หัวขโมยผู้ทำความดี.doc.docx

โฟลเดอร์ตำนาน นิทาน นิยาย นอกอโศก
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์715 KB
วันที่แก้ไข24 พฤษภาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

หัวขโมยผู้ทำความดี ที่เมืองพาราณสีได้มีการจัดงานบวงสรวงครั้งยิ่งใหญ่ ต่อองค์พระศิวะถึง 7 วัน 7 คืน พระศิวะมหาเทพซึ่งประทับอยู่บนสรวงสวรรค์ ก็ทอดพระเนตรงานครั้งนี้ด้วยความสนพระทัย จนกระทั่งผ่านไป 3 วันตามวันเวลาบนโลกมนุษย์ พระองค์ก็รู้สึกเบื่อหน่าย จึงเลิกสนพระทัยงานบวงสรวงนั้น ปาวารตี เทพเจ้าอีกองค์หนึ่งได้เสด็จมาเยี่ยมเยียนพระศิวะ และกล่าวแสดงความยินดีกับพระศิวะว่า “ตอนนี้พวกมนุษย์ได้จัดงานบวงสรวงยิ่งใหญ่มอบให้แก่พระองค์ ซึ่งแสดงว่าพระองค์เป็นที่รักและศรัทธายิ่งของมนุษย์ไม่เสื่อมคลาย ข้าพระองค์เห็นแล้วก็รู้สึกชื่นชมในพระบารมียิ่งนัก” “อย่าใช้สิ่งที่เจ้าเห็นและคิดเองมาเยินยอข้าเลยปาวตี” พระศิวะตรัสอย่างไม่ยินดีด้วย “จริงอยู่ที่มีฝูงชนมากมายถือดอกไม้ธูปเทียนมาบูชาข้า แต่พวกเขาไม่ได้มาด้วยใจที่บริสุทธิ์จริงๆ บางคนไม่มีความเมตตา บางคนละโมบโลภมาก และมีหลายคนจิตใจมัวเมาไปด้วยกิเลส พวกเขามาเพื่อต้องการขอนั่น ขอนี่มากมาย ซึ่งข้าไม่มีทางยินยอมให้พรของข้า ตกไปอยู่กับมนุษย์ที่มีจิตใจต่ำอย่างนั้นหรอก” เทพทั้ง 2 จึงลงมาพิสูจน์ความจริง โดยพระศิวะได้แปลงกายเป็นชายชราป่วยหนัก ส่วน เทพปาวารตีก็แปลงกายเป็นหญิงชราผู้เป็นภรรยาชายชรา ซึ่งที่จริงแล้วคือเทพปาวตี ได้อ้อนวอนขอน้ำจากฝูงชน ที่เดินผ่านไปผ่านมาด้วยเสียงแหบแห้งว่า “ท่านผู้เจริญ ได้โปรดแบ่งอาหารและน้ำให้เราสองผัวเมียบ้างเถิด สามีข้าป่วยหนักใกล้ตายเพราะอดอาหาร ส่วนข้ากระหายน้ำจนแทบจะเป็นลมอยู่แล้ว” หญิงชาวบ้านคนหนึ่งเดินมากับสามีของนาง และได้สบสายตาอันน่าเวทนาของหญิงชราโดยบังเอิญนางจึงกล่าวว่า “ข้าให้ของเหล่านี้กับพวกเจ้าไม่ได้หรอก เพราะข้าต้องนำอาหารรสเลิศ และน้ำบริสุทธิ์ในคณโทไปถวายองค์พระศิวะ เพื่อให้อำนวยพรแก่ข้า” หญิงชราส่งสายตาอ้

อ่านต่อ

อนวอนพร้อมกับกล่าวว่า “แต่ข้าและสามีข้ากำลังจะตายเพราะขาดอาหารและน้ำ และพระศิวะคงไม่ว่าอะไรกระมัง ถ้าท่านจะแบ่งของเหล่านั้นให้เราทั้งสองบ้าง เพราะพระองค์ก็มีของบูชามากมายอยู่แล้ว” เมื่อสามีได้ยินชาวบ้าน พูดเช่นนั้นก็โกรธมาก “ชิชะ! เจ้าคนจรจัดโสโครก หากพวกเจ้าได้อาหารชั้นเลิศของข้าไป ข้าจะได้อะไรตอบแทนจากพวกเจ้าบ้าง เจ้ามีปัญญาให้พรข้าเหมือนพระศิวะหรือ” ดูเหมือนว่าคนอื่นๆที่ผ่านไปมา ก็คิดไม่ต่างจากสามีภรรยาคู่นี้เท่าไหร่นัก แทบทุกคนเห็นว่าชายชราและหญิงชรา เป็นผู้ทำลายบรรยากาศอันเป็นสิริมงคลอย่างไม่น่าให้อภัย นอกจากพวกเขาไม่แบ่งอาหารหรือน้ำให้สักหยดแล้ว ยังพากันด่าว่าสองผัวเมียด้วยถ้อยคำหยาบคายด้วย จนกระทั่งมีชายหนุ่มหน้าตามอมแมมเดินผ่านมา แต่เขาไม่มีเครื่องบูชามากมายดังเช่นคนอื่นๆ มีเพียงคณโท ใส่น้ำหนึ่งใบอยู่ในมือเท่านั้น เมื่อเห็นชายหนุ่มหญิงชราก็อ้อนวอนขอน้ำจากเขา ชายหนุ่มหยุดเดินแล้วหันมามองผู้ชราทั้งสองอย่างน่าเวทนา “ข้าไม่มีอาหารดีๆ ให้ตากับยายหรอก มีเพียงน้ำบริสุทธิ์ซึ่งเป็นของดีที่สุดที่ข้าพอจะหามาบูชาแด่พระศิวะได้เท่านั้น ถ้าอย่างนั้นตากับยายเอาไปแบ่งกันดื่มเถิด” “เจ้าไม่เสียดายน้ำนี่รึ เจ้าไม่อยากนำไปถวายพระศิวะ เพื่อขอพรจากพระองค์หรอกหรือ” ชายชราถามขึ้นมาบ้าง “ไม่เป็นไรหรอก อันที่จริงก็ใช่ว่าข้าจะเป็นคนดีอะไร ข้าไม่เคยทำความดี มิหนำซ้ำยังเป็นหัวขโมยที่มักหยิบฉวยของคนอื่นอยู่บ่อยๆ คนอย่างข้าถึงจะนำของดีเลิศไปถวายพระศิวะ พระองค์ก็ไม่ทรงเมตตาให้พรแก่ข้า มีแต่จะทรงสาปแช่งข้าด้วยซ้ำ แต่ว่านี่เป็นครั้งแรกที่ข้าเห็นพวกท่านแล้วเกิดความสงสาร อยากทำความดีแก่คนอื่นบ้าง” ทันทีที่น้ำหยดสุดท้ายหมดจากคณโท ร่างชราของคนทั้งคู่ก็กลับคืนเป็นพระศิวะมหาเทพและเทพปาวารตีดังเดิม “อย่ากลัวไปเลย ข้าคือศิวะ และนี่คือปาวตี เทพเจ้าอีกองค์หนึ่งบนสรวงสวรรค์ ข้ากับปาวตีแปลงกายเป็นชายและหญิงชราเพื่อลองใจมนุษย์ที่ดั้นด้นมาบูชาข้า และเจ้าทำให้ข้าได้ประจักษ์ชัดว่า ผู้ที่ทำให้ข้าพอใจและสมควรได้รับพรจากข้า ต้องเป็นผู้ที่มีความดีงามอยู่ในจิตใจ มิใช่ผู้ที่ถวายเครื่องบูชาชั้นยอด ฝูงชนมากมายมาเพื่อบูชาข้า แต่มีเจ้าเพียงคนเดียวที่สมควรได้ขึ้นสวรรค์ เมื่อใดที่สิ้นอายุขัยของเจ้าแล้วข้ายินดีที่จะรับเจ้าขึ้นบนสรวงสวรรค์” ชายหนุ่มได้ยินดังนั้นก็เกิดความปิติยิ่ง เขารีบพนมมือขึ้นแล้วกล่าวคำสัญญาต่องค์ศิวะมหาเทพ และเทพปาวตีว่า “ข้าพระองค์สัญญาว่าจะเป็นคนดีที่คู่ควรกับพรอันประเสริฐของพระองค์ ต่อไปนี้ข้าพระองค์จะเลิกเป็นขโมย เลิกทุจริต เลิกฉ้อโกง เลิกเอาเปรียบคนอื่นอย่างเด็ดขาด และจะตั้งใจทำความดีช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ” คัดลอกจาก...นิทานสีขาว โดย ดร. อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน