611118_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ตีเทวะให้แตกแยกทักษิณกับพล.อ.ประยุทธ์ให้ออก.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2561
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์30 KB
วันที่แก้ไข14 ธันวาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

611118_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ตีเทวะให้แตกแยกทักษิณกับพล.อ.ประยุทธ์ให้ออก อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1J6ByfJdFCLpbDkvpStPNbHpGv7ngUb5DSwEDJG0rTq0/edit?usp=sharing ดาวโหลดเสียงที่.. https://drive.google.com/open?id=18-Yo6WDYc3gC_OaBTE_KaHokw9b630JJ

สฟ.ว่า…วันนี้วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2561 ที่บวรราชธานีอโศก ตอนนี้ข่าวของโลกก็จะมีอากาศวิปริตเพราะมีการทำลายสิ่งแวดล้อม มีน้ำท่วมกันในต่างประเทศ ที่ซาอุดิอารเบีย ทางการเมืองก็กำลังร้อนแรง ต้องไปเลือกผู้นำไปบริหารชาติ ต้องเป็นผู้นำที่รักประเทศชาติประชาชนเป็นผู้นำที่ไม่มีอัตตาตัวตนหรือไม่ พ่อครูว่า...ก็ขอวรรคโอภาอาศัยกับ SMS ก่อน SMS วันศุกร์ 16 พฤศจิกายน 2561 (พุทธศาสนาตามภูมิ)

สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน เรื่องพญาธัมมิกราชคู่ _2166 ชาวอโศกก็บ้ายอเหมือนกันนะ พอตินิดเดียวก็ขึ้นพรึบๆเลย ผมยังข้องใจในเรื่องพระธรรมมิกราชอยู่ ทำไมในหลวงคู่ของหลวงพ่อไม่เคยเห็นท่านมาพบหลวงพ่อเลยครับ?? ทำไมหลวงพ่อไม่จับคู่กับพลตรีจำลองหรืออาจารย์ ส.ศิวลักษ์ จะไม่คือกว่าหรือครับ??? พ่อครูว่า…ใครจะหาว่าเราบ้ายอ พอตินิดเดียวก็ขึ้นพรึบๆเลย ..เพราะเราแววไว แต่ก็เป็นเรื่องของเรา เรื่องพระยาธรรมิกราช โบราณจารย์ยืนยันไว้ ในครึ่งอายุศาสนาพุทธจะมีผู้มากอบกู้ศาสนาพุทธ อาตมาก็ยืนยันว่าอาตมาเป็นโพธิสัตว์ที่มากอบกู้ศาสนาพุทธคู่กับในหลวง บางคนฟังแล้วจะอ้วกแตกเพราะมาเทียบเคียงกับในหลวง ยกตนเสมอท่าน มันก็น่าอยู่หรอกนะอาตมามันดิน ในหลวงท่านเป็นฟ้า แต่เราพูดถึงสัจจะความจริง เรามองที่พฤติกรรมของคน กายกรรมวจีกรรมมโนกรรม พยายามให้ความหมายความรู้ว่าอย่างนี้คือโลกุตรธรรม ลดกิเลสแล้วจะหมดตัวหมดตน สร้างสรรค์ม

อ่านต่อ

นุษยชาติรู้ความเป็นธรรมาธิปไตย รู้จักโลกาธิปไตยรู้จักอัตตาธิปไตย ไม่ติดยึดในโลกในอัตตา ทำให้ธรรมะเป็นพลังเป็นอธิปไตย มีบทบาทมีพลังให้คนเกิดคนเป็น อย่างนั้นจริงๆเลย เอาตรงนี้สิ มาเป็นเครื่องชี้วัด ว่าบุคคลที่เป็นตัวตนแบบนี้จะให้เรียกอะไรก็ได้ เป็นหมูเป็นหมาก็ได้ แต่พฤติกรรมอาตมาถูกต้องไหม ตอนนี้เรากำลังพูดถึงพยัญชนะกับสภาวะ คนไปติดแต่พยัญชนะบัญญัติภาษาเรียก แต่ตัวสภาวะจริง พฤตินัยต่างๆ กรรมต่างๆไม่เข้าถึง ไม่เข้าไปมีสัมผัสรู้อ่านรู้แล้วพิจารณา เผินๆไป อาตมาแม่นมั่นชัดเจนในสิ่งเหล่านี้ คุณจะมาพูดอย่างไรก็พูดไป ถ้ามาชมก็ดี ถ้าไม่ชอบก็แล้วไป ทั้งๆที่เราดีก็อยากจะหาเรื่องใส่ร้ายใส่ความก็เป็นเรื่องของเขา หรือเขาไม่รู้ เขาโง่เขาไม่รู้จริงๆว่าเราทำสิ่งที่ดีที่ถูกต้อง ตัวเขาเองเขาก็โง่ และอาจจะถูกครอบงำด้วย ก็เป็นเรื่องที่น่าสงสารของมนุษยชาติ แต่ผู้ที่รู้ทั้งรู้แล้วมาตีเรานี่ไม่น่าสงสาร น่าจะถูกต่อต้าน อาตมาไม่ได้หลงงมงายไม่ได้หลงผิดว่าแต่มาเป็นจริง อาตมาทำมา 48 ปีแล้ว ในหลวงท่านทำมา 70 ปี อาตมาจะต้องทำไปให้ถึง 70 ปีอย่างน้อย เหลืออีก 22 ปีเท่านั้นเอง เราจะ อีกตั้ง 67 ปี เหลือกินเหลือใช้เลย อาตมาจะยืนยันต่อไป มันเป็นสิ่งที่ดี อาตมาไม่มาทำเอาเงินเอาทองไม่ได้แย่งลาภยศ อาตมาทำอย่างอิสระเสรี รับใช้มนุษยชาตินี่แหละ และก็ไม่ได้เอาอะไรกินน้อยใช้น้อยไม่ได้เก็บกักสะสมกักตุนอะไร มีแต่ทำงานทำงานและทำงาน คุณเอาสาระเนื้อหาอย่าไปติดแค่ตัวบัญญัติ ภาษา

_3867ตอนพ่อครูอ่านประเด็นญตธ.ทางบ้าน!น่าจะขึ้นตัวอักษรให้ดูโหน่ย!มนุษย์หูเทียม ฟังไม่คุ้นภาษาธ.ที่มิใช่ภาษาโลกุตระธ.พ่อครูอะนะ!?

_ถาวร ทิพย์โชติ · ใครจะเป็น รมต. มีตัววัด ทำงานเสียสละมากกว่า 20 ปี ประเทศชาติดีขึ้นแน่ คนในโลกโลกีย์ควรคิดออกได้แล้วครับ ไม่เอาพิษใส่ร่างกาย เอาพิษออกจากร่างกาย และไม่สปาร์คบ่อย :กรุณาขยายความคำว่า สปาร์คครับ ธรรมะสอง หมายถึง ต้องใช้ธรรมะทั้งสองที่กล่าวอ้าง จึงจะเป็นผล ;ผมเข้าใจผิดหรือไม่ครับ พ่อครูว่า...ธรรมะสอง สภาวะสองนี้ยิ่งใหญ่ ธรรมะ 2 ที่ตีไม่แตกอยู่ในเทวนิยม หรือพวกที่นับถือเทวนิยม ยังไม่เข้าใจเทวะที่แท้จริงยังตีแตกเทวไม่ได้ ทำให้แยกเป็นหนึ่งเป็นสอง จากสองทำให้เป็นหนึ่งและทำให้เป็น 0 เมื่อทำให้เป็น 0 ได้ ก็คือทุกสิ่งทุกอย่าง ศูนย์ก็คือทุกสิ่งทุกอย่าง และศาสนาที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้มีลำดับที่จะให้ตีแตกเป็นคู่ไป ยิ่งจะมีปฏิภาคทวีที่จะทำให้เกิดความเข้าใจรู้และขยาย ปฏิภาคทวีขยายผล 2 เป็น 4 4 เป็น 8 8 เป็น 16 เพิ่มขึ้นเป็นยกกำลังไปอีก แตกขยายผลได้สูงได้มาก เป็นโลกวิทูได้หมดเลย สปาร์คคือกระทบกันแล้วแตกเกิดความรู้ หากไม่รู้ก็จับตัวเป็นหนึ่งดีไม่ดีก็เป็นสอง ศาสนาเทวนิยมพวกที่เป็นศาสนิกของเทวนิยมทั้งหลาย มีแต่ชาวพุทธที่เป็นศาสนาอเทวนิยม ตีแตกเทวนิยม แล้วจัดการทำให้พลังงานจิตวิญญาณ เป็นผู้ที่ยังจิตให้เป็นไปในอำนาจได้ อันนี้สูงสุดเลย ศาสนาพุทธคำด่า

สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน คุณสมบัติของจิตอรหันต์ 5 ประการ _แว๋ว อำนาจ · แถวบ้านลูกมีคนหลงนั่งหลับตา คิดว่าตัวเองเป็นอรหันต์เขาบอกว่าคุยกันทางจิตกับอาจารย์เขาบ่อยแต่ขอบวช อาจารย์ไม่ยอมให้บวช ชาวบ้านแถวนั้นเขาบอกว่าเป็นบ้าค่ะ พ่อครูว่า.. จบข่าว ใช่ อย่างนั้นล่ะ อรหันต์หมายถึงผู้บรรลุธรรมสูงสุด พระพุทธเจ้าสอนมนุษย์แค่ใบไม้กำมือเดียว แต่เขาสอนว่าพระพุทธเจ้าสอนนิติ นิดเดียวแค่ไหน ใบไม้กำมือเดียวนี่หรือขั้นต้นเป็นพระอรหันต์แต่เลยพระอรหันต์ท่านไม่ได้สอน พระพุทธเจ้าสมณโคดมท่านสอนอรหันต์เท่านั้น หมายถึงว่าคำสอนทั้งหมดทั้งพระสูตรทั้งพระวินัยทั้งพระอภิธรรม ขยายผลขยายความ เยอะแยะมากมายหลากหลาย นานาสูตร นานาทฤษฎี เลยจากอรหันต์แล้วไม่ต้องสอน ท่านบอกว่าไม่ใช่หน้าที่ของท่านสมณโคดม พระสมณโคดมไม่ได้สอนความเป็นพระโพธิสัตว์ แต่ท่านสอนเน้นที่ความเป็นพระอรหันต์ จึงเหลือเถรวาท แต่โพธิสัตว์นั้นท่านรู้ ท่านรู้ทั้งอรหันต์ โพธิสัตว์ อย่างพระสารีบุตรเป็นพระโพธิสัตว์เกิดในยุคพระสมณโคดมท่านก็ไม่มีปัญหา พระพุทธเจ้าจะสอนท่านหรือไม่สอนท่านก็ไม่มีปัญหา ท่านนั่งตีนภูเขาสิเนรุ พระพุทธเจ้าจะสอนพระมารดา พระสารีบุตรก็เก็บเอาๆ มันมีนัยยะลึกว่า คนที่รู้จักสาระเป็นสารีบุตโตแท้ๆจะรู้จักว่าพระพุทธเจ้าท่านสอนอภิธรรมตรงไหน เก็บเอาๆ คนไม่รู้จักสาระโลกุตรธรรม ก็ไม่ได้เรื่องอะไร เทศน์ไปก็ไม่รู้เรื่องอะไร ธรรมะพระพุทธเจ้าเป็นธรรมะอภิธรรม เขาก็ไม่รู้เรื่องรู้ราว เพราะฉะนั้นอรหันต์มาถึงยุคนี้แล้วครึ่งพุทธกาล ศาสนาพระสมณโคดมจะมีอายุ 5000 ปีตอนนี้ก็ครึ่งหนึ่งแล้ว ความเป็นอรหันต์เขาเข้าใจไม่ได้แล้ว อาตมาจึงต้องประกาศว่าอรหันต์เป็นอย่างนี้ เขารู้กันแต่อรหันต์เดา อรหันต์เก๊ นับถืออรหันต์อย่างประหลาดประหลาด มันน่าสงสารน่าเวทนาจึงต้องจำเป็นบอกว่าอาตมาคือพระอรหันต์บอกตรงๆ บอกจริงๆอย่างจริงใจ อย่าไปงมงายอยู่กับอรหันต์เก๊พวกนั้นนักหนา โดยเฉพาะพวกนั่งหลับตาออกนอกรีตนอกราวเข้าป่าเขาถ้ำ หนีไปนั่งบำเพ็ญหยุดไม่รู้เรื่อง ธรรมะพุทธเจ้านั้นขยายความ รู้โลกโลกีย์เขามีอะไรต่างๆนานา ท่านไม่ได้ไปรู้กับโลก ของพระพุทธเจ้าท่านโลกวิทู ไม่ใช่ไม่รู้เรื่องโลกอะไรเลยแล้วอย่าไปยุ่งกับพวกเขาด้วย พูดโก้ๆด้วยนะ ทำให้เรียนรู้โลกอยู่กับโลกแล้วก็อยู่เหนือโลกให้ได้แล้วก็ช่วยเหลือโลก อีกทีหนึ่ง โลกุตระ โลกวิทู โลกานุกัมปายะ อรหันต์ทุกวันนี้อาตมาจึงจำเป็นต้องยืนยันบอกอย่าไปหลงงมงายอรหันต์เดา แต่นี่อรหันต์อย่างเปิดเผย ยืนยันตัวจริง ไม่ได้มาบอกเพื่ออยากได้ลาภยศอะไรด้วย บอกความจริงเท่านั้น ให้มาศึกษาสิไม่ได้เอาลาภยศจากคุณ คุณจะยกย่องก็ไม่ว่าแต่ให้มาเอาสาระสัจจะ อันนี้ต่างหาก อรหันต์ คือ ผู้พ้นทุกข์ อาตมาก็บอกว่าอาตมารู้จักทุกข์ สุข โสมนัส อุเบกขา ฐานกลาง ทำจิตของเราให้เป็นแบบนั้นจริงๆก็ชอบสัมผัสแล้วจิตของคุณก็กลาง รู้สึกอย่างไม่บวกไม่ลบไม่ผลักไม่ดูดไม่รักไม่ชั่งไม่ทุกข์ไม่สุข จิตมันเป็นอาการอย่างนั้นทำได้จริงๆ มันเป็นอย่างถาวรด้วย บริสุทธิ์อยู่อย่างนั้น ไม่มีบวกไม่มีลบ ไม่มีเลยกลาง บริสุทธิ์อยู่ด้วยความมี 0 กับกลาง ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา ๑. ปริสุทธา (บริสุทธิ์ปราศจากกิเลสนิวรณ์ ๕) . ๒. ปริโยทาตา (ผุดผ่องขาวรอบแข็งแรงแม้ผัสสะกระแทก) ๓. มุทุ (รู้แววไว อ่อน-ง่ายต่อการดัดปรับปรุงให้เจริญ) . ๔. กัมมัญญา (สละสลวยควรแก่การงาน ไร้อคติ) . ๕. ปภัสสรา (จิตผ่องแผ้วแจ่มใสถาวรอยู่ แม้มีผัสสะ) (ธาตุวิภังคสูตร พตปฎ. เล่ม ๑๔ ข้อ ๖๙๐) อาตมาถูกด่าถูกว่าใส่ร้ายมาก จิตอาตมาก็ไม่มีการเศร้าหมอง จิตอาตมาไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากความเบิกบานแจ่มใส ขออภัยที่ต้องพูดอวดอุตตริมนุสสธรรม ไม่ได้อยากอวดนะ พูดความจริงให้รู้เท่านั้นเอง จิตอยากอวดคืออย่างไร คือสาเฐยจิต อาตมารู้ว่าอาการจิตอย่างนั้นมันไม่มีนี่พูดภาษาคนนะ มีจิตที่เปลี่ยนแปลงไปจากความบริสุทธิ์ผ่องใสสะอาดร่าเริงเปลี่ยนแปลงไหม อาตมานี้อโศกตัวพ่อ ไม่มีแล้วความโศกเศร้าหม่นหมองไม่มี อโศกตัวพ่อ อรหันต์เปิดเผยไม่เดาไม่ปกปิด จะเรียกว่าเปิดโปงก็ได้ ภาษาเขาว่า พยัญชนะอาตมาเข้าใจ สภาวะอาตมาเข้าใจ พยายามอธิบายให้เป็นสภาวะที่เป็นเรื่องสามัญไม่ใช่เรื่องลึกลับ ที่จะต้องซุกซ่อน พูดชัดเจนหมดเลยขยายความหมดเลย อยากจะรับฟังก็มาศึกษาให้ดีไม่เอาก็แล้วไป ขายไม่ออกก็ไม่มีปัญหาอาตมาไม่หยุด

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ทำใจอย่างไรกับใยแมงมุม _อำภา รื่นใจดี · ศาสนาพุทธเป็นศาสนาสังคม ดังนั้น ทุกศาสตร์จึงรวมอยู่ในพุทธศาสตร์ เมื่อเข้าใจแล้วและเห็นกิเลสตนเอง จึงค่อยลด ละ ล้าง กิเลสนั้น

จาก ...เสียงน้ำไหล ในสายธาร _กราบนมัสการ เรียนถามพ่อครูค่ะ คุณมะนาว ชอบจัดข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน ให้เป็นระเบียบ วางแบบเป๊ะๆ ใครมาใช้แล้วไม่วางที่เดิมจะโวยวายใส่ แบบมีอารมณ์เสีย.. โดยบอกว่า นักปฏิบัติธรรมต้อง มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย... คุณแตงโม ผู้ร่วมใช้ของเหล่านั้นด้วย เวลาใช้เสร็จก็วาง คืนแต่ไม่เป๊ะที่เดิม...โดยบอกว่า นักปฏิบัติธรรมไม่ควรยึดมั่นถือมั่น...เดี๋ยวโรคประสาทมาหา ... ทั้ง 2 คนนี้ ควรปรับตัวอย่างไร เพื่อให้อยู่ร่วมกันแบบอยู่เย็นเป็นสุขคะ

: คุณลำใย ปล่อยให้บ้านมีหยากไย่ย้อยเต็มบ้าน บอกว่าไม่กล้าเขี่ยทิ้ง เพราะไปทำลายบ้านของแมงมุม กลัววิบาก... แต่เพื่อนก็มองว่า ทำไมมาปฏิบัติธรรมแล้ว ปล่อยให้บ้านรกเลอะอย่างนี้ ไม่น่าเลื่อมใส

คุณลำใยควรทำอย่างไรคะ พ่อครูว่า...หากว่าเสียสละส่วนหนึ่ง อาตมาเองจะตัดสินใจเอาใยแมงมุมออก ถ้ามันเป็นวิบากก็ปฏิเสธไม่ได้ แต่ว่าอาตมาจำเป็นจะต้องทำงานที่เป็นกุศลยิ่งใหญ่กว่านี้ เรื่องกุศลอกุศลเป็นเรื่องอจินไตยที่ยิ่งใหญ่อีกเยอะ พระพุทธเจ้าถึงบอกว่า ผู้ที่เป็นโพธิสัตว์ จะยอมเสียทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ จะยอมเสียสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต จะยอมเสียสละชีวิตเพื่อรักษาธรรม

สื่อธรรมะพ่อครู(วิโมกข์ 8 สัตตาวาส 9) ตอน ตัวอย่างการสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย _ผู้ต้องการหายสับสน เวลาเรานั่งหลับตาสมาธิแล้วรู้สึกน้ำตาไหลโปร่งโล่งสบายจิตใจเบิกบาน ออกจากนั่งสมาธิแล้วมาทำงานเมื่อกระทบผัสสะ ก็ไม่มีอาการของกิเลสเกิดขึ้น กลับรู้สึกเมตตาเขา รู้สึกเฉย โดยที่ไม่ต้องใช้ปัญญาพิจารณา ลักษณะอาการเช่นนี้ จะเป็นเหมือนกับเวลาที่เรานั่งฟังพ่อครู อาการเช่นนี้เรียกเคหสิตอุเบกขายังเป็นสมถะอยู่ใช่ไหมคะ แต่เมื่อเวลากระทบสัมผัสแล้วไม่เกิดกิเลสเพราะมีกำลังของสมถะคุ้มครองอยู่หนูเข้าใจเช่นนี้ถูกต้องไหม แล้วหนูควรจะทำอย่างไรต่อจึงจะเจริญขึ้นในเมื่อเกิดอาการอย่างนี้แล้วมันก็ไม่มีอาการโกรธโลภหลง ขอให้พ่อครูอธิบายและยกตัวอย่าง อธิบายสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย พ่อครูว่า...หันมาปฏิบัติเพื่อสัมผัสและเกิดโลภโกรธหลงแล้วจัดการ การนั่งสมาธิแล้วเกิดปิตินั่งหลับตาน้ำตาไหลนี้เสียเวลาพลังงาน ให้เลิกเสีย เอาเวลามาปฏิบัติธรรมแบบพุทธ การนั่งหลับตาสมาธินั้นมันไม่ใช่แบบพุทธมันเสียเวลาเสียพลังงานเสียสถานที่งานการก็ไม่ได้ทำ เหมือนพระได้หวี ขาดทุน หรือปานไก่ได้พลอย เขาก็ว่าสู้ข้าวเปลือกไม่ได้ ต้องเข้าใจวิโมกข์ 8 4 ข้อหลัก สัญญาเวทยิตนิโรธข้อสุดท้ายขึ้นมา 5 ข้อ ขอวรรคไว้ก่อน ต้องรู้ตั้งแต่วิโมกข์ 3 ข้อต้น จะละรูปตั้งแต่กาม ไปจนถึงรูปอรูปภายใน ใน 3 ข้อแรก ๑. ผู้มีรูป ย่อมเห็นรูปทั้งหลาย (รูปี รูปานิ ปัสสติ) หากไม่มีรูปอะไรเลยเวิ้งว้างก็ไม่สามารถรู้จักรูปได้ คุณจะเรียนรูปได้ต้องมีผัสสะ ต้องผัสสะแล้วจะเห็น ปัสสะคือต้องผัสสะแล้วจะเห็นนี่คือต้องมีวิโมกข์ 8 สัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย ก็จะต้องมีธรรมะ 2 คือรูปกับนาม รูปคือสิ่งที่ถูกรู้ นามคือจิตวิญญาณของคุณเอง คุณต้องใช้จิตวิญญาณที่เป็น ธรรมะสองเป็นกาย เป็นเทวะ นี่แหละ สัมผัสรูป โดยนามคุณไปสัมผัสกับรูปแล้วก็เกิดรูป2 ผลของมันคือเห็น หากเป็นรูป ผัสสะด้วยเสียงก็ได้ยิน ผัสสะด้วยจมูกได้กลิ่น ผัสสะด้วยลิ้นก็รส สัมผัสภายนอกภายในก็จะรู้เป็นขั้นๆ ๒. *ผู้ไม่มีความสำคัญในรูปภายใน (๑๐/๖๖) ย่อมเห็น รูปทั้งหลายในภายนอก (อัชฌัตตัง อรูปสัญญี . เอโก พหิทธา รูปานิ ปัสสติ) . (*พ่อท.แปลว่ามีสัญญาใส่ใจในอรูป) ๓. ผู้ที่น้อมใจเห็นว่าเป็นของงาม (สุภันเตวะ อธิมุตโต . โหติ, หรือ อธิโมกโข โหติ (พ่อครูแปลว่า เป็นโชคอันดีงามที่ผู้นั้นโน้มไปเจริญ สู่การบรรลุหลุดพ้นได้ยิ่งขึ้น) พตปฎ. ล.๑๐ ข.๖๖ / ล.๒๓ ข.๑๖๓ ข้อที่ 3 ทำแล้วจิตจะมี อธิมุตโต อธิโมกโข จิตโน้มไปสู่ความเจริญความสำเร็จ ไปสู่ทางที่ดี สุภะ ทางที่เจริญในจิตที่คุณได้ อันนั้นๆ ไปเรื่อยๆ สุภะ อันตะ คือสูงสุด เอวะ อันใดอันนั้น เจริญไปแต่ต้น โน้มไปหาที่สุด จบได้ นี่คือสามข้อวิโมกข์ที่คุณจะต้องเข้าใจ หนึ่งมีสัมผัส 2 ต้องมีคู่ กายต้องมี 2 มีรูปกับนามต้องสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย คุณปฏิบัติให้ถูกเลย เข้าใจแล้วนะขยายความขยายพยัญชนะ มาเรียนรู้รูปนาม เป็นธรรมะ 2 และคุณจะเข้าใจ เริ่มต้นจากธรรมะคู่หรือเทว หรือกาย หรือธรรมะสอง คำว่าเทวะหรือคำว่ากายหรือคำว่าธรรมะ 2 จึงเป็นสิ่งสูงสุด คนตีเทวะไม่แตก แยกกายแยกจิตไม่ออก จมกับเทวะ เป็นเทวนิยม แม้ในศาสนาพุทธ ที่พระพุทธเจ้าท่านสอนสิ่งเหล่านี้อย่างละเอียดลออชัดเจนและทำได้สำเร็จ ตามความประสงค์ คุณจะอยู่ที่ 2 อย่างไรก็เป็น ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ) ล.10 ข.60 คุณจะสามารถมีจิตที่ยั่งยืนให้เป็นไปในอำนาจ วัสสวัตตีจิต คุณจะทำเป็นหนึ่งหรือทำเป็นศูนย์ก็ได้ ขณะที่คุณยังเป็นอยู่นี้คุณก็สูญได้ ตายแล้วคุณจะสูญเลยเลิกเลย ปรินิพพานเป็นปริโยสานเลย สุดท้ายปรินิพพานไม่เหลืออะไรเลยได้ นี่คือศาสนาพุทธที่สุดยอดตรัสรู้ จะอยู่อย่างมีเทวะก็ได้ หรือจะอยู่เป็นคน เลิกจากความเป็นคน เลิกจากความเป็นมนุษย์สลายเป็นอุตุนิยามได้เลย ไม่ได้ค้างอยู่ที่ พีชนิยามด้วย ไม่ได้ตกแค่พืช เป็นเศษดินน้ำไฟลมได้เลย ไม่ปะติดปะต่ออีกเลย อาตมาพูดตามสภาวะที่ตนเองเป็นตนเองมีได้ ไม่ได้อวดตัวอวดตนนะ ไม่ได้อวดเก่งแต่เป็นแล้ว เอาของจริงมาบอก จะเห็นดีเห็นงามเข้าใจหรือไม่เอาก็แล้วไป เพราะอาตมามีหน้าที่ทำอย่างนี้ก็ขอตั้งปณิธานเป็นคนที่จะมาขยายความของพระพุทธเจ้า ใครจะเอาไม่เอาก็ศีรษะใส่ศีรษะมันไม่มีปัญหาอะไร

สื่อธรรมะพ่อครู(พิธีกรรม) ตอน ฟังธรรมข้ามคืนดีกว่าสวดมนต์ข้ามคืน _การมีการเชิญชวนสวดมนต์ฟังธรรมปฏิบัติธรรมข้ามคืน ตักบาตร ศิลปะคือภาวนา เพลินธรรม นำชม เอาหมอดูมาช่วยได้ไหม อานาปานสติภาวนา พ่อครูว่า...เร่ิมตั้งแต่สวดมนต์ฟังธรรมปฏิบัติธรรมข้ามคืน สวดมนต์นี้ ทุกวันนี้ทุกการสวดมนต์ได้อาบัติกันทุกคน เพราะว่าสวดมนต์ผิดคำสอนพระพุทธเจ้าผิดพระธรรมวินัยหมด เอาบทมนต์ของพระพุทธเจ้ามาสวดตั้งแต่ 2 คนต่อหน้าธารกำนัลต่อหน้าอนุปสัมบัน อาบัติ ปาจิตตีย์ทุกคำสวด ไปตลอด ทำไปเถอะพูดเท่าไหร่ไม่ฟัง มาบวชเอาอาบัติ ทำไมมันถึงได้ไม่มีฉลาดเสียเลย ไม่มีเลย ฉลาดสักนิดก็ไม่มี ไม่ได้ว่าเขาโง่นะ สรุปแล้ว สวดมนต์ในศาสนาพุทธนี้ มีเพียง 1 สวดสังคีติ 2 สวดสังคายนา สังคีติคืออะไร สมัยพระพุทธเจ้าสังคีติเป็นสิ่งสำคัญ เพราะไม่มีการบันทึกเป็นตัวอักษรตัวหนังสืออะไรต้องใช้ความจำอย่างเดียว จึงต้องสวดพร้อมกัน แล้วจำให้ได้ สวดเป็นหมู่ สวดอยู่ในภิกษุ ต้องรักษาธรรมบทของพระพุทธเจ้า เหมือนท่องสูตรคูณ อย่าไปสวดต่อหน้าคนอื่น ไปสวดต่อหน้าคนอื่นเป็นอาบัติเป็นบาป สวดเพื่อรักษาไว้ แต่ทุกวันนี้มีบันทึกเป็นเทคโนโลยีไปแล้วไม่ต้องสวดก็ได้ กดเอาเมื่อไหร่ก็ได้จะเอากี่บท กู เอาไว้หมดเลย กดก็มาเลย เลิกการสวดไปได้เลย เพราะสวดแล้วได้อาบัติอีก 2 หากเอาไปสวดหากินก็เป็นบาป 3 เอาไปสวดเพื่อนนึกว่าเป็นสิริมงคลเป็นMagical เป็นสวรรค์วิมานวิเศษลึกลับโง่ไม่เสร็จ ขออภัยที่พูดแรง ไปทำงมงายเหมือนศาสนาอื่นเพราะเขาไม่รู้จักสัจธรรมลึกซึ้งเหมือนพระพุทธเจ้า แต่พระพุทธเจ้ามาสอนให้เลิกสิ่งที่งมงายไม่ต้องไปทำ จะสวดเป็นล้านคนสวดที่สนามหลวง บ้าไปเถอะ เสียเวลาเสียแรงงานมันไม่ได้อะไรไม่มีอะไร ต้องสวดเพื่อรักษาคำสอน คุณจะสวดรักษาคำสอนก็สวดไป จะต้องไปอวดอ้างทำพิธีหรูหรางมงายหลอกคนอีก ให้ลองเป็นเรื่องด้วยครับเรื่องวิเศษวิเสโสอะไร รักษาคำสอนพระพุทธเจ้าเป็นสิ่งวิเศษ ก็เลยหาวิธีรักษาเดี๋ยวนี้มีวิธีอะไรเยอะแยะ เพราะฉะนั้นสวดมนต์นี้เลิกได้

2 สวดสังคายนาสวดเพื่อตรวจสอบ ผู้ที่ดูบทมนต์พระพุทธเจ้าก็มานั่งฟังคนหนึ่งสวด คนอื่นก็จำตามช่องได้ตาม ผิดเมื่อไหร่ก็ทักท้วงได้ จะได้รักษาเอาไว้ไม่ให้ผิดพลาด ไม่ให้ผิดเพี้ยนไป นี่คือสวดสังคีติกับสังคายนา เสร็จแล้วไปเรียกสรภัญญะ ที่แปลว่าการกล่าวคำ นะก็คือนะ โมก็คือโม ไม่ใช่ นาาาาามัวววววว ไม่ใช่ นะก็มีสระสั้น โม ก็สระออกเสียงยาว แต่เขาไปใส่เสียงลากยาว ดีไม่ดีใส่ทำนองอีก เลิกเสียได้ไหมเรื่องโง่ๆบาปๆ ไม่ได้ทำให้เจริญเลย ทุกวันนี้บาปกับบาป เอาสวดมนต์มาทำมาหากินอดอ้างเป็นพิธีการ ไปพิธีการไหนก็มีแต่การสวดมนต์กับสวดมนต์ศาสนาก็เหลือแต่การสวดมนต์เท่านั้น เพราะฉะนั้นศาสนาที่มันเสื่อมก็เลยแต่สวดมนต์ ตกลงมีแต่สวดมนต์ เหลือแค่นั้นแหละ จริงมันมีเนื้อดีก็คือรักษาบทมนต์พระพุทธเจ้าไว้ แต่เสร็จแล้วก็หลงความขลัง หลงความมีอิทธิปาฏิหาริย์ หลงความมีอาเทสนาปาฏิหาริย์ มันต้องเอาคำสอนพระพุทธเจ้ามาทำความเข้าใจและประพฤติไปตามเบื้องต้นท่ามกลางบั้นปลายให้บรรลุผล นี่คือเป้าหมายของการรักษาบทมนต์และเอาบทมนต์มาปฏิบัติประพฤติใช้ เดี๋ยวนี้ก็ยังทันสมัย สวดมนต์ข้ามคืนนั้นเป็นเรื่องโง่แล้ว ฟังธรรมะข้ามคืนก็ยังมากไปแต่ก็ยังน่าอนุโมทนา ปฏิบัติธรรมะก็ยิ่งยอด ตักบาตร ใส่บาตร ศาสนาพุทธให้พระภิกษุมีบาตรสำหรับใส่อาหารเพื่อเลี้ยงชีพเท่านั้น ไปเดินแต่เช้าให้เขาใส่บาตรเพราะอาศัยพอกินพอใช้เท่านั้นใน 1 มื้อ ได้มาแล้วก็มากินแล้วก็ล้างบาตรเสร็จ อย่าให้เก็บกักรักษาสะสมไม่ว่าจะเป็นข้าวสารอาหารแห้งไม่ได้ มันเป็นบาป ดูว่ามันจะรื้อศาสนาเขาให้หมด ก็มันปิดหมด แต่พวกเราทำได้ ไม่ให้ผิดเพี้ยนจากพระพุทธเจ้าบอกไว้เลยแต่เขาก็บอกว่าในยุคนี้ทำไม่ได้แล้ว เราก็เกิดอยู่ในยุคเดียวกันทำไมทำได้ ไม่สะสมเลยได้ เป็นหน้าที่ของฆราวาสที่จะสะสม เขาจะมาเลี้ยงเราหรือไม่เลี้ยงเราก็เป็นเรื่องของเขาอีก อาตมาขอพูดตรงๆ ไม่ได้ง้องอนให้เขาเลี้ยงด้วยแต่เขาอยากเลี้ยง พูดอย่างไรห้ามอย่างไรเขาก็จะเลี้ยง เลี้ยงจนกินไม่ไหวเลย เต็มโต๊ะ นี่มันคือคุณค่าคุณงามความดีของเรา เขาอยากให้เราอยู่เองเราไม่ต้องเรียกร้องหรอก ถ้าอยู่แล้วมีคุณค่ามีประโยชน์ นี่คือสัจธรรมไม่ได้พูดเรื่องลึกลับอะไร อาตมาทุกวันนี้แทบไม่ต้องไปบิณฑบาต เพราะว่าผู้ดูแลเกื้อกูลอุปถัมภ์ เหลือประเพณีไว้ได้ อาตมาไม่ต้องบิณฑบาตเลย อาตมาก็ทำงานแล้วเขาก็เอาอาหารมาให้กิน กินน้อยเขาก็ว่าอีก เราก็กินจนอิ่มเท่านั้น เขาก็มาว่า ว่าเราไม่กินอีก เราก็ว่ากินจนท้องจะแตกแล้ว

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ศีล ศิลปะ และภาวนา ทีนี้คำว่าศิลปะ ศีล ภาวนา มีความหมายอย่างไร สิปปังหรือศิลปะ เป็นมงคลอันอุดม พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ว่าศิลปะเป็นมงคล มงคลแปลว่าสิ่งที่พานำไป งานที่เป็นศิลปะคือสิ่งที่จะนำพาไปสู่ที่สูง มงคลอันอุดมอันไปสู่ที่สูง อันอุตมะหรืออุตระที่เจริญเป็นโลกุตระ นั่นคือศิลปะ สิ่งที่ไม่เข้าข่ายพาไปโลกุตระไม่ใช่ศิลปะ แต่เป็นศิลเปรอะ ศิลปะคืออะไร ที่ทำอยู่ทุกวันนี้ทั่วโลกเขาไม่รู้เรื่อง ทุกวันนี้แม้แต่ โมเมชั่นเอาอะไรมาก็ไม่รู้ มีทั้งสีสันวัตถุ เอาอะไรมาเป็นเทคนิค แล้วมายืนยันว่าเป็นศิลปะ แต่เนื้อแท้นั้นเป็นคนที่บริโภคงานคุณแล้ว เสพงานคุณแล้ว เขาเกิดมงคลอันอุดม จิตของเขาเกิดกิเลสมันไม่ใช่ศิลปะแล้วเอาอันนั้นอันนี้มาผสมผสานกันแล้วถูกยกย่องว่าเป็นศิลปินของโลกอีก ศิลปินแห่งชาติอีกก็ว่ากันไป อาตมาเห็นแล้วก็สงสาร อาตมานี่แหละศิลปินใหญ่ เอางานศิลปะของพระพุทธเจ้ามาสร้างมาถ่ายทอดมาสืบทอด เพื่อให้เป็นเรื่อง อุตมะ อุตระ ให้เกิดคนโลกุตระเกิดสิ่งที่เจริญ นี่แหละคือตัวศิลปินรู้ไว้เสียด้วย พูดเหมือนอหังการ์มันน่าอ้วกแตก ไม้ร่มว่า มีศิลปินที่ใหญ่กว่าพ่อท่านก็คือพระพุทธเจ้า พ่อครูว่า...โลกทั้งโลกเรียนดอกเตอร์ทางศิลปะแต่ไม่รู้ว่าศิลปะคืออะไร ปริญญาเอก ถวัลย์ดัชนีเป็นศิลปินดัง เอาสีสาดไปในกระดาษเขี่ยปั๊บๆ คนก็โง่ไปซื้อนึกว่างานศิลปินใหญ่ของโลก แวนก๊อก เขียนรูปดอกทานตะวันเหี่ยวๆรูปหนึ่ง ขายกันไปไม่รู้กี่ร้อยล้าน เขียนเก้าอี้ตัวหนึ่งตั้งอยู่ในห้องซื้อกันเป็นร้อยล้าน ส่วนมากเอาไปสะสมเพื่อประมูลเอาไว้ขาย คนโง่หลอกคนโง่ด้วยกัน คนที่รวยด้วยกันเป็นคนโง่ อาตมาสะดุดใจที่ทำไมอาตมาต้องไปเรียนศิลปะ ตอนนี้เข้าใจแล้วเพื่อจะเอามาเช็คหน้าศิลปินอาตมาเข้าใจแล้วว่าศิลปะคืออะไรยิ่งมาเจอคำสอนพระพุทธเจ้าอาตมายิ่งทะลุเลยชัดเจน จึงขอยืนยันว่า อาตมาคือยอดศิลปินมาด่าผู้ที่เป็นศิลปินที่ทำศิลปะพระพุทธเจ้าเลอะเทอะ ศีลคือหลักเกณฑ์ที่ยิ่งใหญ่ตามลำดับพระพุทธเจ้าตรัสไว้ความเป็นลำดับ ศีลข้อที่ 1 ต้องรู้จักสัตว์แล้วอยู่ด้วยกันอย่างหวังประโยชน์ต่อสัตว์ทั้งปวงอยู่แล้วทำให้ได้จริง โลกนี้จะสงบราบรื่น สัตว์ตั้งแต่สัตว์เซลล์เดียว มันมาแทรกอยู่ในตัวคนกินตัวคนฆ่าตัวคนด้วย จึงต้องเรียนรู้เรื่องสัตว์ เรื่องเพศมันไม่เบียดเบียนใครไม่มีอะไรมากพี่จะนิยาม ดินน้ำไฟลมเป็นอุตุนิยามยิ่งไม่มีอะไรมาก นี่คือความรู้ของพระพุทธเจ้ารู้จักตั้งแต่สิ่งเล็กจนถึงสิ่งใหญ่รู้จักทั่วจักรวาลเลย ในนิยามชีวิต 5 นี้ ศีลข้อที่ 2 คือของของนั้นคือดินน้ำไฟลมกับพืช พวกไม่มีวิญญาณ แม้แต่พีชะก็ยังไม่มีวิญญาณไม่ถือเป็นวิบาก ไม่มีใครอธิบายละเอียดอย่างอาตมาหรอก ศีลข้อ 1 คือสัตว์ ศีลข้อ 2 คือพืชกับของ สิงคโปร์ 3 คือรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสที่คนไปโง่ ที่ไปรู้สึกมีอาการที่ 2 แต่ตีเทวะไม่ออกอยากจะได้ชอบ ไม่ได้ก็ฆ่าผัวมันเสียเอาเมียมันมา ศีล 3 ข้อนี้จบเลยหมดโลก อธิบายหมดแล้ว แต่ว่ามันจบไม่ได้ตรงที่มันมีคนโง่อยู่

คำว่าภาวนา เขาแปลไปผิดเพี้ยนจนแปลไปว่าเป็นการท่องสวดมนต์ภาวนา พุทโธพุทโธ พุทโธภาวนา ไม่ใช่หรอก ภาวนาแปลว่าการเกิดผลจากการปฏิบัติ 1 ไปเข้าใจผิดว่าเป็นคำท่องบ่น 2 เข้าใจผิดว่าเป็นกรรมกิริยาไปนั่งสวดมนต์ก็เป็นภาวนา ภาวนาแปลว่าการเกิดผล ภาวนามัย มัยคือเกิดผลสำเร็จ สีลมัยคือมีหลักเกณฑ์ไปตามลำดับ ทานมัยคือทำเพื่อให้เกิดการเอาออกการให้ ให้ให้หมดให้หมดตัวหมดตนเหลือตัวเองเป็น 0 หมดเนื้อหมดตัวไม่มีตัวมีตน ก็เกิดผลภาวนามัย พูดว่าหมดเนื้อหมดตัวแล้วนุ่งห่มทำไม ก็เพื่อไม่ให้อุจาด ถ้ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งจบแล้วก็ยังมีสิ่งที่ต้องอาศัย ไม่ได้หนักไม่ได้มาก น้อยก็พอ แต่มีพลังงานสร้างสรรมีความรู้เพื่อจัดทำเพื่อผู้อื่น คนเรียนรู้ธรรมะพุทธเจ้าแล้วกลายเป็นคนไม่สะสมไม่กักตุนไม่กอบโกยแต่มีความขยันสร้างให้มากจึงเป็นนักเศรษฐศาสตร์ชั้นสูง เป็นผู้ที่สร้างให้แก่โลก ตนเองอาศัยกินอาศัยใช้น้อย เมื่อมารวมตัวกันเข้าก็เป็นพวกนักเศรษฐกิจชั้นสูง ชาวอโศก สร้างสรรได้มากแล้วก็สะพัดออกตัวเองกินน้อยใช้น้อย ก็เป็นคนช่วยโลกไป นี่คือนักเศรษฐกิจมีความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ที่เยี่ยมยอด สำเร็จแล้วประสบผลสำเร็จจบแล้วเรื่องเศรษฐศาสตร์ เพราะฉะนั้นชาวอโศกเรานี้มีเศรษฐกิจในระดับขั้นสาธารณโภคีสูงสุดแล้ว ประเทศไหนก็ทำไม่ได้เหมือนชาวอโศก เศรษฐกิจแบบนี้ สาธารณโภคี ถ้าสมมุติว่าชาวอโศกนี้ เป็นรัฐรัฐหนึ่งประเทศหนึ่ง คนในรัฐนี้ทำงานเสียภาษีให้รัฐ 100% จะมีรัฐไหนประเทศไหนทำได้ นี่รัฐอโศกทำได้ ประเทศอโศกทำได้แต่ไม่ได้คิดจะแยกเป็นประเทศเป็น

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน