คุณสมบัติของพระโสดาบัน 4 ประการ.docx
เนื้อหาในไฟล์
คุณสมบัติของพระโสดาบัน 4 ประการ _ฐปะนีย์ บุราไกร : กราบพ่อท่านค่า การปฏิบัติธรรมหากว่าชาตินี้เราปฏิบัติบรรลุได้จนเป็นโสดาบัน, สกิทาคามี, อนาคามี, อรหันต์ แล้วถ้าเกิดชาติต่อไปเราจะยังคงได้ธรรมะและจะก้าวหน้าด้วยสัญญา และจะเจริญต่อไปตามชาติต่าง ๆ เป็นไปได้ไหมคะพ่อท่านคะ พ่อครูว่า...ได้ และมันมีตัวชี้บ่งคือ คุณธรรมที่คุณได้อรหัตผลถึงขั้นไหน โสดาบันก็มีแล้ว โสตาปันนะ อวินิปาตธรม นิยต สัมโพธิปรายนะ อรหันต์ก็เช่นกันต้องมี 4 ขั้นเป็นพระโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ เป็นคำที่ใหญ่กว่า โสตาปันนะ อวินิปาตธรม นิยต สัมโพธิปรายนะ ก็ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนนั้นสั่งสมบารมี และเที่ยงหรือไม่ เที่ยงคือเกินครึ่งแล้ว เช่นโสตาปันนะ อวินิปาตธรรม 2 ขั้น ขั้นที่ 3 นิยตะ เที่ยง ขั้นที่ 4 อย่างไรก็ไหลไปหาที่สูง หากคุณมีภูมิถึงนิยตะ คุณมาได้แน่ แต่ถ้าไม่ถึงนิยตะ ต้องใช้พลังงานเสริม เช่น อวินิปาตธรรม ยังขึ้นลงๆคุณก็ต้องขึ้นให้ข้ามเขตเลย 50 ไป 65 ไป 75 นิยตะมันก็จะเกิดพลังงานจริงตามความเป็นจริง คุณก็จะต้องผ่านมันได้จริง ขั้นตอนเหล่านี้อธิบายไปก็คงจะไม่ยาก อาตมาเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ถือว่าเป็นอุดมศึกษา อาตมาสอบเข้าขั้นอุดมศึกษาได้ โพธิสัตว์ระดับ 1 2 3 4 ถือว่าเป็นชั้นประถม ชั้นประถม 1 2 3 4 จบเป็นพระอรหันต์ ก็จบชั้นประถม พอมาเป็นอนุโพธิสัตว์แล้วมาเป็น อนิยตโพธิสัตว์ อันนี้เป็นมัธยม คุณก็ต้องมาเพิ่มภูมิเป็นอนุโพธิสัตว์ และเป็นอนิยตโพธิสัตว์ จนข้ามขั้นอนิยตะได้ก็เข้าอุดมศึกษา เป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ผ่านเข้าอุดมศึกษาได้ จากนิยตะ จึงจะเป็นมหาโพธิสัตว์แล้วไปเป็นสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างนี้เป็นต้น ก็ต้องมีคุณสมบัติพวกนี้จริงๆ อย่างถูกต้องด้วย สู่แดนธรรม...ฟังถึงตรงนี้คงมีคนตั้งคำถามว่า ทำอย่างไรจะรู้ว่าเราเที
อ่านต่อ
่ยงแท้ พ่อครูว่า..ไม่ง่าย คุณต้องรู้โดยปัจจัตตัง รู้ได้โดยภาษาพยัญชนะก่อนได้ ถ้ารู้ทางภาษาความหมายก่อนมันก็จะช่วยให้เรารู้สภาวะได้ง่ายขึ้น หากว่าภาษาบัญญัติคนก็ไม่รู้ สภาวะมาเลยมันก็ไม่ง่าย ถ้ามีทั้งสองสภาพมันก็จะช่วยกัน เพราะฉะนั้นต้องศึกษาทั้งภาษาศึกษาปริยัติทั้งปฏิบัติ ต้องมีทั้งสองส่วนเสมอ ให้ได้สัดส่วนพอดี จะได้ความเจริญตามลำดับที่น่าอัศจรรย์ไม่กระฉึกกระฉัก จะราบลื่นไปเหมือนฝั่งทะเล ผู้มีปัญญาคมก็จะปฏิบัติอย่างราบรื่นไม่กระตุกเกิดจาก อย่างเช่นพระพุทธเจ้าสายปัญญาใช้เวลาบรรลุ 20 อสงไขยกัปเศษแสนมหากัป ส่วนพระพุทธเจ้าสาย ศรัทธานั้นใช้เวลา 40 อสงไขยกับเศษแสนมหากัป ส่วนพระพุทธเจ้าสายวิริยาธิกะนั้นใช้เวลา 8-15 อสงไขยกับเศษแสนมหากัป นิยตะ แต่สภาพที่เที่ยงแท้ แม้จะมีสภาพที่ ยึกยัก ก็เป็นลิงลมอมข้าวพองแม้พระพุทธเจ้าก็มีสภาพนั้น เพราะพลังงานของโลกมีฤทธิ์ครอบงำ ทำให้ตกอยู่ในอำนาจของโลกชั่วระยะเวลาหนึ่ง แต่เนื้อแท้มีจริงแล้วก็ดึงไม่ลงหรอก ก็จะต้องตื่นมาเป็นตัวเองจนได้ อย่างนี้เป็นต้น อย่างอาตมาก็มีลิงลมข้าวพองพระพุทธเจ้าสมณโคดมก็มี ก็ต้องเสียเวลาอยู่ในป่าถึง 6 ปี ถูกครอบงำ สมเด็จพ่อครอบงำอยู่ตั้ง 29 ปี แม้ 29 ปีแล้วก็ยังมาถูกลิงลมข้าวพองหลงปฏิบัติผิดไปถึง 6 ปี พระพุทธเจ้าไม่ได้ตรัสรู้ใหม่ แต่เป็นสัมมาสัมโพธิญาณเก่าทั้งนั้น แม้กระทั่งการทบทวนอยู่ใต้ต้นโพธิ์ในคืนวันเพ็ญเดือน 6 แต่ก็เป็นเตวิชโชของท่านเอง แต่คนไปเข้าใจว่าเป็นการปฏิบัติ ถ้าคนไม่มีภูมิธรรม คุณจะไปนั่งระลึกชาติอย่างไรก็ได้แต่ชาติเก่าๆที่คุณไม่บรรลุ คุณสามารถบรรลุได้เท่าไหร่ก็เท่ากับที่คุณได้บรรลุมาแล้ว การนั่งเตวิชโชไม่ได้เพิ่มอะไรขึ้นมาหรอก หากคุณยังไม่เก่งก็ระลึกได้ไม่ครบ แต่สามารถระลึกสิ่งที่คุณได้คุณมีได้บ้างแล้วก็ระลึกได้ไปเรื่อยๆ มันไม่ได้เก่งแบบพระพุทธเจ้าที่ระลึกใช้เวลาแค่ 3 ยาม เท่านั้น ขนาดพระพุทธเจ้าต้องใช้เวลาตั้ง 3 ยามถึงจะระลึกได้ แล้วยังใช้เวลาอีก 49 วันในการทบทวน อาตมาบอกไว้ก่อน ว่าอาตมายังไม่หมดของเดิมจะเอาออกมานะ
630830_รายการวิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ประชาธิปไตยแนวใหม่ที่ใครๆก็ไล่ไม่ทัน