สื่อธรรมะพ่อครู(อุปกิเลส) ตอน การเสพอารมณ์สุขจากการทำประโยชน์ดีไหม.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์7.60 KB
วันที่แก้ไข9 มีนาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(อุปกิเลส) ตอน การเสพอารมณ์สุขจากการทำประโยชน์ดีไหม _การเสพอารมณ์สุขที่รู้สึกว่า มีคุณค่า เพราะเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น เสพอารมณ์สุขมันเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นถือเป็นการยึดความสุขเพียงใดครับ พ่อครูว่า...สุขมันเป็นการบำเรอกิเลสตัวเองเรียกว่าสุข แล้วพระพุทธเจ้าตรัสว่ามันเป็นของเท็จ อัลลิกะสุขมันอนัตตา สุขก็ไม่มีตัวตนทุกข์ก็ไม่มีตัวตน ยิ่งสุขนี่แหละมันเป็นตัวหลอกยิ่งกว่าทุกข์ ไม่มีใครต้องการพบ แต่คนไปหลงต้องการสุข มันซับซ้อนมากเลย แล้วคุณรู้สึกว่าสุขมีคุณค่า เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น คุณไปมองอย่างไรว่าได้รับสุขและมีคุณค่า (แซมดินว่า อาจหมายถึงว่า เขาก็มีความสุข แล้วคนอื่นที่เห็นเขาก็พลอยมีความสุขไปด้วย คือมีความสุข ) ลงนรกกันทั้งขบวนเลย คนติดสุขกำลังเดินทางลงนรก ก็เลยเป็นขบวนใหญ่เลย ที่ชัดเจนพูดอย่างนี้ก็ชัดเจน เพราะฉะนั้นระมัดระวัง มันลึกซึ้งซับซ้อนมากเลยความสุขนี่ ต้องอ่านอารมณ์ของจิตให้ชัดเจนอันไหนที่มัน หยาบพอที่เราจะอ่านได้ต้องพยายามลดให้มันบางเบา บางเบานี่ใช้ภาษาแทนหรือจนมันไม่มี จนกระทั่งไม่รู้สึกว่ามันมีอาการสุขเลย คุณก็ต้องมีตัวตรวจสอบวินิจฉัยเอาเอง ของแต่ละคน ต้องใช้สัญญาปัญญา ถ้าจิตที่กำหนดรู้สัญญา แร่ธาตุรู้ที่ตัดสินด้วยปัญญา แล้วตัดสินในขณะปัจจุบัน มันยังมีอาการจริง ถ้าไปเสียเวลาสัมผัสอดีตอนาคต มันก็งงอยู่กับอดีตอนาคตแล้วก็แปรปรวนได้ มันไม่จริง เอาปัจจุบัน เพราะฉะนั้นปัจจุบันนี้เป็นตัวจริงที่จะต้องเรียนรู้ ความจริงที่จริงที่สุดต้องเอาปัจจุบันแหลมคมที่สุด _พรเพ็ญ(สีพลบ) ...คำถามเขาคงติดในอารมณ์ที่บอกว่าเป็นสุขคือเขาได้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น เหมือนการทานหรือเขาติดในปิติ ในฌาน พ่อครูว่า ปีติก็เป็นอุปกิเลสก็ใช่ ปีติก็อุปกิเลส เอาไปตามลำดั

อ่านต่อ

บ ติดปีติก่อน เป็นอุปกิเลสมันก็ยังจะโตขึ้นไปอีกได้ก็อย่าไปหลง 620305_รายการสำมะปี๋ซี่วิต สันติอโศก ครั้งที่ 42

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน