ไม่มีสภาวะแล้วตีทิ้งเหตุผลอีก ก็จบเห่ในการบรรลุธรรม.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.03 KB
วันที่แก้ไข18 มกราคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

ไม่มีสภาวะแล้วตีทิ้งเหตุผลอีก ก็จบเห่ในการบรรลุธรรม _ซัน ดับเบิลยู เอ็กซ์ • หัวโจกของอวิชชานั้นคือยังไม่เห็นความไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน จะต้องเห็นและรู้ด้วยสติที่ปราศจากเจตนารู้เจตนาเห็น เพราะเจตนาคืออาการของอวิชชา ผลคือรู้ตามที่คิดพิจารณา ตกอยู่ภายใต้โมหะเหมือนเดิม เจตนาคือตัวกรรม จะต้องเห็นทันตัวอยากที่มันสร้างเจตนา ปฏิจจสมุปบาทก็บอกชัดเจนว่าเพราะอวิชชามีสังขารจึงมี หมายว่า เพราะหลงมีอัตตาจึงคิดปรุงแต่งหาเหตุหาผลเพื่อรู้และได้สนองอัตตา พ่อครูว่า…พอพูดขึ้นมา อาตมาก็เห็นว่าคนนี้เอาแต่พยัญชนะแล้ว ถ้าคนที่มีสภาวะแล้วจะไม่พูดอย่างนี้ จริงๆผู้ที่เห็นความไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนแล้ว จะไม่พูดว่าไม่เห็น จะไม่พูดเลย จะไม่พูดเลยว่า ไม่เห็นความไม่ใช่ตัวไม่ใช่ต้น เพราะความไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนนั้นไม่ใช่ไปเห็นเอา แต่มันจะเป็น เป็นความไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน ไม่ใช่เห็น เห็นนั่นมันคือความเข้าใจแค่นั้น แต่ความที่เป็นเลย เป็นผู้ที่ถึงขั้นอนัตตาไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน ผู้นี้เป็นความไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนนี้ ไม่ใช่มาสะดุด อยู่ที่ความไม่เห็น ความไม่เห็นนั้นแค่ความเข้าใจ คือตรรกะ (ต่อ)_จะต้องเห็นและรู้ด้วยสติที่ปราศจากเจตนารู้เจตนาเห็น เพราะเจตนาคืออาการของอวิชชา ผลคือรู้ตามที่คิดพิจารณา ตกอยู่ภายใต้โมหะเหมือนเดิม เจตนาคือตัวกรรม พ่อครูว่า... ที่ปราศจากเจตนารู้ เจตนาเห็นนั้น พูดอย่างนี้มีแต่ตรรกะ เดี๋ยวอาตมาจะอธิบาย (พ่อครูไอตัดออกด้วย) _สู่แดนธรรม... วันนี้ก่อนเข้ารายการผมเช็ค SMS เจอปัญหาคุณซัน ผมว่าน่าให้พ่อครูตอบครับ (ต่อ)_จะต้องเห็นทันตัวอยากที่มันสร้างเจตนา ปฏิจจสมุปบาทก็บอกชัดเจนว่าเพราะอวิชชามีสังขารจึงมี หมายว่า เพราะหลงมีอัตตาจึงคิดปรุงแต่งหาเหตุหาผลเพื่อรู้และได้สนองอัตตา พ่อครูว่า... อาตมาจะอธิบายตั้ง

อ่านต่อ

แต่ตัวท้ายของคุณ ที่บอกว่า จึงคิดปรุงแต่งและหาเหตุผลเพื่อรู้และได้สนองอัตตา ถ้าเผื่อว่าคุณไม่ได้เรียนรู้เหตุที่เป็นปัจจัย ถ้าเราจะเรียกว่า เหตุ เพราะเหตุนี้จึงเกิดปัจจัยนี้ และก็เพราะเหตุปัจจัยตัวต่อไปนี้แหละ เพราะตัวนี้อีกจึงทำให้เกิดอีกตัวหนึ่ง เกิดเป็นอิทัปปัจจยตาหรือปัจจยาการต่อมาในปฏิจจสมุปบาท ถ้าคุณบอกว่า คนที่ไปคิดปรุงแต่งหาเหตุผลเพื่อรู้นี่เป็นการสนองอัตตา คุณก็จบเห่แล้ว เพราะคุณไปตีทิ้งการหาเหตุหาผล ธัมมวิจัยสมโพชฌงค์ คือการมีธัมมวิจัย วิจัยเหตุและผล คือวิจัยสภาวะคู่ มันจะมีภาวะคู่เป็นเหตุเป็นปัจจัยกันและกัน หรือเป็นเหตุเป็นผลแก่กันและกันหมดเลย เพราะฉะนั้น อริยสัจ 4 ของพระพุทธเจ้าให้คุณตามเหตุ และมีข้อปฏิบัติเพื่อที่จะดับเหตุ ทุกข์มันเกิดจากเหตุ ก็คือทุกข์ตัวหนึ่งเหตุตัวหนึ่ง ทุกข์มันเกิดจากเหตุที่มันอวิชชา มันจึงมีทุกข์ แล้วคุณไม่หาเหตุหาผลเพื่อที่จะไล่อย่างนี้เลย คุณจบเห่เลย เอาล่ะ ก็สรุปว่าคุณเอาแต่ตรรกะ เอาแต่เหตุเอาแต่ผลแต่ภาษาเท่านั้น เรียนรู้เข้าหาจิตเจตสิกตัวเอง อ่านง่ายๆตั้งแต่ศีลข้อที่ 1 คุณสัมผัสสัตว์ สัมผัสคน แล้วคุณก็พยายามพิจารณา สำรวมอินทรีย์ พยายามเรียนรู้ปฏิบัติเพื่อจะรู้ว่าเราสัมผัสเขาแล้ว มันจะเกิดทุจริตอย่างไร มันจะเกิดรัก เกิดชังอย่างไร แล้วมันก็ขยายละเอียดเป็น รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส(โผฏฐัพพะ) ที่กิเลสเกิดจากรูป กิเลสเกิดจาก รส กลิ่น เสียง สัมผัส(โผฏฐัพพะ) อ่านสภาวธรรมเหล่านั้นแล้ววิจัยให้ออก วิจัยเวทนาในเวทนา นี่คือกรรมฐานของศาสนาพระพุทธเจ้า ถ้าคุณอ่านเวทนาไม่เป็น ไม่รู้จักเวทนา 108 แยก เคหสิตะเวทนา 18 แล้วทำให้ออกเป็น เนกขัมสิตะเวทนา 18 ไม่ได้ คุณไม่ได้มีการบรรลุธรรมเลย คุณจะไปคิดเป็นตรรกะ ไปนั่งหลับตา ไปทำอะไรต่ออะไรอย่างไร ไม่มีทางรอด ต้องมาเรียนรู้เวทนาในเวทนา หรือรวมสำรวม พิจารณากายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต ธรรมในธรรม นี่คือ 4 ตัวที่คุณจะต้องเรียนรู้พิจารณา นี่คือเหตุและผล ถ้าคุณตีเหตุและผลทิ้งว่า เป็นตรรกะ คุณจบเห่เลย _สู่แดนธรรม... ผมก็คิดว่าเขาก็ต้องคิดว่าพ่อท่านก็คิดแบบเป็นตรรกะเหมือนกัน พ่อครูว่า... อาตมาพูดภาษาเป็นตรรกะจริง แต่อาตมายืนอยู่ในฐานของสภาวธรรม มันไม่เหมือนกับคนที่มีแต่ตรรกะ ตรรกะเยอะแต่ไม่ยืนอยู่ในฐานของ จิต เจตสิก รูป นิพพานแท้ เหมือน ปราชญ์เมืองไทยทุกวันนี้ อาตมาเกือบออกชื่อแล้ว _สู่แดนธรรม... งั้นผมถามอีกครับ เขาอ้างว่า เพราะเจตนาคืออาการของอวิชชา พ่อครูว่า... มันมีกุศลเจตนากับอกุศลเจตนา ไม่มีเจตนาไม่ได้ไม่มีทิศทาง เจตนาคือทิศทาง เจตนานี่คือทิศทาง หรือทิศมุ่งของทิศที่จะไป เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีทิศเลย คุณมืดหน้าเลย คุณไม่มีทิศอะไรเลย _สู่แดนธรรม... ไม่ใช่ตถาคตคือไปดีแล้ว พ่อครูว่า... ต้องมีทิศทางที่สัมมาทิฏฐิที่ถูกต้อง อย่าเอาแต่ตรรกะ เข้ามาหาสภาวธรรมให้ดีๆ การศึกษาธรรมะมันแยกตรงที่ไม่เข้าหาสภาวะ มันไปมีแต่ตรรกะอยู่ในภาษาสมมุติ เป็นสมมุติสัจจะ ทุกวันนี้ภาษามันเยอะเหลือเกิน มันเยอะมาก _สู่แดนธรรม... จนกระทั่งตรรกะ มันไม่หาที่จบได้เลย คนที่จบแล้วบางทีเขาก็เอาตรรกะมาถาม พ่อครูว่า... วน อยู่ในนั้นแหละ 670112 ตอบปัญหาพุทธศาสนาตามภูมิพ่อครู พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน