570114 นักวิชาการในกะลาครอบ กมล กมลตระกูล.docx

โฟลเดอร์_Data office Neo protest สำรอง mac
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์193 KB
วันที่แก้ไข10 สิงหาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

570114 นักวิชาการในกะลาครอบ กมล กมลตระกูล 14 มกราคม 2014 เวลา 10:29 น. 14012557 นักวิชาการในกะลาครอบ กมล กมลตระกูล เป็นเรื่อง “ขำกลิ้ง” ที่มีนักวิชาการที่มีชื่อเสียงจำนวนไม่น้อย ผู้นำเอ็นจีโอ และ นักเคลื่อนไหวการเมืองที่คร่ำหวอด มากประสบกากรณ์ อีกจำนวนมากที่ออกมาเรียกร้องสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธุ์ 2557 1. โดยไม่ต้องมีการปรับเปลี่ยนปฏิรูปกฎหมายเลือกตั้ง กติกาการเลือกตั้ง และ 2. กรรมการเลือกตั้งที่เป็นกลไกของรัฐ ในการรักษาระบอบการเมือง(ที่ล้มเหลว)ให้อยู่ในสภาพเดิม(Status quo) อันที่จริง ถ้าหากเขาต้องการรักษาระบอบการเมือง(ที่ล้มเหลว)ให้อยู่ในสภาพเดิม(Status quo) เขาควรออกมาเรียกร้องให้ ”ไม่มีการเลือกตั้ง” ในวันที่ วันที่ 2 กุมภาพันธุ์ 2557 มากกว่า เพื่อประหยัดเงินภาษีอากรจำนวนไม่ต่ำกว่า 4000 ล้านบาทที่จำเป็นต้องใช้ในการจัดการให้มีการเลือกตั้ง เพราะว่า 1. การ เลือกตั้งโดยไม่มีการเปลี่ยนกติกาให้มีความเป็นธรรม ไม่มีการสร้างระบบการป้องกันการซื้อเสียงและขายเสียงให้รัดกุม รวมทั้งการเพิ่มบทลงโทษผู้ซื้อและผู้ขายเสียง 2. ไม่มี การการเปลี่ยนตัวกรรมการที่เป็นคนกลางที่ไม่ใช่กลไกของรัฐ ซึ่งรัฐบาลรักษาการเป็นหัวหน้าควบคุมอยู่ โดยสามารถสั่งการได้ จัดสรรงบประมาณให้ได้ กลไกเหล่านี้ ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่เป็นหัวคะแนนให้นักการเมือง บุคคลเหล่านี้สามารถมีบทบาททางอ้อมในการบันดาลให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ ยุติธรรม หากไม่มีการปรับสนามแข่งให้เรียบเสมอกัน(Level field) ทั้งสองด้านของสนาม ผล ของการเลือกตั้งก็จะออกมาโดยได้นักการเมืองหน้าเก่าที่สามานย์ ไร้คุณภาพ ขี้โกง มีประวัติส่วนตัวไม่ใสสะอาด ระบบปาร์ตี้ลิสท์ ที่เห็นชื่อแล้วต้องร้อง ยี้ว

อ่านต่อ

์ ดังนั้น แล้วจะมีการเลือกตั้งเพื่อผลาญเงินภาษีอากรไปเพื่ออะไร หากไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.การเลือกตั้งให้เป็นประชาธิปไตยทางตรง โดย การเลือกนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีเป็นรายกระทรวง และเลือก ผู้ว่าราชการจังหวัด รวมทั้งผู้กำกับการตำรวจของทุกจังหวัด ซึ่งมีความเป็นประชาธิปไตยมากกว่า การเลือกตั้งเป็นองค์ประกอบหนึ่ง แต่มิใช่ทั้งหมดของระบอบประชาธิปไตย แต่ประชาชนถูกชวนเชื่อให้เห็นว่าประชาธิปไตย คือการเลือกตั้งเท่านั้น ซึ่งก็ถูกต้อง แต่ถูกต้องแค่เสี้ยวหนึ่งเท่านั้น การ แข่งขันทางการเมืองก็ไม่ต่างกับการแข่งขันกีฬา ซึ่ง ต้องมีกติกาที่เป็นธรรมต่อผู้แข่งขันทุกฝ่าย กรรมการต้องเป็นกลาง ไม่ลำเอียง ไม่ใช่เป็นคนของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ดังนั้นการเลือกตั้งจะเลื่อนเป็นวันที่ หรือเดือนไหน ก็จะไม่ช่วยให้การเมืองไทยมีความสะอาด บริสุทธิ์ โปร่งใส และมีเสถียรภาพ นอกจากว่ามีการแก้ไข ปฏิรูประบบการเมือง ระบบการเลือกตั้ง พ.ร.บ.เลือกตั้ง และรัฐธรรมนูญ อย่าง 360 องศา เพราะระบบเก่านั้นล้าหลัง ลอกจากตะวันตกในยุคศตวรรษที่แล้ว บทเรียนความไม่มีเสถียรภาพของการเมืองไทยนั้นเพียงพอและมีราคาแพงมากเกินไปแล้ว ไม่ควรคิดแบบย่ำเท้าอยู่กับที่ หรือ พายเรือในอ่างอีกต่อไป ไม่มีความจำเป็นต้องรีบร้อนจัดให้มีการเลือกตั้งในเร็วๆนี้ จนกว่าจะดำเนินการแก้ไข ปฏิรูประบบการเมือง ระบบการเลือกตั้ง พ.ร.บ.เลือกตั้ง และรัฐธรรมนูญ อย่าง 360 องศา ให้สำเร็จเสร็จสิ้นก่อน โดยรัฐบาลรักษาการที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือ ไม่มีรัฐบาลของพรรคที่ต้องการลงสมัครรับเลือกตั้ง

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน