จุดเปลี่ยนแปลงสู่โลกุตระของพ่อครู.docx
เนื้อหาในไฟล์
จุดเปลี่ยนแปลงสู่โลกุตระของพ่อครู _ในปางฝัน...จุดเปลี่ยนในชีวิตของพ่อครู จากโลกียะ สู่โลกุตระคืออะไรคะ ใครคือต้นแบบในทางธรรม พ่อครูว่า...ใครเป็นต้นแบบ ทำไมถึงมีจุดเปลี่ยน เอาแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน 1 ใครเป็นต้นแบบ ตอบ..ไม่มี หาต้นแบบไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นต้นแบบของอาตมาก็คือของตัวเอง ที่มีมาแล้วตั้งแต่ปางก่อน ชาติก่อนๆมาถึงชาตินี้ก็มีมา พอถึงเวลาแล้วนึกได้ ก็เข้าประเด็นที่ 2 ทำไมถึงเปลี่ยนมา ที่ต้องเปลี่ยนมาเพราะ บารมีของหลวงปู่ มันมีพร้อมที่จะต้องมาเป็นเช่นนี้แล้ว มันต้องเป็นเช่นนี้เป็นตถตา เมื่อถึงเวลา อย่างหลวงปู่ทำงานอยู่ทางโลก ก็มีหาชื่อเสียงลาภยศอะไรก็มี ก็ทำได้ไม่ได้เสื่อมอะไร แต่เสร็จแล้วก็รู้สึกว่า มันก็เป็นจริงตามตถตา มันก็รู้สึกว่าไม่ไหวแล้วอยู่อย่างนี้ มันบอกไม่ถูกเหมือนกัน มันรู้ได้ด้วยตัวเองว่าอย่างนั้นมันไม่ใช่ การไปเอาลาภยศสรรเสริญโลกียสุขมันไม่ใช่ มันก็ไป คือ ถ้าเล่าจะยาว หลวงปู่ก็นึกเราจะไปอะไร ก็รู้แต่ว่ามาทางธรรมจะต้องรู้เรื่องจิต ก็เลยแสวงหาว่าใครหนอพอจะรู้เรื่องจิต ใครจะอธิบายจิตให้เราได้ วันหนึ่งเข้าไปพบสมาคมค้นคว้าทางจิต วิทยาศาสตร์ที่วัดมกุฏ เจอหมอจรูญ หมอประพันธ์ ที่เล่นบทบาทค้นคว้าทางจิตเป็นวิทยาศาสตร์ หลวงปู่ก็สนใจเข้าไปศึกษา เขาก็พาให้ทำการสะกดจิตไปนั่งสมาธิ ก็ไปกับเขา ก็พาไปดูนั่งสมาธิ การไปนั่งสมาธิมันก็เป็นทางจิตเหมือนกัน ที่นี้ก็มีเพื่อนคนนึง คบกันในการทำรายการโทรทัศน์ร่วมกัน คนนั้นเขาเล่นไสยศาสตร์ ทุกวันนี้เขาก็ยังเล่นไสยศาสตร์อยู่ เขายังจมอยู่กับไสยศาสตร์ เข้าทรงมีความรู้แบบไสยศาสตร์ต่างๆนานา มีความรู้ทางจิตอย่างรู้อันนั้นอันนี้ เราก็รู้สึกว่าจิตอย่างนี้ก็มีความสามารถ ก็ไปกับเขา ก็ไปพบกับอาจารย์ทางไสยศาสตร์ อาตมาก็เลยเข้าไปทางไสยศาสตร์ ก็เลย
อ่านต่อ
กำลังเดินทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมอ กลางวันก็ไปทางพวกไสยศาสตร์ ชีวิตเลยไม่ได้นอนไม่หลับเลย กลางคืนเป็นควันกลางวันเป็นไฟ ไม่ได้หลับได้นอนเลย ไปสนใจศึกษา ก็ไปศึกษาทั้ง 2 ด้าน ไปเป็นอาจารย์ทางไสยศาสตร์อยู่ 8 ปี ทางวิทยาศาสตร์รู้ได้ง่ายแต่ตื้น ทางไสยศาสตร์นี้ลึกแต่รู้ได้ยาก มืดด้วย ก็เลยรู้สึกว่าไม่เข้าท่า วิทยาศาสตร์ให้ความรู้ให้คำตอบได้บ้าง ไสยศาสตร์ก็ให้คำตอบได้บ้าง แล้วทำยังไงจะรู้ ก็มีอยู่วันนึง ก็ไปพบวิทยาศาสตร์เขาสะกดจิต ก็ให้ระลึกถึงชาติก่อน คนที่ถูกสะกดจิตเป็นฝรั่งชื่อนายโคลแมน สะกดจิตถอยลงไป อายุน้อยลงก็จะเป็นเสียงเด็กๆลงไปเรื่อยๆ คนที่สะกดจิต แล้วก่อนที่จะให้รู้ ก่อนที่จะเข้าไปในครรภ์เป็นอะไรมา นายโคลแมนก็ข้ามชาติไม่ได้ เพราะเขาเป็นฝรั่งเป็นเทวนิยม ก็ตอบไม่ได้ อาตมาก็บอกว่ามันได้อย่างนี้เหรอ มันข้ามชาติไปจากชาตินี้ได้ด้วยหรือ อาตมาก็เลยได้คิดว่ามันต้องมีการข้ามชาติ้ได้ ก็เลยสนใจทางสะกดจิต แล้วพยายามฝึกสะกดจิต ว่าข้ามชาติได้อย่างไร มาทางไสยศาสตร์ก็ข้ามชาติไม่ได้ ได้แต่เพ้อๆเป็นนิรมานกาย ตอนนั้นยังไม่รู้หรอกพวกกายคืออะไร ก็เลยคิดว่าทำไงจะได้ ก็เลยไปเอาหนังสือธรรมะ ไปเอาหนังสืออภิธรรมมาอ่าน เขาบอกว่าเป็นยอดของความรู้ทางจิต เราก็อ่าน อ่านไปก็รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง เราก็ว่าไปอ่านอย่างนี้แล้วมันจะรู้ได้อย่างไร ก็ได้คิดกับตัวเองอีก ลองปฏิบัติสิ และปฏิบัติอย่างไร ปฏิบัติก็ขึ้นมาเอง ข้อปฏิบัติ เขาสอนไว้ พระพุทธเจ้าสอนไว้ถึงศีล สมาธิ ปัญญา ใครก็รู้ว่าทำไมพระพุทธเจ้าใช้ศีล สมาธิ ปัญญา ก็ปฏิบัติศีลสิ เราก็เริ่มปฏิบัติศีลไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ จนกระทั่งไม่กินเนื้อสัตว์ ไม่เอาแล้วเงินทองทรัพย์ศฤงคารต่างๆนานา มันก็ชัดเจนเพราะมีบารมี มันก็ง่ายสิ ปฏิบัติศีล สมาธิ ปัญญาก็ง่ายศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 ก็ไวประเดี๋ยวเดียว จนกระทั่งศีล 8 ศีล 10 ก็ไม่ยากอะไร ทิ้งสมบัติเข้าให้ ศีล 10 ก็เลิกละโลกียเข้าให้ ปื้ดๆๆ มาเลย จิต พระพุทธเจ้าก็เข้าทรงมาเลย ปึ้ด หรือจิตโพธิรักษ์เขาก็มาเข้าทรงในตัวเอง เราก็รู้ว่าตัวเองคือใครเท่านั้นก็ไม่เอาแล้วทางโลกีย์ ก็เลิก เราก็มองไปในสังคมศาสนาพุทธ แล้วจะไปบวชกับใครวะ ใครจะเป็นอุปัชฌาย์เราได้โว้ย ตอนนั้นรู้ตัวว่ามีคุณธรรมมีธรรมะแล้ว ก็ดูไปว่าคนอื่นที่เป็นนักบวชเป็นครูบาอาจารย์ไม่ใช่ธรรมะพระพุทธเจ้า สำนักต่างๆ เราบวชเองไม่ได้ก็ต้องไปมีอุปัชฌาย์ แต่หาอุปัชฌาย์ก็ไม่ได้ ก็ให้คนที่เป็นแม่บ้านไปหาที่ คนใช้นั่นแหละ ให้ไปหาที่ สักสองไร่ ที่มีต้นไม้เยอะๆ เขาก็ไปถามที่ตลาดว่าคุณผู้ชายอยากได้ที่สัก 2 ไร่ เขาก็บอกสเปคไป ก็มีแม่ค้าเพื่อนเขาก็บอกว่า ก็จะไปซื้อทำไมเล่า ที่อย่างที่พูดนี้ วัดอโศการามไปเลย มีที่เยอะแยะ เข้าไปอยู่ได้ไปปลูกกุฏิอยู่ได้เลยว่าอย่างนั้น แม่บ้านก็มาบอก เราก็ไปดูวัดอโศการาม ก็ว่าดี เอาที่นี่แหละ อาตมาก็เอาเลยก็ตกลง ก็เข้ามาวัดมาหาเจ้าอาวาส อุปัชฌาย์องค์แรกแหละ สุดท้ายท่านได้ตำแหน่งพระเทพวรคุณ ตอนที่อาตมาเข้าไป ท่านเป็นชั้นราชอยู่ ก็บอกว่า ถ้าผมจะมาอยู่ที่นี่มาปลูกกุฏิอยู่ที่นี่ ที่นี่ยืนยันได้ไหมว่าพระจะไม่มายุ่งกับผม ท่านก็หัวเราะ บอกว่าพระจะไปยุ่งกับคุณทำไม คุณอย่าไปยุ่งกับพระก็แล้วกัน มีอย่างที่ไหนพระจะไปยุ่งกับฆราวาส มีแตฆราวาสจะไปยุ่งวุ่นวายกับพระ เราก็ไปจองที่เข้าไปในป่าแสม ลึกเข้าไปประมาณ 50 เมตร เจาะสะพานยาวเข้าไปในป่าแสม ทั้งฝ่ายหญิงก็ปลูกกุฏิ เป็นแม่บ้านคอยอุปัฏฐาก คอยดูแล อาตมาก็ให้เขาใช้เงินโอนให้เขาเป็นคนดูแลเงิน อาตมาเป็นอนาคาริก ก็เป็นนายรัก รักพงษ์ ไปอยู่ตรงนั้น เจ้าคุณเขาก็ถามว่าอย่างนี้ทำไมไม่บวชเสียเล่า ออกมาถึงขนาดนี้แล้วสงบเรียบร้อยไม่ได้วุ่นวายกับทางโลก ทำไมไม่บวชเสีย ก็บอกว่าไม่บวช ดูไปอย่างน้อย 10 ปีไปก่อน ท่านก็หัวเราะคิดว่าเราคงอวดดี อยู่ไปอยู่ไปไม่ถึง 10 ปี ก็มีเหตุการณ์อีกเยอะ นุ่งกางเกงขาสั้นใส่เสื้อคอกลมขึ้นไปโกนหัวเท้าก็ไม่ใส่ถุงเท้าเดินขึ้นไป เดินไปที่วัดมหาธาตุ วัดธาตุทองขึ้นไปบรรยาย ไปพูดกับคนใส่เสื้อนอกขึ้นเวที เราใส่เสื้อคอกลม เขาก็ว่าบ้าหรือเปล่าจะไปฟังอะไรมันไม่ครบพร้อม เราก็คิดว่าแต่คนอื่นเพราะพูดเขาก็ฟัง คนใส่เสื้อนอกพูดก็ฟัง แต่เราพูดเขาก็ไม่ฟัง เขาก็ฟังเหมือนคนบ้าพูด ก็คนมันติดในสมมุติ อาตมาก็เลยรู้ว่าคนมันติดในสมมุติ ตอนนั้นก็เลยจะบวช เอาจีวรมาแล้วก็แล้วกัน เขาก็ซ้อนอีกว่าเรา ว่าบวชเพราะจะมาหลอกลวง ที่จริงมันซ้อน สิริมหามายา เรามีสภาวะยิ่งกว่าภิกษุแล้วก็เอารูปนอกมาใส่ ก็เลยบอกเจ้าอาวาสบอกว่าผมจะมาบวชแล้ว ก็เลยได้บวชขึ้นมาตั้งแต่บัดนั้นก็เป็นสมณะโพธิรักษ์ ตั้งแต่ยังเป็นฆราวาสก็ดูเรียบร้อยสงบเดินสุขุมไม่มองหน้า ตั้งแต่เป็นฆราวาส เมื่อมาบวชเข้าได้จีวร จากนุ่งกางเกงขาสั้นใส่เสื้อคอกลมเดินสุขุมเขาเรียกว่าบ้า ตอนเป็นฆราวาส แต่พอเปลี่ยนมาใส่ชุดจีวรเดินสุขุมแบบนั้นคนกราบเป็นทางเลย คำตอบคือ ตัวเองต้องเป็นตัวอย่างคนอื่น ไม่มีใครเป็นไอดอลไม่มีใครเป็นครูอาจารย์ แต่เราต้องมาเป็นครูอาจารย์ อันนี้ฟังแล้วมันน่าหมั่นไส้แต่สัจจะมันเป็นอย่างนั้น
630830_รายการวิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ประชาธิปไตยแนวใหม่ที่ใครๆก็ไล่ไม่ทัน