่นอกโลกเป็นอวกาศหรืออากาศต้องว่างอยู่นอกโลกหรือสูญญากาศที่เขาไปทำอากาศนอกโลกว่างๆเป็นปาริฉัตรทะลุว่างๆอยู่ก็ไม่ใช่ไอ้ว่างอันนี้มันเป็นอาการว่างของวิญญาณวิญญาณมันว่างจากกิเลสว่างจากนิวรณ์กิเลสว่างจากกิเลสตัณหาอุปทาน ไม่ไปถึงคำว่าอุปทานมันมีอีกเยอะเราไปกันแค่เป็นไงว่าเขามากิเลสขณะนี้เราว่างใจเราว่างจากกิเลสเราก็รับทราบจริงๆเห็นไม่ได้เราประพฤติวันหนึ่งคืนหนึ่งเราก็รู้อาการอารมณ์นี้ไปเรื่อยๆๆเราปฏิบัติจริงเห็นจริงมีจริงและทำให้มันเป็นมันอยู่อย่างนี้จริงๆเรื่อยๆมันจะช่ำชองมันจะซ้ำซากซึ้งใจมันจะเราก็จะมีความมั่นคงคือรู้ทั้งรู้ด้วยปัญญาทั้งมีจิตอย่างนั้นจริงเรียกว่าอาทิตย์จิตเกิดการรู้จิตเกิดการรู้ด้วยปัญญาชัดเจนทีเดียวมีสังวรอยู่ทุกอารมณ์ถ้าพูดได้ด้วยกระทำบ่อยๆทำเสมอ อธิบายเป็นความหมายฟังนี้ว่าอาการสานั้นมีสภาพอย่างนั้นจริงและแท้จริงมันก็เป็นวิญญาณเป็นตัวรู้สึกเองเป็นวิญญาณนั่นแหละเป็นตัวรับทรัพย์ซ่าเป็นตัวเป็นเป็นตัวเสวยอารมณ์เป็นตัวทรงอยู่อย่างนั้นธรรมะเป็นตัวธรรมะคือเป็นตัวทรงธรรมะอย่างนั้นแหละทรงอยู่คุณทำได้อาการอย่างนี้อารมณ์อย่างนี้นานเท่าใดการทำให้ได้อารมณ์ที่เป็นดินดีอย่างนี้นานๆมากๆท่านเรียกว่าสมาบัติคือเขาไม่ต่อเนื่องกันอยู่เสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอสมาบัติก็คือให้เกิดเสมอนั่นแหละง่ายๆแปลง่ายๆสมาชิกถ้าไม่เกิดอย่างที่เราไม่เคยรู้ไม่เคยเห็นไม่เคยเป็นไม่เคยมีไม่เคยที่จะมาเป็นปัญญา ตอนนี้เรามาเรียนรู้มีปัญญารู้แล้วถ้าทำได้ตามที่เรารู้เกิดตามที่เราเห็นแล้วก็ว่าได้ต่อเนื่องกันอยู่ไม่มีนิวรณ์มาคั่นไม่มีอกุศลมาคั่นมันเป็นกุศลอยู่อย่างนี้เสมอตามที่เราจงใจตามที่เราเห็นตามที่เราต้องการแล้วก็เห็นเห็นอยู่ต่อเนื่องกันไปเลยว่าสมาบัติถ้ามันแข็งแรงทำได้อย่างไม่ต้องใช้สัมมาวายามะอะไรเกินไปนักไม่ต้องพยายามมากหรอกไม่ต้องกดคมไม่ต้องประคองไม่ต้องลำบากอะไรได้ง่ายขึ้นง่ายขึ้นง่ายขึ้นง่ายขึ้นคุณก็เรียกว่าตังค์มันขึ้นเป็นที่เป็นสมาชิกที่ติดอันต้นเรียกว่าสมาชิกสภาปฏิเรียกว่าสมาบัติ สมาธิที่เป็นสมาบัติตอนนี้ก็เป็นสมาธิที่เป็นความตั้งมั่นขึ้นสมาธิฐิติสมาธิสถิติตั้งมั่นขึ้นจริงๆๆเก่งขึ้นเรื่อยๆทีนี้ถ้าเราเป็นนักปฏิบัติสติปัฏฐานจริงเมื่อใดเมื่อใดต่ออาการอย่างไรเราก็ให้ทำให้ได้อย่างนี้เรื่อยไปตั้งมั่นแล้วเราก็จะไปทำงานอื่นเปลี่ยนไอ้โน่นไปเปลี่ยนไอ้นี่มา 7 เราเองเราก็ยังตั้งมั่นตั้งมั่นอยู่พร้อมกันกับการเปลี่ยนจิตไปทำงานอื่นไปรับผู้อื่นไปปรุงเรื่องอื่นเรื่องใดเราก็มั่นคงหรือแม้แต่เราจะใช้จิตของเราเนี่ยมากขึ้นเราเคยทำงานแต่อ่อนๆ ลุงแค่นี้มันทำงานง่ายๆอย่างที่ว่างานเคยชินงานเคยมือนี้เราก็ทำได้แล้วจิตของเราเราก็อ่านได้ว่าเออจริงของเราก็เป็นชาญได้เป็นอาการสาเป็นวิญญาณัญจายตนะได้อ่ะกินจรรยาเย็ดกันนะไม่มีนิดนึงน้อยนึงก็ไม่มีอารมณ์กินเลยนึกว่าอาจซ้อนเข้าไปรู้ชัดรู้เจนอยู่อย่างนี้เรื่อยไปแม้แต่เราไปทำงานอื่นที่หนักขึ้นสัมผัสแรงขึ้นสัมผัสแรงขึ้นรูปรถเป็นเสียงต่างๆเป็นสภาพยั่วยวนมากขึ้นหรือทำให้น่าเกลียดน่าชังมากขึ้นหรืองานนี้หนักขึ้น ต้องทนต่อการสัมผัสต้องทนต่อความกระทบการต้องร่วมปรุงร่วมสร้างมากขึ้นพลังที่เราจะต้องเอาจิตเอาใจเข้าไปเกี่ยวข้องมันก็จะใช้ไปมากขึ้นเราจะสามารถอ่านอารมณ์เราจะสามารถประคองอารมณ์ทำอารมณ์จิตของเราให้มันอยู่ในสภาพที่เราเมื่อเราทราบอารมณ์ที่เคยอ่านตอนก่อนว่ามันเป็นอารมณ์อย่างนี้ได้พอเรามาทำกับการที่ไม่ต้องกระทบสัมผัสจะต้องเกี่ยวข้องกับอะไรอื่นหนักขึ้นเนี่ยเราสามารถจะรักษาอารมณ์ทรงอยู่เป็นสภาพว่างอย่างนั้นเบาอย่างนั้นโล่งอย่างนั้นอยู่อย่างเก่าได้ไหม ก็ลองเทียบเทียบตามที่เราเคยทำได้กับเวลาสัมผัสกับอย่างอื่นที่เบากว่าง่ายกว่ามาเรื่อยๆเรื่อยๆแสดงว่าเราเองเราเพ้อเพ้อเพ้อเหตุปัจจัยสูงขึ้นเป็นสมาชิกสภาวิตถานนะแม้แต่เราจะเอาไปร่วมคิดร่วมปรุงแม้แต่เราจะเอาไปร่วมอนุโลมลงไปรับรู้ว่าเออเอาตอนนี้เราเองเราลองดูซิเราจะทำรูปทำสีเป็นภาพเป็นสีหรือว่าเราจะทำเสียงเอามีเสียงเอาเอาเสียงดนตรีประกอบหน่อยละทำมาคิดทำมาคีตะอันนี้เราจะทำให้มีเสียงประกอบหน่อยเอาอันนั้นมาประกอบเพื่อจะปรุงให้เขาทำงานนี้ร่วมขึ้นมาแรงขึ้น ใจเราก็ต้องตรวจไอ้ที่ไม่มีคีตะไม่มีเพลงไม่มีการไม่มีอะไรขนาดนี้นี่เราก็พอทนได้แล้วตอนนี้เราต้องทำงานแล้วเราต้องมีคีตะเพิ่มขึ้นเป็นยังไงอ่านจริงๆตรวจอารมณ์ตรวจจิตจริงๆเราเผลอไผไปไม่รอดแน่เลยชอบแล้วนะเดี๋ยวเราจะต้องดูสิต้องสังเกตด้วยว่าเออถ้าอย่างนี้เขาว่าเพราะเป็นอารมณ์ที่เพราะอย่างนู้นอย่างนี้เราต้องโน้มน้อมตามไปด้วยบ้างอย่างนี้เขาว่าสวยอย่างนี้เขาว่าเพราะลองไปหน่อยๆเสร็จแล้วเราก็จิตของเรามันจะเกิดการเสพเกิดการติดเกิดการไม่ว่างเหมือนอย่างเก่าไหมผ่านสอนไอ้นี่เราเพิ่มและเป็นสมาชิกอาวุธทหารนะเรียกว่าเรามีเหตุปัจจัยต่างขึ้นเราปล่อยใจอยู่ในฐานะเก่าอยู่ใน เหตุปัจจัยเก่าอยู่ในฐานะเก่าหรือฐานเก่ามีเหตุเก่าปัจจัยเก่าเราก็ทนได้ตั้งมั่นดีแล้วทีนี้เหตุใหม่ปัจจัยใหม่ฐานสูงขึ้นแก่จัดขึ้นอนุโลมมากขึ้นเราเป็นไปได้ไหมทำได้แล้วก็ประเดี๋ยวเดียวเราก็เปลี่ยนแล้วเราก็ทนไม่ได้เราต้องพักไม่งั้นไม่ได้ใจเราจะถูกกิเลสมันกินมันกลืนต้องอ่านให้รู้ถึงเวลาตอนนี้แม่ยังทำต่อไปไม่ไหวแล้วเราก็ชักชักจะเพลินไปแล้วชักชักจะเหลิงเวลาเราจะเกิดรถเกิดอะไรขึ้นไปแล้วหรือชักจะลำบากลำบนแล้วแต่ในฐานที่มันสั่งนะในฐานที่มันผลักไสเนี่ยเราแทนที่จะเพิ่มจากผ้าเรากลับจะต้องย้ำมันลงไปอีก สถานที่มันเกิดราคะพระอนุโลมทำไปทำไปแล้วไปเดี๋ยวมันจะเกิดนี่ราคาจะกินใจเราเราพักเสียหยุดเสียจะต่อเดี๋ยวเราขาดทุนแต่ถ้าถามนี่ไม่ใช่จะเกาะราคะแต่มันจะก่อโทสะเราไปทำแล้วเราก็ทำทำทำทำทำทำแล้วมันก็รู้สึกว่าแม่มันชักจะทนเข้าไปชักจะรู้สึกว่าเราจะเกิดตอนแรกก็พอทนได้พอต่อไปต่อไปมันจะเป็นอีกถ้าเพราะว่ามันจะเป็นเรากลับจะต้องตั้งใจให้ได้แข็งสู้แล้วก็สัมผัสต่อไปอีกซิมันต่างกันก็ราคะราคะต้องเพิ่มฝากของมาเสียก่อนถ้าจะประกอบให้เกิดโทสะเราก็จะต้องเอ๊ะมันเป็นอะไรทำไมเราจะต้องถือสาสัมผัสนั่นลงไปอีก เราต้องสัมผัสแน่นลงไปอีกเกี่ยวข้องลงไปอีกซิแล้วจะต้องจัดจัดการกับเจ้าจิตของเรามันถืออะไรมันยึดถืออะไรมันถือสาอะไรนะเมื่อกี้ก็ทนได้ดีๆทำไมตอนนี้มันชักเกิดรังเกียจขึ้นมาแล้วจะทนไม่ไหวแล้วต้องปรับมันดูดีในสภาพที่การปฏิบัติธรรมในสิ่งที่มันละเอียดอ่อนหรือว่าเป็นสิ่งที่เราควรจะรู้ซับซ้อนพวกนี้แล้วก็เพิ่มเติมการนำบอกกันเข้าไปอีกแล้วเราก็จะได้ฝึกปรือตลอดเวลาตลอดเวลาวันหนึ่งคือ 1 ไม่ว่าเราจะนั่งจะยืนจะเดินจะนอนจะมีจิตมีการมีงานแม้มี ชีพเราก็ปฏิบัติด้วยสัมมาอริยมรรคองค์ 8 จัดสรรกับโปจะมีวาจาต้องพูดอยู่จะมีการงานต้องทำจะเป็นอาชีพต้องมีรับปฏิบัติอยู่ได้เสมอสั่งสมสมาธิด้วยสัมมาอะระหัง 7 สมาธิสัมมาสมาธิของพระอริยะนี่เกิดจากองค์ประกอบของอริยมรรคองค์ 7 หรือมรรคองค์ 7 เนี่ยทำให้มันเป็นอริยะทำให้เป็นสัมมาที่แท้เห็นในถูกต้องเข้าใจให้ได้ตั้งแต่เราเห็นอ่านไปเห็นจนกระทั่งเห็นถึงอารมณ์เห็นถึงอาการอาการทางกายหยาบหยาบอาการของทางวาจาอาการของจิตที่ต่างกันว่าจิตอาการอย่างนี้อย่างนี้ ต่างกับอย่างนี้อย่างนี้เรียกว่ามีกิเลสอย่างนี้เรียกว่าไม่มีละตอนนี้อาการที่มันมีมากมีน้อยต่างกันอย่างไรอาการแย่ได้ชัดไปยาวไปอย่างนี้พยาบาทต่างกันอย่างไรหรืออาการที่มันจะคล้ายกันแล้วมีมากกว่าแรงกว่ามีน้อยกว่าแรงกว่าอันเป็นความแตกต่างกันเราถึงจะเรียกว่าเรารู้รูปรู้นามและรูปที่พูดนี้เป็นปรมัตถ์ไม่ใช่รูปไอ้พ้นโทษอยู่ข้างนอกเหมือนรูปปัจจุบันรูปของจิตรูปของอารมณ์จิตเป็นสิ่งที่ถูกรู้ไม่มีตัวตนจิตหรือวิญญาณไม่มีตัวตนเป็นอนัตตาเป็นอัสรี ไม่มีรูปไม่มีโฉมไม่มีตัวไม่มีตนแต่ถูกรู้ได้ด้วยญาณทัศนะวิเศษบุคคลผู้มีญาณทัศนะวิเศษผู้มีความรู้จักอาการจับอารมณ์พวกนี้ได้ย่อมรู้แล้วเรารู้อาการรู้ลิงทะรู้นิมิตรู้อุเทศที่พูดให้ฟังแล้วจะเป็นอุเทนทั้งนั้นแหละเป็นเทศนาเป็นการทำให้เกิดทัศนะเมื่อคุณได้ทัศนะแล้วคุณก็ไปสังวาระและคุณก็ไปปฏิเสธว่านะคุณไปทำให้มันเกิดอธิวาสชนะให้มันเกิดปฏิวัติชนะก็เกิดวิโรจนะเกิดภาวะภาวะพาวันหรือภาวนาให้สุดท้ายภาวนาเผ่าวันมัน อย่างนี้เสมอแหละเป็นเรื่องจริงแล้วพูดได้รู้รูปรู้นามก็รู้ด้วยอาการรู้ด้วยลิ้นพระรู้ด้วยนิมิตรู้ด้วยอุเทนหัวดอกฟังคำอธิบายการกล่าวถึงการชี้แจงออกมาอย่างที่พูดถึงเนี่ยเป็นการชี้แจงเป็นการกล่าวถึงเรียกว่าอุเทศมีหัวข้อมีคำบรรยายแจกแจงออกมาแล้วคุณก็เข้าใจทราบเห็นรูปเป็นทิฐิไม่เข้าใจไปทิฐิแล้วคุณก็ไปทำตามทิฐินี้ทำตามที่เห็นถูกแล้วตรงแล้วเข้าใจดีแล้วแม่นแล้วฟังให้ดีที่พูดนี่บอกให้เห็นแจ้งว่าทำอย่างไรเรียกว่ามักที่พูดนี่บอกนี่เป็นมรรคกับวิธีเมื่อคุณไปทำตามมักกะวิธีนี้ แจ้งผลของคุณเองเห็นผลของคุณเองเป็นได้มีได้ดั่งที่พูดนี่นะแล้วคุณก็รู้รูปรู้นามเองของคุณรูปก็สิ่งที่ถูกรู้เห็นอาการจิตอย่างที่ว่านี่ถูกรู้ต่างกันอย่างไรคุณก็รู้ความต่างเป็นลิงข้าอยู่ตลอดเวลาเอออย่างนี้มันหมายเป็นนิมิตนิมิตแปลว่ามันกำหนดหมายเครื่องหมายต่างๆก็อย่างนี้เป็นเครื่องหมายทั้งภาษาบอกเครื่องหมายปริยัติบอกเครื่องหมายเมื่อปฏิบัติแล้วทำสภาพเห็นอาการเห็นอารมณ์เห็นอาการเห็นอารมณ์ว่าโอ๊ยอย่างนี้มันมีอยู่มันเป็นเครื่องหมายบอกเลยลักษณะมันไม่มีตัวตนน่ะไม่มีรูปร่างแต่ว่าเรารู้เลยว่าอาการอย่างนี้อารมณ์อย่างนี้อย่างนี้เป็นเครื่องหมายของการอย่างนี้เป็นเครื่องหมายของพยาบาลอย่างนี้เป็นเครื่องหมายของผีนั้นมีพระอย่างนี้เป็นเครื่อง ขายของวุฒิศักดิ์อย่างนี้เป็นเครื่องหมายของกิเลสหยาบเป็นศีลธรรมหยาบอย่างนี้เป็นผีนั้นมิทธะเป็นอุปกิเลสต่างกันนะมีลิงคะมีความต่างกันนะรูปรอยคล้ายกันแต่มันต่างกันมีอ่อนมีหยาบมีแก่อะไรต่างกันเพราะฉะนั้นอย่างไหนขนาดไหนหยั่งรู้ด้วยญาณทัศนะของเราจริงเรียนไปปฏิบัติไปฝึกปรือไปวันหนึ่งคืนหนึ่งวันหนึ่งคืนหนึ่งทำเสมอทำจริงๆไม่ใช่มานั่งจะฟังภาษาเข้าใจแล้วจะบอกว่าเราเป็นได้แล้วไม่ได้เป็นได้ก็ต้องทำจริงพากเพียรทำไปแม้แต่จะทำนู่นทำนี่ทำงานทำการดังกล่าวแล้ว ประโยชน์ของศาสนาพระพุทธเจ้าที่พระพุทธเจ้าท่านได้ทฤษฎีสัมมารีมรรคองค์ 8 นี้จึงเป็นประโยชน์มหาศาลไม่ใช่เป็นกำหนดอยู่แต่ว่าตอนนั่งหลับตานี่ก็ทำได้นี่เป็นสมาธิเป็นฌานเป็นรู้ผลรู้อะไรก็ได้ตอนนี้พอเดินยืนนั่งนอนทำการทำงานทำอะไรและไม่ได้แล้วต้องมานั่งนี่คือการปฏิบัติธรรมไม่ได้อย่างอื่นไม่ได้มันสู้ไม่ได้หรอกสู้ทฤษฎีของพระพุทธเจ้าไม่ได้เป็นได้แต่ตอนนั่งหลับตาเฉยๆมันจะไปพออะไรไม่ทันแม้นั่งหลับตาเนี่ยเราก็ยังจะต้องรู้ละเอียดอย่างที่เคยบอกแล้วมานั่งหลับตาแล้วก็ยังอุตส่าห์ไปมีมิจฉาทิฐินั่งหลับแล้ว ไปจมในอารมณ์เป็นภวตัณหานั่งหลับไปแล้วก็สบายดีไปโง่ไปง่วงไปหรือไม่ก็นั่งดับจิตเฉยๆดับจิตเฉยๆมันดับไปดับไปแล้วก็ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรหลับหลับดีไปแล้วก็เพลินอารมณ์ไม่สบายดีหรือแม่คุณจะตั้งสติสัมปชัญญะในขณะนั่งหลับตาแล้วก็เห็นจิตของเราว่างลงว่างลงตรงสบายหรือจะไปตั้งสมมุติเอาไว้ว่าเราจะไปเพ่งอะไรก็แล้วแต่แล้วก็เอาอาการนั้นเพ่งแล้วก็ทำให้มันใสให้มันโปร่งให้มันเล็กลงให้มันวิจิตรเข้าไปมันบางก็ไปบางก็ไปแล้ว ใจก็ว่างว่างเข้าไปหาสภาพที่คุณเองคุณตั้งจิตคุณนั้นเองมันก็เป็นอุบายให้จิตลงไปโปร่งๆว่างๆก็ว่างก็ไปหาไอ้สิ่งใสๆโปร่งๆๆไปว่างอย่างครอบครัวมีลูกแก้วใสเอามาให้คนเพ่งแก้วใสจนกระทั่งมันติดตาแล้วก็มาเป็นบุคลิกเอาไปไว้ในใจเราหลับตาเขาก็เห็นลูกแก้วใสนั้นก็ให้มันใสๆๆจนกระทั่งมันไม่มีขอบเขตว่างเจาะเข้าไปเขาบอกว่าอย่างศูนย์พุทธจักรจะใช้ก็ไปให้มันเป็นอาการใสๆเข้าไปอีกไซส์ก็ไปหาแกนกลางไซส์ก็ไปไสก็ไปไสก็ไปแล้วคุณจะรู้สึกมีอารมณ์ใสๆๆๆจนกระทั่งภาษามันสื่อบอกสายๆคุณก็จะได้ใสๆใสๆแกนใสๆแล้วมันก็นิ่งอยู่กับการใช้ๆๆ ที่จริงมันเป็นรูปชนิดหนึ่งรูปที่เรียกว่าใสๆแล้วคุณก็ไปสร้างอุปทานเก็บตัวนั้นให้มันเป็นใสๆแล้วคุณก็ปั้นรูปใสๆพอได้ใช้สายแล้วก็โอ้ยสบายน้อได้แล้วถึงแล้วพิเศษแล้วได้ใสๆๆเป็นคนนั่งหัวใจใสๆใสๆนี่แหละสมมุติขนาดนี้ว่าสายชั้นนี้เป็นชั้นโสดาชั้นนิสัยชั้นนี้เป็นชั้นสกีตาใสขั้นนี้เป็นขั้นๆใสขั้นนี้เป็นขั้นอรหันต์คุณก็เพลินแหมมันย่นสบายแล้วมันภาคภูมิจริงโว้ยใสขั้นอรหันต์และสะดวกก็อรหันต์ตี๋อยู่ตรงนั้นน่ะก็ไปนั่งเอานั่นมันเป็นภาวะตัณหาชนิดหนึ่งเป็นเพราะว่าตัณหาสร้าง พบสร้างชาติเอาไว้ชิ้นนึงแล้วก็ไปนั่งหันผีได้หันแล้วโว้ยกูก็ได้สภาพนั้นสมมุติแล้วแต่ละคนไม่เหมือนกันทีเดียวหรอกนะภาษากำหนดผู้นั้นก็พูดคนละอย่างมันไม่ใช่คนละอย่างพูดอย่างเดียวกันบอกว่าเนี่ยให้มันไปใสๆอย่างนี้คำว่าใสตัวเดียวนี่แหละแต่เวลาไปเข้าไปแล้วกายนั้นก็อย่างหนึ่งสัญญานั้นก็อย่างนั้นสัญญาเดียวกันแต่กายคนละอย่างความประชุมของอารมณ์จิตเป็นภพเป็นชาตินั้นคนละอย่างแต่พอลืมตาออกมาแล้วก็บอกใช่สายออโต้สายเลยสายชั้น 4 ด้วยชั้นอรหันต์สายชั้น 4 ด้วยสายชั้นอรพรรณ กำหนดหมายด้วยภาษาบัญญัติเหมือนกันไสคำว่าใสเหมือนกันเลยแต่กายคนละตัวความประชุมกายความประชุมความประชุมของอารมณ์จิตนี่มันคนละอารมณ์คนละอย่างคุณก็ทำไปคุณก็กำหนดของคุณใส่ไซส์ตามที่คุณมีความรู้สึกมันก็ใสของคุณไปเลยเอาอย่างนี้ก็เป็นสภาพที่สร้างพบสร้างชาติเฉยๆเพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าจึงได้ตรัสไว้ชัดในมิจฉาทิฏฐิสูตรก็ดีสักกายะทิฐิสูงก็ดีอัตตานุทิฏฐิสูตรคนดีในมัชฌิมนิกายมูลค่าไปอ่านดูอันนี้ที่จำได้เพราะว่าเพิ่งผ่านมาอีกเพิ่งหยิบพระไตรปิฎก นี้มาจากสันติถือมันนี่เพราะว่าที่นี่มันเล่มนี้ขาดเล่ม 12 พอดีเปิดๆๆผ่านเห็นอ้อมอยู่เล่มนี้เล่มอื่นอาจจะมีอีกนะแต่เล่มนี้ก็มีที่ได้คัดเอามาไว้ในทางเอกบ้างในที่ไหนบ้างสูตร 3 สูตรนี้ที่เรียงกันอยู่เนี่ยอาจจะมีที่อื่นนะเพราะว่าสูตรที่มีอยู่ในนิกายนั้นนิกายนี้หมวดคือหมวดนั่นเองนิกายคือหมวดนั้นเล่มนั้นเล่มนี้อะไรนี่มีอยู่ซ้ำๆกันเยอะท่านตัดเอาไปไว้ที่นั่นบ้างตัดเอาไปไว้ที่นี่บ้างอ่าในสูตร 3 สูตรนี้เป็นหลักประพฤติปฏิบัติโดยพ้นด้วยหลักไตรลักษณ์พร้อมช่างเลยทีเดียว แล้วปฏิบัติแล้วเราจะพ้นมิจฉาทิฏฐิอย่างไรก็เอามาอธิบายสู่ฟังมาก็ซ้ำแซะมากแล้วพ้นเพราะว่าเราเห็นแล้วจิตของเราเปลี่ยนแปลงได้แต่ก่อนจิตของเรามันบันเทิงร่าเริงอยู่แต่กับอารมณ์โลกและมันก็ติดก็ยึดเราไม่เคยคิดว่าจะจิตเราจะเปลี่ยนมาได้แม่มันเสพมันติดอยู่อย่างนี้มันจะหลุดมาได้หรือเราก็ไม่เคยคิดเราก็ไม่เคยรู้สึกเราไม่ปฏิบัติแล้วเราอยู่กับคนรอบๆนี่เพลิดเพลินอยู่กับมันอย่างนั้นน่ะพอเรามาหัดฝึกหัดปรือเข้ารองรับรองลดลองไม่เอาดูซิลองไม่เสพไม่ติดดูซิจิตใจเรามีกิเลสมาเล่นงานเราเราก็พยายามประพฤติปฏิบัติสู้ทนลองดูเอ๊ะจิตของเรากำลังการติดลดลง การอยากการโหยหาอาวรณ์ลดลงนี่คือความไม่คงเที่ยงนี้คงอยู่ 7 อันไม่คงอยู่เดิมจิตอันไม่เที่ยงและมันบอกว่ามันไม่จริงที่จริงมันไม่ใช่จิตเรามันกินแหลกจิตของเรานั่นแหละนึกว่าเราจะติดอยู่อย่างนั้นจริงเปลี่ยนไม่ได้นึกว่ามันจะคงที่อย่างนั้นจริงนึกว่ามันจะเที่ยงแล้วจริงไม่จริงเรามาปฏิบัติถ้าเราเริ่มเห็นอ๋อเปลี่ยนแปลงได้แฮะเจ็บที่เปลี่ยนแปลงได้ไม่เที่ยงไม่คงที่ไม่จริงอยู่อย่างที่เราเคยหลงว่าอย่างนี้เป็นของจริงอย่างนี้เป็นของต้องได้ต้องมีต้องเป็นอยู่นิรันดรใครก็จะต้องเป็นอย่างนี้ ดอกเกิดการเห็นเป็นทิฏฐิขึ้นมาเมื่อปฏิบัติธรรมเมื่อเรียนรู้และลดได้นะแล้วเคยติดอร่อยอย่างนี้นี่รสอร่อยลงมาได้แล้วมีบ้างไหมมีใช่ไหมแต่ก่อนนี้มันมาจี๋จ๋าเลยเดี๋ยวนี้ลดลงมาแล้วนะการที่เราเห็นว่ามันเปลี่ยนแปลงได้มาในทิศทางที่เราลดละได้นี่แหละเริ่มเห็นว่ามันเปลี่ยนแปลงได้นี่เริ่มคนมิจฉาทิฐิแล้วคุณจะเห็นก็เพราะว่าคุณสัมผัสมีเหตุปัจจัยมีตาตากระทบรูปมีแต่ก่อนโอ้โหถ้ากระทบรูปนี้จะต้องมันอย่างนี้สิท่านได้ครบเครื่องอย่างนี้แล้วอะไรมากมายมันต้องมันอย่างนี้เลยสัมผัสอย่างนี้แล้วแต่ก่อนพอตอนนี้อ่าน เลย 770 ลูกของเราอาจนะเห็นแน่ชัดเลยว่าอนิจจังเกิดนะเว้ยมันเปลี่ยนแปลงได้มันไม่คงที่มันไม่เที่ยงเห็นเลยความไม่เที่ยงเห็นเห็นลักษณะไม่เที่ยงแล้วจิตใจแต่สิทธิ์ของเรามันไม่คงที่มันไม่เที่ยงมันไม่จริงแต่ก่อนนึกว่ามันจะต้องอย่างนี้ทุกทีไปเดี๋ยวนี้ไม่ใช่แล้วแต่แท้จริงมันก็ไม่เที่ยงหรอกอาหารที่ปรุงมาอย่างได้ขนาดเก่าเลยนะทีมคราวนี้อร่อยคราวต่อคราวตอนนั้นก็ไม่ค่อยอร่อยแล้วแต่อารมณ์บ้าๆบอๆคนบางอารมณ์ก็เขาปรุงดีกว่าเก่าด้วยซ้ำไปไม่อร่อยอ่ะเขวี่ยงจานเลยก็ยังได้ไอ้อย่างนั้นมันของอย่างนั้นเป็นการไม่เที่ยงหรืออนิจจังหยาบๆตอนนี้ กำลังอธิบายอนิจจังเชิงปริมาณแล้วจะรู้กันละหน่ายคลายด้วยเป็นปรมัตถ์เพราะเราจะพ้นมิจฉาทิฏฐิได้ก็เห็นชัดเจนเลยว่าจิตของเรานี่ไม่ยึดมั่นถือมั่นดังกล่าวไม่ติดอย่างเก่าอนิจจังฟังดีๆนะนี่ขยายความคำว่าอนิจจังปรมัตถ์จิตเจตสิกเป็นอนิจจังไม่ใช่อนิจจังบอกโอ้ยทุกคนนี้อยู่ดีๆแหมถูกระเบิดสรรพคุณตูมเอาตายซะแล้วว่ะเห็นกันอยู่หลัดๆเลยมันตายแล้วอนิจจังจริงโว้ยไม่เที่ยงนะคนเราไอ้เนี่ยมันกัดคนตัวตนเราเขามันไม่เที่ยงมันไม่ใช่ปรมัตถ์ไม่ใช่จิตใจเป็น 10 รูปนี้ผ่านตอนนี้เราต้องมารู้จิตใจจะติดของเรารูปที่อ่านก็คือรูปปัจเจกของเราเห็นแล้ว มันไม่ยึดมั่นถือมั่นแล้วมันไม่เที่ยงแล้วมันลบได้ไงเป็นไปเพื่อความหมายคล้ายด้วยเป็นไปเพื่อใครกำลังมาเป็นไปเพื่อความคลายกำหนัดพรายนายแล้วลดลงมาได้ได้แล้วเพียงเห็นว่ามันลดลงมาได้ไม่เที่ยงเราชักมั่นใจแล้วนะความติดยึดไม่จริงการติดยึดไม่จริงความยึดมั่นถือมั่นอย่างเก่าอยู่นี่ไม่จริงเราเปลี่ยนได้เราชักจะมั่นใจเราชักจะเห็นทิศทางแล้วเปลี่ยนได้เราทำอีกทำอีกทำอีกพิจารณาอีกพิสูจน์อีกพิสูจน์ๆถ้าเรายิ่งปฏิบัติยิ่งลดลงได้มากแต่ก่อนนี้โอ้โหแรงเรียกว่าเป็นสักลายแต่ก่อนมันติดมากยึดมากยึดมั่นมาก จากสักกายะรถลงมาได้เรื่อยๆเห็นว่าโอ๋นี่หนอทุกข์แล้วเราก็กำลังดับเหตุแห่งทุกข์ตรงที่ว่ามันพิจารณาด้วยเหตุผลด้วยมีวิปัสสนาญาณเข้าไปลดด้วยแล้วเจโตก็วิมุตลงจางคลายลงจางคลายลงทุกข์น้อยลงทุกข์น้อยลงแต่ก่อนนี้ทุกข์เพราะมันเล่นงานเราเรื่อยมันต้องบังคับให้เราไปเสพไปติดไปมีแล้วก็รู้สึกเกิดอาการอารมณ์ทุกๆสุขสุขสุขสุขสุขสุขสุขทุกๆอย่ากดทุกไม่ได้สมเสร็จทุกข์พอได้มาสมเสร็จก็สุขกามารมณ์สูงสุดด้วยอามิสแต่ก่อนเป็นอย่างนั้นแต่เดี๋ยวนี้ไม่แล้วเห็นว่าเออทิศทางนี้มันเบาลงนะถ้าเราไม่อยากนี่ดีนะลดลงได้ด้วยเหตุผลที่เราได้พิจารณาเป็นวิปัสสนาญาณทั้งได้ฝึกจิตมันมาจริงๆมันจางคลาย รายการคลายจนพ้นเขตลงมา 501 แต่ก่อนที่เราตั้งไว้ว่าเราติดขนาดนี้ถือว่าร้อยแต่ก่อนแล้วติดมากขนาดนี้ร้อยนึงเดี๋ยวนี้มันจางลงมาประมาณได้ละครึ่งเลยไม่เดือดร้อนยิ่งเลยขึ้นไปเลยทีนี้เรียกว่าพ้นสักกายทิฐิไม่ทุกข์ร้อนเท่าไหร่และจึงเรียกว่าพ้นเห็นชัดเจนเลยเห็นจิตของเราว่าไอ้อย่างนี้เคยทำให้เราเองทุกตอนนี้ไม่ค่อยถูกและจึงเรียกว่าเห็นทุกข์ดับไปหรือเห็นทุกข์อ่อนลงไปแล้วเห็นความทนได้ยากนั้นทนได้ง่ายขึ้นทนได้โดยไม่ลำบากทนได้โดยไม่ยากนี่คืออาการเกิดการพ้นทุกข์ขึ้นมาเรียกว่าพ้นสกายอาทิตย์ เหตุปัจจัยใดเหตุปัจจัยหนึ่งที่คุณจับขึ้นมาสมมุติว่าคุณติดบุหรี่แต่ก่อนนี้มามันสงสัยเราเลิกไม่ได้หรอกมันติดอย่างนี้นะมันยึดมั่นถือมั่นอย่างนี้มันติดมันๆอย่างนี้เลิกไม่ได้แต่ก่อนเราจะคงจะเข้าใจอย่างนั้นหรือว่าเคยคิดอย่างนั้นเพราะตอนหลังเรามาประทับเข้ามันจะเจอจนจมลงได้เว้ยเนี่ยคนมิจฉาทิฐิเห็นความเปลี่ยนแปลงของจิตฝึกมือก็ไปอีกทำก็ไปทำก็ไปจนสบายแล้วบุหรี่ไม่ต้องสูบแล้วปากก็ไม่ต้องสูบไม่ต้องเอาไปบุหรี่สบายอารมณ์สบายทนได้โดยไม่ยากอาจจะมีแรงนิดๆหรือว่ามีแรงแรงหน่อยจะทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากอย่างนี้ถือว่าพ้นสัก เห็นเหตุผลอย่างนี้ไม่เอาทิศทางนี้แม่นไม่เอาแล้วไอ้อย่างนี้เห็นอารมณ์ว่าถ้าอยู่อารมณ์ปราศจากหรือว่างหรือหลุดหรือลอยหรือจางคลายมางี้มันเป็นความเจริญของเรามันเป็นความประเสริฐของเราเราได้ดีแล้วหนอเห็นชัดเจนไม่เวียนกลับหรอกแต่ยังเหลือเศษอยู่ในจิตอยู่บ้างถ้ามันบางลงเหลือรสชาติที่มันคอยหลอกคอยหลอนอยู่เท่านั้นข้างนอกนี่ไม่มีปัญหายังไงยังไงเราก็ไม่สูบเด็ดขาดทนได้โดยไม่ยากแน่ใจมั่นใจยังเหลืออารมณ์นิดๆหน่อยๆบางทีก็แบบปรับแหมคนนี้สูบกลิ่นนี้เคยกินเมียขนาดนี้แล้วบางคนติดซิกาครับอ่อนแรงมัน เรามันเล่นระแวก 195 รถนี้เคยติดเคยชื่นใจนิดๆเรารู้ตัวไม่อยากไปเย็นอะไรข้างนอกนี่มั่นใจเลยแน่ใจไม่เป็นไรเสร็จพรุ่งนี้เรียกว่าเศรษฐีหล่อกว่าปลาจิกะจิตจึงเป็นโอปปาติกะยังเป็นเศรษฐีหรอกเราก็ทำให้มันเห็นเหตุเห็นปัจจัยทำให้มันอันเณรชาทำให้มันอุเบกขาทำให้มันอาการสาหัสลงไปทุกทีแม้ผัสสะหรือเศษอย่างนี้เราเรียกว่าอัตราการเป็นตัวตนที่หยาบเราลดลงมาแล้วนี่พ้นทุกข์ลงมาแล้วจนสบายแล้วยังเหลือแต่อยู่ในอนาคตแม้แต่แค่เรื่องบุหรี่นะเป็นอนาคตที่เป็นอุปสรรคหลอกหลอนอยู่ที่จิตเรา ว่างๆมันนึกผุดขึ้นมาเฮ้ยมันระลึกถึงเหมือนกันโว้ยอยากเสพขึ้นมาน้อยๆผีหลอกแต่เราก็รู้ตัวแต่เราก็กำกับได้กำหนดได้มันยังไม่ดับสนิทเท่านั้นเองมีมากหรือมีแรงเท่าไหร่ก็คุณนั่นแหละลูกของคุณเองถ้าคุณเองคุณยังควบคุมอย่างนี้ก็ไม่ได้ยังฟังอย่างเธอแม้แต่โลกหยาบโลกนอกโรคกรรมตาหูจมูกลิ้นกายไม่ทำต่อหน้าลับหลังคุณก็ไปสูบอะไรงี้อย่างงั้นคุณก็ไม่เป็นไม่เป็นอนาคตมีจิตน่ะธนาคารมีกิจนี้มันทนได้จริงๆโดยการมาพบไม่มีไม่รังเกียจด้วยไม่รักไม่รังเกียจเห็นไปเป็นการรู้ว่าอ้าวมันก็เป็นของโลกเหลือเศษนี้เราก็มาล้างจนกระทั่งหมดตามรู้ตามเห็น อัตตานังถ้าแยกพยัญชนะมาแล้วอัตตานุทิฏฐิอัต +1 แปลว่าตามรู้หรือว่ามันเหลือน้อยน้อยเข้าไปเรื่อยตามเห็นหรือว่ามันน้อยไปอัตราเล็กลงเล็กลงลดลงได้ด้วยอัตราก็คืออัตราของกิเลสรสชาติหรือว่าจิตของเรายังไม่ว่างจากรอยกิเลสพวกนี้เบาลงเบาลงเบาลงแม้ผัสสะมันคือเมื่อไหร่เมื่อไหร่ด้วยตาหูจมูกลิ้นกายยังไงก็ตามหรือแม้แต่จิตเองระลึกทบทวนแม้แต่ผัสสะจริงจะกัดแก่จัดจ้านยั่วยวนเราอย่างไรก็ตามสุดท้ายเราเฉยเราก็อ่านอารมณ์ของเราเออขณะนี้สักพักมันก็ผ่านไปผ่านมาไม่จำเป็นจะต้องไปทดลองก็ได้มันมีไปมาอย่างนี้แหละเราก็รู้แล้ว แล้วก็ไม่โหยหาอาวรณ์อะไรจริงๆหรือสัมผัสแล้วก็เฉยเห็นอุเบกขาถ่านเห็นอากาสานัญจายตนะวางโล่งโปร่งสบายวิญญาณเราเป็นตัวว่างวิญญาณเราเป็นตัวสบายวิญญาณมาเป็นตัวรู้รสชาติกินจรรยาจะนะรับรู้ความไม่มีรู้แล้วอาการของความมีกิเลสแม้ละเอียดถึงขั้นอัดตานุหมดเกลี้ยงไม่เหลือไม่มีอาการไม่มีอารมณ์ไม่มีอาวรณ์อาลัยไม่มีเลยเรื่องจริงคุณก็รู้นิดนึงน้อยหนึ่งไม่มีอ่ะกินจนยายจะชนะคุณอ่านจริงๆอ่านชัดๆซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้มันรู้ชัดถึงอารมณ์จริงให้มันรู้ ปัจจัยจริงทุกอย่างรู้ถึงจิตลึกๆด้วยเรียกว่าอนุสัยหรืออาสวะเศษเหลืออุปกิเลสต่างๆอ่านมีผู้ใช้ภาษาทั้งนั้นแต่เมื่อเรารู้แล้วว่าทั้งอารมณ์ละเอียดพวกนี้เราก็เห็นชัดเจนว่
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive