591216_บันทึกงานมหาปวารณา ครั้งที่ ๓๔ ปฐมอโศก (ข่าวอโศก).docx
เนื้อหาในไฟล์
591216_บันทึกงานมหาปวารณา ครั้งที่ ๓๔ ปฐมอโศก (ข่าวอโศก)
งานมหาปวารณาของชาวอโศกครั้งที่ ๓๔ ในปี ๒๕๕๙ ได้จัดขึ้นหลังจากเหตุการณ์สำคัญของชาวไทยคือ เหตุการณ์การสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๙ ในราชวงจักรีของปวงชนชาวไทย นำมาซึ่งความวิปโยค กำสรวล ร่ำไห้ ไปทั่วทั้งแผ่นดินไทย แต่ด้วยพระบารมีที่พระองค์ได้ทรงโพธิกิจ ช่วยพลิกฟื้นชีวิตของประชาชนไทยให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ด้วยพระวิริยะอุตสาหะของพระองค์ท่านมาตลอด ๗๐ พรรษา ทำให้ชาวไทยเรียนรู้และซึมซับนำเอาพระราชปณิธาน พระราชจริยวัตรของพระองค์ท่านมาปรับใช้ โดยการเปลี่ยนความโศกเศร้าเป็นพลังแห่งการทำดี เป็นการทำดีเพื่อพ่อ กันทั้งแผ่นดิน จนเกิดปรากฏการณ์ ระเบิดแห่งความรัก Bomb of love. ซึ่งมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ท้องสนามหลวงนั่นเอง งานมหาปวารณาปีนี้ จึงได้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมเทิดทูนความดีงาม ความเสียสละของพระองค์ท่านไปด้วยกัน โดยมีการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับเหตุการณ์การสวรรคตครั้งนี้ด้วย วันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม 2559 ถึงวันพุธที่ 2 พฤศจิกายน 2559 ได้มีการจัดค่าย “ขอทำความดีเพื่อพ่อ” ซึ่งมีนักเรียนสัมมาสิกขา 5 โรงเรียนและนักเรียนปวช.ปี 1 ของชาวอโศก จำนวน 39 คน มาร่วมจัดเตรียมงานมหาปวารณาที่ปฐมอโศก ค่ายนี้ในแต่ละวัน นักเรียนในค่าย “ขอทำความดีเพื่อพ่อ”จะได้ไปร่วมแจกอาหาร ไปเป็นจิตอาสาช่วยงานเก็บขยะ ที่ท้องสนามหลวงอีกด้วย วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน 2559 ประชุมมหาเถระ ที่ชั้นล่างศาลางาน มีสมณะมหาเถระประชุมจำนวน 25 รูป
วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน 2559 เวลา 5.00 น. สมณะ 24 รูป สิกขมาตุ 5 รูปนำโดยสมณะเดินดิน ติกขวีโร ร่วมการอบรม การศึกษาบุญนิยม เรื่องการพัฒนาตนเอง ของครูและบุคลากร ผลการประชุมสรุป คุ
อ่านต่อ
รุจากทุกสถาบันการศึกษามาทำข้อตกลงว่า กลับไปจะพัฒนาตนเองอย่างไร และจะมารายงานความก้าวหน้า ในการประชุมครั้งต่อไป เวลา 13.00 น. ประชุม สิกขมาตุ โดยมีสมณะ 13 รูป สิกขมาตุ 21 รูป นำโดยสมณะเดินดิน ติกขวีโร ที่ห้องประชุมชาวบ้าน ณ ชุมชนปฐมอโศก
วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน 2559 (วันประชุมมหาปวารณาของสมณะ) เวลา 4.15 นาที พ่อครู นำสวดมนต์ก่อนเปิดประชุมมหาปวารณา ครั้งที่ 34 จากนั้นจึงเป็นการการประชุมมหาปวารณา ซึ่งก็เป็นไปอย่างเรียบร้อย ราบลื่น ง่ายงาม แน่นเนียนใน
สิ้นสุดพิธีกรรมมหาปวารณาของสมณะชาวอโศกภายใน 1 วัน โดยเสร็จสิ้นเวลา 17.00 น. จากนั้นสมณะทั้งหมดร่วมถ่ายภาพหมู่กับสมเด็จปู่วิชิตอวิชชาที่หน้าปฐมอโศก
วันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน 2559 เวลา 6.30 นาที พ่อครูนำหมู่สมณะออกบิณฑบาต เป็นการตักบาตรเทโวหลังมหาปวารณา เวลา 9.00-10.00 น. สมณะเดินดินสมณะบินบนแสดงธรรมก่อนฉัน โดยได้มีการแจ้งผลการประชุมมหาปวารณา สมณะมีทั้งหมด ๙๒ รูป สมณะเข้าร่วมประชุม ๘๔ รูป สมณะลาป่วย ๘ รูป (๑.ส.น่านฟ้า สุขฌาโน ๒.ส.นึกนบ ฉันทโส ๓.ส.ถนอมคูณ คุณกิตตโณ ๔.ส.หินกลั่น ปาสาณเลโข ๕.ส.แก่นหล้า วัฑฒโน ๖.สมณะพอจริง สัจจาสโภ ๗.สมณะสอน โสปาโก ๘.ส.ธาตุบุญ ธาตุปุญโญ)
หมู่สมณะได้เห็นอันตรายที่มาจากโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ทำให้เสื่อมจากธรรมะได้ จึงได้มีมติให้สมณะที่ละเมิดกฏระเบียบของหมู่ในการใช้โทรศัพท์มือถือ ว่าเป็นผู้ว่ายากสอนยาก เป็นผู้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หากถูกสงฆ์ตักเตือน หรือสวดประกาศครบ ๓ ครั้ง ต้องอยู่กรรมจึงจะพ้นจากอาบัติได้ ทั้งนี้ก็เพื่อดำรงไว้ซึ่งความบริสุทธิ์ และความมั่นคงของทางพุทธศาสนา
เรื่องการล้างพิษตับด้วยการกินน้ำมันมะกอก พ่อครูได้ประกาศห้ามไม่ให้มีการล้างพิษตับอย่างเป็นองค์รวมภายในชุมชนชาวอโศกทุกชุมชน แต่อนุญาตให้ทำเป็นการส่วนตัวได้ แต่ก็ยังมีบางชุมชนยังมีการจัดคอร์สล้างพิษตับอยู่อีก หมู่สงฆ์ก็จะให้สมณะที่รับผิดชอบดูแลชุมชนไปช่วยเตือน หากเตือนแล้วไม่หยุดต่อไปพ่อครูอาจไม่รับนิมนต์ไปชุมชนนั้นหรือก็อาจเชิญคนที่ทำผิดออกจากชุมชนต่อไป
โศลกธรรมงานมหาปวารณา : สุทฺธิ เยว สกลโลเกสุ สพฺพมาวสาเน ชินาติ (ร้อยแก้ว) สกลโลเกสุ สพฺพํ ชินาติ สุทฺธิวนฺติเม (คำฉันท์) สุทธีว สกลโลเก สพฺพมาวสาเน ชิเน (คำฉันท์)
ความบริสุทธิ์เท่านั้น ที่จะชนะทุกสิ่งทั้งโลก..ในที่สุด
เวลา 10.00 - 11.00 น. พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ แสดงธรรม พ่อครูว่า...วันนี้เป็นครั้งที่ 34 ในการมหาปวารณาของเรา คำว่า ปวารณา คำนี้ภาษาบาลีแปลว่า ให้ว่ากล่าวได้ ตำหนิได้ ให้ชัดๆคือด่าได้ ต้องยอมให้ด่าได้ ยอมให้ว่ากล่าวตำหนิได้ คนที่ยอมให้ว่ากล่าวตำหนิได้ เป็นคนประเสริฐเป็นคนเจริญ คนที่ยอมไม่ได้ ตินิดติหน่อยไม่ได้ คนนั้นเป็นคนต่ำเป็นคนมีอัตตาเป็นคนไม่เจริญ ใครจะตำหนิเขาก็ต้องตำหนิสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ความรู้เขาจะมีหรือไม่มีก็ตาม เขาตำหนิก็คือว่าสิ่งที่เราประพฤติอยู่เป็นอยู่นั้นว่ามันไม่ดี เขาจึงตำหนิ เขาไม่อยากให้ทำ เพราะฉะนั้นการตำหนิจึงเป็นเจตนาดีของคน เป็นจิตที่เจตนาดี แต่คนที่ไปปฏิเสธจิตเจตนาดีของคน นี้คือคนโง่ เป็นคนโง่ เพราะฉะนั้นคนโง่ย่อมเป็นคนชั่วเจริญไม่ได้ ชั่วเพราะไม่ให้มีคนติ เพราะฉะนั้นคนที่ไม่ให้คนติไม่ให้คนด่าคนว่าได้แตะต้องได้คือคนชั่ว คนยึดอัตตา
เวลา 14.00-16.00 น. ประชุมสถาบันบุญนิยม มีสมณะร่วมประชุม 17 รูป เวลา 18.30 น.ที่เวทีธรรมชาติมีรายการภาคค่ำ -คุณจตุพล จิตดาพล ร้อง เพลงใกล้รุ่ง เพลงลมหนาว เพลงชะตาชีวิต -คุณเพียงดาว ประดับดิน ร้อง เพลงสายฝน เพลงยามเย็น เพลง Oh i say. -คุณทิพวรรณ ปิ่นภิบาล ร้อง เพลงแสงเดือน เพลงแผ่นดินของเรา -คุณสุทธินันท์ จันทระ ร้อง เพลงอาทิตย์อับแสง เพลงความฝันอันสูงสุด จากนั้นชาวอโศกร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี
วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน 2559 เวลา 03.30 น. สมณะดินดี สันตจิตโต นำสวดมนต์ทำวัตรเช้า สมณะเดินดิน ตกขวีโร นำเวียนธรรมในหัวข้อ “โพธิสัตว์” เวลา 06.30 น. พ่อครูนำหมู่สมณะบิณฑบาต 2 สายภายในชุมชน หลังจากกินทบาทที่ศาลามีการประชุม ค.ก.ร. เน้นให้ร่วมปลูกผักอะไรมาเป็นวัตถุดิบแก่งานโรงบุญอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ท้องสนามหลวง เวลา 9.00 - 11.00 น. รายการวิถีอาริยธรรม งานมหาปวารณา โดยพ่อครูและส.ฟ้าไท สมชาติโก พ่อครูได้เทศนาเรื่อง อรหันตโพธิสัตว์ เวลา 14.00 - 16.00 น. สมณะ 13 รูป สิกขมาตุ 2 รูป นำโดยพ่อครูประชุมการจัดงานตลาดอาริยะ เวลา 17.00-18.00 น. สมณะ 10 รูป สิกขมาตุ 2 รูป ประชุมการจัดผังบุญนิยมทีวี โดยจะเริ่มออกอากาศตามผังอันใหม่ในวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ เวลา 18.00 20 นาฬิกา รายการเวทีภาคค่ำดำเนินรายการโดยคุณรอยใบไม้ มุณีเวช และคุณใหม่เสมอ เป็นการแสดงการร้องเพลงโดยศิลปิน ชาวอโศกและภายนอกอโศก -คุณหรั่ง ร็อคเคสตร้า(ชัชชัย สุขขาวดี) ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงสดุดีมหาราชา เพลงเหนือเกล้า -คุณซึ้งบุญ บูรณกิตติ ร้องเพลง หยาดเหงื่อของพ่อ -คุณขวัญจีรา ยัพราษฏร์ คุณตะวันเตือน วรรณวงษ์ ร้องเพลง ล้นเกล้าเผ่าไทย -คุณเทพ ทูลใจ ร้องเพลงอาลัยพ่อหลวง สดุดีมหาราชแผ่นดินสยาม และยังมีศิลปินท่านอื่นๆอีก โดย เพลงสุดท้าย เพลงขอเป็นข้าฯรองบาททุกชาติไป โดยคณะประสานเสียงโพชฌงค์ 7 จากนั้นพ่อครูให้ธรรมะสรุปจบงานในครั้งนี้โดยชี้ให้เห็นการแสดงวันนี้ว่าเป็นการแสดงออกที่ดี
บทสรุป งานมหาปวารณาครั้งนี้ ชาวอโศกได้มาศึกษา บุคคลที่เป็นพระโพธิสัตว์ ซึ่งมีรูปธรรม ให้เราเห็นได้ชัดเจนจาก ปรากฏการณ์ ระเบิดแห่งความรัก Bomb of love. ที่กำลังเกิดอยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ และทำให้เราได้ตระหนักถึง คุณค่าประโยชน์ต่อโลกของพระโพธิสัตว์ ว่าท่านเป็นบุคคลที่มีค่ามากแค่ไหน มีพระคุณกับตัวเราเองและต่อมวลมนุษยชาติมากแค่ไหน หากปราศจากท่าน โลกนี้จะร้อนแรงรุนแรงเลวร้ายลงอีกมากแค่ไหน ชาวอโศกจักต้องตระหนักถึงข้อนี้อย่างสำคัญ และจะได้เร่งขวนขวายพัฒนาตนเองให้เข้าถึงอาริยคุณไปตามลำดับ จึงจะเข้าสู่ความเป็นโพธิสัตว์ไปเป็นลำดับขั้นของแต่ละคน โดยเฉพาะขณะที่พระโพธิสัตว์บนดินที่มีชีวิตอยู่ก็ยังมาให้เราสัมผัสอย่างเห็นๆ ได้ยินท่านพรำ่สอนอยู่มิเว้นวัน หากเราไม่เพียรปฏิบัติธรรม ให้ได้อาริยคุณในขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่นี้ ก็จะเสียชาติเกิดเป็นโมฆบุรุษได้ เพราะว่าเมื่อวันใด เราได้จากท่านไป หรือเมื่อวันใด ท่านได้จากเราไป วันนั้นเราอาจต้องเสียน้ำตาแห่งความอาลัย เกิดความโศกเศร้าเสียดาย อย่างคนเป็นโมฆบุรุษก็เป็นได้...เอวัง