650204 พ่อครูฝืนตายฝืนกินอยู่ด้วยอาหาร 4 พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ_.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2565
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์27 KB
วันที่แก้ไข19 กรกฎาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

650204 พ่อครูฝืนตายฝืนกินอยู่ด้วยอาหาร 4 พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ดาวโหลดเอกสารที่ https://docs.google.com/document/d/1sRVxMWl6766aFFmoOh9DlvcLqK6EqnXsuvubNjDxqwE/edit?usp=sharing

ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/file/d/1iijpCkyAq113Ss-0Sq23KHEx0fc5LkoR/view?usp=sharing

และดูวิดีโอได้ที่ https://fb.watch/aYSpcq1oxK/ และ https://youtu.be/fLHyr2g4uHA

สมณะเดินดิน …วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2565 ที่บวรราชธานีอโศก ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงเร็ว มีสลับร้อนสลับหนาว เป็นการทดสอบความแข็งแรงของร่างกายของพวกเรา ที่จังหวัดอุบลฯ ปีนี้ได้รับการประกาศเป็นเขตเศรษฐกิจพอเพียงเป็นจังหวัดแรก มีโครงการโคกหนองนาโมเดลมากที่สุดในประเทศไทยจำนวน 4,400 แห่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดมีไฟผลักดันโครงการนี้มาก วันอาทิตย์ที่ 6 ที่จะถึงนี้จะมีการอบรมการปลูกข้าวไร่ตั้งแต่ 9:00 น. เป็นต้นไป ผ่านโปรแกรม Zoom จะมีการแจ้งรหัสทางกลุ่มไลน์เพื่อฟ้าดิน เป็นข้าวอีกชนิดหนึ่ง ที่ไม่ต้องใช้น้ำมากในการปลูก ปลูกในที่สูงก็ได้ในที่ต่ำก็ได้ ซึ่งข้าวไร่บางพันธุ์มีกลิ่นหอมมากกว่าข้าวหอมมะลิอีก มีลำต้นแข็งแรงใช้ปุ๋ยน้อยใช้น้ำน้อย ทนทานต่อสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงสูง เป็นโครงการสร้างอาหารให้กับมนุษย์ พ่อครูบอกว่า คนฉลาดสร้างอาหาร คนที่ฉลาดยิ่งกว่าต้องมาฟังโลกุตรธรรม พ่อครูว่า...เดี๋ยวเราจะได้พูดกันถึงเรื่องอาหารที่ได้เตรียมไว้ ซึ่งตรงกับที่ท่านเดินดินได้เกริ่นไว้ ยังดีที่พันตำรวจตรีอนันต์ เสนาขันธ์ตายไปก่อน ถ้ายังไม่ตายคงจะบอกว่า โพธิรักษ์จะบ้าหรือเปล่า ธรรมะมันไม่พูดจะพูดแต่เรื่องอาหารจะกินจะกินจะกิน มันจะหลงการกินไปถึงไหนอะไรอย่างนี้ ก็น่าเห็นใจเขา เขาเข้าใจไม่ได้ว่าธรรมะคืออะไร เขาก็คงเข้าใจว่าธ

อ่านต่อ

รรมะคือคุณากร ส่วนชอบสาคร ดุจดวงประทีปชัชวาล SMS วันที่ 2 ก.พ. 2565

_คอยใคร : ผมก็แอบทำข้อสอบวันเฉลยคำตอบครับ แต่ว่ามีเวลาคิดน้อยเพราะท่านสมณะอ่านคำถามจบอ่านคำตอบจบ บางคำถามผมยังคิดคำตอบไม่ทันเลยครับ เพราะผมมีความรู้ทางธรรมอันน้อยนิดครับ

สื่อธรรมะพ่อครู ตอน ชาวอโศกมนุษย์วรรณะ 9 ไม่ขึ้นลงไปกับกระแสโลก _เพลงวารินถิ่นนักปราญ อาราม : ข้าวของแพง ทำไมลุงตู่ไม่ถูกไล่ออกครับบบ พ่อครูว่า...เรื่องของแพงของถูก มันก็เกิดการแปรปรวนไปตามเศรษฐกิจโลก ไม่เกี่ยวกับลุงตู่บริหารสังคมประเทศหรอก ค่าความแปรปรวนเศรษฐกิจโลกแพงๆถูกๆแล้วมันก็เป็นไปตามนั้น ส่วนคนที่หลุดพ้นจากวงจรเศรษฐกิจโลกอย่างชาวอโศกแล้ว ข้าวจะแพงหรือถูกชาวอโศกไม่เดือดร้อน อาหารการกินเป็นหนึ่งในโลก ข้าวเปลือกเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง ชาวอโศกไม่เดือดร้อนเลย พร้อมทุกอย่างเพราะไม่ไปหลงบ้าๆบอๆกับเรื่องผิวเผินอะไรก็ไม่รู้ไม่ใช่สาระไม่ใช่ปัจจัย 4 ไม่ใช่เรื่องสำคัญของชีวิต อย่างผิวเผินยังหลงเลอะ เขาก็ต้องปั่นป่วนไปกับเศรษฐกิจโลกอะไรอย่างนั้น เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของมนุษย์ ถ้าเผื่อว่าเข้าใจเศรษฐกิจของพระพุทธเจ้าแล้ว สอน อย่างที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตรัสไว้ว่ามาทำแบบคนจน กินความหมดเลย ไม่ต้องไปรวย ชาวไร่ชาวนาก็ไม่ต้องไปรวย ไปรวยมันซวย เป็นคนจนที่มีกินมีอยู่อุดมสมบูรณ์ อยู่กันอย่างอบอุ่นเป็นสังคมอย่างชาวอโศกเราเป็น ชาวอโศกเรานี่ เป็นสังคมที่สำเร็จ เป็นสังคมที่บรรลุผลสำเร็จในความเป็นมนุษย์ชาติและสังคม สบม ทมด ปกก หห สบายมากปกติธรรมดาหายห่วงแล้วจริงๆ ชีวิตดำเนินไปจนกว่าจะตายไม่ต้องไปเดือดร้อนดิ้นรนเป็นหมาหอบแดดแย่งชิงลาภยศสรรเสริญโลกียสุข ไปแย่งลาภยศสรรเสริญโลกียสุขอะไร สร้างลาภโดยธรรมและเอาเข้ากองกลาง กินใช้ร่วมกันแจกจ่ายเจือจาน มันสุขสำราญเบิกบานใจ สุดยอดเศรษฐกิจ สุดยอดรัฐศาสตร์ สุดยอดสังคมศาสตร์ พูดไปแล้วคนเขาฟังก็จะบอกว่า โพธิรักษ์พูดเพ้อเจ้ออะไรหลงตัวหลงตน พวกคุณพอเข้าใจแล้วเชื่อว่าอาตมาพูดนี้เป็นจริงไหม ...จริงใช่ไหม ซึ่งจริงๆนะมันมีจุดพอ มันมีจุด จุดมันมีวรรณะ 9 ซึ่งพระพุทธเจ้ามีทฤษฎีหลักเลย เลี้ยงง่าย (สุภระ) บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ9 ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) พูดแล้วอาตมาก็ภาคภูมิใจที่พระพุทธเจ้าในยุคนี้แม้แต่เป็นยุคที่หลงโลกีย์กันหนักหัวปักหัวปำกันทั้งโลก พวกเราก็ยังแหวก ไอ้โลกที่เขาหลงใหลได้ปลื้มกันออกมา บรรลุธรรมกันได้ ก็ยังภูมิใจว่าเราสามารถที่จะนำพาธรรมะโลกุตระของพระพุทธเจ้านี้ มาให้รู้ให้เรียนกันและปฏิบัติกัน จนไม่สูญเปล่า มันสำเร็จได้ผล เกิดมรรคเกิดผลจริง ก็ยังเห็นประสิทธิผลอันสัมบูรณ์ของพระพุทธเจ้า พูดไปแล้วคนไทย เมืองไทย ถึงแม้ว่าคนอื่นจะไม่เป็นเหมือนอย่างกับชาวอโศก เพราะชาวอโศกก็เป็นตัวอย่างให้กับคนที่มีธุลีในดวงตาน้อย เป็นคนที่ไม่มีอคติในจิต ก็ยังเห็นว่า มนุษยชาติ ชีวิตบรรลุผลสำเร็จ บรรลุธรรมหรือบรรลุผลสำเร็จในความเป็นชีวิตนี้เป็นเช่นนี้เอง เขาก็จะเห็นว่า เป็นได้ เป็นอรหันต์เป็นอนาคามีเป็นสกิทาคามีเป็นโสดาบัน เป็นอย่างนี้นะ คนที่ไม่อคติจริงๆได้ศึกษาทฤษฎีพระพุทธเจ้าพอสมควรจริงๆ จะเห็น แต่เขาก็ซวยตรงที่ว่าเขาขึ้นหลังเสือ หรือว่าเขาไปตกอยู่ในที่ที่เขาจะมาก็มาไม่ได้ อยากมาก็มาไม่ได้ ไม่ต้องเอาอะไรไกล แค่พวกเราอยากเข้ามาบ้านราชฯ อยากมาอยู่บ้านราชฯ แค่พวกเรานะ แล้วคนข้างนอกจะเป็นอย่างไร…

สื่อธรรมะพ่อครู ตอน การยึดถือความเห็นของเราว่าถูกก็เป็น กาย _สว่างแสง ขวัญดาว : กราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ การที่เรายึดความเห็นของเราว่าถูกต้อง แล้วมีคนมาขัดใจเรา เราก็ทุกข์การยึดความเห็นของเราว่าถูกต้องนี้เป็นกายไหมคะ น้อมกราบพ่อครูด้วยเศียรเกล้าค่ะ พ่อครูว่า... คุณยึด คุณก็รู้แล้วอ่านออกว่าคุณยึด ถูกต้องมันก็ต้องเป็นกายของคุณแน่นอน เพราะคุณยึดไว้ยังเป็นเราเป็นของเรา กาย เป็นของเรา คุณยังไม่หมดความเป็นกาย เมื่อยังไม่หมดความเป็นกาย จิตของคุณก็ยังไม่เป็นพีชะธาตุ คุณก็ยังเป็นจิตนิยามที่ยังมีอวิชชา จนจิตนิยามของคุณหมดอวิชชา จิต ไม่มีกายเป็น พีชธาตุ ก็ไม่มีทุกข์ไม่มีสุขได้

_ช่อทิพ หนูทอง : ดูรายการพุทธศาสนาตามภูมิ ไลฟ์สดทางเฟส..โฆษณา เยอะจัง พ่อครูว่า...เราไม่ได้โฆษณาเองแต่เขาขึ้นโฆษณาของเขาเอง ก็ดีแล้วล่ะอาศัยกันและกัน โฆษณาเยอะจังก็แสดงว่าคนสนใจมากขึ้น ก็ดีแล้ว ใครก็ตามที่เขาจะเอาแบบของเรา แล้วออกไปหากิน เราภูมิใจไหม อย่าไปยึดถือว่ามันเป็นของเรา อนุโมทนาสาธุเชิญเลย ไม่มีหรอกของเรา อนุโมทนา เราก็เอาแบบของพระพุทธเจ้านี่แหละ ไม่ได้หวงแหน มันเป็นสิ่งที่ดีสิ่งที่ประเสริฐแล้วเราก็ไม่ต้องทำมาหากินแบบนั้น เราทำมาทำกินพอใช้พอเพียงอยู่แล้วไม่มีปัญหาอะไร ไม่ต้องเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้อะไรเลยสบาย

สื่อธรรมะพ่อครู ตอน จะไปอยู่กับชาวอโศกต้องทำเช่นไร _Pipat Suwapat พิพัฒน์ สุวพัฒน์ : ขอนอบน้อมนโมโพธิรักษ์คับ ผมอยากจะไปอยู่บ้านราชจะต้องติดต่อที่ไหนคับ พ่อครูว่า... ถ้าคุณจะมาอยู่บ้านราช จะไปติดต่อองค์กรที่อยู่นิวยอร์กก็ดี อยู่กวางเจาก็ดี คุณเข้าไปอยู่ไม่ได้ คุณก็ต้องติดต่อมาที่ชุมชนชาวอโศกที่ไหนก็ได้ เขาก็จะตรวจดูว่าคุณมีคุณสมบัติพอที่จะมาอยู่ในนี้สะดวกสบายพอไปเจริญทั้งคุณ แล้วพวกเราก็ไม่ยุ่งยากอะไร แต่ถ้าคุณไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะมาอยู่ได้ ไม่ใช่ว่าเราเองเรารังเกียจ แต่เราเองก็ต้องระมัดระวังเหมือนกัน เขาอาจจะมาเกเรเกตุง เช่นเรามีหลักเกณฑ์ง่ายๆว่าต้องมีศีล 5 ต้องมาประพฤติปฏิบัติศีล 5 ไม่กินเนื้อสัตว์ ไม่มีอบายมุขก็เข้ามาอยู่ได้ นี่เป็นเกณฑ์ง่ายๆ 3 ข้อ ทำงานฟรี อันนี้ก็คงเป็นเครื่องคัดเลือก ที่ไม่ง่าย ชาวอโศกที่มาทำงานฟรี ก็มากินฟรีก็ทำงานฟรีไม่ได้ประหลาดอะไร ถ้าคุณเองยังไม่ได้ก็ยากอยู่ เพราะฉะนั้นถ้าใครได้ สบาย ชีวิตนี้มันสุดยอด อาตมาพูดไปแล้วก็ภาคภูมิใจในธรรมะพระพุทธเจ้าที่ในยุคนี้สมัยนี้ก็ยังมีมรรคมีผล ที่เยี่ยมยอดเลย

สื่อธรรมะพ่อครู ตอน ความติดในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสของอาจารย์สายหลับตา _มาพูดถึงเรื่องอาหาร มีผู้เขียนอันนี้มาว่า กราบเท้าพ่อท่าน วันพุธทำวัตรเย็น ได้ยินพ่อพูดว่า ใครทำอาหารอร่อยๆ ทำมา ก็เกิดความรู้สึกว่า จะทำอาหารมาถวายบ้าง แต่พอได้ยิน กูรูแป้ง กราบเรียนให้พ่อครูขูดลิ้น สาเหตุที่ฉันอาหารไม่ได้มากเพราะลิ้นหนา จึงรับรสอาหารได้ยาก แต่พอได้ยินพ่อตอบว่าไม่ใช่ลิ้น ลิ้นอาตมารับรู้รสได้ทุกอย่าง เปรี้ยวหวานมันเค็ม แต่จิตที่ไม่ได้ปรุงแต่งสังขาร (ไม่มีกิเลสอุปาทานอะไรแล้ว ) ปรุงไม่ขึ้นแล้ว รสอร่อยคืออย่างไร คำที่พ่อพูดเสมอว่าฉันอาหารเพื่อผู้อื่นเพื่อให้กายขันธ์อยู่ได้ เพื่อทำประโยชน์ ชัดเจนขึ้นมาทันที ได้ร่วมทีมทำอาหารถวายพ่อมาหลายสมัย สมัยก่อนพ่ออายุไม่มากจะฉันอาหารได้มากเป็นที่พอใจทีมแดจังกึม อาหารที่จัดถวายพ่อท่าน ทุกวันสีสันสวยงามน่ากิน เห็นรูปถ่ายในบันทึกประจำวัน ตามปริมาณที่จะรับเข้าร่างกายในวัยอายุ 88 รู้สึกว่าจะมากอยู่ เพราะเคยได้ยินปู่ย่าตายายว่าแก่แล้วกินอะไรมากไม่ได้ พอถึงรุ่นตัวเอง เพื่อนๆคุยกันจะได้ยินหลายคนบอกว่าอายุมากแล้วกินไม่ค่อยได้มาก ร่างกายรับได้แค่นั้น ก็ไม่เจ็บไม่ป่วยอะไรแข็งแรงอยู่ เวลาฉันอาหารพ่อมักจะพูดว่า เตรียมตัวเข้าสนามรบ พ่อครูว่า... อันนี้ก็จริงๆ คนที่เขากินด้วยกันติดในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสนั้นก็สุขสำราญจริงๆ อย่างเช่นมหาบัวเคี้ยวหมากทั้งวันก็สุขสำราญโดยไม่ได้รู้ว่าตัวเองติดในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสอย่างแกะไม่ออกจริงๆ ไม่รู้ไม่ประสีประสาเหมือนอย่างเด็กๆ แล้วก็แค่นี้ โต้งๆเห็นชัดอยู่อย่างนี้ก็ยังเรียนรู้ธรรมะพระพุทธเจ้าไม่ออกอยู่ว่า มหาบัว โถ!..โสดาบันยังไม่ได้เลย แล้วจะเป็นอรหันต์ยังไง มันก็น่าสงสาร งมงายกันไปหลงอรหันต์เก๊กัน ขออภัยที่ต้องพูดความจริงที่พูดไปไม่ได้ไปข่ม ไม่ได้ไปดูถูกดูแคลนอะไรหรอก แต่เป็นความจริงอธิบายธรรมะวิชาการความที่เป็นสัจจะ สู่ผู้ติดตามฟังศึกษา ต้องการศึกษาจริงๆ จะได้เรียนรู้ความจริงจะได้รู้ จะได้ไม่หลงงมงายจมอยู่กับสิ่งที่มันไม่ใช่ ไปหลงอรหันต์เก๊ว่าเป็นอรหันต์ ไปหลงผู้ที่มิจฉาทิฏฐิ แม้แต่แค่ตื้นๆ ติดอยู่แค่รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ยังไม่ได้ ขออธิบายธรรมะเพิ่มเติม มหาบัวมีความเข้าใจ เรื่องกามคุณ เข้าใจแค่ว่าไม่มีผัวไม่มีเมีย ตัวเองก็นึกว่าตัวเองบรรลุแล้ว เพราะตัวเองไม่ได้แต่งงาน ไม่ได้มีคู่ ก็นึกว่าตัวเองบรรลุเรื่องกามแล้ว จากนั้นไม่รู้เรื่องเลย ติดยึดในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส เต็มบ้องจนตาย ไม่ได้สูงไปกว่านั้นเลย เข้าใจกามก็ไม่ครบ นึกว่ากามแค่ไม่มีคู่ผัวเมีย และตัวเองก็ไม่มี นึกว่าตัวเองบรรลุกาม บรรลุในรูปภพ อรูปภพแล้วเพราะนั่งสมาธิ เข้าไปดับกิเลสภายในก็นึกว่าดับ ภวตัณหา กามตัณหา ไม่รู้แล้วไม่มีเมีย ไปถึงรูปภพอรูปภพ ก็แค่นั่งหลับได้สะกดจิตให้ดับบรรลุอรหันต์ตายเป็นตาย ดับเป็นมิจฉาทิฏฐิ มิจฉาปฏิบัติ แล้วก็หลงว่าตัวเองบรรลุอรหันต์ ดับกิเลสรูปภพ ตัณหาทางรูป อรูปได้หมดแล้วด้วยการสะกด ไม่ได้เป็นจรณะ 15 วิชชา 8 เลย มันยังไกลห่างความเป็นพุทธมหาศาล แต่ความเสื่อมของศาสนาพุทธไปหลงเข้าใจอย่างนั้นว่าคือทางปฏิบัติ ไปยึดเดียรถีย์ปฏิปทา มันก็เห็นความเสื่อมชัดเจนในศาสนาพุทธทุกวันนี้ อาตมาพูดไปด้วยความสงสาร ท่านที่หลับตาทั้งหลายแหล่อยู่เต็มไปหมด หรือแม้แต่จะมาศึกษาทางปริยัติ จบมหาวิทยาลัย ปริญญาเอกอะไรก็ตาม จบเปรียญ 9 ประโยค ก็ยังเชื่อว่านั่งหลับตาอยู่นั่นแหละ ว่าเป็นทางที่จะบรรลุธรรมซึ่งก็น่าสงสารทั้งพระป่าและพระบ้านที่ยังเข้าใจมิจฉาทิฏฐิ นี่ก็พูดความจริง ใครจะฟังแล้วชัดเจนแล้วก็จะเลิกละเสียเวลา มาศึกษาที่อาตมานำพระไตรปิฎกของพระพุทธเจ้ามาสาธยายกันตลอดเวลา พยายามศึกษาดีๆอาตมาไม่ได้พูดเล่น ไม่ได้พูดผิด ไม่ได้มาอวดดิบอวดดี ไม่ได้อวดตัวอวดตนอะไร มาพูดสัจธรรม มาบอกสัจธรรม แล้วก็นำธรรมะโลกุตรธรรมขอพระพุทธเจ้า เอามาสถาปนาลงไปให้ได้ _เวลาก่อนฉันพ่อท่านว่าต้องเข้าสนามรบ (พ่อครูว่า... บางวันก็ 2 ชั่วโมงถึง 3 ชั่วโมง เพื่อให้ได้ปริมาณมาเลี้ยงขันธ์ ตามปริมาณที่ควรได้ แต่ไม่ใช่กินเสียท้องคัดท้องแข็ง ก็พยายามฝืน) ตามความเข้าใจของลูก คงเป็นช่วงเวลาที่ต้องฝืน ต้องอดทนเคี้ยวๆกลืนๆต่อของที่อยู่ตรงหน้า จะเกิดคำความที่ว่าฉันอาหารเพื่อผู้อื่นทำเพื่อผู้อื่นเสมอมา กวฬิงการาหาร เป็นอาหารหยาบๆ คำข้าว พระโพธิสัตว์อยู่เหนือ อยู่สูงสุดแล้ว แม้แต่วิญญาณอาหาร ลูกๆทุกคนอาราธนาถึงพ่อ ขอให้มีอายุยืนนาน เมื่อทราบว่าพ่อฉันอาหารได้น้อย น้ำหนักลดก็เกิดความวิตกกังวลจะช่วยพ่อได้อย่างไร ในความคิดของลูก…การจะช่วยพ่อ ไม่ใช่แค่กวฬิงการาหาร ควรจะไปให้ถึงวิญญาณอาหาร คือทำตนให้เป็นลูก ที่ว่านอนสอนง่าย เพิ่มสมรรถนะสร้างพลังสามัคคี (สอนตัวเองค่ะ) ขอกราบเท้าพ่อค่ะ ..ลูกใบแพร

สื่อธรรมะพ่อครู ตอน ศึกษาอาหาร 4 ต้องเริ่มจากศึกษาสัมผัสทางทวาร 5 _พ่อครูว่า...ที่นี้มาพูดถึงอาหาร 4 ที่มี กวฬิงการาหาร ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร วิญญาอาหาร พระไตรปิฎกเล่ม 16 ข้อ 241-244 อาหารที่กินเข้าไปในปาก มันจะกระทบลิ้น ลิ้นนี่แหละเป็นตัวสำคัญ รับรส ติดรสชาติ กลิ่นก็ติด รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส สมณะเดินดิน... อาหารเป็นหนึ่งในโลก คนโบราณบอกว่า ปวดอยู่ที่หัว กลัวอยู่ที่ใจ แต่โรคภัยไข้เจ็บอยู่ที่ท้อง ก่อนจะถึงท้อง ประตูของท้องก็คือปาก

พ่อครูว่า... เรามาศึกษาอาหาร 4 ของพระพุทธเจ้าให้ดีๆ ขอสรุปก่อนว่า 1. กวฬิงการาหาร อาหารที่เคี้ยวกินเข้าไปนี่แหละ มีกลิ่นก็ได้ ก็มีทั้งรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส แต่ลิ้นมันตัวสำคัญ อย่างติดรสทางลิ้น แม้กลิ่นเสียงสัมผัสมันก็ติดได้ทั้งนั้น มีรูปก็ติดเห็นรูปน่ากิน ได้ยินเสียงน่ากิน ได้กลิ่นน่ากิน แตะรสน่ากิน สัมผัสเข้าไปเลยทั้งหมดทุกทวารน่ากินทั้งนั้น สัมผัส ผัสสาหาร มันเนื่องกัน อาหารคือคำข้าวมันก็เนื่องไปถึงผัสสะ กระทบสัมผัส จึงจะต้องศึกษา เพราะฉะนั้นผู้ที่ปฏิบัติธรรมไม่ได้ศึกษาการสัมผัสเลย ไม่ได้ศึกษาการออกมารับรู้ตาหูจมูกลิ้นกายที่เป็นกามคุณ 5 ไม่ใช่เรื่องแค่มีผัวมีเมียเหมือนอย่างมหาบัวเท่านั้น กามคุณ 5 ไม่ได้หมายถึงเรื่องเฉพาะผัวเมีย แต่เป็นเรื่องการติดยึดของใจด้วย แต่จริงๆเรื่องผัวเมียก็ติดในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสทวารทั้ง 5 ทั้งหมด กวฬิงการาหาร ก็เนื่องมาจากผัสสะ หากว่าไม่ได้เรียนรู้เรื่องผัสสะเลยจะไปเรียนรู้เรื่องมโนสัญเจตนา ที่จะเป็นตัณหา เจตนาที่จะไปสู่ กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา ไม่มีทางที่จะไปเรียนรู้วิภวตัณหาเลย เพราะว่ากามก็ไม่ได้เรียนรู้ ภวตัณหาก็ไปนั่งหลับตาดับ ซึ่งไม่มีทางเรียนรู้ได้เพราะว่ามันเป็นโมฆะ นั่งหลับตาไม่มีทางเรียนรู้ได้ กามตัณหาต้องรับรู้ทวารทั้งภายนอก อยู่แต่ภายในนั้นมีแต่วิญญาณสัมภเวสี อยู่กับของตัวเองปั้นสร้างภพชาติ มันไม่ใช่วิญญาณตัวจริง ไม่ใช่วิญญาณฐีติ มันไม่ใช่วิญญาณที่เป็นจริงเป็นความจริงมีที่ตั้งทางตา หู จมูก ลิ้น กาย สัมภเวสีไม่ใช่วิญญาณที่แท้ มันเป็นธาตุปรุงแต่งของนิรมาณกาย เพราะฉะนั้นก็ไปทำไปจัดการอยู่กับสัมภเวสีหรือธาตุจิตที่ไปนั่งเนรมิตขึ้นมาเอง อยู่ในจิตตัวเอง มันก็เป็นเรื่องเพ้อเจ้อ มันไม่ใช่วิญญาณ คำนี้ที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า ภิกษุสาติ ภิกษุสาติมีทิฏฐิอันลามกเห็นปานนี้เกิดขึ้นว่า "เราย่อมรู้ทั่วถึงธรรมตามที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดง ว่า วิญญาณนี้นั่นแหละ ย่อมท่องเที่ยว แล่นไป ไม่ใช่อื่น” ภิกษุเหล่านั้นปรารถนาจะปลดเปลื้องภิกษุสาติจากทิฏฐินั้น จึงซักไซ้ ไล่เลียงสอบสวนว่า ท่านอย่ากล่าวอย่างนี้ ท่านอย่ากล่าวตู่พระผู้มีพระภาค การกล่าวตู่พระผู้มีพระภาค ไม่ดีเลย เพราะพระผู้มีพระภาคมิได้ตรัสอย่างนี้เลย ดูกรท่านสาติ วิญญาณอาศัยปัจจัยประชุมกันเกิดขึ้น พระผู้มีพระภาคตรัสแล้วโดยปริยายเป็นอเนก ความเกิดแห่งวิญญาณเว้นจากปัจจัยมิได้มี. (มหาตัณหาสังขยสูตร พตปฎ. ล.๑๒ ข.๔๔๐) นอกจากขี้ตู่เราแล้วเธอยังขุดตนเองด้วย โดย ภิกษุสาติบอกว่า วิญญาณมันท่องเที่ยวแล่นไปที่อื่น ซึ่งไม่ใช่.. วิญญาณต้องอยู่นี้ปัจจุบัน ท่องเที่ยวไม่ได้มันอยู่นี่ ทนโท่โต้งๆ จับตัวได้ ใครไปนั่งหลับตาปฏิบัตินี่มัน ไม่รู้จะช่วยอย่างไร เลิกได้ให้เลิก ถ้าอาตมาพูดไป ลัทธิที่นั่งหลับตา ศาสนาพุทธที่ไปหลงใหลหลับตาก็ดีไม่ว่าจะเป็นพระบ้าน พระป่า ที่ยังจะถือว่าหลับตาเป็นของศาสนาพุทธเข้าใจได้นะพุทธศาสนาจะกระเตื่องขึ้นมา มันจะเป็นประโยชน์ จะมีคนอย่างชาวอโศกเกิดขึ้น พรึ่บๆๆเลย เพราะเขาก็เรียนมากแสวงหาพากเพียรนะ แต่มันมิจฉาทิฏฐิมันกั้นไว้ มันยิ่งกว่าภูเขาเวปุลละบรรพตกั้นไว้เลย มันน่าสงสาร มันจะเสื่อมไปจนไม่รู้จะทำอย่างไร ก็พยายามจะพูดความจริง 50 กว่าปีแล้ว อายุก็ 88 เข้าไปแล้ว พยายามลากสังขารไปอีก เพราะว่าดูๆมันจะเชื่อมๆต่อๆกัน ก็ดีขึ้น เพราะว่าพวกที่ต่อต้าน พวกที่เข้าใจผิดมาแย้งอาตมาอะไรก็ล้มหายตายจากกันไปเยอะแล้ว ก็เหลือที่แย้งๆอยู่ก็ไม่มาก แต่ก็ยังไม่สนับสนุนไม่ส่งเสริม โดยค่านิยมของสังคมก็ไปยอมรับแบบเดียรถีย์ มหาเถรสมาคม ขอใช้คำนี้เลย อย่าหาว่าพูดดูถูกดูแคลนเลย ไม่ง่าย ยากมากเลย อาตมาก็เป็นคนไม่มีเครดิต ชาตินี้เกิดมาไม่มีครูบาอาจารย์ ไม่มีสำนัก ไม่มีศิษย์พี่ศิษย์น้อง มาประกาศหัวเดียวกระเทียมลีบ แล้วมันตรงกันข้ามกับที่เขายึดถือ ยิ่งพูดไปก็ยิ่งห่างกับที่เขารู้ ยิ่งพูดไปก็เหมือนไปข่มเขาอีกมากมาย แต่อาตมาก็ศึกษาสิอาตมาเกาะพระไตรปิฎกแจเลยนะ อ้างพระไตรปิฎกตลอดเวลา ประกอบเลยว่านี่พระสูตรอะไร แล้วจะบรรลุอย่างนี้ บรรลุวรรณะ 9 บรรลุสาราณียธรรม 6 บรรลุจรณะ 15 วิชชา 8 บรรลุกถาวัตถุ 10 อะไรอย่างนี้ ก็ยืนยันอยู่อย่างนี้ สู่แดนธรรม... เขาแงกมาเบิ่งบ้างแล้วครับ นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ สมณะเดินดิน...พระพุทธเจ้า ตรัสว่า ถ้าเธอไปยินดีในรูป แล้วตายในขณะนั้นก็มีคติ เป็นนรกหรือ เดรัจฉาน แต่คนไปปฏิบัติผิด ไปนั่งหลับตาปฏิบัติ

สื่อธรรมะพ่อครู ตอน เปรียบเทียบพญานาคผู้ไม่รู้ในวิญญาณาอาหารคือโจรปล้นศาสนา พ่อครูว่า... มาเข้าสู่อาหาร 4 พระพุทธเจ้าท่านตรัส _เล่ม 16 3. ปุตตมังสสูตร [240] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาหาร 4 อย่าง เพื่อความดำรงอยู่ของสัตว์โลกที่เกิดมาแล้ว หรือเพื่ออนุเคราะห์แก่เหล่าสัตว์ผู้แสวงหาที่เกิดอาหาร 4 อย่างนั้นคือ 1. กวฬิงการาหาร หยาบบ้าง ละเอียดบ้าง 2. ผัสสาหาร 3. มโนสัญเจตนาหาร 4. วิญญาณาหาร ภิกษุทั้งหลาย อาหาร 4 อย่างเหล่านี้แล เพื่อดำรงอยู่แห่งสัตว์โลกที่เกิดมาแล้ว หรือเพื่ออนุเคราะห์แก่เหล่าสัตว์ผู้แสวงหาที่เกิด ฯ [241] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็กวฬิงการาหารจะพึงเห็นได้อย่างไร ภิกษุทั้งหลาย เหมือนอย่างว่า ภรรยาสามี 2 คน ถือเอาเสบียงเดินทางเล็กน้อย แล้วออกเดินไปสู่ทางกันดาร เขาทั้งสองมีบุตรน้อยๆ น่ารักน่าพอใจอยู่คนหนึ่ง เมื่อขณะทั้งสองคนกำลังเดินไปในทางกันดารอยู่ เสบียงเดินทางที่มีอยู่เพียงเล็กน้อยนั้นได้หมดสิ้นไป แต่ทางกันดารนั้นยังเหลืออยู่ เขาทั้งสองยังข้ามพ้นไปไม่ได้ครั้งนั้น เขาทั้งสองคนคิดตกลงกันอย่างนี้ว่า เสบียงเดินทางของเราทั้งสองอันใดแลมีอยู่เล็กน้อย เสบียงเดินทางอันนั้นก็ได้หมดสิ้นไปแล้ว แต่ทางกันดารนี้ยังเหลืออยู่ เรายังข้ามพ้นไปไม่ได้ อย่ากระนั้นเลย เราสองคนมาช่วยกันฆ่าบุตรน้อยๆ คนเดียว ผู้น่ารัก น่าพอใจคนนี้เสีย ทำให้เป็นเนื้อเค็มและเนื้อย่าง พ่อครูว่า...คนเรามีความเห็นแก่ตัว อย่างร้ายกาจขนาด เห็นแก่ตัวถึงขนาดว่าเมื่อไม่มีอะไรจะกินแล้ว จะตายจริงๆแล้ว เหลือลูก แล้วคนติดเนื้อด้วย ติดเนื้อสัตว์ด้วย หากว่าอยู่ในป่าเก็บผลไม้รากไม้พืชพันธุ์ธัญญาหารก็ยังไปได้ใช่ไหม แต่นี่โง่แถมอีก ต้องกินเนื้อ เห็นไหมคนกินเนื้อมันโง่ขนาดไหน จริง นี่พูดชัดๆ พูดสัจจะเลย ก็มันโง่ เดินอยู่ในทางกันดารในป่าในที่รกชัฏอย่างไรก็แล้วแต่ ถ้าในทะเลทราย ทุรกันดารมาก ก็คงจะอย่างนั้น ก็ยังเหลือแต่ลูก ความเห็นแก่ตัวจะต้องไปให้ถึงที่สุด ลูกก็ไม่รู้ล่ะ _เมื่อได้บริโภคเนื้อบุตร จะได้พากันเดินข้ามพ้นทางกันดารที่ยังเหลืออยู่นั้น ถ้าไม่เช่นนั้นเราทั้งสามคนต้องพากันพินาศหมดแน่ ครั้งนั้น ภรรยาสามีทั้งสองคนนั้น ก็ฆ่าบุตรน้อยๆ คนเดียวผู้น่ารัก น่าพอใจนั้นเสีย ทำให้เป็นเนื้อเค็ม และเนื้อย่าง เมื่อบริโภคเนื้อบุตรเสร็จ ก็พากันเดินข้ามทางกันดารที่ยังเหลืออยู่นั้น เขาทั้งสองคนรับประทานเนื้อบุตรพลาง ค่อนอกพลางรำพันว่า ลูกชายน้อยๆ คนเดียวของฉันไปไหนเสีย ลูกชายน้อยๆ คนเดียวของฉันไปไหนเสีย ดังนี้ เธอทั้งหลายจะเข้าใจความข้อนั้นเป็นอย่างไร คือว่าเขาได้บริโภคเนื้อบุตรที่เป็นอาหารเพื่อความคะนองหรือเพื่อความมัวเมา หรือเพื่อความตบแต่ง หรือเพื่อความประดับประดาร่างกายใช่ไหม ภิกษุเหล่านั้นกราบทูลว่า หามิได้ พระเจ้าข้า จึงตรัสต่อไปว่า ถ้าเช่นนั้น เขาพากันรับประทานเนื้อบุตรเป็นอาหารเพียงเพื่อข้ามพ้นทางกันดารใช่ไหม ใช่ พระเจ้าข้า พ่อครูว่า...เขาก็ยังมีจุดหมายปลายทางที่ดีเพื่อพ้นความเป็นโลก _พระองค์จึงตรัสว่า ข้อนี้ฉันใด เรากล่าวว่า บุคคลควรเห็นกวฬิงการาหารว่า [เปรียบด้วยเนื้อบุตร] ก็ฉันนั้นเหมือนกันแล เมื่ออริยสาวกกำหนดรู้กวฬิงการาหารได้แล้ว ก็เป็นอันกำหนดรู้ความยินดีซึ่งเกิดแต่เบญจกามคุณเมื่ออริยสาวกกำหนดรู้ความยินดีซึ่งเกิดแต่เบญจกามคุณได้แล้ว สังโยชน์อันเป็นเครื่องชักนำอริยสาวกให้มาสู่โลกนี้อีกก็ไม่มี ฯ พ่อครูว่า...ไม่ใช่กินเพื่อให้มันอ้วนพีอิ่มหมีพีมันให้มันแข็งแรงเท่านั้น อันนั้นน้อยมาก เป้าหมายอันนั้นเพื่อให้รูปขันธ์อยู่ได้นี้มันน้อยมาก แต่เพื่อจุดหมายปลายทางของจิตนิยามที่ยิ่งใหญ่ ไปสู่นิพพานทีเดียว กวฬิงการาหาร ให้กำหนด เบญจกามคุณ ในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส ต้องศึกษาตรงนี้แล้วเลิก ขอยกตัวอย่างมหาบัว ที่ไม่มีปัญญารู้เรื่องอาหารเลย ไปหลงติดแค่สิ่งเสพติด กินหนักกว่าอาหารกินได้ทั้งวัน คือหมากพลู อาหารฉันมื้อเดียว แต่หมากพลูกินทั้งวัน เห็นไหมว่าโง่เง่าดักดานขนาดไหน ขออภัยที่พูดตรงและพูดจริงพูดเรื่องเกินไป คือเห็นใจลูกศิษย์ลูกหาที่เขาศรัทธาเลื่อมใสอยู่เหมือนกัน แต่อาตมาเป็นคนที่พูดความจริงไม่บันยะบันยังเท่าไหร่ ก็ขออภัย คือไม่ประสีประสาอะไรเลย มหาบัว แม้แต่เรื่องอาหาร 4 ก็ไม่รู้เรื่อง แน่นอนว่ามหาบัวจะติดในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสของอาหารหรือเปล่า คุณว่าติดไหม ก็แค่อบาย สิ่งเสพติดหยาบๆ หมากพลูยังติดไม่ถอดเลย รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส แล้วไอ้เรื่องรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสในอาหารนั้น มันจะไปเหลือหรือที่ไม่ติด แต่สังเกตให้ดีเถอะ มหาบัวนี่ พรีเทนเดอร์ เสแสร้งว่าไม่ได้ติดในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสในอาหาร รู้ มันชี้บ่งถึงว่ามหาบัวรู้ว่ารูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสคืออะไร หลอกชาวบ้านกลบเกลื่อนลูกศิษย์ลูกหาว่า รูป รสกลิ่น เสียง สัมผัส ของหมากพลูนั้น มันไม่ใช่เรื่องรูป รส กลิ่น เสียงสัมผัสของหมากพลูนั้น มันเป็นเรื่องขันธ์ธาตุ หลอกลูกศิษย์ลูกหาซ้อนเข้าไปอีก พระพุทธเจ้าตรัสว่า คนที่โกหกทั้งๆที่รู้ สัมปชานะมุสาวาท คนคนนี้ไม่มีความชั่วอันใดที่ทำไม่ได้ ทำชั่วได้หมด นี่เป็นคำตรัสยืนยันของพระพุทธเจ้าที่จริงที่สุดเลย เพราะฉะนั้นจึงเห็นได้ว่าโอ้โห..มันยากมากเลยที่คนเราจะรู้ลึกซึ้งถึงสัจธรรม ที่พูดไม่ได้เกลียดมหาบัว ไม่ได้ทับถมไม่ได้ข่ม แต่มันเป็นสัจจะความจริงที่เป็นตัวอย่าง ก็ขอยืม ก็ขอบคุณมหาบัว ซึ่งได้ตายไปแล้วล่ะ แต่มันเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนดี เป็นความพูดมากกดตามน้อยกว่าผัวเอามาปรับใช้กับมาจะขอใช้มาใช้เป็นตัวอย่างประกอบการอธิบายขยายความสูงฟังมันจำง่ายขึ้นสะดวกและเข้าใจได้ง่ายไม่ใช่ว่าไปถล่มทลายไปดูถูกดูแคลนมันเป็นตัวอย่างที่ดีมีอยู่จริงเกมง่ายในการก็มีความอวดตัวอวดตนมาก แสดงความขี้เท่อมาก ก็เลยเป็นตัวอย่างที่นำมาชู เพราะว่าแม้แต่อาจารย์มั่น อาจารย์ของมหาบัวก็ไม่ได้พูดมาก ไม่ได้แสดงบทบาทกับสังคมมาก พฤติกรรมของอาจารย์มั่นน้อยกว่ามหาบัว มหาบัวนั้นมาก จึงเอามาใช้ อาตมาจึงขอเอามาใช้เป็นตัวอย่าง เพื่อเอามาประกอบการอธิบายขยายความสู่ฟัง มันจะง่ายขึ้นสะดวกขึ้น ไม่ใช่จะไปถล่มทลายดูถูกดูแคลน แต่มันเป็นตัวอย่างที่มีอยู่จริง แล้วชัดเจนง่ายในการศึกษา ผู้ที่ใฝ่ในการศึกษา รักการศึกษา รู้จักเจตนาของอาตมาให้ได้ว่าอาตมาไม่มีอกุศลเจตนา มีแต่เจตนาที่ดีสมบูรณ์แบบ ที่พูดนี้

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน