สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ทำอย่างไรที่จะมีอารมณ์ปัจจุบันตลอดเวลา.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ทำอย่างไรที่จะมีอารมณ์ปัจจุบันตลอดเวลา _ทำอย่างไรที่จะมีอารมณ์ปัจจุบันตลอดเวลา แบบพ่อครู พ่อครูว่า...คงหมายถึงมีสติอยู่กับอารมณ์ปัจจุบัน อารมณ์มันก็มีอยู่กับเราตลอดเวลา แต่ที่ถามนี้คงอยากจะถามว่าทำอย่างไรถึงจะมีสติอยู่กับอารมณ์ของเรา พ่อครูนี่ มีสติ ควบคุมอารมณ์ จนกระทั่งไม่ต้องควบคุมอารมณ์ เอาสติมาอยู่กับพยัญชนะอยู่กับสภาวะธรรม มาคัดเลือก ว่าจะบรรยายจะอธิบายอย่างไร จนกระทั่งลืมตัวเอง บางทีลืมแม้กระทั่งคำพูด จะพูดอย่างนี้ แต่ก็ไปพูดอีกอย่าง เพราะไปมัวแต่สรรหาสิ่งที่จะแสดงออกให้แก่พวกเราตลอดเวลามาก มันก็เลย พลาด วิปลาสไปบ้าง อย่างที่เป็นๆ เพราะฉะนั้นถึงบอกว่าจริงๆแล้ว อาตมาไม่ได้มีการควบคุมอารมณ์เป็นปัจจุบัน อย่างที่พวกเราเข้าใจกัน จริงๆแล้วอาตมาเป็นอย่างนี้ อาตมา มีอารมณ์เบิกบานร่าเริงไม่มีทุกข์ไม่มีสุข มีอารมณ์สมบูรณ์แล้ว อารมณ์ไม่ทุกข์ไม่สุขถาวร จนกระทั่งไม่ต้องไปคิดถึงมันเลย มันเป็นฐานอาศัย จึงอยู่กับงานอยู่กับสิ่งที่ควรเป็น สติปัญญาเอามาไว้กับสิ่งที่ ปรุง เอามาใช้ประโยชน์ สิ่งเหล่านั้นมันไม่ต้องทำแล้ว สังเกตได้ไหมว่า อาตมา มีสติ อารมณ์เบิกบานร่าเริงเป็น อภิปโมทยังจิตตังสมบูรณ์แบบแล้ว ผู้ที่ปฏิบัติธรรมะพระพุทธเจ้าได้แล้วจะพยายามปฏิบัติ จะต้องสงบระงับกิเลสให้ได้ ทำให้กิเลสหมด แล้วทำจิตให้อยู่ในสภาพ อภิปโมทยังจิตตัง เป็นจิตที่เบิกบานร่าเริงอยู่ เป็นจิตพุทธะ ผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานเสมอจนเป็นอเนญชาถาวร ฐานอาศัยจิตอาตมานี้ จิตชั้นใน มันเบิกบานร่าเริงเป็นอุเบกขา เพราะสร้างอเนญชาไว้เยอะ (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) สมณะเดินดินว่า...ก็เป็นความไม่เที่ยงของสังขาร คำถามถามว่า ทำอย่างไรจะมีสติ อย่างพระอรหันต์ แต่สภาพพ่อครูเป็นสภาพที่ไม่ต้องไปควบคุมอ
อ่านต่อ
ารมณ์แล้ว พ่อครูว่า...อาตมาควบคุมอารมณ์จนเป็น อเนญชา ตกผลึก เป็นความเต็ม เป็นอุเบกขา (ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา) ที่สั่งสมตกผลึกไม่หวั่นไหวต่อสิ่งกระทบได้อย่างสมบูรณ์แบบ อะไรมากระทบอย่างไรก็ไม่เคลื่อนคลาย เพราะฉะนั้นอาตมาจึงไม่มีเศร้าโศก มีแต่ อภิปโมทยังจิตตังถาวร ได้ปัสสัมภยัง ได้สงบรำงับกิเลสได้หมดเรียบร้อยแล้ว อเนญชาตกผลึก เป็นอุเบกขาถาวร เป็นเหมือนภูเขาหินแล้ว เพราะฉะนั้นจึงไม่ต้องกังวลสิ่งเหล่านี้ จะต้องไปสร้างให้แก่ตัวเอง ให้สังเกตดูสิ อาตมาไม่เคยมีจิตเศร้าหมอง มีแต่จิตร่าเริงเบิกบานตลอดเวลา สังเกตไหม แข็งทื่อก็ไม่เคย มันเป็นสัจจะที่พิสูจน์แล้ว เป็นตถตา
สมณะเดินดินสรุป เด็กถามว่าตายแล้วจะเป็นอย่างไร ก็อยู่กับอนุสัยของเราเองที่เราสั่งสมอะไรตอนเป็นๆในปัจจุบัน…
พ่อครูว่า...หลังรายการ...มีคำถามค้างต่อว่า... _ถามว่า ตั้งใจมาเรียนที่นี่แล้วไม่มาฝึกฝนจิตวิญญาณ น้องบางคน ก็ไม่อยากมา และมักจะให้เหตุผลว่า มาเรียนไม่ได้มาปฏิบัติธรรม อันนี้ประเด็นนี้ บอกว่ามาที่นี่มาเรียนไม่ได้มาปฏิบัติธรรม พ่อครูว่า...หลวงปู่ว่าความคิดอันนี้แล้วความคิดอันนี้ไม่ดีให้เปลี่ยนซะ ต้องมาปฏิบัติธรรม ถ้าไม่ปฏิบัติธรรมออก ออกไปเลยนะไม่ต้องการอะไรนะ เอาแต่เรียนไม่มาปฏิบัติธรรม ที่นี่มีหลักเกณฑ์ศีบเด่น เป็นงาน ชาญวิชา อยากได้แต่วิชาการความรู้ ไม่ศีลเด่นไม่เป็นไง ที่นี่ให้น้ำหนัก ศีลเด่น 40% เป็นงาน 35% ชาญวิชา 25% เพราะฉะนั้นคนที่มีความคิดเช่นนี้ขอไล่ออก พูดอย่างแรงเลยนะเป็นมิจฉาทิฐิที่ร้ายแรงถ้าคิดอย่างนี้จะไปรอดอย่างไร ที่นี่ต้องการให้มาปฏิบัติธรรม ให้มีความเจริญของตัวเอง แต่หากคนตั้งจิตไว้ผิดเท่ากับโจรฆ่าโจร พระพุทธเจ้าตรัสไว้ มันจะแย้ง ขัดใจตนเอง ตกนรกหมกไหม้อยู่ในนี้ให้หยุดคิด ได้คิดอย่างนี้ให้ออกไปซะดีกว่า อยู่ไปตัวเองก็ไม่เจริญมีแต่นรก จบ 610618_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาการทำใจในใจให้ถึงแดนเกิด