ปฏิบัติเรื่องกินนี่ถึงอรหันต์ได้อย่างเป็นลำดับ.docx
เนื้อหาในไฟล์
ปฏิบัติเรื่องกินนี่ถึงอรหันต์ได้อย่างเป็นลำดับ _นพพล จรัสวิกรัยกุล . บางคนอาจมีกรรมฐานที่ไม่สามารถปฏิบัติการกินแล้วโยงไปจัดการกิเลสเรื่องอื่นได้ สามารถพ้นเรื่องการกิน แต่ยังติดในกามราคะ ติดในทรัพย์ติดในลาภ ยศ สรรเสริญ หลายคนยังออกไปมีชีวิตคู่ข้างนอก เพราะกิเลสเหล่านี้เป็นสิ่งที่เขาติดหนักแรงแน่น และอาจมีมิจฉาทิฏฐิความยึดความติด ที่ทำให้ติดยึดแน่นกับกิเลสเหล่านี้มากกว่าการกิน ด้วยความเคารพพ่อท่านอย่างยิ่ง ผมว่าคนเหล่านี้ควรปฏิบัติตามถนัดช่องทางลักษณะกรรมฐานอย่างสัมมาของตัวเองไปได้ใช่ไหมครับ กราบนมัสการด้วยความเคารพอย่างสูงครับพ่อท่าน พ่อครูว่า…เรื่องนี้นี่มันสำคัญนะ เรื่องการกินนี่ อาตมาก็เคยอธิบายขยายความ เป็นเรื่องสำคัญถึงขั้นพระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ในข้อปฏิบัติ จรณะ 15 วิชชา 8 เลย เรื่องการกินท่านตรัสไว้ใน อปัณณกปฏิปทา 3 สังวรศีล สำรวมอินทรีย์ โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยคะ โภชเนมัตตัญญุตา ก็เพื่อให้จัดการเรื่องการกิน เป็นการปฏิบัติธรรมเลย เป็นหลักสำคัญเลย เพราะอะไร เพราะคนทุกคนต้องกิน กินอาหาร สัตว์ทุกตัวต้องกินอาหาร คนนี้แหละติดอาหาร ติดรสอร่อย ติดศักดิ์ศรี ติดกินเล่นกินหัว ติดอะไรก็แล้วแต่ ติดในเรื่องการกินนี่หนัก เพราะฉะนั้นกิเลสจึงมากในเรื่องนี้ พระพุทธเจ้าถึงหยิบมาเป็นประเด็นแรกเลย สำรวมอินทรีย์ กับ ชาคริยานุโยคะ ใน อปัณณกปฏิปทา 3 สำรวมอินทรีย์ นี่ มันก็เกี่ยวเนื่องกับ โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยคะ ก็ในตัว ชาคริยานุโยคะ หมายความว่า ให้มีสติเต็ม ให้ตื่นรู้ในชีวิตตน แล้วดู ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เมื่อเวลาเกี่ยวกข้องกับอะไรๆๆๆ แล้วคุณก็กระทบกับสิ่งเหล่านั้นๆๆ แล้วคุณก็จะเกิดสังขารปรุงแต่ง เมื่อเกิดสังขารปรุงแต่งแล้วก็จะเกิดกิเลสร่วมไปกับสังขาร เพราะฉะนั้น ไอ้การ
อ่านต่อ
กินนี่แหละ สังขาร กิเลสสำคัญมากเลย ทุกคนแล้วก็ไม่ละเว้นด้วยว่า คุณจะบรรลุอรหันต์แล้วคุณจะบรรลุเป็นพระพุทธเจ้าแล้วคุณก็ต้องกิน เป็น โสดาบันก็ต้องกิน สกิทาก็ต้อง กินอนาคาก็ต้องกิน อรหันต์ก็ต้องกิน ไม่ละเว้นใคร เพราะฉะนั้น ที่คุณพูดไว้ว่า ก็เรื่องของแต่ละบุคคลเขา เขาอาจจะไปเข้าใจเรื่อง กามราคะเป็นอย่างหนึ่ง นี่ก็กามราคะ ตา หู จมูก ลิ้น กาย กระทบสัมผัสแล้วเอามา การติดรสชาติ มันติดครบ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส(โผฏฐัพพะ) เลย เพราะฉะนั้น ใครจะปฏิบัติธรรม ไม่ต้องไปเอาอันอื่นเลย เอาเรื่องการกินนี่ มันจะต้องอยู่ในชีวิตของคุณตลอด คุณต้องกินทุกวัน วันหนึ่งบางทีกินนับมื้อไม่ถ้วน คุณจะต้องเรียนรู้การกินนี่แหละ จะต้องรู้จักกิเลสในการกิน แล้วมันก็จะลดกิเลสไปได้ในตัว กิเลสการกินก็ตาม กามราคะอยู่ในการกิน กามราคะอยู่ในเรื่องอื่น คุณบอกว่าเขาจะมีกามราคะไปติดในกาม ในทรัพย์ ในลาภในยศ มันก็ห่างไม่ได้เหมือนการกินไง แต่มันก็เป็นเหมือนกามราคะเหมือนกัน กามราคะ อาตมาเคยอธิบายแล้วที่ติดตามราคะโดยไม่รู้จัก โอฬาริกอัตตา โอฬาริกอัตตา คือ อลังการในความเป็นอัตตา เรื่องอะไร เรื่องความรู้ อธิบายมาแล้ว โอ้โห.. ติดยึดในเรื่องความรู้นี่เป็นอลังการ เป็นอัตตาอย่างหนึ่ง คือ กามราคะ คือ ความชอบ ใคร่อยากได้เสพ เสพติดความรู้ แล้วก็หลงเป็นอลังการ เคยพูดถึงขั้นเป็นพญาครุฑ ส่วนพวกติดในเรื่องนั่งหลับตา ก็เป็นพญานาค จมดิ่งลงไปเลยยังนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นกิเลสพวกนี้มันมีด้วยการกินทั้งนั้นเลย มันแยกย่อยไปด้วยซ้ำไอ้พวกนี้ เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าปฏิบัติเรียนรู้ในการกินได้ทุกอย่างก็ไปด้วย ลด ละไปด้วยอย่างนี้ต่างหาก เรียนรู้ดีๆดีแล้วล่ะถามมา _สู่แดนธรรม..ปัญหานี้ผมอ่านใจของคนถามได้ว่า คนที่มุ่งจะไปละ ลดเรื่องการกินแต่ไม่ได้ละเลิกเรื่องอื่นด้วยเขาคิดว่ามันเป็นการผิดกรรมฐานของเขา ในท้ายคำถามนะครับเขาบอกว่า คนเหล่านี้ควรปฏิบัติให้ถูกกรรมฐานของตัวเองให้ถูกดีกว่าใช่ไหมครับ พ่อครูว่า... ก็กรรมฐานคุณไม่หมดกิเลสในเรื่องการกิน ก็เป็นกรรมฐานของคุณเอง ก็บอกอธิบายไปแล้ว ไม่ต้องไปหายากเลย เรื่องนี้มันประจำด้วย ดีไม่ดีคุณกินทั้งวันแต่คุณไม่รู้ตัวเลย 670112 ตอบปัญหาพุทธศาสนาตามภูมิพ่อครู พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก