17 บทที่ 10 ใจเพชร น 739-762.pdf

โฟลเดอร์PDF Morkeaw
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์228 KB
วันที่แก้ไข10 กุมภาพันธ์ 2559

เนื้อหาในไฟล์

บทที 10 ข้อเสนอเชิงนโยบายขยายผลชุมชนจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ เมือผู้ใช้การแพทย์วิถีพุทธ ทีได้นําหลักการแพทย์วิถีพุทธ (หลักปฏิบัติ เทคนิคการปรับสมดุล 9 ข้อ หรือ ยา 9 เม็ด) ตามเนื,อหาการบูรณาการองค์ความรู้การแพทย์วิถีพุทธ ทีนําเสนอในบทที 5 ไปปฏิบัติได้อย่างเหมาะสมและต่อเนือง ได้เห็นคุณค่าจากการปฏิบัติจนเกิดสุขภาวะทีดีกับตนเอง จึงได้พัฒนาตนมาเสียสละแบ่งปันและช่วยเหลือเกื,อกูลสังคมไปพร้อม ๆ กับการสร้างความเป็นพุทธะในตน ตามกระบวนการสร้างจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธเพือมวลมนุษยชาติ ทีนําเสนอในบทที 9 โดยไม่คิดเอาอะไรเป็นการตอบแทน ส่งผลให้มีผู้ปฏิบัติตามหลักการแพทย์วิถีพุทธ มีชีวิตทีพอเพียงเรียบง่าย สุขภาพร่างกายทีแข็งแรง จิตใจทีดีงาม จิตใจทีเป็นสุขมากขึ,น ซึงเป็นสิงทีประชาชนทุกภาคส่วนควรได้มีโอกาสศึกษาเรียนรู้ เพือแก้ปัญหาทีมนุษยชาติทัวโลกกําลังประสบกับภาวะปัญหาสุขภาพ 3 ประการหลัก ได้แก่ 1) ปริมาณผู้ป่วย ชนิดและความรุนแรงของความเจ็บป่วยมีแนวโน้มเพิมมากขึ,น 2) ค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาความเจ็บป่วยเพิมมากขึ,น 3) ประชาชนมีศักยภาพในการดูแลแก้ไขปัญหาสุขภาพด้วยตนเองน้อยลง การจัดการองค์ความรู้และการดําเนินการทีมีอยู่ในระบบปกติ ช่วยลดปัญหาได้เพียงบางส่วน ยังมีปัญหาอีกจํานวนมากทียังไม่สามารถแก้ไขได้ ยิงไปกว่านั,นกลับทวีความรุนแรงยิงขึ,น ๆ ผู้วิจัยได้เผยแพร่และแนะนําหลักการแพทย์วิถีพุทธ ให้กับประชาชนทัวไป เพือสร้างสุขภาวะช่วยลดหรือแก้ปัญหาดังกล่าวตลอดระยะเวลา 20 ปี ตั,งแต่ปี พ.ศ. 2538 จนถึงปัจจุบัน พ.ศ. 2558 ซึงบันทึกผลของสุขภาวะผู้ใช้การแพทย์วิถีพุทธ ทีเห็นผลได้จริง ได้รวบรวมและนํามาวิเคราะห์สังเคราะห์เป็นสุขภาวะทั,ง 4 ด้าน ดังเสนอในบทที 6 และเมือนําปัจจัยทีได้ผลต่าง ๆ มาจัดทําองค์ประกอบเชิงสํารวจ ได้เป

อ่านต่อ

็นองค์ประกอบการพัฒนาการแพทย์วิถีพุทธ 11 องค์ประกอบ ดังเสนอในบทที 7 ในส่วนของผู้ใช้หลักการแพทย์วิถีพุทธ ทีเห็นคุณค่าและผลดีจากการปฏิบัติจนต่อยอดมาสู่การเป็นจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ มาเสียสละเพือทําประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างสร้างสรร เมือประชาชนคนดีได้มารวมมวลกันมาก ๆ เพือทําความดีร่วมกัน ก็จะก่อเกิดเป็นชุมชนจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ ผู้วิจัยเห็นความสําคัญของการสร้างจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ จึงขอนําเสนอนโยบายการขยายผลชุมชนจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธเพือมวลมนุษยชาติ ดังนี, 740 นโยบายการขยายผลชุมชนจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธเพือมวลมนุษยชาติ จากองค์ประกอบการพัฒนาการแพทย์วิถีพุทธ 11 องค์ประกอบ ทีจัดเรียงลําดับตามนํ,าหนักขององค์ประกอบทีเสนอในบทที 7 นํามาเสนอเป็นนโยบายการขยายผลชุมชนจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธเพือมวลมนุษยชาติ ดังนี, 1. นโยบายส่งเสริม “การสร้างแบบอย่างทีมีคุณสมบัติแห่งพุทธะ แก้ปัญหาทีต้นเหตุ ใช้สิงทีประหยัดเรียบง่ายใกล้ตัวเป็นหลัก ทําเองได้ เพือดํารงชีวิตประจําวัน ช่วยสร้างศรัทธา พลังของหมู่มิตรดีสหายดีสังคมสิงแวดล้อมดี และพลังแห่งการเสียสละเป็นการต่อยอดการเป็นจิตอาสา” มาตรการ 1.1) รัฐบาลกําหนดนโยบายส่งเสริม สนับสนุนและสังการให้ทุกหน่วยงานของภาครัฐทํากิจกรรม“การสร้างแบบอย่างของบุคลากรภาครัฐและประชาชน ให้มีคุณสมบัติแห่งพุทธะ ทีมีความสามารถในการแก้ปัญหาทีต้นเหตุ ใช้สิงทีประหยัดเรียบง่ายใกล้ตัวเป็นหลัก ทําเองได้ เพือดํารงชีวิตประจําวัน ช่วยสร้างศรัทธา พลังของหมู่มิตรดีสหายดีสังคมสิงแวดล้อมดี และพลังแห่งการเสียสละ เป็นการต่อยอดการเป็นจิตอาสา” โดยมีการเรียนรู้ฝึกฝนจากบุคคลหรือกลุ่มทีปฏิบัติได้จริง อย่างต่อเนือง และมีกิจกรรมการเสียสละ รวมกลุ่มทําประโยชน์ให้กับสังคม พร้อมกับการลดละเลิกความโลภโกรธหลงในสิงทีเป็นพิษเป็นภัยอย่างต่อเนือง ด้วยกระบวนการ “อปริหานิยธรรม 7” ตามกระบวนการสร้างจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธเพือมวลมนุษยชาติ อย่างต่อเนือง (ดังรายละเอียดทีกล่าวในบทที 9) เช่น 1.1.1) ข้าราชการและพนักงานรัฐทุกหน่วยงาน ควรได้เข้ารับการอบรมค่าย “สุขภาพแพทย์วิถีพุทธและพระไตรปิฎก” ทีจัดอบรมโดยเครือข่ายแพทย์วิถีพุทธแห่งประเทศไทย อย่างน้อย 1 ครั,งขึ,นไป ตั,งแต่หลักสูตรระยะสั,น 1 วัน ระยะปานกลาง 3 วัน จนถึงหลักสูตรระยะยาว 5-7 วัน โดยไม่ถือเป็นวันลาและไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการเข้าร่วมกิจกรรม เป็นการเรียนรู้ฝึกฝนองค์ความรู้พื,นฐานเพือพัฒนาบุคลากรให้สามารถก้าวมาสู่การเป็นจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ 1.2) รัฐบาลส่งเสริมให้ภาคเอกชนทุกองค์กรและประชาชนทุกครัวเรือน ทํากิจกรรม “การสร้างแบบอย่างของบุคลากรภาครัฐและประชาชน ให้มีคุณสมบัติแห่งพุทธะ ทีมีความสามารถในการแก้ปัญหาทีต้นเหตุ ใช้สิงทีประหยัดเรียบง่ายใกล้ตัวเป็นหลัก ทําเองได้ เพือดํารงชีวิตประจําวัน ช่วยสร้างศรัทธา พลังของหมู่มิตรดีสหายดีสังคมสิงแวดล้อมดี และพลังแห่งการเสียสละ เป็นการต่อยอดการเป็นจิตอาสา” โดยมีการเรียนรู้ฝึกฝนจากบุคคลหรือกลุ่มทีปฏิบัติได้จริง มีกิจกรรมการเสียสละ รวมกลุ่มทําประโยชน์ให้กับสังคม พร้อมกับการลดละเลิกความโลภโกรธ 741 หลงในสิงทีเป็นพิษเป็นภัย ด้วยกระบวนการ “อปริหานิยธรรม 7” ตามกระบวนการสร้างจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธเพือมวลมนุษยชาติ อย่างต่อเนือง (ดังรายละเอียดทีกล่าวในบทที 9) เช่น 1.1.2) การทํากิจกรรมสร้างชุมชนจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ ทีใช้ชีวิตทีพอเพียง เรียบง่าย ร่างกายทีแข็งแรง จิตใจทีดีงาม จิตใจทีเป็นสุข พึงตนเองได้ในปัจจัยการดํารงชีพพื,นฐานทั,งสีด้าน คือ อาหาร ยารักษาโรค ทีอยู่อาศัยและเครืองนุ่งห่ม โดยมีวัฒนธรรม คือ ถือศีลห้าเป็น ขั,นตํา ทานอาหารมังสวิรัติ (ไม่มีเนื,อสัตว์) หรือลดการทานเนื,อสัตว์ ละอบายมุข อัตตาไม่จัด โดยการจัดทําค่ายสุขภาพแพทย์วิถีพุทธทั,งหลักสูตรระยะสั,น 1 วัน ระยะกลาง 3 วัน ระยะยาว 5-7 วัน อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั,ง เป็นประจําทุกเดือน อย่างต่อเนือง 1.3) ภาคเอกชนและประชาชนสนับสนุนบุคลากรในหน่วยงานและในชุมชนของตนให้มีโอกาสพัฒนา “ความเป็นพุทธะ” โดยการจัด “กระบวนการพัฒนาการศึกษาและฝึกปฏิบัติการแก้ปัญหาทีต้นเหตุ ใช้สิงทีประหยัดเรียบง่าย ใกล้ตัวเป็นหลักทําเองได้ เพือดํารงชีวิตประจําวัน ช่วยสร้างศรัทธา พลังของหมู่มิตรดีสหายดีสังคมสิงแวดล้อมดี และพลังแห่งการเสียสละ เป็นการต่อยอดการเป็นจิตอาสา” โดยมีการเรียนรู้ฝึกฝนจากบุคคลหรือกลุ่มทีปฏิบัติได้จริง และมีกิจกรรมการเสียสละ รวมกลุ่มการทําประโยชน์ให้กับสังคม พร้อมกับการลดละเลิกความโลภโกรธหลงในสิงทีเป็นพิษเป็นภัย ด้วยกระบวนการ “อปริหานิยธรรม 7” ตามกระบวนการสร้างจิตอาสาแพทย์ วิถีพุทธเพือมวลมนุษยชาติ อย่างต่อเนือง (ดังรายละเอียดทีกล่าวในบทที 9) 1.4) รัฐบาลกําหนดนโยบายและสังการให้หน่วยงานการศึกษาภาครัฐและส่งเสริมเอกชนเอกชน ให้จัดหลักสูตรหรือเนื,อหา “การเรียนการสอนแห่งพุทธะ ทีมีความสามารถในการแก้ปัญหาทีต้นเหตุ ใช้สิงทีประหยัดเรียบง่าย ใกล้ตัวเป็นหลักทําเองได้ เพือดํารงชีวิตประจําวัน ช่วยสร้างศรัทธา พลังของหมู่มิตรดีสหายดีสังคมสิงแวดล้อมดี และพลังแห่งการเสียสละ เป็นการต่อยอดการเป็นจิตอาสา” โดยมีการเรียนรู้ฝึกฝนจากบุคคลหรือกลุ่มทีปฏิบัติได้จริง หรือ “กระบวนการสร้างจิตอาสาแห่งพุทธะ” ตั,งแต่ระดับชั,นอนุบาลจนถึงระดับปริญญาเอก โดยมีการเรียนรู้ฝึกฝนจากบุคคลหรือกลุ่มทีปฏิบัติได้จริง รวมถึงจัดการศึกษาให้กับประชาชนทัวไป ถือเป็นการศึกษาทั,งในและนอกระบบอย่างต่อเนือง แบบไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ 1.5) รัฐบาล เอกชนและประชาชน ส่งเสริมให้จัดตั,ง “ศูนย์เรียนรู้แห่งพุทธะ ทีมีความสามารถในการแก้ปัญหาทีต้นเหตุ ใช้สิงทีประหยัดเรียบง่าย ใกล้ตัวเป็นหลักทําเองได้ เพือดํารงชีวิตประจําวัน ช่วยสร้างศรัทธา พลังของหมู่มิตรดีสหายดีสังคมสิงแวดล้อมดี และพลังแห่งการเสียสละ เป็นการต่อยอดการเป็นจิตอาสา” อย่างต่อเนือง ในทุกภูมิภาค จังหวัด อําเภอ ตําบล และหมู่บ้าน โดยมีการเรียนรู้ฝึกฝนจากบุคคลหรือกลุ่มทีปฏิบัติได้จริง 742 1.6) รัฐบาล เอกชนและประชาชน ส่งเสริมให้มี “จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ” ทีมีคุณสมบัติแห่งพุทธะ ทีมีความสามารถในการแก้ปัญหาทีต้นเหตุ ใช้สิงทีประหยัดเรียบง่าย ใกล้ตัวเป็นหลัก ทําเองได้ เพือดํารงชีวิตประจําวัน ช่วยสร้างศรัทธา พลังของหมู่มิตรดีสหายดีสังคมสิงแวดล้อมดี และพลังแห่งการเสียสละ” ในแต่ละภูมิภาค จังหวัด อําเภอ ตําบล หมู่บ้าน และในครัวเรือน เพือช่วยเหลือเกื,อกูลซึงกันและกัน 1.7) รัฐบาลส่งเสริม สนับสนุนและสังการให้สือของภาครัฐ และส่งเสริมสือของภาคเอกชนและประชาชนให้นําเสนอเนื,อหาอย่างสมําเสมอถึง “กระบวนการแห่งพุทธะ ในการแก้ปัญหาทีต้นเหตุ ใช้สิงทีประหยัดเรียบง่าย ใกล้ตัวเป็นหลักทําเองได้ เพือดํารงชีวิตประจําวัน ช่วยสร้างศรัทธา พลังของหมู่มิตรดีสหายดีสังคมสิงแวดล้อมดี และพลังแห่งการเสียสละ เป็นการต่อยอดการเป็นจิตอาสา” โดยมีการเรียนรู้ฝึกฝนจากบุคคลหรือกลุ่มทีปฏิบัติได้จริง และมีกิจกรรมการเสียสละ รวมกลุ่มการทําประโยชน์ให้กับสังคม พร้อมกับการลดละเลิกความโลภโกรธหลงในสิงทีเป็นพิษเป็นภัย ด้วยกระบวนการ “อปริหานิยธรรม 7” ตามกระบวนการสร้างจิตอาสาแพทย์ วิถีพุทธเพือมวลมนุษยชาติ 1.8) มาตรการการต่างประเทศ รัฐบาลส่งเสริมการเผยแพร่องค์ความรู้และการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรหรือเนื,อหา “การเรียนการสอนแห่งพุทธะในการแก้ปัญหาทีต้นเหตุ ใช้สิงทีประหยัดเรียบง่าย ใกล้ตัวเป็นหลักทําเองได้ เพือดํารงชีวิตประจําวัน ช่วยสร้างศรัทธา พลังของหมู่มิตรดีสหายดีสังคมสิงแวดล้อมดี และพลังแห่งการเสียสละ เป็นการต่อยอดการเป็นจิตอาสา” อย่างต่อเนือง โดยมีการเรียนรู้ฝึกฝนจากบุคคลหรือกลุ่มทีปฏิบัติได้จริง และมีกิจกรรมการเสียสละ รวมกลุ่มทําประโยชน์ให้กับสังคม พร้อมกับการลดละเลิกความโลภโกรธหลงในสิงทีเป็นพิษ เป็นภัย ด้วยกระบวนการ “อปริหานิยธรรม 7” ตามกระบวนการสร้างจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ เพือมวลมนุษยชาติ ไปยังประเทศต่าง ๆ ทีสนใจองค์ความรู้ดังกล่าว 2. นโยบายส่งเสริม “หลักปฏิบัติ เทคนิคการปรับสมดุล 9 ข้อ หรือยา 9 เม็ด ทําให้อาการเจ็บป่วยทุเลา” มาตรการ 2.1) รัฐบาลกําหนดนโยบายส่งเสริม สนับสนุนและสังการให้ทุกหน่วยงานของภาครัฐทํากิจกรรม “หลักปฏิบัติ เทคนิคการปรับสมดุล 9 ข้อ หรือยา 9 เม็ด ทําให้อาการเจ็บป่วยทุเลา” โดยมีการเรียนรู้ฝึกฝนจากบุคคลหรือกลุ่มทีปฏิบัติได้จริงอย่างต่อเนือง เช่น 2.1.1) ให้บุคลากรสาธารณสุข ทุกหน่วยงานในกระทรวงสาธารณสุข เข้ารับการอบรมค่ายสุขภาพแพทย์วิถีพุทธ (หลักสูตร 5 วัน) โดยไม่ถือเป็นวันลาอย่างน้อยปีละหนึงครั,ง และ 743 ในส่วนของข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจของทุก ๆ หน่วยงานทีสนใจมาเรียนรู้ ให้สามารถมาเรียนรู้อบรมในค่ายสุขภาพแพทย์วิถีพุทธ (หลักสูตร 5 วัน) ได้โดยไม่ถือเป็นวันลาเช่นกัน และสามารถนับเป็นชัวโมงการอบรมพัฒนาความรู้ต่อเนืองในสาขาวิชาชีพของตนได้ ในกรณีทีสาขาวิชาชีพนั,นมีกําหนดกฎเกณฑ์การฝึกอบรมประจําปี เพือการพัฒนาการปฏิบัติงานวิชาชีพ 2.1.2) จัดทํา “โครงการปรับเปลียนพฤติกรรมสุขภาพ” ด้วยหลักปฏิบัติ เทคนิคการปรับสมดุล 9 ข้อ หรือ ยา 9 เม็ด ทําให้อาการเจ็บป่วยทุเลา ทีดําเนินการอบรมโดยเครือข่าย จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ ให้กับประชาชนทุกวัยทุกภาคส่วนเป็นระยะ ๆ อย่างสมําเสมอทุกเดือน โดยประชาชนทุกวัยทุกภาคส่วน ควรได้มีโอกาสเข้ารับการอบรมใน “โครงการปรับเปลียนพฤติกรรมสุขภาพ” ด้วยหลักปฏิบัติ เทคนิคการปรับสมดุล 9 ข้อ หรือยา 9 เม็ด ทําให้อาการเจ็บป่วยทุเลา อย่างน้อย 1 ครั,งในชีวิตของตน 2.2) รัฐบาลส่งเสริมให้ภาคเอกชนทุกองค์กรและประชาชนทุกครัวเรือน ทํากิจกรรม “หลักปฏิบัติ เทคนิคการปรับสมดุล 9 ข้อ หรือยา 9 เม็ด ทําให้อาการเจ็บป่วยทุเลา” โดยมีการเรียนรู้ฝึกฝนจากบุคคลหรือกลุ่มทีปฏิบัติได้จริงอย่างต่อเนือง 2.3) ภาคเอกชนและประชาชนสนับสนุนบุคลากรในหน่วยงาน และในชุมชนของตนให้มีกิจกรรม “หลักปฏิบัติ เทคนิคการปรับสมดุล 9 ข้อ หรือยา 9 เม็ด ทําให้อาการเจ็บป่วยทุเลา” โดยมีการเรียนรู้ฝึกฝนจากบุคคลหรือกลุ่มทีปฏิบัติได้จริงอย่างต่อเนือง 2.3.1) ผู้บริหารในองค์กรสุขภาพทุกรูปแบบรวมถึงองค์กรทัวไปต่าง ๆ ควรกําหนดให้พนักงานใหม่ทีจะเข้าทํางานใหม่ในองค์กรสุขภาพและองค์กรทัวไปทีตนเป็นผู้บริหารอยู่ ให้มาเข้าค่ายอบรมในค่ายสุขภาพแพทย์วิถีพุทธ (หลักสูตร 5 วัน) เป็นอย่างน้อย 1 ครั,ง ก่อนทีจะเริมงานในองค์กรนั,น ๆ รวมถึงให้มีการจัดคอร์สการอบรมค่ายสุขภาพแพทย์วิถีพุทธให้กับพนักงานในองค์กร หรือจัดให้พนักงานมาร่วมเข้ารับการอบรมกับค่ายสุขภาพแพทย์วิถีพุทธ ซึงได้มีการจัดเป็นประจําทุกเดือน ในเครือข่ายแพทย์วิถีพุทธแห่งประเทศไทยทัวประเทศ โดยไม่ถือเป็นวันลาอย่างน้อยปีละหนึงครั,ง 2.4) รัฐบาลกําหนดนโยบายและสังการให้หน่วยงานการศึกษาภาครัฐและส่งเสริมเอกชน ให้จัดหลักสูตรหรือเนื,อหาการเรียนการสอน “หลักปฏิบัติ เทคนิคการปรับสมดุล 9 ข้อ หรือยา 9 เม็ด ทําให้อาการเจ็บป่วยทุเลา” โดยมีการเรียนรู้ฝึกฝนจากบุคคลหรือกลุ่มทีปฏิบัติได้จริง ตั,งแต่ระดับชั,นอนุบาลจนถึงระดับปริญญาเอก รวมถึงจัดการศึกษาให้กับประชาชนทัวไป ถือเป็นการศึกษาทั,งในและนอกระบบอย่างต่อเนือง แบบไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ 2.4.1) หน่วยงานการศึกษาทุกหน่วยงาน กําหนดให้นักเรียนและนักศึกษาทีจะจบการศึกษาในแต่ละระดับการศึกษา ตั,งแต่ระดับชั,นประถมศึกษาจนถึงระดับอุดมศึกษาทุก 744 หลักสูตร ทีหน่วยของตนได้จัดการเรียนการสอนนั,น ให้ได้มาผ่านการอบรมหลักสูตรทีมีเนื,อหาการเรียนการสอน “หลักปฏิบัติ เทคนิคการปรับสมดุล 9 ข้อ หรือยา 9 เม็ด ทําให้อาการเจ็บป่วยทุเลา” ก่อนทีจะจบการศึกษาจริงในหลักสูตรนั,น ๆ 2.5) รัฐบาลส่งเสริม สนับสนุนและสังการให้ทุก ๆ สถาบันการศึกษาทีเป็นระดับมหาวิทยาลัยของภาครัฐ และส่งเสริมให้ทุก ๆ มหาวิทยาลัยของภาคเอกชน จัดตั,งหลักสูตรหรือเนื,อหาการเรียนการสอนด้านการแพทย์วิถีพุทธ ในการศึกษาของระดับ อุดมศึกษา (ปริญญาตรี) และระดับบัณฑิตศึกษา (หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตศึกษา, ปริญญาโท และปริญญาเอก) แบบไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ 2.6) รัฐบาล เอกชนและประชาชน ส่งเสริมให้จัดตั,ง “ศูนย์เรียนรู้หลักปฏิบัติ เทคนิคการปรับสมดุล 9 ข้อ หรือยา 9 เม็ด ทําให้อาการเจ็บป่วยทุเลา” ในทุกภูมิภาค จังหวัด อําเภอ ตําบล และหมู่บ้าน โดยมีการเรียนรู้ฝึกฝนจากบุคคลหรือกลุ่มทีปฏิบัติได้จริงอย่างต่อเนือง 2.7) รัฐบาลส่งเสริม สนับสนุนและสังการให้สือของภาครัฐ และส่งเสริมสือของภาคเอกชนและประชาชนให้นําเสนอเนื,อหา “หลักปฏิบัติ เทคนิคการปรับสมดุล 9 ข้อ หรือยา 9 เม็ด ทําให้อาการเจ็บป่วยทุเลา” อย่างสมําเสมอ โดยมีการเรียนรู้ฝึกฝนและเก็บข้อมูลนําเสนอจากบุคคลหรือกลุ่มทีปฏิบัติได้จริง 2.8) นโยบายการต่างประเทศ รัฐบาลส่งเสริมการเผยแพร่องค์ความรู้และการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรหรือเนื,อหาการเรียนการสอน “หลักปฏิบัติ เทคนิคการปรับสมดุล 9 ข้อ หรือยา 9 เม็ด ทําให้อาการเจ็บป่วยทุเลา” โดยมีการเรียนรู้ฝึกฝนจากบุคคลหรือกลุ่มทีปฏิบัติได้จริงอย่างต่อเนือง ไปยังประเทศต่าง ๆ ทีสนใจ 3. นโยบายส่งเสริม “การใช้ธรรมะตามหลักพุทธศาสตร์ ปรับสมดุลร้อนเย็น ละบาป บําเพ็ญกุศลทําจิตใจให้ผ่องใส ส่งผลต่อการสร้างสุขภาพ” มาตรการ 3.1) รัฐบาลกําหนดนโยบายส่งเสริมสนับสนุนและสังการให้ทุกหน่วยงานของภาครัฐทํากิจกรรม “การใช้ธรรมะตามหลักพุทธศาสตร์ ปรับสมดุลร้อนเย็น ละบาป บําเพ็ญกุศลทําจิตใจให้ผ่องใส ส่งผลต่อการสร้างสุขภาพ” โดยมีการเรียนรู้ฝึกฝนจากบุคคลหรือกลุ่มทีปฏิบัติได้จริงอย่างต่อเนือง 3.2) รัฐบาลส่งเสริมให้ภาคเอกชนทุกองค์กรและประชาชนทุกครัวเรือน ทํากิจกรรม “การใช้ธรรมะตามหลักพุทธศาสตร์ ปรับสมดุลร้อนเย็น ละบาป บําเพ็ญกุศลทําจิตใจให้ผ่องใส ส่งผลต่อการสร้างสุขภาพ” โดยมีการเรียนรู้ฝึกฝนจากบุคคลหรือกลุ่มทีปฏิบัติได้จริงอย่างต่อเนือง 745 3.3) ภาคเอกชนและประชาชน สนับสนุนบุคลากรในหน่วยงานและในชุมชนของตนให้มีกิจกรรม “การใช้ธรรมะตามหลักพุทธศาสตร์ ปรับสมดุลร้อนเย็น ละบาป บําเพ็ญกุศลทําจิตใจให้ผ่องใส ส่งผลต่อการสร้างสุขภาพ” โดยมีการเรียนรู้ฝึกฝนจากบุคคลหรือกลุ่มทีปฏิบัติได้จริงอย่างต่อเนือง 3.4) รัฐบาลกําหนดนโยบายและสังการให้หน่วยงานการศึกษาภาครัฐและส่งเสริมเอกชน ให้จัดหลักสูตรหรือเนื,อหาการเรียนการสอน “การใช้ธรรมะตามหลักพุทธศาสตร์ ปรับสมดุลร้อนเย็น ละบาป บําเพ็ญกุศลทําจิตใจให้ผ่องใส ส่งผลต่อการสร้างสุขภาพ” โดยมีการเรียนรู้ฝึกฝนจากบุคคลหรือกลุ่มทีปฏิบัติได้จริงตั,งแต่ระดับชั,นอนุบาลจนถึงระดับปริญญาเอก รวมถึงจัดการศึกษาให้กับประชาชนทัวไป ถือเป็นการศึกษาทั,งในและนอกระบบอย่างต่อเนือง แบบไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ เช่น 3.4.1) ให้พระภิกษุและฆราวาสหรือประชาชนทีสนใจ เข้ารับการพัฒนาอบรมในหลักสูตรระยะยาวค่าย “สุขภาพแพทย์วิถีพุทธและพระไตรปิฎก” ทีจัดอบรมโดยเครือข่ายแพทย์ วิถีธรรมแห่งประเทศไทย อย่างน้อย 1 ครั,งขึ,นไป เพือช่วยให้พระภิกษุสงฆ์ทีสนใจการดูแลสุขภาพได้เป็นทางเลือกในการดูแลตนเอง และเมือพระภิกษุสงฆ์ สามารถพึงตนและดูแลตัวเองได้เป็น อย่างดีแล้ว ก็สามารถทีจะนําไปเผยแพร่และสอนญาติโยมทีมีศรัทธาต่อพระภิกษุสงฆ์นั,น เป็นการขยายผลต่อไปเป็นอย่างดี 3.5) รัฐบาลส่งเสริม สนับสนุนและสังการให้ทุก ๆ สถาบันการศึกษาทีเป็นระดับมหาวิทยาลัยของภาครัฐ และส่งเสริมให้ทุก ๆ มหาวิทยาลัยของภาคเอกชน จัดตั,งหลักสูตรหรือเนื,อหาการเรียนการสอน โดยมีเนื,อหาหลักสูตร “การใช้ธรรมะตามหลักพุทธศาสตร์ ปรับสมดุลร้อนเย็น ละบาป บําเพ็ญกุศลทําจิตใจให้ผ่องใส ส่งผลต่อการสร้างสุขภาพ” ในการศึกษาของระดับอุดมศึกษา (ปริญญาตรี) และระดับบัณฑิตศึกษา (หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตศึกษา, ปริญญาโท และปริญญาเอก) แบบไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ 3.6) รัฐบาล เอกชนและประชาชน ส่งเสริมและสนับสนุนให้ทุก ๆ วัดและพุทธสถานทัวประเทศ มีการจัดการเรียนการสอนเนื,อหาหลักสูตร “การใช้ธรรมะตามหลักพุทธศาสตร์ ปรับสมดุลร้อนเย็น ละบาป บําเพ็ญกุศลทําจิตใจให้ผ่องใส ส่งผลต่อการสร้างสุขภาพ”โดยมีการเรียนรู้ฝึกฝนจากบุคคลหรือกลุ่มทีปฏิบัติได้จริงอย่างต่อเนือง 3.7) รัฐบาล เอกชนและประชาชน ส่งเสริมให้จัดตั,ง “ศูนย์เรียนรู้การใช้ธรรมะตามหลักพุทธศาสตร์ ปรับสมดุลร้อนเย็น ละบาป บําเพ็ญกุศลทําจิตใจให้ผ่องใส ส่งผลต่อการสร้างสุขภาพ” ในทุกภูมิภาค จังหวัด อําเภอ ตําบล และหมู่บ้าน โดยมีการเรียนรู้ฝึกฝนจากบุคคลหรือกลุ่มทีปฏิบัติได้จริง อย่างต่อเนือง 746 3.8) รัฐบาลส่งเสริม สนับสนุนและสังการให้สือของภาครัฐ และส่งเสริมสือของภาคเอกชนและประชาชนให้นําเสนอเนื,อหา “การใช้ธรรมะตามหลักพุทธศาสตร์ ปรับสมดุลร้อนเย็น ละบาป บําเพ็ญกุศลทําจิตใจให้ผ่องใส ส่งผลต่อการสร้างสุขภาพ” อย่างสมําเสมอ โดยมีการเรียนรู้ฝึกฝนและเก็บข้อมูลจากบุคคลหรือกลุ่มทีปฏิบัติได้จริง 3.9) มาตรการการต่างประเทศ รัฐบาลส่งเสริมการเผยแพร่องค์ความรู้และการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรหรือเนื,อหาการเรียนการสอน “การใช้ธรรมะตามหลักพุทธศาสตร์ ปรับสมดุลร้อนเย็น ละบาป บําเพ็ญกุศลทําจิตใจให้ผ่องใส ส่งผลต่อการสร้างสุขภาพ” โดยมีการเรียนรู้ฝึกฝนจากบุคคลหรือกลุ่มทีปฏิบัติได้จริงอย่างต่อเนือง ไปยังประเทศต่าง ๆ ทีสนใจรวมถึงวัดและพุทธสถานในต่างประเทศ 4. นโยบายส่งเสริม “แพทย์วิถีพุทธ ศาสตร์แพทย์ทางเลือกในการดูแลสุขภาพ” มาตรการ 4.1) รัฐบาลกําหนดนโยบายส่งเสริม สนับสนุนและสังการให้ทุกหน่วยงานของภาครัฐทํากิจกรรมเรียนรู้ฝึกฝน “แพทย์วิถีพุทธ ศาสตร์แพทย์ทางเลือกในการดูแลสุขภาพ” โดยมีการเรียนรู้ฝึกฝนจากบุคคลหรือกลุ่มทีปฏิบัติได้จริงอย่างต่อเนือง เช่น 4.1.1) ให้บุคลากรสาธารณสุข ทุกหน่วยงานในกระทรวงสาธารณสุข เข้ารับการอบรมค่ายสุขภาพแพทย์วิถีพุทธ (หลักสูตร 5 วัน) ซึงเป็นศาสตร์ของแพทย์ทางเลือกในการดูแลสุขภาพ โดยไม่ถือเป็นวันลาอย่างน้อยปีละหนึงครั,ง และในส่วนของข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจของทุก ๆ หน่วยงานทีสนใจมาเรียนรู้ ให้สามารถมาเรียนรู้อบรมในค่ายสุขภาพแพทย์วิถีพุทธ (หลักสูตร 5 วัน) ได้โดยไม่ถือเป็นวันลาเช่นกัน และสามารถนับเป็นชัวโมงการอบรมพัฒนาความรู้ต่อเนืองในสาขาวิชาชีพของตนได้ ในกรณีทีสาขาวิชาชีพนั,นมีกําหนดกฎเกณฑ์การฝึกอบรมประจําปีเพือการพัฒนาการปฏิบัติงานวิชาชีพ 4.2) รัฐบาลส่งเสริมให้ภาคเอกชนทุกองค์กรและประชาชนทุกครัวเรือน ทํากิจกรรมเรียนรู้ฝึกฝน “แพทย์วิถีพุทธ ศาสตร์แพทย์ทางเลือกในการดูแลสุขภาพ” โดยมีการเรียนรู้ฝึกฝนจากบุคคลหรือกลุ่มทีปฏิบัติได้จริงอย่างต่อเนือง 4.3) ภาคเอกชนและประชาชนสนับสนุนบุคลากรในหน่วยงาน และในชุมชนของตนให้มีกิจกรรมฝึกฝนเรียนรู้ “แพทย์วิถีพุทธ ศาสตร์แพทย์ทางเลือกในการดูแลสุขภาพ” โดยมีการเรียนรู้ฝึกฝนจากบุคคลหรือกลุ่มทีปฏิบัติได้จริงอย่างต่อเนือง 4.4) รัฐบาลควรกําหนดนโยบายและสังการให้หน่วยงานการศึกษาภาครัฐและส่งเสริมเอกชน ให้จัดหลักสูตรหรือเนื,อหาการเรียนการสอน “แพทย์วิถีพุทธ ศาสตร์แพทย์ทางเลือก 747 ในการดูแลสุขภาพ” โดยมีการเรียนรู้ฝึกฝนจากบุคคลหรือกลุ่มทีปฏิบัติได้จริงตั,งแต่ระดับชั,นอนุบาลจนถึงระดับปริญญาเอก รวมถึงจัดการศึกษาให้กับประชาชนทัวไป ถือเป็นการศึกษาทั,งในและนอกระบบอย่างต่อเนือง แบบไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ 4.5) รัฐบาลควรส่งเสริม สนับสนุนและสังการให้ทุก ๆ สถาบันการศึกษาทีเป็นระดับมหาวิทยาลัยของภาครัฐ และส่งเสริมให้ทุก ๆ มหาวิทยาลัยของภาคเอกชน จัดตั,งหลักสูตรหรือเนื,อหาการเรียนการสอน “แพทย์วิถีพุทธ ศาสตร์แพทย์ทางเลือกในการดูแลสุขภาพ” ในการศึกษาของระดับอุดมศึกษา (ปริญญาตรี) และระดับบัณฑิตศึกษา (หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตศึกษา, ปริญญาโท และปริญญาเอก) แบบไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ 4.6) รัฐบาล เอกชนและประชาชน ส่งเสริมและสนับสนุน ให้มี “หน่วยการแพทย์ วิถีพุทธ” และให้มีการบูรณาการการใช้การแพทย์วิถีพุทธ ร่วมกับการดูแลสุขภาพทุกแผน ในทุก ๆ หน่วยงานและสถานบริการด้านสาธารณสุขทั,งของภาครัฐและเอกชน 4.7) รัฐบาล เอกชนและประชาชน ส่งเสริมให้จัดตั,ง “ศูนย์เรียนรู้การแพทย์วิถีพุทธ ศาสตร์แพทย์ทางเลือกในการดูแลสุขภาพ” ในทุกภูมิภาค จังหวัด อําเภอ ตําบล และหมู่บ้าน โดยมีการเรียนรู้ฝึกฝนจากบุคคลหรือกลุ่มทีปฏิบัติได้จริง อย่างต่อเนือง 4.8) รัฐบาลส่งเสริม สนับสนุนและสังการให้สือของภาครัฐ และส่งเสริมสือของภาคเอกชนและประชาชนให้นําเสนอเนื,อหาถึง “แพทย์วิถีพุทธ ศาสตร์แพทย์ทางเลือกในการดูแลสุขภาพ” อย่างสมําเสมอ โดยมีการเรียนรู้ฝึกฝนจากบุคคลหรือกลุ่มทีปฏิบัติได้จริง 4.9) มาตรการการต่างประเทศ รัฐบาลส่งเสริมการเผยแพร่องค์ความรู้และการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรหรือเนื,อหาการเรียนการสอน “แพทย์วิถีพุทธ ศาสตร์แพทย์ทางเลือกในการดูแลสุขภาพ” โดยมีการเรียนรู้ฝึกฝนจากบุคคลหรือกลุ่มทีปฏิบัติได้จริงอย่างต่อเนือง ไปยังประเทศต่าง ๆ ทีสนใจ 5. นโยบายส่งเสริม “สังคมสิงแวดล้อมสถานทีมีผลต่อสุขภาพกายใจทีแข็งแรงและผาสุก” มาตรการ 5.1) รัฐบาลกําหนดนโยบายส่งเสริม สนับสนุนและสังการให้ทุกหน่วยงานของภาครัฐทํากิจกรรม “สร้างสังคมสิงแวดล้อมสถานทีมีผลต่อสุขภาพกายใจทีแข็งแรงและผาสุก” โดยมีการเรียนรู้ฝึกฝนจากบุคคลหรือกลุ่มทีปฏิบัติได้จริง อย่างต่อเนือง เช่น 5.1.1) การร่วมถวายความจงรักภักดี โดยการสนองโครงการในพระราชดําริต่าง ๆ เช่น การร่วมโครงการรวมใจภักดิOปลูกมเหสักข์-สักสยามินทร์ ถวายพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 748 ภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนืองมาจากพระราชดําริ ฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) และมูลนิธิอนุรักษ์พันธุกรรมพืช สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี (มูลนิธิ อพ.สธ.) และโครงการประชาอาสาปลูกป่า 800 ล้านกล้า 80 พรรษา มหาราชินีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ เนืองในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนม พรรษา 80 พรรษา 5.1.2) การทํากสิกรรมไร้สารพิษ (เกษตรอินทรีย์) และการปลูกข้าวไร้สารพิษ เพิมความมันคงทางอาหารพืชผักสีเขียวให้กับครัวเรือนของตนเอง เน้นปลูกข้าวพืชผักผลไม้ ให้มีพืชผักผลไม้ทีหมุนเวียนทานได้ในทุกฤดูกาล และธัญพืชถัวต่าง ๆ ทีเป็นแหล่งโปรตีนธรรมชาติทีให้พลังงานสูงและสุขภาพทีแข็งแรง เป็นการสร้างสังคมสิงแวดล้อมสถานทีมีผลต่อสุขภาพกายใจทีแข็งแรงและผาสุก 5.1.3) การทําปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยหมักธรรมชาติ เพือใช้แทนปุ๋ยเคมี เป็นการลดหรืองดการนําเข้าและการใช้ปุ๋ยเคมี ทีมีโทษต่อสังคมสิงแวดล้อมสถานทีมีผลต่อสุขภาพกายใจทีแข็งแรงและผาสุก 5.1.4) การจัดทํากิจกรรม “ตลาดวิถีธรรม ตลาดวิถีชีวิต ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง” (ของดี ราคาถูก ซือสัตย์ มีนํ,าใจ) ในทุ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน