สื่อธรรมะพ่อครู(ความเสื่อมชาวพุทธ) ตอน ความเสื่อมของชาวพุทธ 4 ประการ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ความเสื่อมชาวพุทธ) ตอน ความเสื่อมของชาวพุทธ 4 ประการ พ่อครูว่า…เราก็มาพูดถึงเรื่องการเมืองบ้าง อาตมาก็อยากจะร่วมวงด้วย อาตมามั่นใจว่ามีความปรารถนาดีต่อประชาชนจริง ไม่ได้เป็นเรื่องของลาภยศสรรเสริญโลกียสุข โลกีย์ ใครจะว่าอย่างไรก็แล้วแต่ เขาจะว่าเพราะอะไร บรรลุอรหันต์แล้วทำไมมายุ่งกับเรา ก็อยากจะบอกว่าเอาอรหันต์จะทำอะไร บรรลุแล้วจะไม่ช่วยโลก อาตมาไม่เอาลัทธิอย่างนั้น เหมือนอย่างเชนไปเดี่ยวๆเข้าป่าเขาถ้ำ ไม่เอาอะไรเลยแม้แต่ผ้าก็ไม่นุ่ง เขามักน้อยสันโดษอย่างอุกฤษฏ์ แต่มันไร้ประโยชน์ นั่นก็อย่างหนึ่ง อีกอย่างหนึ่งเขาไม่สามารถจะบรรลุธรรมสมบูรณ์แบบเข้าใจธรรมะ 2 เข้าใจโลก กับ อัตตา เป็นธรรมะ 2 ที่ยิ่งใหญ่ จะอยู่กับโลกอย่างช่วยโลกได้ พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก)พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) ต้องเกิดมามีชีวิตอย่างนั้นจึงจะเกิดมาสมกับเป็นคน ถ้าปฏิบัติตามพระพุทธเจ้าแล้วจะบรรลุจริง อย่างเชน สุดโต่งเข้าป่าเขาถ้ำ ศาสนาพุทธเป็นศาสนาสังคม ไม่ใช่ศาสนาเข้าป่า ไปหลงยึดถือการเข้าป่ามันผิด พระพุทธเจ้าตรัสไว้ตั้งแต่สร้างศาสนาใหม่ๆ ความหลงผิดของคน 4 ข้อ คือจะเข้าป่า ความเสื่อม 4 อย่างของชาวพุทธ ผู้ยังไม่มีวิชชาและจรณะ แต่ไปแสวงหาอาจารย์ในป่า โดยเก็บผลไม้หล่นกินบำรุงชีพ อย่างมักน้อยมากๆ ไม่เก็บผลไม้กิน แต่ถือเสียม ตะกร้า หาขุดเหง้าไม้ หาผลไม้กินระหว่างออกแสวงหาอาจารย์ในป่า สร้างเรือนไฟไว้ใกล้หมู่บ้าน แล้วบำเรอไฟรออาจารย์ สร้างเรือนมีประตูสี่ด้านไว้ที่หนทางใหญ่สี่แพร่ง แล้ว สำนักรอท่านผู้อยู่มีวิชชาและจรณะอยู่ (อัมพัฏฐสูตร เล่ม 9 ข้อ 163)
พ่อครูว่า..อาจารย์จะอยู่ในป่านั้นเป็นของเดียรถีย์ อาจารย์ของศาสนาพุ
อ่านต่อ
ทธอยู่ในสังคมเลย พระพุทธเจ้าเมื่อออกบวชตอนแรกก็เข้าป่าเพราะถูกครอบงำทางความคิด ลิงลมอมข้าวพอง สุดท้ายท่านก็ระลึกรู้ของเก่า ยาม 1 2 3 ว่าเราเป็นพระพุทธเจ้ามาแล้ว ในวันเพ็ญเดือน 6 ท่านไม่ได้ไปบรรลุธรรมในป่า 6 ปีที่เข้าป่านั้นเป็นเรื่องของวิบากกรรม จะเป็นเรื่องที่ผิด สรุปตอนนี้ แม้ตอนแรกจะมีวินัย ไม่ได้เด็ดพืชพรากพืชไม่ได้ขุดดิน แต่ข้อต่อมาก็ขุดดินแล้ว สรุปแล้วพระภิกษุของศาสนาพุทธต้องเลี้ยงชีพด้วยการพึ่งพาผู้อื่น ปรปฏิพัทธา เม ชีวิกา ให้คนอื่นเขาเลี้ยงไว้เป็นการป้องกันจะไปทำมาหากินเอง ต้องพึ่งพากันระหว่าง ฆราวาสกับสมณะ ต้องทำให้เกิดธรรมะที่ดี ไปเป็นสิ่งตอบแทนแก่คน เพราะคนต้องพึ่งธรรมะจากพระ อย่าไปแย่งอาชีพกัน ต้องเลี้ยงตนด้วยปลีแข้ง เอาของที่เขาให้รับของที่เขาให้เลี้ยงชีวิตด้วยของที่เขาให้ แล้วให้เขามาเอาธรรมะ ข้อที่สองหยาบเลย ถือเสียมตระกร้าขุดดิน พรากพืชแล้วไปแสวงหาอาจารย์ในป่าก็ยังมีทิฏฐิว่า อาจารย์จะต้องอยู่ในป่าอยู่ในเมืองไม่ใช่ บอกไปเท่าไหร่ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ ข้อที่ 3 ออกนอกรีตเป็นเดรัจฉานวิชา สร้างเรือนไฟไว้ใกล้หมู่บ้าน แต่ก็ยังไม่เข้าไปในเมือง แล้วก็บำเรออาจารย์ที่ป็นพระป่า สร้างบ้านสร้างเรือนไว้ใกล้หมู่บ้าน คืออยู่ป่านี่แหละ ไม่สามารถมีอุตริมนุสธรรมไม่มีโลกุตรธรรมที่จะอยู่เหนือลาภยศสรรเสริญโลกียสุข สร้างเรือนไฟก็คือเดรัจฉานวิชชาจุดธูปเทียนบูชาไฟ มีอัคคียัญสิญจนยัญ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในมหาศีลเป็นเดรัจฉานวิชชา ยิ่งข้อ 4 มีมุขสี่ด้านทางสี่แพร่งเหมือนกับธรรมกาย สร้างมโหฬารใหญ่โต สร้างเป็นรูปโลกเลย สร้างวิหารทรงจานบินเลย ใหญ่โตมโหฬาร ใช้เงินทองชิบหายวายป่วงไม่รู้เท่าไหร่ แล้วปอกลอกหลอกกอบโกย ยับเยินเลย ศาสนาพระพุทธเจ้า ต้องพูดไม่พูดไม่ได้เพราะว่าเป็นเรื่องที่เสียหายมากสำหรับศาสนา แต่เขาก็คงไม่ขึ้นแล้วล่ะ เพราะอาจารย์ก็ไม่กล้าโผล่หน้าแล้วเขาก็เข้าใจว่าหายตัวได้วิเศษ จนเดี๋ยวนี้ก็ยังไม่เจอเลย เก่งกว่าทักษิณอีก แต่เขาก็ยังนับถืออีก เข้าคุกเมื่อไหร่ เห็บก็กระโดดออกจากหมาตายแน่ ถ้าเผื่อว่าธัมมชโยถูกจับมาได้นี้ เห็บกระโดดแน่ แต่เห็บอาจงมงายอยู่กับหมาเน่าอีก เห็บโง่ๆขอตายตามอาจารย์ก็เป็นได้ 620306_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ประชาธิปไตยไทยใช่คือรากฐานจากพุทธ